"แล้วลุงคนนี้เป็นใครกันแน่?"
ลูซิเฟอร์ถามขึ้นมาด้วยความสงสัยส่วนเวโรนิก้าก็กำลังยืนอยู่ข้างๆลูซิเฟอร์ด้วยความอยากรู้เช่นเดียวกันคำถามที่ลูซิเฟอร์ถามนั้นทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนที่เหลือต่างก็ตกใจอยู่ไม่น้อย
"นี่ท่านยังไงไม่ได้บอกเขาว่าท่านคือใครงั้นรึ?!"
เลวีนหันไปถามเอลิออสทันที
ส่วนเซบัสนั้นก็รับรู้ถึงความลำบากใจของเอลิออสจึงรีบเปลี่ยนเรื่องตัดจบบทสนทนาทันที
"ท่านลูซิเฟอร์ ท่านเวโรนิก้า"
"พวกท่านคงไม่ลืมใช่ไหมว่ากำลังจะไปเรียนกัน?"
"มืดค่ำแบบนี้ก็ยังต้องเรียนอีกงั้นรึ?"
เอลิออสหันไปถามเซบัสด้วยความแปลกใจเพราะตอนนี้มันสมควรเป็นเวลาพักผ่อนไม่ใช่หรือไง?
"เพคะ"
"ช่วงกลางวันทั้งสองคนจะมีเรียนภาคปฏิบัติอย่างเช่น การฝึกฟันดาบ เป็นต้น"
"ช่วงกลางคืนก็จะมีเรียนหนังสือปกติทั่วไปเพคะ"
"อ้อ! ท่านยังคงจำห้องที่ท่านเคยอยู่ใช่หรือไม่เพคะหรือว่าจะให้ข้านำทางท่านไปดีเพคะ?"
"ข้าจำได้"
"งั้นพวกข้าขอตัวไปก่อนนะเพคะ~"
ผู้ใหญ่สองคนและเด็กอีกสองคนก็ได้เดินจากไปในใจของเอลิออสก็ยังอดที่จะแปลกใจไม่ได้เพราะหัวหน้าองครักษ์ที่เก่งกาจคนนั้นและหญิงสาวที่...ข้ามล่ะกันพวกเขาจะมาทำหน้าที่เลี้ยงเด็กแบบนี้ได้?
เอลิออสค่อยๆผลักประตูออกไปข้างในห้องกลับมืดสนิทไร้ซึ่งแสงสว่างและไม่มีคนอยู่เลย
'นางไม่อยู่งั้นรึ?'
'หรือว่านางจะไม่ได้อยู่ห้องนี้?'
เอลิออสเปิดไฟขึ้นมาพร้อมกับเดินสำรวจห้องไปพร้อมกับขบคิดคำถามอยู่ตลอด
'ทำไมข้าถึงต้องตั้งคำถามขนาดนี้ด้วยล่ะ?!'
เมื่อได้สติกลับมานั้นเอลิออสจึงรีบไปอาบน้ำทันที
มือขวาทับซ้อนมือซ้ายโดยที่มือทั้งสองกำลังตั้งอยู่บนหมอนและหัวของเขาก็กำลังนอนทับมือทั้งสองพร้อมร่างของเขาที่กำลังนอนอยู่บนเตียง
เขาเพียงนุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงตัวเดียวเท่านั้นทำให้ได้เห็นกล้ามหน้าท้องอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับผิวพรรณที่เนียนนุ่มจนทำให้หญิงสาวเองก็ยังอิจฉา
เส้นผมที่ในตอนนี้กำลังเปียกอย่างสวยงามทำให้ร่างกายทั้งหมดของเขาตอนนี้นับว่าเซ็กซี่มาก!
เอลิออสกำลังนอนหลับตาเพื่มลิ้มรสความสบายใจที่มีอยู่ในตอนนี้เพราะเมื่อก่อนเขาต้องอยู่คนเดียวด้วยความเงียบที่เงียบสุดๆแต่ในตอนนี้เพียงเขาหลับตานอนอย่างเงียบๆก็ยังได้ยินเสียงได้แทบจะทั้งหมดแม้ว่าจะเป็นเสียงเดิน เสียงพูดคุย ของผู้คน ขนาดเสียงนกเสียงกาเขายังได้ยินเลย
มันจึงทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมากๆเลยทีเดียวและเขาก็ได้อยู่ในสภาพแบบนี้มานานพอสมควร
"นางคงไม่ได้อยู่ที่ห้องนี้จริงๆสินะ?"
