บทที่ ๑
ณ แคว้นหิรัณย์
แคว้นใหญ่ที่ถูกปกครองโดยขุนหลวงอินทร์เฟือน แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำไหลตัดผ่านหลายสายไม่เคยแห้งแล้งตลอดปี มีเหมืองแร่ทองคำ และเงินมากมาย ราษฎรอยู่เย็นเป็สุขไม่เคยอดอยาก
เ้าแคว้นใหญ่หวังจะสานสัมพันธ์อันดีกับแคว้นเล็กข้างเคียงด้วยการอภิเษกสมรส ขุนหลวงทรงออกราชโองการให้ผู้ใต้บัญชาที่มียศศักดิ์ส่งลูกสาวไปอภิเษกกับขุนหลวงต่างแคว้น
ข้าราชบริพารมิอาจขัดคำสั่ง ได้เพียงก้มหัวให้เ้าแผ่นดิน เหงื่อกาฬไหลเต็มกรอบหน้า รอฟังพระบัญชาว่าผู้ใดต้องเป็ผู้เสียสละ
หากถามว่าเหตุใดเสนาอำมาตย์ทุกคนดูไม่ดีใจแม้แต่น้อย ที่บุตรสาวตนจักได้ไปเป็ถึงมเหสีของขุนหลวงแคว้นข้างเคียง เหตุเพราะเ้าแคว้นข้างเคียงที่กล่าว ทุกคนต่างได้ยินกิตติศัพท์คนผู้นั้นกันทั่ว ว่าเขาเป็ขุนหลวงวิปลาส หรือขุนหลวงสิงขรเ้าแคว้นสิงขรนั่นเอง แม้ทะเยอทะยานในอำนาจเพียงใด ก็มิมีผู้ใดอยากเสี่ยงส่งบุตรสาวที่หวงแหนไปอยู่กับขุนหลวงผู้นั้น
“เื่นี้เรายกให้จมื่นแสงหล้าแล้วกัน ลองไปเลือกดู เ้ามีลูกสาวหลายคน อภิเษกให้ขุนหลวงสิงขร ทั้งชีวิตของลูกเ้าคงไม่ลำบากแล้ว”
“เอ่อ..รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” ปากตอบรับคำสั่งเ้าแผ่นดิน แต่ใจจมื่นแสงหล้านั้นอยากโพล่งค้านออกไป แต่หากทำอย่างที่คิดหัวคงได้หลุดจากบ่าแน่แท้
“เช่นนั้นก็ดี สิ้นเื่แล้วหากการเชื่อมสัมพันธ์ผ่านไปด้วยดี ข้าจักตกรางวัลให้เ้าอย่างงาม ขอจบการว่าราชการเพียงเท่านี้” ขุนหลวงอินทร์เฟือนลุกขึ้นเดินจากไปหลังสั่งงานจบ
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” เสนาอำมาตย์รับคำเ้าเหนือหัวเสียงดังพร้อมเพรียง
คล้อยหลังขุนหลวงอินทร์เฟือนทุกคนต่างถอนหายใจโล่งอกที่เลขไม่ออกที่ตนเอง จะมีก็แต่จมื่นแสงหล้าที่ยังนั่งเหงื่อไหลปากสั่น แรงจะเงยหน้าก็ไม่มีแล้ว
“จมื่นแสงหล้าลุกได้แล้ว ขุนหลวงทรงเสด็จไปแล้ว” เสียงพระยาอเนกเรียกสติ
“ขอรับ..” จมื่นแสงหล้าหาเสียงตัวเองไม่เจอ ตอบได้เพียงขอรับก่อนจะลุกเดินไปขึ้นรถม้ากลับเรือน
เรือนจมื่นแสงหล้า
“คุณพี่กลับมาแล้วหรือเ้าคะ นั่งพักก่อนเดี๋ยวน้องให้บ่าวหาน้ำหาท่ามาให้เ้าค่ะ” เมียเอกอย่างนางปิ่นเข้ามาออดอ้อนสามีหลังกลับจากราชการ
