“ตอนที่ต้องไปบวชต้องเคยถามหลวงตากันต์ด้วยครับป้า ว่าสิ่งที่ต้องฝันเห็นมาตลอดชีวิตคืออะไรหลายคนที่อยู่ในความฝันเป็ใครกันแน่ ต้องคิดว่าหลวงตาต้องรู้แน่ ๆ แต่หลวงตาไม่ยอมบอกต้อง” ต้องกล้าเล่าให้ณัฐกานต์ฟัง
“หลวงตาบอกต้องแค่เพียงว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมต้องจะรู้ด้วยตนเอง”
พลันห้วงนึกคิดหนึ่งได้แวบเข้ามาในสมองของชายหนุ่มโดยฉับพลันต้องกล้านึกย้อนไปใน่เวลาที่เขาบวชอยู่กับพระอาจารย์กันต์เมื่อไม่นานมานี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขายังสงสัย แต่ไม่สามารถหาคำตอบได้จนกระทั่งถึงบัดนี้หนึ่งในนั้นคือเื่นี้...
“ต้อง ! พ่อกับแม่มีเื่ขอร้องต้องสักเื่ ต้องพอจะทำให้พ่อกับแม่ได้มั้ยลูก”
ชนัยผู้เป็บิดาพูดก่อนที่ต้องกล้าจะเริ่มเข้าพิธีลาสิกขาบทและเทศน์สอนนาค เพื่อเตรียมปลงผมนาคต่อไป
“ได้ครับพ่อ ได้ครับแม่”ต้องกล้างุนงงในคำร้องขอของบิดาและมารดาเป็อย่างมาก ั้แ่เขาเกิดมาบิดามารดาของเขาไม่เคยขอร้องให้เขาต้องทำสิ่งใดอย่างนี้เลย ถ้าไม่นับรวมเื่ที่มารดาขอให้เขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองไทย
กานตา ยื่นกระดาษที่จดชื่อ-สกุลบุคคลผู้หนึ่งให้ต้องกล้า
“นายตฤณ ตั้งดำรงธนเสถียร และบิดามารดา”ต้องกล้าอ่านกระดาษที่ได้รับมาจากมารดาด้วยสีหน้าที่ยังคงงุนงงไม่สร่าง
“แม่กับพ่ออยากให้ต้องอุทิศส่วนกุศลที่ต้องได้ปฏิบัติธรรมจากการบวชพระครั้งนี้ให้กับคุณตฤณตั้งดำรงธนเสถียร และบิดามารดาของเขาด้วยนะจ๊ะเขาเป็เพื่อนรักของพ่อกับแม่สมัยที่พ่อกับแม่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย แต่...”
กานตาชะงักพูดไม่ออกน้ำตารื้นอยู่ในแววตาอันอ่อนโยนคู่นั้น
“คุณตฤณและคุณพ่อคุณแม่ของเขาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุและไม่มีญาติใกล้ชิดที่จะบวชให้เขา การบวชเป็บุญกุศลที่ยิ่งใหญ่มากหากลูกตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมให้อยู่ในพระวินัยอย่างเคร่งครัดและอุทิศผลบุญให้แก่พวกเขา พวกเขาอาจพ้นจากความทุกข์และได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี ลูกทำเพื่อพ่อเพื่อแม่ได้มั้ยคิดว่าสงสารพวกเขาเถอะนะ พวกเขาเปรียบเสมือนญาติของลูกคนหนึ่งด้วย”
ชนัยเล่าเหตุผลในการร้องขอแทนกานตาซึ่งยืนสะอื้นไห้ตัวสั่นเทาไม่หยุดอยู่ข้าง ๆ บุตรชาย
“ได้ครับ พ่อกับแม่ไม่ต้องกังวลนะครับ ต้องจะอุทิศส่วนกุศลให้กับพวกเขาทุก ๆวันครับ” ต้องกล้ารับคำบิดามารดาอย่างรวดเร็วเพื่อหวังให้กานตาคลายความเศร้าออกจากใจของเธอ
แต่ในใจของชายหนุ่มยังคงสงสัยอยู่ว่า เขาต้องอุทิศบุญกุศลนี้ให้กับนายตฤณตั้งดำรงธนเสถียร ซึ่งเป็ใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่ญาติโดยตรงของเขาด้วยหรือ ? แล้วลูกหลาน หรือญาติ ๆ ของบุคคลผู้นี้ไม่มีเลยหรือ? พ่อกับแม่รักเพื่อนคนนี้มากขนาดนี้เลยหรือ ? ทำไมแม่ต้องร้องไห้มากขนาดนั้น ? ในหัวของต้องกล้าเต็มไปด้วยคำถามมากมาย...
