รถตู้คันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งบริเวณกองถ่ายทำบรรยากาศโดยรอบในยามนี้กำลังคึกคักไปด้วยผู้คนและอุปกรณ์ถ่ายทำที่จัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ
ประตูรถถูกเปิดออก ร่างเพรียวระหงของ มินอาหรือ เบลล่า แห่งวง NOX ก้าวลงมาจากรถ วันนี้เธอสวมเสื้อผ้าธรรมดาทว่ากิริยาท่าทางและรูปร่างอันโดดเด่นกลับเปล่งประกายความสง่างามประดุจซูเปอร์โมเดลบนแคตวอล์ก
เธอก้าวแย้มยิ้มพลางเอ่ยทักทายเหล่าทีมงานในกองถ่ายอย่างนอบน้อม
“อรุณสวัสดิ์ค่ะวันนี้ต้องขอฝากด้วยนะคะ”
มินอาเอ่ยเสียงหวานก่อนจะผายมือไปยังเพื่อนร่วมวงที่ก้าวตามลงมา
“พอดีวันนี้พามิ้นกับซูยอนมาด้วยหวังว่าจะไม่รบกวนการทำงานของทุกคนนะคะ”
มิ้นและ ซูยอน ซึ่งอยู่ในชุดลำลองสบายๆต่างก็คลี่ยิ้มสดใสพร้อมยกมือทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเองช่วยสร้างบรรยากาศเป็นมิตรให้แก่กองถ่ายในทันที
“ไม่รบกวนเลยครับ! ได้สาวๆ วง NOXมาเยือนพร้อมกันแบบนี้ กองถ่ายของเราดูสดใสขึ้นเป็นกองเลย”
สตาฟฟ์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความกระตือรือร้น
“รบกวนด้วยนะคะ” ทั้งสามสาวก้มตัวอย่างสุภาพ
ขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนรูปร่างภูมิฐานใบหน้าฉายความใจดีค่อยๆ เดินตรงเข้ามาหาพวกเธอ เขาคือผู้กำกับคังผู้มีชื่อเสียงในวงการ
“ไงเด็กๆ มาถึงกันเร็วกว่าที่คิดนะครับ”
ผู้กำกับคังเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอบอุ่นท่าทางเป็นกันเองประดุจผู้ใหญ่ใจดีที่กำลังเอ็นดูเด็กๆ
“มินอา บทละครวางอยู่ข้างในนะวันนี้มีฉากถ่ายไม่กี่ฉาก เข้าไปอ่านได้เลย”
เขาพูดไปก็ยิ้มสุภาพไป แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำเอาร่างของมินอาชะงักกึกใบหน้าดูซีดเซียวลงหลายส่วน นัยน์ตาคู่งามสั่นระริก
“ขะ... ขอบคุณค่ะผู้กำกับ”
มินอาละล่ำละลักตอบเสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
ผู้กำกับคังหัวเราะเบาๆ ในลำคอเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเธอ
“อย่าเกรงไปเลยครับ การถ่ายภาพยนต์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอก”
มิ้นและซูยอนที่ยืนอยู่ข้างๆต่างพากันเกร็งตัวแน่น ทำตัวไม่ถูกไปตามๆ กันหากพวกเธอไม่ได้ฟังเรื่องราวเบื้องหลังอันน่าสะพรึงกลัวจากปากของมินอามาก่อนพวกเธอคงหลงเชื่อไปแล้วว่าชายวัยกลางคนตรงหน้าคือผู้ใหญ่ที่แสนดีและหวังดีต่อรุ่นน้องในวงการจริงๆ
ซูยอนรีบขยับกายเข้ามาแทรกกลางเล็กน้อยพลางแย้มยิ้มฝืนๆ เอ่ยแทรกขึ้นมาเพื่อคลายบรรยากาศอันน่าอึดอัด
“ผู้กำกับคังคะ พวกหนูสองคนมาช่วยดูแลพี่มินอาพอดีพี่เขาพึ่งหายป่วยนะค่ะ พวกหนูคงไม่ได้มารบกวนใช่นะคะ”
“ไม่รบกวนเลยครับ... ตามสบายเลย”
ผู้กำกับคังเอ่ยเนิบนาบพลางตวัดสายตาคมกริบมองซูยอนและมิ้นวูบหนึ่งรอยยิ้มบนใบหน้ายังคงประดับไว้อย่างแยบยน ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในกองถ่าย
มิ้นและซูยอนเร่งก้าวเท้าเดินตามมินอาเข้าไปยังพื้นที่พักผ่อนหลังกองถ่ายไม่นานนัก ทีมงานคนหนึ่งก็ยื่นเอกสารตั้งหนามาให้มินอา
“คุณมินอาคะอันนี้เป็นบทสำหรับเข้าฉากในวันนี้ค่ะ”
“ขอบคุณมากนะคะ”
มินอารับมาด้วยมือที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อย
“ไหนๆ พี่มินอา ขอดูบทหน่อยสิ”
ซูยอนขยับเข้ามาใกล้อย่างกระตือรือร้น
“วันนี้มีถ่ายไม่กี่ฉากเอง”
มินอายื่นแผ่นกระดาษในมือให้น้องสาวดูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ขณะเดียวกันผู้กำกับคังปลีกตัวเดินกลับเข้ามาภายในห้องทำงานส่วนตัวอย่างรวดเร็วตลอดเส้นทางเขายังคงยกยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายทีมงานรอบข้างด้วยท่าทีสุภาพนุ่มนวล ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตูและผลักบานประตูปิดลง...ใบหน้าแสนดีพลันมืดครึ้มลงในบัดดล รอยยิ้มอบอุ่นหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่
“เหอะ... อีกะหรี่นี่นับวันยิ่งเอาใหญ่ คิดว่ามีเพื่อนมาด้วยแล้วฉันไม่กล้าทำอะไรแกหรือไง”
เขาพึมพำเสียงลอดฟันส่ายหัวไปมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกดข่มอารมณ์ดำมืดไว้ชั่วคราวปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ แล้วจึงกดสายต่อถึงทีมงานด้านนอก
“จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเดี๋ยวเราจะเริ่มถ่ายกันเลย!”