.
.
.
"ข้ากำลังหวังอะไรอยู่กันแน่?!"
"ลูซิเฟอร์? เวโรนิก้า?"
"ใช่แล้ว! เป็นเพราะเด็กสองคนนั้นนั่นแหละ"
"ว่าแต่พลังของข้ายังเท่าเดิมเลยอย่างนั้นรึ?"
"มันจะเป็นไปได้ยังไง?"
"เป็นเพราะข้าปกปิดพลังมาโดยตลอดจึงทำให้ผู้อื่นยังคงเห็นว่าข้ายังเท่าเดิมสินะ?"
"แต่อาการป่วยของข้านี่มันยังไงกันนะ?"
และเขาก็ได้นอนคิดไปทั้งแบบนั้นต่อไป...
'เก้าดาวขั้นสูง!'
ทันใดนั้นเอลิออสก็พลันลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะเรียกดาบของตัวเองออกมาและพุ่งตัวไปตัดหัวคนที่มานั้นเพราะเขาคิดว่าคนนี้น่าจะเป็นนักฆ่าหรืออะไรสักอย่างเพราะแข็งแกร่งมาก!
แต่เมื่อเขามองออกไปนั้น
องค์หญิงแอลลิสัน?
เมื่อองค์หญิงแอลลิสันเห็นว่าเอลิออสลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วนั้นนางก็รีบหันหลังให้เขาทันที
'นางเป็นอะไร?'
เอลิออสได้แค่ถามอยู่ในใจก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าตนเองในตอนนี้ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้น!
ไม่นานเอลิออสก็ได้แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยส่วน
องค์หญิงแอลลิสันก็กำลังนั่งอยู่บนเตียงที่ค่อนข้างเกร็งและอึดอัดอยู่ไม่ใช่น้อย
"เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากเลยนะ"
????ไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไร ????
"แต่ทำไมท่านถึงยังเท่าเดิมล่ะ?"
"หรือว่าเป็นเพราะข้า?"
องค์หญิงแอลลิสันก้มหน้าก้มตาถามขึ้นด้วยความไม่กล้าสู้หน้าเขาและรู้สึกผิด
"ยังไม่เลิกรู้สึกผิดอีกอย่างนั้นเหรอ?"
"ข้าเคยบอกแล้วว่ามันไม่ใช่ความผิดของเจ้า"
"ตลอดสิบปีที่ผ่านมาข้าไม่ได้ลำบากถึงขนาดจะฝึกฝนไม่ได้สักหน่อยเพราะฉะนั้นเลิกรู้สึกผิดได้แล้ว"
องค์หญิงแอลลิสันกำลังนั่งอยู่ตรงขอบๆเตียงส่วนเอลิออสก็กำลังนั่งอยู่บนพื้นต่อหน้านางเลย
เมื่อนางเห็นแบบนั้นก็ตกใจอยู่บ้างแต่คำพูดของเขาทำให้น้ำตาของนางเริ่มไหลขึ้นมาอีกครั้ง
ส่วนเอลิออสก็กำลังนั่งมองใบหน้าของนางและใจของเขาก็เริ่มเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
"ทำไมวันนี้เจ้าถึงได้ดูสวยขนาดนี้นะ?"
ทันใดนั้นใบหน้าขององค์หญิงแอลลิสันก็แดงขึ้นมาพร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามทันที
มือข้างขวาของเอลิออสยื่นไปแตะลงบนหน้าขององค์หญิงแอลลิสันอย่างช้าๆเขารู้สึกถึงความร้อนของตัวของนางได้อย่างชัดเจนสายตาของเขาในตอนนี้มีเพียงใบหน้าที่แสนงดงามของนางเท่านั้นทั้งสองมือขององค์หญิงแอลลิสันเองก็จับลงไปบนมือข้างขวาของเขาที่กำลังแตะอยู่บนหน้านางเบาๆใบหน้าของเอลิออสกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ใบหน้าของนางเรื่อยๆจนทำให้นางเผลอหลับตาขึ้นมา
เอลิออสเห็นแบบนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้กับการเขินอายของนางในขณะที่ปากของทั้งสองจะเริ่มประกบกันนั้นเขาก็ได้หยุดชะงักลง...
จนทำให้องค์หญิงแอลลิสันลืมตาขึ้นมาทันที?