“ไม่ต้องสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้นหรอกหนอโยมต้อง”พระอาจารย์กันต์ล่วงรู้ถึงความคิดข้างในจิตของต้องกล้า
“โยมต้องลองคิดทบทวนดูสิว่า หากพ่อแม่ของโยม หรือญาติของโยมหรือคนที่โยมรัก เสียชีวิตกะทันหันแบบไม่ปกติ ดวงิญญานั้นจะทุกข์ทรมานขนาดไหนจงสงสารพวกเขาเ่าั้ด้วยหัวใจและจงช่วยให้พวกเขาพ้นทุกข์ด้วยการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลจากหัวใจที่เกิดจากความเมตตากรุณาอย่างแท้จริงเถิดโยม”
ต้องกล้าเริ่มเข้าใจอย่างแท้จริงในสิ่งที่พระอาจารย์กันต์สอนและเริ่มอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่กลั่นออกมาด้วยความเมตตากรุณาจากหัวใจอย่างแท้จริงปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขและพ้นจากทุกข์ ด้วยความสงสารดวงิญญาเ่าั้
ในทุก ๆ วันระหว่างที่เขาบวชจวบจนถึงปัจจุบันถึงแม้ว่าเขาจะลาสิกขาจากการบวชเป็พระภิกษุสงฆ์แล้วก็ตามแต่เขาก็ยังคงปฏิบัติอยู่เช่นเดิม
‘คุณตฤณ ตั้งดำรงธนเสถียร บุคคลผู้นั้นเป็ใครกันแน่? จะเกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ในความฝันของเขาตลอดมาหรือเปล่าหนอ?’
ชายหนุ่มได้แต่คิดในใจหันหน้าไปมองณัฐกานต์ด้วยความหวังว่าจะได้รับคำตอบที่เขาสงสัยมานานตลอดชีวิตจากเธอ
“หรือคุณตฤณและพ่อแม่ของเขาคือร่าง 3 ร่างนั้นที่มาโอบกอดผมในความฝันครับป้าณัฐ”
ต้องกล้ากระซิบถามณัฐกานต์เสียงแ่เบามาก ด้วยความไม่แน่ใจในสิ่งที่ตนเองคิดผู้เป็ป้าแทบจะไม่ได้ยินจนต้องเอียงคอตะแคงหูฟัง
ชายหนุ่มกลัวว่าบัวบูชาจะได้ยินเธออาจหัวเราะเยาะเขาได้ ที่เขาผูกโยงเื่ราวจินตนาการได้มากขนาดนี้แต่เขาไม่ได้คิดเพ้อฝันจินตนาการเองเลยแม้แต่น้อย อยู่ดี ๆ ความคิดนี้ก็แวบขึ้นมาเองต่างหากเล่า
การบวชของต้องกล้า และการที่ชายหนุ่มอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับดวงิญญาที่ชื่อตฤณและบิดามารดาของเขาทำให้ดวงิญญาของบุคคลทั้งสาม ได้รับพลังบุญจากต้องกล้าเพิ่มมากขึ้นและเริ่มมีพลังสามารถปรากฏร่างให้เห็นชัดเจนขึ้นจากพลังบุญที่ต้องกล้าส่งให้
...แต่ณัฐกานต์ไม่อาจเอ่ยปากบอกต้องกล้าได้ในเวลานี้เพราะที่โต๊ะอาหารตอนนี้มีบัวบูชาแอบนั่งฟังเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่ด้วยอย่างเงียบ ๆ
เื่นี้เป็ความลับที่ไม่อาจบอกใครได้หากยังไม่ถึงเวลาที่สมควร แม้กระทั่งลูกสาวสุดที่รักของตนเองก็ตาม
“สัปดาห์หน้าพ่อกับแม่ของต้องจะมาเมืองไทยแล้วนี่นารอถามพวกเขาเองเลยดีกว่านะหลานรัก”
ณัฐกานต์เลี่ยงที่จะตอบต้องกล้าตรง ๆเื่สำคัญอย่างนี้ควรให้ต้องกล้ารู้จากปากของบิดามารดาของเขาเองจะดีที่สุดเพราะเป็ตัวต้นเื่ ดีกว่ารู้จากปากของเธอ
เมื่อต้องกล้าได้ฟังคำตอบของณัฐกานต์แล้วเขาพอจะคาดเดาได้ว่า สิ่งที่เขาคิดไว้ไม่น่าจะผิดพลาด...
