โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 40: หมาป่าสีชาด

    บทที่ 40:หมาป่าสีชาด

     

     



     

    เจ้าหมาป่าพุ่งทะยานเข้าหาเทสด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อแม้ผมจะอัดมานาเสริมพลังกายจนสุดกำลังแต่ก็รู้ดีว่าไม่มีทางวิ่งไล่ตามมันทัน

     

    ผมจึงตัดสินใจทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการพุ่งเข้าปะทะจากด้านข้างผมใช้หัวไหล่กระแทกเข้ากลางลำตัวของมันเต็มรักเพื่อเบี่ยงทิศทาง

     

    การเดิมพันของผมได้ผลร่างของมันเฉไปจากเป้าหมายเดิมเล็กน้อยเปิดช่องว่างให้เทสกระโดดถอยห่างออกมาตั้งหลักได้ทันท่วงที

     

    หอกหลายเล่มเริ่มลอยวนเวียนอยู่รอบกายเธอพร้อมให้หยิบฉวยและซัดออกไปได้ทุกวินาที

     

    เจ้าหมาป่าที่พลาดเป้าขู่คำรามในลำคอมันหันกลับไปหาเทสก่อนจะระเบิดทักษะพุ่งเข้าใส่อีกระลอก

     

    ทว่าพริบตานั้นหอกสามเล่มก็ถูกซัดสวนกลับมาด้วยความเร็วสูง มันมุดหลบเล่มแรกเบี่ยงตัวหลบเล่มที่สอง และใช้ทักษะกระแทกอากาศปัดเล่มที่สามจนกระเด็นหายไป

     

    มันอ้าปากคำรามจนเห็นซี่ฟันแหลมคมที่เรียงรายพลางเร่งความเร็วเข้าหาเธอจนฝุ่นตลบเป็นทางยาว

     

    เทสยืนหยัดนิ่งรอจังหวะอย่างใจเย็นจนวินาทีสุดท้ายและในจังหวะที่มันเกือบจะถึงตัว เธอก็ระเบิด พลังจิตควบคุมวัตถุ ออกมาเต็มกำลัง!

     

    ชั่วอึดใจนั้นทักษะที่คล้ายคลึงกันเข้าปะทะกันจนเกิดคลื่นกระแทกซัดร่างผมกระเด็น นอกจากนี้มันยังทำให้ต้นไม้รอบข้างลั่นเอี๊ยดอ๊าดจนน่าหวาดกลัว

     

    ภายใต้ความกดดันมหาศาล พื้นดินใต้เท้าของทั้งสองแตกร้าวรุนแรงจนฝุ่นควันพุ่งตลบอบอวลออกจากจุดปะทะ

     

    ใบหน้าของเทสเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นมานาของเธอเปล่งประกายอย่างงดงาม

     

    ทว่าแม้เธอจะปลดปล่อยพลังออกมามากเพียงใดแต่สุดท้ายความห่างชั้นของเลเวล ก็ทำให้เธอต้านทานไม่ไหว เธอถูกทักษะของหมาป่าสีชาดผลักจนกระเด็นออกมาในที่สุด

     

    ในจังหวะนั้นผมพุ่งเข้าสมทบทันทีดาบในมือถูกกระตุ้นด้วยทักษะ การสั่นพ้อง จนใบดาบสั่นไหวอย่างรุนแรงการโจมตีของผมเกือบจะถึงตัวมันอยู่แล้ว

     

    ทว่าวินาทีต่อมากลับถูกพลังลึกลับบางอย่างหยุดเอาไว้ก่อนที่แรงผลักมหาศาลจะอัดกระแทกซ้ำจนดาบหลุดกระเด็นออกจากมือไปในที่สุด

     

    แม้จะตกใจที่ดาบหลุดมือแต่ผมก็ไม่ยอมเสียเวลาผมมุดหลบคมเขี้ยวสัตว์ร้ายที่พุ่งเข้าใส่แล้วอาศัยจังหวะสวนกลับด้วยการใช้ปลายนิ้วที่เสริมทักษะ การสั่นพ้องแทงเข้าใส่ลำตัวมันทันที

     

    ทว่าแรงผลักจากมานาอันรุนแรงกลับดีดร่างผมให้กระเด็นออกมาอีกครั้งแต่คราวนี้ผมตั้งหลักทันจึงรีบม้วนตัวไปกับพื้นเพื่อลดแรงกระแทกและกลับมาตั้งตัวได้อย่างรวดเร็ว

     

    ในจังหวะชุลมุนนั้นเองเทสหาช่องว่างจนเจอและซัดหอกนำวิถีเข้าปักขาหลังด้านซ้ายของเจ้าหมาป่าได้สำเร็จเสียงคำรามลั่นของมันทำให้ผมเริ่มใจชื้น

     

    อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ไร้เทียมทานจนแตะต้องไม่ได้!