ไม่นานประตูห้องก็ได้ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มซนๆและเด็กสาวเรียบร้อยนั้นเอง
'ข้าถึงขนาดไม่คิดจะต่อต้านเขาเลยอย่างนั้นรึ?!'
เมื่อองค์หญิงแอลลิสันได้สติกลับคืนมาใบหน้าของนางก็แดงขึ้นมามากกว่าเก่าซะอีก
ลูซิเฟอร์ที่ได้เห็นว่าเอลิออสอยู่ในห้องนอนเขาก็รีบ
วิ่งไปหาด้วยความตกใจและแปลกใจ
"ลุง!"
"ลุงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน?!"
"บอกข้ามาได้แล้วว่าลุงเป็นใครกันแน่?!"
"ข้าก็คือท่านพ่อของพวกเจ้า"
"ท่านพ่อ?"
"นี่ท่านกำลังบอกว่าท่านคือท่านพ่อของพวกข้าอย่างนั้นเหรอ? มันจะเป็นไปได้ยังไง?!"
"ท่านแม่เคยบอกว่าท่านพ่ออยู่บนสวรรค์งั้นก็แสดงว่าท่านพ่อของพวกข้าเสียชีวิตไปแล้ว"
"มันก็ไม่ผิดที่ว่าข้าอยู่บนสวรรค์"
"แต่ข้าก็ยังไม่ได้เสียชีวิตไปสักหน่อย"
"มนุษย์จะไปอยู่บนสวรรค์ได้ยังไงกัน?"
"ท่านอย่ามามั่วหน่า~"
"ถ้าโตขึ้นเจ้าก็จะได้รู้เอง"
"โตขึ้น? เฮ้! ตอนนี้ข้าก็โตมากแล้วนะ"
'คนน้องตกใจโวยวายถึงเพียงนี้แต่คนพี่กลับนิ่งเฉย? ก็สมกับเป็นพี่ดีแต่มันไม่เกินไปหน่อยรึ?'
เอลิออสหันไปมองเด็กสาวที่กำลังยืนอยู่ข้างองค์หญิงแอลลิสันอย่างนิ่งเงียบ
"ลูกคิดยังไงบ้างกับเรื่องนี้?"
องค์หญิงแอลลิสันหันไปถามเวโรนิก้าทันทีเพราะเด็กสาวคนนี้ไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรออกมาเลย
"สังเกตจากหน้าตาและทุกๆอย่างแล้วเขาก็คงจะเป็นท่านพ่อของพวกข้าจริงๆนั้นแหละ"
"แต่ข้าก็คิดเหมือนลูซิเฟอร์ที่ว่ายังไงมนุษย์ก็ไม่สามารถไปอาศัยอยู่บนสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์อยู่ดี"
เวโรนิก้าพูดขึ้นพร้อมมองไปที่เอลิออสตลอดเวลา
"มันก็ถูกของลูก"
"แต่ถ้าโตขึ้นพวกลูกก็จะได้รู้เหตุผลนั้่นเอง"
"ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าเหตุผลนั่นมันคืออะไร?"
ในแต่ละคืนนั้นลูซิเฟอร์และเวโรนิก้าจะทะเลาะกันอยู่ทุกคืนต้นเหตุก็เพราะองค์หญิงแอลลิสัน
เพราะทั้งสองคนต่างก็ทะเลาะกันเพื่อแย่งที่จะกอดท่านแม่ของตนเองมาโดยตลอด
แต่ในตอนนี้ปัญหาถูกแก้ไขไปแล้ว?
"ข้าจะนอนกับท่านพ่อ!"
ลูซิเฟอร์รีบกระโดดนอนลงไปบนเตียง
"ก็ดี ข้าจะได้นอนกับท่านแม่จริงๆสักที!"
????ถูกลูซิเฟอร์แย่งท่านแม่ไปก่อนตลอด ????