“แม่ปิ่นขุนหลวงมีราชโองการให้บ้านเราส่งลูกสาวไปแต่งเป็มเหสีให้ขุนหลวงสิงขร” จมื่นแสงหล้าเล่าเื่กลุ้มใจให้เมียฟัง
“ตายจริง! คุณพี่จะส่งใครไปเ้าคะ ห้ามส่งแม่จินดาไปเด็ดขาดนะเ้าคะ น้องไม่ยอม!” นางปิ่นออกตัวดักคอสามีทันที ไม่ให้ลูกสาวตนต้องถูกเลือก ตีโพยตีภายเสียใหญ่โต
“แล้วจักส่งผู้ใดเล่า ไหนเ้าลองพูดมาสักชื่อ จะส่งคนไปต้องไม่ให้น่าเกลียด อีกฝ่ายเป็ถึงขุนหลวงสิงขร หากทำให้เขาไม่พอใจ เดี๋ยวจักได้หัวกุดเจ็ดชั่วโคตร” บุรุษวัยใกล้ห้าสิบกล่าวกับเมียด้วยความกลัดกลุ้ม
หลังจากฟังคำสามีนางปิ่นก็นึกถึงชื่อหนึ่งขึ้นมา ช่อฟ้า ลูกสาวของเมียรองที่สามีได้มาอย่างไม่เต็มใจ แม้มันจักหน้าตาสะสวย แต่ก็ยังคงเป็หนามตำใจของนางปิ่น ยิ่งมันสวยขึ้นทุกวันนางปิ่นและลูกสาวยิ่งไม่ชอบใจ
“คุณพี่ เช่นนั้นส่งช่อฟ้าไปสิเ้าคะ ส่งมันไปให้พ้นสายตาน้องและลูกเสียที เลี้ยงเสียข้าวสุกมานานแล้ว ให้มันได้ตอบแทนค่าเลี้ยงดูของเราเสียหน่อย หน้าตามันก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ น้องว่าขุนหลวงสิงขรไม่ติหรอกเ้าค่ะ” น้ำเสียงนางแฝงความเกลียดชังอย่างเปิดเผย
จมื่นนิ่งคิดอยูุ่ครู่ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับเมียเอก อย่างไรเสียแม่มันก็ตายไปแล้ว เหลือมันไว้ให้เลี้ยงไม่พอ เติบโตมาเคล้าหน้าคล้ายแม่มันเข้าทุกวัน ยิ่งทำให้จมื่นแสงหล้าแค้นเคือง
“เช่นนั้นก็เอาตามที่เ้าว่า ให้คนไปบอกให้มันเตรียมตัวด้วย”
เสียงฝีเท้าสามคู่เดินเข้ามายังก้นครัว หัวเราะคิกคักดังตลอดทาง ชวนให้คนที่กำลังทำงานในครัวหันไปสนใจ
“ช่อฟ้าเว้ย พวกข้ามีข่าวดีมาบอกเว้ย คิกๆ” เสียงแม่นมของจินดาแหลมมาก่อนตัว
แม้เสียงนี้จะดังบาดแก้วหูอย่างไร คนกำลังทำครัวก็ทำต่อไม่ได้สนใจ คิดเสียว่าเสียงนกเสียงกาบินผ่าน มือยังคงจับมีดซอยตะไคร้อยู่
“นี่! คนเขาเรียกมึงไม่มีหูรึไง!” เสียงแม่นมแหวขึ้นมาดังกว่าเดิม
“…” ช่อฟ้าทำเพียงหันไปมองด้วยสายตานิ่งเฉย เฉยชา เคยชินกับการถูกด่าทอ และปฏิบัติกับตัวเองเช่นนี้นานแล้ว เพียงคิดว่ามีอะไรก็เร่งพูดมาแล้วไสหัวไปเสียที ไม่อยากหายใจร่วมกับเห็บหมัดพวกนี้นาน
“ช่างมันเถิดแม่นม” จินดาแสร้งบอกแม่นมเสียงเล็กเสียงน้อย