     

    ผมย่อตัวต่ำรวบรวมสมาธิก่อนจะถีบตัวพุ่งออกไปสุดแรงหัวใจเต้นระรัวราวกับจะระเบิดพร้อมกับซัดสาดคลื่นมานาไปจนทั่วร่างกายผมรีบเค้นพลังนั้นลงสู่กล้ามเนื้อทันที

     

    มากกว่านี้! เร็วขึ้นอีก!

     

    ผมคำรามในใจจนร่างกายเริ่มร้อนผ่าว

     

    ผมกระโดดหลบไปด้านข้างทันทีที่การรับรู้มานา แจ้งเตือน แรงกระแทกจากทักษะการโจมตีของสัตว์ร้ายเฉียดตัวไปเพียงนิดเดียวจนเสียหลักเซล้ม

     

    แต่ผมก็รีบทรงตัวกลับมาลุยต่อดวงตาของมอนสเตอร์ยังคงจ้องเขม็งมาที่ผม นิ่งสงบ ดุร้าย และอันตรายหอกอีกเล่มของเทสพุ่งเข้าใส่มัน ทว่ามันกลับใช้ทักษะพิเศษนั้นปัดทิ้งได้ง่ายๆโดยไม่ต้องหันมอง

     

    สัตว์ร้ายพุ่งสวนกลับมาพร้อมอ้าปากกว้างผมก้มตัวม้วนหลบลงใต้ท้องของมัน และในเสี้ยววินาทีที่ลอดผ่านผมอัดมานาเข้าสู่ปลายนิ้วเปิดใช้งาน การสั่นพ้อง กรีดลงบนท้องของมันจนเป็นแผลลึก!

     

    ขณะนั้นร่างกายผมร้อนจัดจนสัมผัสได้ว่าวงจรมานากำลังทำงานเกินขีดจำกัดเลือดในกายเดือดพล่านจนเกือบจะสูญเสียการควบคุม แต่ผมไม่ยอมแพ้กัดฟันดิ่งจมลงสู่สภาวะสมาธิขั้นสุดยอด

     

    ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว

     

    [สมาธิ เลเวล 4 >สมาธิ เลเวล 5]

     

    หอกเล่มหนึ่งพุ่งเฉียดตัวผมไปจนเกิดเสียงหวีดหวิวหมาป่ากระโดดหลบพลางหันกลับมาประจันหน้ากับผมแม้มันจะบาดเจ็บแต่ยังคงพุ่งเข้าใส่ผมอย่างสุขุมและไร้ความลังเล

     

    ในจังหวะที่หอกอีกเล่มพุ่งผ่านข้างกายผมยื่นมือออกไปคว้ามันไว้กลางอากาศทันทีพลางส่งสัญญาณชี้นิ้วลงพื้นเป็นสัญญาณให้เทสหยุดโจมตี

     

    ผมย่อตัวรับแรงกระแทกจากทักษะผลักของเจ้าหมาป่าจนร่างไถลถอยออกมาเล็กน้อยและทันทีที่แรงส่งนั้นหมดลง ผมก็ขว้างหอกสวนกลับไปพร้อมพุ่งทะยานเข้าซ้ำทันที

     

    หมาป่าเบี่ยงตัวหลบหอกแล้วงับเข้าใส่ตัวผม

     

    ผมเอี้ยวหัวหลบคมเขี้ยวในเสี้ยววินาทีสุดท้ายแรงปะทะจากหัวไหล่ของมันทำเอาผมเกือบทรุดทว่าหอกที่เทสใช้พลังจิตบังคับให้ม้วนตัวกลางอากาศกลับพุ่งสวนผ่านจุดที่เคยเป็นศีรษะผมปักเข้ากลางปากของมันอย่างแม่นยำ!

     

    สัตว์ร้ายคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดผมรีบคว้าขนคอมันไว้แน่นจนร่างลอยคว้าง

     

    ผมอาศัยจังหวะที่มานาของเจ้าหมาป่าสะดุดจากการบาดเจ็บรัวแทงนิ้วที่เคลือบ การสั่นพ้อง เข้าที่ลำคอของมันถึงสองครั้งก่อนจะถูกแรงผลักมหาศาลซัดกระเด็นออกมา

     

    "ดาบ!"