ด้วยความที่เป็นเตียงใหญ่ทำให้การนอนขอบสี่คนทำให้ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลยสำหรับพวกเขา
องค์หญิงแอลลิสันนอนอยู่ข้างซ้ายต่อมาก็เป็นเวโรนิก้าที่กำลังกอดกับนางอยู่อย่างสบายใจจากนั้นก็เป็นลูซิเฟอร์ที่กำลังกอดเอลิออสที่นอนอยู่ข้างขวาด้วยความตื่นเต้น
เพราะนี่เป็นครั้งแรกของพวกเขาที่ได้นอนครบทั้งครอบครัวจริงๆจึงทำให้เด็กๆทั้งสองดีใจอยู่ไม่น้อยส่วนองค์หญิงแอลลิสันก็หน้าแดงขึ้นมาด้วยความเขินอายส่วนสำหรับเอลิออสมันก็เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดีที่ได้นอนแบบนี้เพราะเขานอนคนเดียวมาโดยตลอดแต่ในครั้งนี้เป็นการนอนกับภรรยาและลูกๆของตนเองจริงๆจังๆเลย
เอลิออสหันไปมององค์หญิงแอลลิสันก็พบว่านางนอนหลับไปซะแล้วและเด็กๆทั้งสองก็เช่นกัน
เอลิออสถอนหายใจออกมาเล็กน้อยด้วยความโล่งใจและเขาก็มองใบหน้าของนางตลอดมา
'เป็นอะไรของข้าเนี่ย?!'
เอลิออสตื่นมาเป็นคนแรกแต่สายตาของเขาก็ยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าขององค์หญิงแอลลิสันทันทีที่ตื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย องค์หญิงแอลลิสันลืมตาตื่นขึ้นมามองเห็นเอลิออสกำลังมองมาที่ตนเองนางจึงค่อนข้างเขินอายอยู่ไม่น้อย
'เป็นอะไรของเขา?'
เวโรนิก้าและลูซิเฟอร์ก็ได้ตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะความเคยชินที่ตื่นเช้ามาโดยตลอด
"ข้าจะอาบน้ำกับท่านพ่อ~"
ลูซิเฟอร์พูดขึ้นพร้อมลากตัวเอลิออสไป
'อาบน้ำกับข้า?'
ถึงเอลิออสจะยังไม่ค่อยชินกับการมีลูกอะไรแบบนี้แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเลย
ณ ห้องอาหาร
"ฮ่าๆ ในที่สุดชีวิตของข้าก็ได้เห็นภาพๆนี้
ภาพที่ครอบครัวของพวกเจ้าได้อยู่กัน
พร้อมหน้าพร้อมตากันสักที~"
อดีตองค์จักรพรรดิอัลเฟรดแทบจะหัวเราะทั้งน้ำตาเมื่อเขาได้เห็นเอลิออส องค์หญิงแอลลิสันและลูกๆทั้งสองได้มานั่งร่วมรับประทานอาหารด้วยกันโดยที่มีองค์หญิงเอสเธอร์และองค์ชายเจอร์เวสมาร่วมรับประทานอาหารเช้าในครั้งนี้ด้วย
เมื่อรับประทานอาหารกันเสร็จแล้วนั้นผู้คนต่างก็แยกย้ายกันไปทำให้เหลืออัลเฟรดและเอลิออสเท่านั้นเพราะอัลเฟรดมีเรื่องจะคุยกับเขานั้นเอง
"เมื่อสิบปีก่อนข้าซาบซึ้งใจมากที่เจ้าอุตส่าห์ละเมิดกฏของสวรรค์ใช้เวทย์ต้องห้ามเพื่อคืนชีพลูกสาวของข้าอย่างไม่ลังเลและเสียสละตนเอง"
"พวกข้าก็พอจะรู้ว่าทำไมเจ้าถึงได้หายตัวไปเพราะท่านผู้นำของวิหารศักด์สิทธิ์ได้มาอธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้พวกข้าเขาใจตั้งแต่วันแรกที่เจ้าหายตัวไปแล้วและนางก็ยืนยันทันทีว่าเจ้าได้ตายไปแล้วอย่างแน่นอนเพราะอาการข้างเคียงของการใช้เวทย์ต้องห้ามนั้นเองแต่เจ้ากลับสามารถรอดขึ้นมาได้
อย่างปาฏิหาริย์แบบนี้ได้อย่างไรกัน?"
"ข้ามีความสงสัยและคำถามอีกมากมายที่อยากจะถามเจ้าแต่เจ้าคงจะตอบให้ไม่ได้สินะ?
"ใช่"
"ฮ่าๆ เป็นคนตรงๆจริงๆ!"
