เทพแห่งความตาย

    ตอนที่45 ข้าคือท่านพ่อของพวกเจ้า


    "แล้วลุงคนนี้เป็นใครกันแน่?"


    ลูซิเฟอร์ถามขึ้นมาด้วยความสงสัยส่วนเวโรนิก้าก็กำลังยืนอยู่ข้างๆลูซิเฟอร์ด้วยความอยากรู้เช่นเดียวกันคำถามที่ลูซิเฟอร์ถามนั้นทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนที่เหลือต่างก็ตกใจอยู่ไม่น้อย




    "นี่ท่านยังไงไม่ได้บอกเขาว่าท่านคือใครงั้นรึ?!"


    เลวีนหันไปถามเอลิออสทันที



    ส่วนเซบัสนั้นก็รับรู้ถึงความลำบากใจของเอลิออสจึงรีบเปลี่ยนเรื่องตัดจบบทสนทนาทันที



    "ท่านลูซิเฟอร์ ท่านเวโรนิก้า"


    "พวกท่านคงไม่ลืมใช่ไหมว่ากำลังจะไปเรียนกัน?"



    "มืดค่ำแบบนี้ก็ยังต้องเรียนอีกงั้นรึ?"


    เอลิออสหันไปถามเซบัสด้วยความแปลกใจเพราะตอนนี้มันสมควรเป็นเวลาพักผ่อนไม่ใช่หรือไง?



    "เพคะ"


    "ช่วงกลางวันทั้งสองคนจะมีเรียนภาคปฏิบัติอย่างเช่น การฝึกฟันดาบ เป็นต้น"


    "ช่วงกลางคืนก็จะมีเรียนหนังสือปกติทั่วไปเพคะ"


    "อ้อ! ท่านยังคงจำห้องที่ท่านเคยอยู่ใช่หรือไม่เพคะหรือว่าจะให้ข้านำทางท่านไปดีเพคะ?"



    "ข้าจำได้"



    "งั้นพวกข้าขอตัวไปก่อนนะเพคะ~"



    ผู้ใหญ่สองคนและเด็กอีกสองคนก็ได้เดินจากไปในใจของเอลิออสก็ยังอดที่จะแปลกใจไม่ได้เพราะหัวหน้าองครักษ์ที่เก่งกาจคนนั้นและหญิงสาวที่...ข้ามล่ะกันพวกเขาจะมาทำหน้าที่เลี้ยงเด็กแบบนี้ได้?








    เอลิออสค่อยๆผลักประตูออกไปข้างในห้องกลับมืดสนิทไร้ซึ่งแสงสว่างและไม่มีคนอยู่เลย



    'นางไม่อยู่งั้นรึ?'


    'หรือว่านางจะไม่ได้อยู่ห้องนี้?'


    เอลิออสเปิดไฟขึ้นมาพร้อมกับเดินสำรวจห้องไปพร้อมกับขบคิดคำถามอยู่ตลอด



    'ทำไมข้าถึงต้องตั้งคำถามขนาดนี้ด้วยล่ะ?!'


    เมื่อได้สติกลับมานั้นเอลิออสจึงรีบไปอาบน้ำทันที








    มือขวาทับซ้อนมือซ้ายโดยที่มือทั้งสองกำลังตั้งอยู่บนหมอนและหัวของเขาก็กำลังนอนทับมือทั้งสองพร้อมร่างของเขาที่กำลังนอนอยู่บนเตียง


    เขาเพียงนุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงตัวเดียวเท่านั้นทำให้ได้เห็นกล้ามหน้าท้องอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับผิวพรรณที่เนียนนุ่มจนทำให้หญิงสาวเองก็ยังอิจฉา


    เส้นผมที่ในตอนนี้กำลังเปียกอย่างสวยงามทำให้ร่างกายทั้งหมดของเขาตอนนี้นับว่าเซ็กซี่มาก!