     

    เสียงเทสตะโกนก้องพร้อมกับใช้พลังจิตส่งดาบพุ่งกลับเข้ามือผมได้อย่างไร้ที่ติ

     

    เจ้าหมาป่าที่ขนสีขาวอาบไปด้วยเลือดแดงฉานยังคงเยือกเย็นมันระเบิดพลังผลักดันรอบตัวจนหยดเลือดสาดกระจายเพื่อกันระยะห่าง

     

    แต่วินาทีที่ทักษะหยุดลงมันกลับต้องชะงักเมื่อเจอห่ากระสุนเศษหิน และเศษไม้ที่เทสซัดเข้าใส่เป็นพายุแม้มันจะสะท้อนทิ้งได้หมด แต่ก็เปิดช่องให้หอกอีกเล่มพุ่งปักจมลึกเข้าไปแผงคอของมัน

     

    ท่ามกลางความชุลมุนหินยักษ์ที่เทสควบคุมด้วย พลังจิตควบคุมวัตถุลอยเด่นขึ้นและพุ่งเข้าใส่สัตว์ร้ายทันที

     

    เจ้าหมาป่าเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดายแต่นั่นคือจังหวะที่ผมรออยู่ ผมพุ่งเข้าประชิดในเสี้ยววินาทีนั้นตวัดดาบที่เสริมทักษะ การสั่นพ้อง ฟันเข้าที่ขาหน้าของมันเต็มแรง!

     

    สัตว์ร้ายคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดพร้อมระเบิดทักษะ จนผมเสียหลักกระเด็นออกมา ทว่าทันทีที่คลื่นพลังนั้นสิ้นสุดลงหินยักษ์ก้อนเดิมที่มันเพิ่งหลบไปกลับลอยตระหง่านอยู่เหนือศีรษะของมันแล้ว

     

    เทสที่ตอนนี้เลือดกำเดาไหลบ่าเต็มคางจากการฝืนใช้พลังทุ่มมือลงสุดแรง!

     

    หินยักษ์ร่วงหล่นลงมาในพริบตาเร็วเกินกว่าที่เจ้าหมาป่าจะใช้ทักษะตอบโต้ได้ทัน และด้วยแผลที่ขาทำให้มันทำได้เพียงเบี่ยงตัวหลบไม่ให้ทับอวัยวะสำคัญ

     

    เสียงหินกระทบพื้นดังสนั่นพร้อมฝุ่นควันตลบอบอวล

     

    เจ้าหมาป่ากรีดร้องโหยหวนขาหลังและบั้นเอวของมันถูกหินยักษ์ทับจนขยับไม่ได้แต่มันยังคงดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอด

     

    ผมไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยรีบกำดาบพุ่งเข้าหาขณะที่ใบดาบสั่นสะเทือนด้วยทักษะ การสั่นพ้องจนเกิดเสียงครางหึงๆ ในอากาศ

     

    “จบซักที”

     

    ผมเค้นเสียงบอกก่อนจะฟันเข้าที่ลำคอของมันสัตว์ร้ายพยายามใช้ทักษะผลักดันเฮือกสุดท้ายแต่พลังนั้นอ่อนแรงลงมากจนทำได้เพียงแค่ดันให้ผมถอยหลังไปเล็กน้อย

     

    ผมกัดฟันต้านแรงนั้นแล้วฟันซ้ำลงไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งเสียงคำรามเงียบหายไป...

     

    [คุณสังหาร หมาป่าสีชาด - เลเวล 12 สำเร็จ]

     

    [เลเวล 10 > เลเวล11]

     

    ผมถอนหายใจยาวพลางค่อยๆถอนตัวออกจากสภาวะสมาธิ ส่วนเทสนั่งหอบเหนื่อยพลางเช็ดเลือดกำเดาที่เปรอะเปื้อนตามตัว

     

    ผมรีบจัดสรรแต้มสถานะที่ได้รับมาโดยลงไปที่ ความทนทาน 2 แต้ม และ มานา อีก 1 แต้มทันที

     

    หลังจากพักจนหายเหนื่อยพวกเราก็เดินเข้าไปสำรวจซากหมาป่าสีชาดอย่างระมัดระวัง

     

    "ทักษะของมันดูคล้ายกับของคิมเลยนะ"

     

    เทสเริ่มบทสนทนา

     

    "ไม่เหมือนของเธอเหรอ?"