“พวกข้าจะมาบอกข่าวดี ฮึฮึ” เสียงนางปิ่นแม่ใหญ่ของเรือนเอ่ยเข้าเื่
ช่อฟ้าไม่ตอบคำเพียงนั่งฟังเงียบๆ
“ดีใจด้วยนะ ท่านจมื่นแสงหล้าจักส่งมึงไปเป็อีตัวให้ขุนหลวงวิปลาสเ้าแคว้นสิงขร” เสียงแม่นมแหลมขึ้นมาก่อนเ้านายอีกครั้ง
นิสัยเสียพอกันทั้งนายทั้งบ่าว หัวเราะชอบใจ มีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น ช่อฟ้าเอือมระอาคนจำพวกนี้เต็มทน มีวาสนาเป็คนสูงศักดิ์แต่กลับถ่อยเยี่ยงบ่าวไพร่ นางไม่ตอบโต้ทำเพียงวางเฉย ภาวนาให้มันเร่งผ่านไปเสียที
“มึงดีใจหรือไม่ จักได้ไปเป็อีตัวเหมือนแม่ของมึง” นางปิ่นถามค่อนแคะ จี้ใจดำช่อฟ้าอย่างจัง
มือเรียวกำมีดในมือไว้แน่น ได้แต่ระงับอารมณ์ นั่งทำงานครัวของตนต่อไม่สนใจคำด่าทอสาดเสียเทเสียที่ได้ยินจนชินหูอีก
“มึงเตรียมตัวขัดสีฉวีวรรณให้ดี ๆ เข้าล่ะ ได้มีวาสนาไปนอนอ้าขาให้ขุนหลวงเชียวหนา ตายอีกสิบชาติไม่รู้มึงจะได้ทำแบบนี้อีกเมื่อไหร่ ฮ่า ๆ”
“คุณหนูจินดาพูดได้ดีมากเ้าค่ะ” แม่นมประจบสอพลอเ้านาย ส่งเสริมเยินยอให้จินดาด่าช่อฟ้าั้แ่เด็กจนโต
“ไปเถิด อยู่นานเดี๋ยวเสนียดลูกอีตัวมันเปื้อนเท้า” นางปิ่นเมื่อได้รังแกเสี้ยนหนามอย่างช่อฟ้าสมใจแล้ว จึงชวนลูกกลับขึ้นเรือนใหญ่
หลังจากตัววุ่นวายจากไป ช่อฟ้าได้แต่ถอนหายใจ อยากตบปากพวกมันสักครั้งก่อนไปจากที่นี่เสียจริง..
ถามว่าแค้นไหมนางแค้นมาก ชินอย่างไรแต่หากได้แก้แค้นสักครั้งความโมโหที่กดข่มไว้หลายปีคงคลายออก ไม่ใช่ไม่เคยตอบโต้ แต่ยิ่งตอบโต้ยิ่งโดนรุมหนัก แม้มีบ่าวที่สงสารนาง แต่สุดท้ายแล้ว..บ่าวอย่างพวกเขาก็ทำอะไรได้ไม่มาก นอกจากทายาให้ยามนางถูกทุบตี
สุดท้ายแล้วคนที่ใหญ่สุดก็เป็เ้านายของบ้าน ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็บิดาเมินเฉยต่อสิ่งที่ลูกเมียเอก กระทำต่อลูกสาวนอกคอกอย่างช่อฟ้า เพียงเพราะนางเกิดมาจากความผิดพลาดของจมื่นแสงหล้าเอง
“เอ็งเป็อย่างไรบ้าง ถูกพวกนั้นทุบตีอีกหรือไม่” เสียงหญิงชราเอ่ยถาม
“ไม่จ้ะยาย ข้าไม่เป็ไร” ร่างบางลูบหลังมือเหี่ยวย่นของยายไพรบ่าวก้นครัวที่คอยช่วยทายาให้ยามนางถูกทำร้าย และรับฟังช่อฟ้าเสมอ