    เอลิออสกำลังนอนหลับตาเพื่มลิ้มรสความสบายใจที่มีอยู่ในตอนนี้เพราะเมื่อก่อนเขาต้องอยู่คนเดียวด้วยความเงียบที่เงียบสุดๆแต่ในตอนนี้เพียงเขาหลับตานอนอย่างเงียบๆก็ยังได้ยินเสียงได้แทบจะทั้งหมดแม้ว่าจะเป็นเสียงเดิน เสียงพูดคุย ของผู้คน ขนาดเสียงนกเสียงกาเขายังได้ยินเลย


    มันจึงทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมากๆเลยทีเดียวและเขาก็ได้อยู่ในสภาพแบบนี้มานานพอสมควร




    "นางคงไม่ได้อยู่ที่ห้องนี้จริงๆสินะ?"



    .


    .


    .



    "ข้ากำลังหวังอะไรอยู่กันแน่?!"



    "ลูซิเฟอร์? เวโรนิก้า?"


    "ใช่แล้ว! เป็นเพราะเด็กสองคนนั้นนั่นแหละ"





    "ว่าแต่พลังของข้ายังเท่าเดิมเลยอย่างนั้นรึ?"


    "มันจะเป็นไปได้ยังไง?"



    "เป็นเพราะข้าปกปิดพลังมาโดยตลอดจึงทำให้ผู้อื่นยังคงเห็นว่าข้ายังเท่าเดิมสินะ?"


    "แต่อาการป่วยของข้านี่มันยังไงกันนะ?"


    และเขาก็ได้นอนคิดไปทั้งแบบนั้นต่อไป...














    'เก้าดาวขั้นสูง!'


    ทันใดนั้นเอลิออสก็พลันลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะเรียกดาบของตัวเองออกมาและพุ่งตัวไปตัดหัวคนที่มานั้นเพราะเขาคิดว่าคนนี้น่าจะเป็นนักฆ่าหรืออะไรสักอย่างเพราะแข็งแกร่งมาก!


    แต่เมื่อเขามองออกไปนั้น


    องค์หญิงแอลลิสัน?




    เมื่อองค์หญิงแอลลิสันเห็นว่าเอลิออสลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วนั้นนางก็รีบหันหลังให้เขาทันที



    'นางเป็นอะไร?'


    เอลิออสได้แค่ถามอยู่ในใจก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าตนเองในตอนนี้ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้น!


    ไม่นานเอลิออสก็ได้แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยส่วน

    องค์หญิงแอลลิสันก็กำลังนั่งอยู่บนเตียงที่ค่อนข้างเกร็งและอึดอัดอยู่ไม่ใช่น้อย




    "เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากเลยนะ"


    ????ไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไร ????



    "แต่ทำไมท่านถึงยังเท่าเดิมล่ะ?"


    "หรือว่าเป็นเพราะข้า?"


    องค์หญิงแอลลิสันก้มหน้าก้มตาถามขึ้นด้วยความไม่กล้าสู้หน้าเขาและรู้สึกผิด



    "ยังไม่เลิกรู้สึกผิดอีกอย่างนั้นเหรอ?"


    "ข้าเคยบอกแล้วว่ามันไม่ใช่ความผิดของเจ้า"


    "ตลอดสิบปีที่ผ่านมาข้าไม่ได้ลำบากถึงขนาดจะฝึกฝนไม่ได้สักหน่อยเพราะฉะนั้นเลิกรู้สึกผิดได้แล้ว"


    องค์หญิงแอลลิสันกำลังนั่งอยู่ตรงขอบๆเตียงส่วนเอลิออสก็กำลังนั่งอยู่บนพื้นต่อหน้านางเลย



    เมื่อนางเห็นแบบนั้นก็ตกใจอยู่บ้างแต่คำพูดของเขาทำให้น้ำตาของนางเริ่มไหลขึ้นมาอีกครั้ง


    ส่วนเอลิออสก็กำลังนั่งมองใบหน้าของนางและใจของเขาก็เริ่มเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว



    "ทำไมวันนี้เจ้าถึงได้ดูสวยขนาดนี้นะ?"