     

    ผมถามกลับ

     

    เธอส่ายหน้า

     

    "ความรู้สึกมันต่างกันค่ะหมาป่าตัวนี้แข็งแกร่งกว่าฉันมากแต่มันกลับใช้พลังทำได้แค่ผลักเพียงอย่างเดียว"

     

    ผมพยักหน้าพลางครุ่นคิดทักษะหลายอย่างอาจแสดงผลคล้ายกัน แต่ผมรู้ดีว่าเมื่อพัฒนาต่อไปมันย่อมมีการแบ่งระดับชั้น บางทักษะอาจอยู่ระดับธรรมดาในขณะที่บางทักษะอาจจัดอยู่ในระดับหายากอะไรทำนองนั้น

     

    "ฉันว่าพวกมอนสเตอร์ที่มีชื่อเฉพาะอย่างหมีเถ้าถ่าน หรือ หมาป่าสีชาด เนี่ยอันตรายกว่ามอนสเตอร์เลเวลสูงทั่วไปเยอะเลยนะคะ"

     

    ผมเห็นด้วยกับเธออย่างยิ่งต่อไปเราต้องระวังตัวให้มากขึ้น แม้ศัตรูจะมีเลเวลน้อยกว่าก็ตาม

     

    "เลเวลอัปหรือเปล่า?"

     

    ผมถามเทสระหว่างที่เราเริ่มออกเดินกลับค่ายพัก

     

    คำตอบที่ได้รับคือการพยักหน้าสั้นๆแทนคำพูดของเธอ

     

    ตอนนี้ผมเริ่มนึกสงสัยขึ้นมาไม่ใช่แค่เรื่องที่ว่าเธอจะเลือกอะไร แต่รวมไปถึงข้อมูลของ ลักษณะเฉพาะ ด้วยเพราะลำพังแค่คำอธิบายของมันก็อาจเป็นคำใบ้สำคัญที่บอกเราได้ว่าเราจะพลิกแพลงการใช้มานาได้อย่างไรบ้าง

     

    พวกเราเร่งฝีเท้ากลับค่ายที่พักด้วยความกระหายใคร่รู้หลังจากจัดการดื่มน้ำและกินอาหารจนเสร็จเรียบร้อยเราก็ปลีกตัวไปยังมุมหนึ่งของถ้ำเพื่อให้เทสเริ่มเล่าถึงลักษณะเฉพาะของเธอให้ผมฟัง

     

    แต่ที่ต่างจากผมก็คือเธอมีตัวเลือกปรากฏขึ้นมาเพียงเจ็ดอย่างเท่านั้น

     

    เริ่มที่ กล้ามเนื้อประสานมานา ซึ่งจะเติมเต็มมวลกล้ามเนื้อด้วยมานาเพื่อยกระดับพละกำลังและความทนทานให้เหนือขีดจำกัดมนุษย์

     

    การฟื้นฟูเร่งด่วนที่ใช้มานาเร่งกระบวนการรักษาตามธรรมชาติช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากบาดแผลและความเหนื่อยล้าได้อย่างรวดเร็วแม้ต้องกรำศึกหนักอย่างต่อเนื่อง

     

    การตอบสนองผสานตาทิพย์จะหลอมรวมการมองเห็นระยะไกลเข้ากับปฏิกิริยาตอบโต้ทำให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงรอบตัวได้อย่างฉับไวและแม่นยำเป็นพิเศษ

     

    เกราะคุ้มกันพลังจิตที่สร้างออร่าปกป้องจิตใจจากการรุกล้ำและเอฟเฟกต์ผิดปกติในระดับวิญญาณเสริมความแข็งแกร่งให้จิตใจมั่นคง

     

    การดูดซับพลังงานจลน์ที่เปลี่ยนร่างกายให้เป็นที่กักเก็บแรงปะทะเพื่อลดความเสียหายก่อนจะปลดปล่อยพลังนั้นออกมาเป็นแรงระเบิดเพื่อเสริมการโจมตีหรือการเคลื่อนไหวของตนเอง

     

    ความคล่องตัวเสริมมานาที่เน้นการเคลื่อนไหวที่พลิ้วไหวเหนือชั้นช่วยให้การหลบหลีกและการแสดงทักษะกายกรรมในการต่อสู้เป็นเรื่องง่ายดาย

     

    จุดรวมพลังจิตที่จะช่วยยกระดับสมาธิและการควบคุมพลังจิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุดทำให้การเคลื่อนย้ายวัตถุมีความแม่นยำและประหยัดมานาได้มากกว่าเดิม

     

    สุดท้ายแล้วเทสก็ตัดสินใจเลือกจุดรวมพลังจิตผมจึงปล่อยให้เธออยู่ตามลำพังเพื่อให้เธอได้ใช้สมาธิก้าวผ่านความเจ็บปวดจากการหลอมรวมลักษณะเฉพาะใหม่นี้ด้วยตัวเอง

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน