เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 79 ความโกรธของจางเฉิน

        จางเฉินโกรธจริงๆในเวลานี้ เขาเรียกราฟาเอลและหงเอ๋อออกจากมิติทันที


        บูมมม


        หงเอ๋อกระพรือปีกส่งพลังสายลมเป็นก้อนโจมตีไปที่กลุ่มคนพวกนี้ทันทีราฟาเอลสะบัดมือร่ายเวทย์น้ำแข็ง มีอักษรน้ำแข็งตัวโต ก่อเป็นอาเรย์เวทมนตร์ทรงกลมส่งออกด้วยแท่งน้ำแข็งจำนวนมากจากวงเวทย์พุ่งเข้าโจมตีกลุ่มนักล่า


        บูม!


       จางเฉินเก็บหม้อเก้าวิญญาณแล้วเปลี่ยนเป็นดาบ พุ่งเข้าโจมตีด้วยเช่นกัน


        เลือดไหลนองพื้นกลุ่มนักล่ากว่ายี่สิบคน ครึ่งหนึ่งตาย อีกครึ่งหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสการโจมตีเป็นไปอย่างรวดเร็ว หลี่ไท่จั๋วตกตะลึงตอนนี้ลูกน้องของมันหมดสภาพแล้วเหลือแต่มันคนเดียว


       ราฟาเอลกระโดดขึ้นสับกระบองไปที่หัวของหลี่ไท่จั๋วทำให้มันหลบอย่างทุลักทุเล


       จางเฉินใช้ท่าเท้าท่องเมฆาลอบเข้าด้านหลังแล้วแทงไปที่หัวใจของหลี่ไท่จั๋วสิ้นใจตายทันที


        “เอาละ พวกเจ้ามาฆ่าพวกมัน”จางเฉินเรียกสหายของเขา แล้วชี้ไปที่นักล่าราวๆสิบคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ยังไม่ถึงตาย สหายของเขายังไม่เคยฆ่าคนมาก่อนจางเฉินต้องการให้พวกเข้าคุ้นเคยกับมัน 


        “นี่มันเหลือเชื่อข้าไม่เคยเห็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน” อ้วนต้าไห่เดินเข้าหาจางเฉินพร้อมกับอุทาน


        “เอาละ ฆ่าหรือถูกฆ่าพวกเจ้าจะต้องเรียนรู้กฎของป่าในวันนี้ รีบหยิบอาวุธขึ้นมา ฆ่าพวกมันทุกคนก่อนหน้านี้พวกมันต้องการฆ่าพวกเจ้า พวกเจ้าต้องไม่ไว้ชีวิตมัน”จางเฉินไม่สนใจจางต้าไห่ เร่งสหายของเขาให้ฆ่านักล่าทั้งหมด


        “อย่าฆ่าฉัน ถ้าต้องการอะไรเงินหรือแกนวิญญาณสัตว์อสูร สมุนไพรข้าให้ทุกอย่างกับเจ้า”นักล่าคนหนึ่งคุกเข้าแล้วร้องขอชีวิตอย่างสิ้นหวังเขารู้สึกถึงเจตนาฆ่าของจางเฉินที่ดูเหมือนผ่านการฆ่าคนมามากมาย


        จางเฉินสะบัดดาบฟันคอชายผู้ร้องขอชิวิตทันที


        “จางเฉิน ข้าไม่กล้า”ชิงเอ๋อ จับกระบี่ตัวสั่น อยู่ไม่ไกลจากจางเฉิน


       จางเฉินเดินเข้าไปโอบหลังชิงเอ๋อ คอพาดที่ไหล่ของชิงเอ๋อเรียกได้ว่าหายใจรดต้นคอเลยทีเดียว แล้วจับมือที่ถือดาบอยู่ฟันไปที่นักล่าอีกคนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว ตายทันที เหล่าสหายที่เหลือเมื่อเห็นภาพนี้แล้วก็หวาดกลัวอย่างมากแต่จางเฉินแผ่พลังกดดันอย่างจริงจัง ก็เลยกัดฟันพากันลงมือฆ่าคนทั้งหมด


        “ก่อนหน้านี้ถ้าข้าไม่มาพวกเจ้าจะต้องตายแบบที่พวกมันเป็น พวกเจ้าไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ หรือการฆ่ากระบวนท่าต่างๆ จึงยังขาดอยู่มากที่จริงน่าจะพอสู้กับพวกนี้ได้บ้างแต่นี้ดูจากสภาพเมื่อข้ามา พวกเจ้าแทบสู้ไม่ได้เลย”


        จางเฉินพูดไปก็เดินตรวจสอบศพต่างๆห้กับทุกคนจะต้องพับไว้ก่อนทบกระเทือนจิตใจจากการฆ่าครั้งแรกต้องพักผ่อนเพื่อปรับตัวก่อน เป้าพบเพียงแหวนมิติสองวงเท่านั้นด้านในมีหินวิญญาณ สมุนไพร แกนอสูร จำนวนมาก แหวนของหลี่ไท่จั๋วมีแผนที่อยู่ด้วยจางเฉินเอาแผนที่ออกมาดู พบว่าเป็นแผนที่ที่ละเอียดมาก บอกถึงจุดพบสัตว์อสูรจุดควรระวัง แม่น้ำ ภูเขา ลำธาร ต่างอธิบายรายละเอียดไว้อย่างดี


       “มีเมืองอยู่ใกล้ๆเราไปพักกันก่อน” จางเฉินพาทุกคนขึ้นหลังหงเอ๋อ แล้วเดินทางช้าๆไปที่เมืองกังซางซึ่งปรากฏในแผนที่และอยู่ไม่ไกลมาก หสายของเขาได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจจากการฆ่าครั้งแรกต้องพักผ่อนเพื่อปรับตัวก่อนเป้าหมายแต่เดิมนั้นมาเพื่อหาสัตว์อสูรบินให้กับทุกคนจะต้องพับไว้ก่อน


       บนท้องฟ้าจางเฉินกางแผนที่เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมด้วยการบินของสัตว์อสูรระดับสูงอย่างหงเอ๋อนั้นไม่ต้องกังวลเกี่ยวการโจมตีของสัตว์อสูรอื่นๆมากนักแต่ก็ต้องระวังสัตว์อสูรระดับสูงประเภทบินได้ที่อยู่กันเป็นฝูงจางเฉินตรวจสอบตำรา ที่แนบมากับแผนที่พบว่าเมืองกังซางนั้นเป็นเมืองที่อยู่จุดที่เป็นรอยต่อของทั้งสี่อาณาจักรมีผู้คนจำนวนมากจากทั้งสี่อาณาจักรเข้าออก เป็นจุดศูนย์กลางทางการค้าเลยก็ว่าได้แต่ไม่ได้อยู่ในความควบคุมของมหาอำนาจทั้งสี่ มีอาชญากรที่ต้องการของอาณาจักรต่างๆซ่อนตัวอยู่ในเมือง สิ่งที่เรียกว่าซ่อนอยู่นี่น่ากลัวเป็นอย่างมาก แต่จุดประสงค์นั้นเพียงเพื่อพักผ่อนชั่วคราวคงไม่เกิดเหตุการณ์อะไร


       ก่อนถึงเมืองกังซางจางเฉินลงจอดแล้วพาทุกคนเดินเข้าเมือง


        “ข้าคิดว่าจะต้องซื้อผ้าบังหน้าสำหรับชิวเอ๋อและชิงเอ๋อ ข้าไม่ชอบเลยเวลามีใครมองพวกนาง”ระหว่างเดินทางนั้นมีคนเดินออกจากเมือง เดินทางเข้าเมืองอยู่บ้างต่างก็มองมาที่กลุ่มของจางเฉินอย่างสนใจ


        “นี่ก็สามสี่วันแล้วที่เราเดินทางกันในป่าไม่คิดเลยว่าจะเดินทางมาเจอเมือง” จางต้าไห่มองกำแพงเมืองสูงใหญ่ด้วยความยินดีเพราะมันไม่ได้กินอาหารดีๆและหลับเต็มอิ่มมาหลายวัน


        “เพราะฆ่าพวกนักล่าหรอกเลยได้แผนที่มา ครั้งต่อไปเจอใครหาเรื่องฆ่าเลยแล้วก็ปล้นมีของดีเยอะแยะดีกว่าทำการค้าแบบตระกูลจางอีก ฮา ฮา”


       การแนะนำของจางเฉินนี้อาจทำให้อนาคตสหายของพวกเขาเปลี่ยนกันเป็นกลุ่มโจรกันหมดเรื่องนี้เขาย่อมไม่รู้ตัว อนาคตย่อมมีความไม่แน่นอนวันข้างหน้าจางเฉินอาจโดนปล้นโดยสหายของเขาเองโดยไม่รู้ตัวก็ได้


        ทุกคนเดินผ่านจุดตรวจจ่ายค่าลงทะเบียน100 หินวิญญาณระดับต่ำเรียกได้ว่าปล้นกลางวันเลยทีเดียวถ้าเป็นคนอื่นแต่สำหรับจางเฉินถือว่าน้อยมาก ภายในเมืองคึกคักมากมีร้านค้าจำหน่ายสินค้ามากมายหลากหลายชนิด จางเฉินตั้งใจจะมาเดินดูหลังจากที่ทุกคนพักผ่อนแล้วเพราะเมืองนี้อยู่ใกล้เทือกเขาหัวซานมาก และมีนักล่าอยู่กันเป็นจำนวนมาก


        ทั้งหกคนตรงไปที่โรงแรมทันทีหลังจากจ่ายค่าที่พักแล้ว ก็นั่งกินข้าวกันระหว่างที่พนักงานดูแลร้านกำลังจัดการวางอาหารบนโต๊ะ จางเฉินจึงได้สอบถามเกี่ยวกับเมือง


        “ช่วงนี้มีเหตุการณ์พิเศษอะไรในเมืองหรือไม่พวกข้าเป็นนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาถึง เจ้ามีอะไรแนะนำพวกข้าหรือไม่”