    ทันใดนั้นใบหน้าขององค์หญิงแอลลิสันก็แดงขึ้นมาพร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามทันที




    มือข้างขวาของเอลิออสยื่นไปแตะลงบนหน้าขององค์หญิงแอลลิสันอย่างช้าๆเขารู้สึกถึงความร้อนของตัวของนางได้อย่างชัดเจนสายตาของเขาในตอนนี้มีเพียงใบหน้าที่แสนงดงามของนางเท่านั้นทั้งสองมือขององค์หญิงแอลลิสันเองก็จับลงไปบนมือข้างขวาของเขาที่กำลังแตะอยู่บนหน้านางเบาๆใบหน้าของเอลิออสกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ใบหน้าของนางเรื่อยๆจนทำให้นางเผลอหลับตาขึ้นมา

    เอลิออสเห็นแบบนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้กับการเขินอายของนางในขณะที่ปากของทั้งสองจะเริ่มประกบกันนั้นเขาก็ได้หยุดชะงักลง...


    จนทำให้องค์หญิงแอลลิสันลืมตาขึ้นมาทันที?



    ไม่นานประตูห้องก็ได้ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มซนๆและเด็กสาวเรียบร้อยนั้นเอง




    'ข้าถึงขนาดไม่คิดจะต่อต้านเขาเลยอย่างนั้นรึ?!'


    เมื่อองค์หญิงแอลลิสันได้สติกลับคืนมาใบหน้าของนางก็แดงขึ้นมามากกว่าเก่าซะอีก


    ลูซิเฟอร์ที่ได้เห็นว่าเอลิออสอยู่ในห้องนอนเขาก็รีบ

    วิ่งไปหาด้วยความตกใจและแปลกใจ



    "ลุง!"


    "ลุงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน?!"


    "บอกข้ามาได้แล้วว่าลุงเป็นใครกันแน่?!"



    "ข้าก็คือท่านพ่อของพวกเจ้า"



    "ท่านพ่อ?"


    "นี่ท่านกำลังบอกว่าท่านคือท่านพ่อของพวกข้าอย่างนั้นเหรอ? มันจะเป็นไปได้ยังไง?!"


    "ท่านแม่เคยบอกว่าท่านพ่ออยู่บนสวรรค์งั้นก็แสดงว่าท่านพ่อของพวกข้าเสียชีวิตไปแล้ว"



    "มันก็ไม่ผิดที่ว่าข้าอยู่บนสวรรค์"


    "แต่ข้าก็ยังไม่ได้เสียชีวิตไปสักหน่อย"



    "มนุษย์จะไปอยู่บนสวรรค์ได้ยังไงกัน?"


    "ท่านอย่ามามั่วหน่า~"



    "ถ้าโตขึ้นเจ้าก็จะได้รู้เอง"



    "โตขึ้น? เฮ้! ตอนนี้ข้าก็โตมากแล้วนะ"




    'คนน้องตกใจโวยวายถึงเพียงนี้แต่คนพี่กลับนิ่งเฉย? ก็สมกับเป็นพี่ดีแต่มันไม่เกินไปหน่อยรึ?'


    เอลิออสหันไปมองเด็กสาวที่กำลังยืนอยู่ข้างองค์หญิงแอลลิสันอย่างนิ่งเงียบ



    "ลูกคิดยังไงบ้างกับเรื่องนี้?"


    องค์หญิงแอลลิสันหันไปถามเวโรนิก้าทันทีเพราะเด็กสาวคนนี้ไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรออกมาเลย



    "สังเกตจากหน้าตาและทุกๆอย่างแล้วเขาก็คงจะเป็นท่านพ่อของพวกข้าจริงๆนั้นแหละ"


    "แต่ข้าก็คิดเหมือนลูซิเฟอร์ที่ว่ายังไงมนุษย์ก็ไม่สามารถไปอาศัยอยู่บนสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์อยู่ดี"


    เวโรนิก้าพูดขึ้นพร้อมมองไปที่เอลิออสตลอดเวลา



    "มันก็ถูกของลูก"


    "แต่ถ้าโตขึ้นพวกลูกก็จะได้รู้เหตุผลนั้่นเอง"



    "ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าเหตุผลนั่นมันคืออะไร?"











    ในแต่ละคืนนั้นลูซิเฟอร์และเวโรนิก้าจะทะเลาะกันอยู่ทุกคืนต้นเหตุก็เพราะองค์หญิงแอลลิสัน


    เพราะทั้งสองคนต่างก็ทะเลาะกันเพื่อแย่งที่จะกอดท่านแม่ของตนเองมาโดยตลอด


    แต่ในตอนนี้ปัญหาถูกแก้ไขไปแล้ว?




    "ข้าจะนอนกับท่านพ่อ!"


    ลูซิเฟอร์รีบกระโดดนอนลงไปบนเตียง



    "ก็ดี ข้าจะได้นอนกับท่านแม่จริงๆสักที!"


    ????ถูกลูซิเฟอร์แย่งท่านแม่ไปก่อนตลอด ????





    ด้วยความที่เป็นเตียงใหญ่ทำให้การนอนขอบสี่คนทำให้ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลยสำหรับพวกเขา


    องค์หญิงแอลลิสันนอนอยู่ข้างซ้ายต่อมาก็เป็นเวโรนิก้าที่กำลังกอดกับนางอยู่อย่างสบายใจจากนั้นก็เป็นลูซิเฟอร์ที่กำลังกอดเอลิออสที่นอนอยู่ข้างขวาด้วยความตื่นเต้น


    เพราะนี่เป็นครั้งแรกของพวกเขาที่ได้นอนครบทั้งครอบครัวจริงๆจึงทำให้เด็กๆทั้งสองดีใจอยู่ไม่น้อยส่วนองค์หญิงแอลลิสันก็หน้าแดงขึ้นมาด้วยความเขินอายส่วนสำหรับเอลิออสมันก็เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดีที่ได้นอนแบบนี้เพราะเขานอนคนเดียวมาโดยตลอดแต่ในครั้งนี้เป็นการนอนกับภรรยาและลูกๆของตนเองจริงๆจังๆเลย


    เอลิออสหันไปมององค์หญิงแอลลิสันก็พบว่านางนอนหลับไปซะแล้วและเด็กๆทั้งสองก็เช่นกัน


    เอลิออสถอนหายใจออกมาเล็กน้อยด้วยความโล่งใจและเขาก็มองใบหน้าของนางตลอดมา



    'เป็นอะไรของข้าเนี่ย?!'
















    เอลิออสตื่นมาเป็นคนแรกแต่สายตาของเขาก็ยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าขององค์หญิงแอลลิสันทันทีที่ตื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย องค์หญิงแอลลิสันลืมตาตื่นขึ้นมามองเห็นเอลิออสกำลังมองมาที่ตนเองนางจึงค่อนข้างเขินอายอยู่ไม่น้อย



    'เป็นอะไรของเขา?'





    เวโรนิก้าและลูซิเฟอร์ก็ได้ตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะความเคยชินที่ตื่นเช้ามาโดยตลอด



    "ข้าจะอาบน้ำกับท่านพ่อ~"


    ลูซิเฟอร์พูดขึ้นพร้อมลากตัวเอลิออสไป



    'อาบน้ำกับข้า?'


    ถึงเอลิออสจะยังไม่ค่อยชินกับการมีลูกอะไรแบบนี้แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเลย













    ณ ห้องอาหาร




    "ฮ่าๆ ในที่สุดชีวิตของข้าก็ได้เห็นภาพๆนี้ 

    ภาพที่ครอบครัวของพวกเจ้าได้อยู่กัน

    พร้อมหน้าพร้อมตากันสักที~"


    อดีตองค์จักรพรรดิอัลเฟรดแทบจะหัวเราะทั้งน้ำตาเมื่อเขาได้เห็นเอลิออส องค์หญิงแอลลิสันและลูกๆทั้งสองได้มานั่งร่วมรับประทานอาหารด้วยกันโดยที่มีองค์หญิงเอสเธอร์และองค์ชายเจอร์เวสมาร่วมรับประทานอาหารเช้าในครั้งนี้ด้วย




    เมื่อรับประทานอาหารกันเสร็จแล้วนั้นผู้คนต่างก็แยกย้ายกันไปทำให้เหลืออัลเฟรดและเอลิออสเท่านั้นเพราะอัลเฟรดมีเรื่องจะคุยกับเขานั้นเอง



    "เมื่อสิบปีก่อนข้าซาบซึ้งใจมากที่เจ้าอุตส่าห์ละเมิดกฏของสวรรค์ใช้เวทย์ต้องห้ามเพื่อคืนชีพลูกสาวของข้าอย่างไม่ลังเลและเสียสละตนเอง"


    "พวกข้าก็พอจะรู้ว่าทำไมเจ้าถึงได้หายตัวไปเพราะท่านผู้นำของวิหารศักด์สิทธิ์ได้มาอธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้พวกข้าเขาใจตั้งแต่วันแรกที่เจ้าหายตัวไปแล้วและนางก็ยืนยันทันทีว่าเจ้าได้ตายไปแล้วอย่างแน่นอนเพราะอาการข้างเคียงของการใช้เวทย์ต้องห้ามนั้นเองแต่เจ้ากลับสามารถรอดขึ้นมาได้

    อย่างปาฏิหาริย์แบบนี้ได้อย่างไรกัน?"


    "ข้ามีความสงสัยและคำถามอีกมากมายที่อยากจะถามเจ้าแต่เจ้าคงจะตอบให้ไม่ได้สินะ?



    "ใช่"



    "ฮ่าๆ เป็นคนตรงๆจริงๆ!"


    "เจ้าก็คงจะรู้แล้วสินะว่าลูกชายของข้ารูเพิร์ทหรือองค์รัชทายาทได้เสียชีวิตลงอย่างไม่ทราบสาเหตุและมันยังเป็นปีเดียวกันกับที่เจ้าหายตัวไปเลยข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันจะมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรหรือเปล่าแต่ก็คิดซะว่าเขาได้ชดใช้บาปของตัวเองแล้วเลยล่ะกันเพราะฉะนั้นเจ้าก็คงจะไม่แค้นแล้วใช่ไหม?"


    "ข้าได้ยินมาว่าเมื่อวานเจ้าถูกองค์จักรพรรดิเรียกตัวไปงั้นสินะ?"



    เอลิออสพยักหัวเล็กน้อย



    "คนที่เป็นพ่อแบบข้าก็รู้นิสัยของลูกๆแต่ละคนดีรูเพิร์ทและเวเดอร์นิสัยคล้ายๆกันเลยข้าก็คงจะไม่ต้องบอกเจ้าหรอกนะว่าพวกเขามีนิสัยยังไงเพราะเจ้าก็ได้ไปสัมผัสกับสองคนนั้นมาแล้ว"


    "ข้าเคยคิดว่าในวันที่ข้าลงจากตำแหน่งจักรพรรดิแล้วมอบตำแหน่งนี้ให้รูเพิร์ทได้ปกครองนั้นข้าก็นึกเสียใจอยู่ในใจนิดหน่อยเพราะถ้าให้คนแบบนั้นได้ขึ้นไปเป็นองค์จักรพรรดิที่ประชาชนทุกคนยกย่องและนับถือข้าคงจะขายหน้ามากแน่ๆ"


    "แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดที่รูเพิร์ทจะต้องมาจบชีวิตตนเองเร็วแบบนี้อายุของข้าก็ค่อยๆมากขึ้นทุกทีสุขภาพร่างกายก็แย่ตามไปด้วยข้าจึงต้องสละบัลลังก์และอำนาจทุกอย่างที่ตนเองมีและมอบไปให้เวเดอร์ลูกชายคนรองของข้า"


    "น่าเสียดาย ถ้าในวันนั้นเจ้ายังคงอยู่ในเมือง

    ฟรานซิสแห่งนี้ข้าก็คงจะมอบตำแหน่งนี้ให้เจ้าไปแล้ว"



    "มอบให้ข้า?"


    "ท่านแน่ใจได้ยังไงว่าข้าจะไม่เหมือนสองคนนั่น?"



    "การกระทำของเจ้ามันบ่งบอกยังไงล่ะ~"


    "ถ้าเมืองนี้..ไม่สิ ถ้าราชอาณาจักรฟรานซิสหรือแม้แต่ราชอาณาจักรแลนดิสได้คนอย่างเจ้าเข้าไปปกครองบ้านเมืองก็คงจะน่าอยู่ไม่ใช่น้อยถึงแม้ว่าเจ้าอาจจะพูดน้อยหรือรักสันโดษก็ตาม"



    'ชม? ใช่ นั้นคือคำชมแหละ?'



    "อ้อ! จริงสิ"


    "ในตอนนี้เจ้ามีศักดิ์เป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งเมืองแลคซัสนี่ ช่างโชคดีจริงๆ~"


    "สหายของข้าวิลเลียมหรือท่านพ่อของเจ้าเขาก็มาพูดคุยและบ่นๆกับข้าอยู่ตลอดว่าอยากสละบัลลังก์แล้ว ฮ่าๆ พอแก่แล้วก็เป็นแบบนี้ล่ะน่า~"


    "เขาได้พูดกับเจ้าบ้างหรือยังล่ะ?"



    "ท่านพ่อพูดเอาไว้ว่าถ้ากลับไปรอบหน้าก็คงจะรีบแต่งตั้งให้ข้าได้เป็นองค์ราชาเลยทันที"



    "ฮ่าๆ พ่อของเจ้านี่ก็ตลกจริงๆ"


    "อย่าลืมล่ะถ้าเจ้าขึ้นรับตำแหน่งองค์ราชาเมื่อไหร่เจ้าก็ต้องขยันพูดให้มากๆเข้าล่ะ~"


    "อ้อ! แล้วเจ้าคงจะปักหลักอยู่ที่นู้นเลยหรือเปล่า?"


    "ถ้าเป็นอย่างนั้นข้าก็คงจะคิดถึงหลานๆที่รักของข้าทั้งสองคนและลูกสาวของข้ามากแน่ๆ"



    "ข้าคงต้องไปถามแอลลิสันแล้วล่ะว่านางอยากจะอยู่ที่นี่หรือไปอยู่ที่เมืองแลคซัส"



    "อืม..ถ้านางบอกว่าอยู่ที่นี่ล่ะ?"



    "ข้าก็จะไม่บังคับนาง"



    "เจ้าอย่าบอกนะว่าจะแยกกันอยู่?!"



    "ไม่ได้รึ?"


    ????ไม่รู้จริงๆ????



    "ผัวเมียที่ไหนเขาแยกกันอยู่บ้างล่ะ?!"


    "แถมตอนนี้พวกเจ้าก็มีลูกกันแล้วนะ!"


    "จะแยกกันอยู่ได้ยังไงล่ะ?"



    "งั้นถ้านางตัดสินใจจะอยู่ที่นี่"


    "ข้าก็จะเดินทางไปเมืองแลคซัสถ้าเสร็จธุระก็ค่อยเดินทางกลับมาเมืองฟรานซิสได้หรือไม่?"



    "ให้ตายเถอะ! มันก็ได้อยู่"


    "แต่ทำอย่างนั้นมันจะเสียเวลาไปมามากเลยนะแถมเจ้าก็คงจะเหนื่อยมากๆด้วยล่ะนั่น"



    "งั้นข้าจะเดินทางโดยใช้เส้นทางป่าวงกต"



    "ป่าวงกต?"


    "มันเป็นป่าที่น่ากลัวมากเลยนะถ้าหลงขึ้นมาอย่าแม้แต่จะคิดว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาเลย แถมพลังของเจ้าก็ยังอยู่ที่สามดาวอีกด้วย.."


    "เอ๊ะ! ทำไมยังเป็นสามดาวล่ะ?"


    "หรือว่าบนสวรรค์จะไม่สามารถฝึกฝนวิชาได้"



    "ข้าปกปิดเอาไว้น่ะ"



    "ปกปิด?!"


    "เจ้าจะปกปิดไปทำไมกัน?"


    "ทำอย่างนี้ข้ายิ่งอยากรู้นะ"



    "ไม่มีอะไรสำคัญหรอกลืมมันไปเถอะ"



    "ใครจะไปลืมเรื่องสำคัญๆแบบนี้ได้ล่ะ?!"


    "ให้ตายเถอะ! เจ้านี่มีความลับเยอะจริงๆ"


    "แล้วเจ้าอยากเป็นจักรพรรดิไหมล่ะ?"



    "จักรพรรดิ?"


    "ทำไมท่านถึงได้ถามแบบนี้ล่ะ?"



    "ข้าก็แค่ถามเผื่อๆเอาไว้น่ะถ้าเจ้าต้องการและรับปากกับข้าได้ว่าเจ้าจะปกครองให้ประชาชนมีความสุขกันมากที่สุดข้าก็อาจจะช่วยได้~"



    "ข้าไม่ต้องการ"


    "ให้องค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบันปกครองไปก็ดีอยู่แล้วหนิ แต่ถ้าเขาทำอะไรผิดแปลกไปวันนั้นก็จะเป็นวันสิ้นชีวิตของเขาแน่นอนเพราะฉะนั้นตอนนี้ท่านก็คอยเฝ้ามองเขาเอาไว้ก่อนเถอะเพราะยังไงนั่นก็เป็นลูกชายแท้ๆของท่านอยู่ดี"



    ขนาดตำแหน่งองค์รัชทายาทที่จะต้องสืบทอดตำแหน่งองค์ราชาแห่งเมืองแลคซัสเอลิออสยังไม่ได้สนใจหรือต้องการจะเป็นเลยเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่อยากเป็นก็เป็นได้เลยมันต้องมีข้อปฏิบัติอีกหลายอย่างที่เป็นปัญหากับชีวิตส่วนตัวพอสมควร


    แล้วตำแหน่งองค์จักรพรรดิไม่หนักกว่างั้นรึ?



    "ฮ่าๆ ในที่สุดเจ้าก็เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้วใช่ไหมล่ะ? คงจะเข้าที่ข้าเคยพูดแล้วสินะ~"


    "เอาเถอะ ถึงตอนนี้เจ้าจะยังไม่ต้องการก็เถอะแต่ถ้าวันไหนเจ้าเกิดต้องการล่ะก็บอกข้ามาเลย"


    "ข้าอาจจะช่วยเจ้าได้บ้างแหละ~"








    สำหรับเอลิออสการพูดคุยในครั้งนี้เหมือนจะทำให้เขาและท่านพ่อตาสนิทกันมากยิ่งขึ้นเลยแหละ


    ในขณะที่เอลิออสกำลังเดินไปนั้นเขาก็ได้หยุดชะงักลงพร้อมจ้องมองไปยังร่างขององค์หญิงแอลลิสันที่กำลังยืนคุยกับชายคนนึงอย่างสนิทสนมอยู่


    ในขณะนั้นเองเขาก็นึกถึงคำพูดขององค์จักรพรรดิเวเดอร์ขึ้นมาทันที


    "เจ้าไม่อยู่ตั้งสิบปีระวังจะมีคนมาแย่งเมียและลูกๆของเจ้าไปด้วยนะ แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือนล่ะ~"


    คล้ายกับเรื่องเทพแห่งความตาย ที่คุณอ่าน