...
กาลเวลาหมุนผ่านไปหลายชั่วโมงจนกระทั่งแสงไฟในกองถ่ายเริ่มสลัวลง
“เยี่ยมมาก! สำหรับวันนี้ถ่ายทำจบทุกฉากแล้วครับ! เลิกกองได้” เสียงผู้กำกับคังดังก้องผ่านลำโพง
สิ้นเสียงประกาศ เหล่าทีมงานต่างพากันถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอกทว่ายังไม่ทันที่มินอาจะได้ก้าวออกจากพื้นที่แสดงผู้กำกับคังก็ก้าวเท้าตรงเข้ามาหาเธอ
“มินอา... ตามผมมาหน่อย มีเรื่องเกี่ยวกับบทจะคุยด้วยหน่อยครับ”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ไร้ช่องว่างให้ปฏิเสธ
ทันทีที่เห็นร่างของผู้กำกับคังเดินเข้ามาใกล้ร่างบางของมินอาก็สั่นสะท้านขึ้นมาด้วยความพรั่นพรึงร่างกายแข็งเกร็งทำได้เพียงก้มหน้ายอมก้าวตามหลังเขาไปอย่างจำยอม
มิ้นและซูยอนสบตากันด้วยความกังวลใจชะงักเท้าตั้งท่าจะรีบเดินตามไปปกป้องพี่สาวทว่ากลับถูกทีมงานชายร่างใหญ่สองคนก้าวเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน
“ต้องขอโทษด้วยนะครับแต่ผู้กำกับคังเจาะจงว่าต้องการหารือเรื่องการแสดงกับนักแสดงนำเพียงลำพังบุคคลภายนอกกรุณารออยู่ด้านนอกนี้ครับ”
“เอ่อ... คือแค่สองคนเหรอคะ!!”
“ใช่ครับ” ทีมงานยืนขวางประตูพูดเสียงหนักแน่นจนพวกเธอไม่มีทางเลือก
สองสาวทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังของพี่สาวมินอาที่ค่อยๆหายลับไปหลังบานประตู
ปัง!
ภายในห้องพักส่วนตัวทันทีที่บานประตูหนาหนักปิดลงสนิทความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวก็ปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว
ไม่ทันให้มินอาได้ตั้งตัวผู้กำกับคังก็สาวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนจะยื่นมือหนาบีบไหล่และดันร่างของมินอาเข้าอัดชิดติดกำแพงห้องอย่างแรง!
“ผะ... ผู้กำกับ! จะทำอะไรคะ!”มินอาร้องเสียงหลงด้วยความตระหนก พยายามดิ้นรนหนี
“ฮึ... ทำอะไรงั้นหรอ”ผู้กำกับคังยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันร้อนผ่าวนัยน์ตาฉายแววชั่วร้ายออกมาอย่างเปิดเผย “คิดว่าพาสองคนนั้นมาเป็นเกราะป้องกันแล้วฉันจะแตะต้องเธอไม่ได้หรือไง”
“ปล่อยนะ!! ปล่อยนะ!!” มินอาเค้นเสียงอกจากลำคอหัวใจเต้นระส่ำด้วยความแตกตื่น
ผู้กำกับคังเค่นหัวเราะในลำคอ นิ้วมือหยาบกร้านยื่นไปบีบคางมนของเธอไว้แน่นจนเกิดรอยแดง
“เหอะ... บอกให้ปล่อยฉันต้องปล่อยหรอ!!อย่าลืมนะฉันมีคลิปคืนนั้นอยู่ เธอคงไม่อยากเป็นข่าวดังจนดับใช่มั้ย ถ้าเธอไม่ยอมเชื่อฟังฉันรับรอบในวงการนี้ไม่มีที่ยทนสำหรับเธอแน่”