    พูดเสร็จจางเฉินก็นำหินวิญญาณยี่สิบก้อนมาวางบนโต๊ะพนักงานมองตาเป็นมันรีบเก็บเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็ว


        “เหตุการณ์ที่สำคัญก็น่าจะเป็นในอีกราวๆเจ็ดวันข้างหน้า ดินแดนลับจะเปิดขึ้นซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองกังซางเวลาที่มีการเปิดครั้งหนึ่งจะสามารถเข้าได้เพียงสามพันคนอีกสองสามวันผู้คนจากทั้งสี่ประเภทที่จะเข้าร่วมดินแดนลับน่าจะเดินทางมาถึงดินแดนลับนั้นจำกัดไว้เพียงไม่เกินระดับนักรบปราณพวกท่านนั้นยังไม่ถึงนักรบปราณน่าจะสามารถเข้าร่วมได้ สำหรับสิทธิการเข้าร่วมนั้นจะแจกจ่ายไปกับอำนาจต่างๆในแต่ละอาณาจักร และมีการแข่งขันเพื่อรับสิทธิตามอาณาจักรต่างๆ ที่เมืองนี้ก็มีการแข่งขันอยู่เผื่อว่าท่านจะสนใจจะจัดในอีกสองวันข้างหน้า”


        “ดินแดนลับ?”ชิวเอ๋ออุทานขึ้นมา


       “ดินแดนลับคือ ดินแดนร่วงหล่นหรือสุสานจักรพรรดิ มีหลายชื่อเรียกแต่หมายถึงว่ามีโอกาสได้รับมรดกมากมายเมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว คนที่รอดชีวิตกลับมาต่างพัฒนาการเพาะปลูกกันอย่างรวดเร็วบางคนเข้าไปเป็นเพียงหลอมรวมลมปราณระดับหนึ่ง กลับออกมาถึงระดับเก้าเลยทีเดียวไม่กี่วันก็เป็นนักรบปราณ” พนักงานร้านตอบอย่างฉะฉาน


        จางเฉินไม่คิดว่าจริง กว่าร้อยปีคงจะมีการใส่ไข่เติมเรื่องเรื่องราวไปเป็นจำนวนมากแต่สหายของเขานั้นทำตาโต ต้องการเข้าร่วมเป็นที่สุด


        “จริงๆข้าขอสิทธิ์ไว้เรียบร้อยแล้วสำหรับพวกเราทุกคน เป็นของสมาคมปรุงยาป้ายรายงานตัวอยุ่กับข้าเป็นป้ายหยกที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อยืนยันตัวตนก่อนจะสามารถเดินทางเข้าดินแดนลับได้”


        “อ่าวจริงเหรอ”จางต้าไห่อุทานด้วยความตกใจ


        “มีเรื่องอื่นๆ อีกหรือไม่”จางเฉินมองหน้าพนักงานแล้วสอบถามอีกครั้ง เพราะข่าวแรกไม่สำคัญกับเขาเท่าไหร่เขารู้แล้ว


       “พรุ่งนี้จะมีการประมูลในห้องประมูลของสมาคมการค้าทงเทียน ข้าได้ยินมาว่าจะมีอาวุธวิญญาณเข้าประมูลด้วยแต่ข้อจำกัดคือจะรับเฉพาะหินวิญญาณระดับกลางเท่านั้น”


       “ทำไมไม่รับหินวิญญาณระดับต่ำ?”จางเฉินสงสัยเพราะว่าหินวิญญาณระดับต่ำ 1000 ก้อนนั้นเท่ากับหินวิญญาณระดับกลาง 1ก้อน แล้วหินวิญญาณระดับกลางนั้นมีค่อนข้างน้อยที่หมุนเวียนในอาณาจักรไม่สามารถแลกหินวิญญาณระดับต่ำเพื่อเป็นระดับกลางได้เพราะไม่มีที่แลกเปลียนจะต้องทำการค้าเท่านั้น


       “ข้าไม่ทราบเรื่องนี้มากนักนอกจากนี้ยังมีสมุนไพรหายาก แล้วก็ตำราวิชาโบราณต่างๆ ท่านอาจจะได้พบเจอสิ่งที่ท่านไม่เคยเห็นมาก่อนจำนวนมากสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างท่านมันเหมาะสำหรับการเปิดหูเปิดตาเป็นอย่างยิ่ง”


       “มีเรื่องอื่นอีกหรือไม่”


       “เอ่อ ไม่น่าจะมีแล้ว อืม...อ่ำ...ที่นี่ไม่มีสมาคมปรุงยาและสมาคมหลอมกลั่น ทุกอย่างอยู่ในการดูแลของหอการค้าทงเทียนนี่เป็นสิ่งสำคัญที่ท่านต้องรู้เกี่ยวกับเมืองนี้ไม่เช่นนั้นท่านจะไม่อาจอยู่เมืองนี้ได้”


       “โอ้ ขอบคุณเจ้ามาก”พูดเสร็จทุกคนก็พากันกินข้าวแล้วก็เข้าห้องพักผ่อน