‘ร่าง 3 ร่างที่โอบกอดเขาในความฝัน...คือคุณตฤณ ตั้งดำรงธนเสถียร และบิดามารดาผู้ล่วงลับเป็แน่แท้’
‘แต่...ทำไมทั้ง 3 ร่างนั้นถึงโอบกอดเขาด้วยความรักมากมายขนาดนั้น ตัวเขาเองไม่ใช่ญาติแท้ ๆ เสียหน่อยต้องมีเงื่อนงำความลับสำคัญอะไรซ่อนอยู่อย่างแน่นอน’
‘แล้วความลับนั้นคืออะไรกันแน่ ? คุณตฤณเป็ใครกันแน่ ?’ ต้องกล้าขบคิดไม่หยุด...
“สองคนนี้กระซิบกระซาบอะไรกันพี่ต้องแอบนินทาอะไรบัวรึเปล่าจ๊ะแม่ ?”
บัวบูชาสงสัยในพฤติกรรมของต้องกล้าที่ทำท่าลับ ๆล่อ ๆ แอบกระซิบกระซาบกับมารดาของตน
เธอพยายามตะแคงหูแอบฟังสองป้าหลานคุยกันแล้วแต่ด้วยเสียงคุยที่แทบจะเบามาก ทำให้เธอไม่สามารถปะติดปะต่อเื่ราวใด ๆ ที่สองป้าหลานคุยกันได้เลย
บัวบูชาไม่กล้าถามมารดาของตนซ้ำอีกในเื่นี้เพราะเธอรู้ดีว่า ด้วยนิสัยของมารดา หากมารดาไม่ตอบหรือไม่เล่าให้เธอฟังหมายความว่าเื่นั้นอาจเป็เื่สำคัญและเป็ความลับ เธอไม่ควรถามเซ้าซี้อีกเพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว มารดาของเธอจะเป็ผู้เล่าเื่นั้นให้เธอฟังเองโดยที่เธอไม่ต้องถาม
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า จ้างให้ก็ไม่บอก ปล่อยให้อยากแล้วจากไป” ต้องกล้าแลบลิ้นทำหน้ายียวนกวนประสาทใส่ญาติผู้น้องให้หัวปั่นเล่น ๆ
ชายหนุ่มไม่คิดอยากจะปิดบังบัวบูชาในเื่ที่เขากำลังคุยกับณัฐกานต์
หากแต่ว่า...จากคำพูดของณัฐกานต์เื่นี้คงเป็ความลับที่สำคัญมาก และเกี่ยวข้องกับบิดามารดาของเขาโดยตรงถ้ายังไม่ได้รับคำตอบที่กระจ่างชัดและยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยเื่ราวที่เป็ความลับนั้นจากบุพการีทั้งสองต้องกล้าจะไม่เอ่ยเล่าเื่นั้นให้ใครฟังเด็ดขาด
เขาจำได้แม่นยำตอนที่บวชในครั้งนั้นว่าบิดาและมารดาของเขาได้ขอร้องเขาไม่ให้เปิดเผยชื่อ-สกุลและเื่ราวของคุณตฤณต่อผู้ใดทั้งสิ้นแม้แต่เจตรินกับภูผาซึ่งเป็เพื่อนสนิทที่สุดของเขาก็ตาม
เท่าที่ต้องกล้ารู้...มีบุคคลเพียง 4 คนเท่านั้นที่รู้เื่ราวของบุคคลผู้ล่วงลับที่ชื่อตฤณ ตั้งดำรงธนเสถียรเป็อย่างดี นั่นก็คือ บิดามารดาของเขา พระอาจารย์กันต์และณัฐกานต์ซึ่งเป็หนึ่งในผู้กุมความลับของเื่ราวอันเร้นลับและยากจะหาคำตอบนี้
“อีตาพี่บ้า คอยดูนะอย่าให้เค้าถือแต้มต่อก็แล้วกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
บัวบูชาค้อนขวับ ทำตากะหลับกะเหลือกใส่ญาติผู้พี่แล้วนึกขำขันอยู่ในใจหากแฟนคลับทั้งหลายมารู้เห็นนิสัยที่แท้จริงที่สุดแสนจะทะลึ่งตึงตังยียวนกวนส้นเท้าของชายหนุ่มผู้นี้เหล่าแฟนคลับทั้งหลายยังจะตามกรี๊ดกันอีกมั้ย ?
ณัฐกานต์หัวเราะเสียงดังั้แ่มีต้องกล้าตัวป่วนเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ บ้านนี้มีสีสันเสียงหัวเราะแทบทุกวัน
ถ้าต้องกล้ารู้ความจริงบางอย่าง...และถึงเวลาที่เขาต้องเริ่มทำภารกิจที่สำคัญในชีวิตของตัวเองแล้ว ความสดใส ขี้เล่นร่าเริง แบบนี้ของเขาจะหายไปไหมหนอ ? ณัฐกานต์อดประหวั่นพรั่นพรึงในใจไม่ได้