“เอ็งไปอยู่ที่อื่นจะเป็อย่างไร เห้อ ยายไม่รู้จะช่วยเอ็งเยี่ยงไรดี” ยายไพรรำพึงพร้อมทอดถอนใจ สงสารโชคชะตาของช่อฟ้า ที่แม้มีวาสนาได้เกิดเป็ลูกผู้มียศศักดิ์ แต่กลับเป็ลูกที่พ่อไม่้า ซ้ำยังไม่ได้รับความเอาใจใส่ั้แ่เด็กจนโต แม่ก็ด่วนป่วยตายจากไปั้แ่นางยังเด็ก ถูกเมียเอกของพ่อรังแก ชีวิตไม่ได้สุขสบายเลยสักนิด ไม่มีผู้ใดเคารพในฐานะลูกสาวจมื่นเหมือนอย่างจินดาลูกสาวจากเมียเอก เพียงเพราะแม่ของช่อฟ้าเคยเป็นางโลมทำงานในหอโคมเขียว
ว่ากันว่า จมื่นแสงหล้าเมามายไปเที่ยวหอนางโลม คว้าตัวหญิงสาวผู้หนึ่งมาหลับนอนด้วย หญิงสาวผู้นี้พึ่งถูกส่งตัวเข้ามาทำงานวันแรก นางไม่รู้วิธีรับแขกเสียด้วยซ้ำ แม้วิธีกินยาไม่ให้ท้องก็ยังไม่มีคนสอน จนกระทั่งวันหนึ่งมีเสียงอาเจียนโอ้กอ้ากออกมาจากห้องพัก คนจึงรู้กันทั่วว่าหญิงหอนางโลมผู้นี้ตั้งท้อง นางยังไม่เคยรับแขกผู้ใดนอกจากจมื่นแสงหล้า ความจริงแล้วนางไม่ใช่นางโลม แต่ถูกส่งตัวมาทำงานจิปาถะ เพราะใบหน้านางอัปลักษณ์ มีแผลเป็ขนาดใหญ่บนใบหน้า ไม่มีแขก้าหญิงอัปลักษณ์มาหลับนอนด้วย
เมื่อเื่ถูกลือกันหนาหู ไม่นานก็เข้าหูของจมื่นแสงหล้าว่า หญิงอัปลักษณ์ผู้หนึ่งท้อง ผู้คนต่างเห็นกันทั่วว่าวันนั้นจมื่นเมามายลากนางไปหลับนอนด้วย เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงไปมากกว่านี้ จึงต้องจำใจรับนางเข้ามาเป็เมียรอง สร้างความไม่พอใจแก่เมียเอกอย่างนางปิ่นเป็อย่างยิ่ง ตัวจมื่นก็โกรธเกลียดเมียที่ได้มาเพราะความขาดสติ หากหน้าตางดงามเขาจะไม่รังเกียจปานนี้
แม้ความจริงก็มีให้เห็นอยู่ทนโท่ ว่าแม่ของช่อฟ้ามิได้เป็นางโลม แต่ผู้ใดจะสนใจ ทำงานในหอนางโลมคนที่โกรธเกลียดกันล้วนจงใจยัดเยียดคำเสียดสีมาด่าทอให้เจ็บแสบอยู่ร่ำไป ใช้คำว่าอีตัวมาต่อว่านางเพื่อความสะใจ
“ช่างเถิดยายไพร หากการไปแต่งให้ขุนหลวงวิปลาสผู้นั้นเป็การตกนรก ข้าอยู่ที่นี่ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็ คิดเสียว่าเปลี่ยนไปอยู่นรกขุมใหม่เท่านั้นเอง” ร่างบางพูดกับบ่าวก้นครัวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ชีวิตนี้แม่ที่รักก็ตายจากแล้ว ถึงแม้จะเหลือพ่ออยู่แต่ชายผู้นี้ไม่เคยใยดี บางทีการไปเข้าพิธีอภิเษกให้ขุนหลวงแคว้นสิงขร มีศักดิ์เป็ถึงมเหสี แม้จะแค่ในนามก็ไม่ได้แย่นัก สำหรับชีวิตที่เป็อยู่ปัจจุบันของนาง