"เจ้าก็คงจะรู้แล้วสินะว่าลูกชายของข้ารูเพิร์ทหรือองค์รัชทายาทได้เสียชีวิตลงอย่างไม่ทราบสาเหตุและมันยังเป็นปีเดียวกันกับที่เจ้าหายตัวไปเลยข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันจะมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรหรือเปล่าแต่ก็คิดซะว่าเขาได้ชดใช้บาปของตัวเองแล้วเลยล่ะกันเพราะฉะนั้นเจ้าก็คงจะไม่แค้นแล้วใช่ไหม?"
"ข้าได้ยินมาว่าเมื่อวานเจ้าถูกองค์จักรพรรดิเรียกตัวไปงั้นสินะ?"
เอลิออสพยักหัวเล็กน้อย
"คนที่เป็นพ่อแบบข้าก็รู้นิสัยของลูกๆแต่ละคนดีรูเพิร์ทและเวเดอร์นิสัยคล้ายๆกันเลยข้าก็คงจะไม่ต้องบอกเจ้าหรอกนะว่าพวกเขามีนิสัยยังไงเพราะเจ้าก็ได้ไปสัมผัสกับสองคนนั้นมาแล้ว"
"ข้าเคยคิดว่าในวันที่ข้าลงจากตำแหน่งจักรพรรดิแล้วมอบตำแหน่งนี้ให้รูเพิร์ทได้ปกครองนั้นข้าก็นึกเสียใจอยู่ในใจนิดหน่อยเพราะถ้าให้คนแบบนั้นได้ขึ้นไปเป็นองค์จักรพรรดิที่ประชาชนทุกคนยกย่องและนับถือข้าคงจะขายหน้ามากแน่ๆ"
"แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดที่รูเพิร์ทจะต้องมาจบชีวิตตนเองเร็วแบบนี้อายุของข้าก็ค่อยๆมากขึ้นทุกทีสุขภาพร่างกายก็แย่ตามไปด้วยข้าจึงต้องสละบัลลังก์และอำนาจทุกอย่างที่ตนเองมีและมอบไปให้เวเดอร์ลูกชายคนรองของข้า"
"น่าเสียดาย ถ้าในวันนั้นเจ้ายังคงอยู่ในเมือง
ฟรานซิสแห่งนี้ข้าก็คงจะมอบตำแหน่งนี้ให้เจ้าไปแล้ว"
"มอบให้ข้า?"
"ท่านแน่ใจได้ยังไงว่าข้าจะไม่เหมือนสองคนนั่น?"
"การกระทำของเจ้ามันบ่งบอกยังไงล่ะ~"
"ถ้าเมืองนี้..ไม่สิ ถ้าราชอาณาจักรฟรานซิสหรือแม้แต่ราชอาณาจักรแลนดิสได้คนอย่างเจ้าเข้าไปปกครองบ้านเมืองก็คงจะน่าอยู่ไม่ใช่น้อยถึงแม้ว่าเจ้าอาจจะพูดน้อยหรือรักสันโดษก็ตาม"
'ชม? ใช่ นั้นคือคำชมแหละ?'
"อ้อ! จริงสิ"
"ในตอนนี้เจ้ามีศักดิ์เป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งเมืองแลคซัสนี่ ช่างโชคดีจริงๆ~"
"สหายของข้าวิลเลียมหรือท่านพ่อของเจ้าเขาก็มาพูดคุยและบ่นๆกับข้าอยู่ตลอดว่าอยากสละบัลลังก์แล้ว ฮ่าๆ พอแก่แล้วก็เป็นแบบนี้ล่ะน่า~"
"เขาได้พูดกับเจ้าบ้างหรือยังล่ะ?"
"ท่านพ่อพูดเอาไว้ว่าถ้ากลับไปรอบหน้าก็คงจะรีบแต่งตั้งให้ข้าได้เป็นองค์ราชาเลยทันที"
"ฮ่าๆ พ่อของเจ้านี่ก็ตลกจริงๆ"
"อย่าลืมล่ะถ้าเจ้าขึ้นรับตำแหน่งองค์ราชาเมื่อไหร่เจ้าก็ต้องขยันพูดให้มากๆเข้าล่ะ~"
"อ้อ! แล้วเจ้าคงจะปักหลักอยู่ที่นู้นเลยหรือเปล่า?"
"ถ้าเป็นอย่างนั้นข้าก็คงจะคิดถึงหลานๆที่รักของข้าทั้งสองคนและลูกสาวของข้ามากแน่ๆ"
"ข้าคงต้องไปถามแอลลิสันแล้วล่ะว่านางอยากจะอยู่ที่นี่หรือไปอยู่ที่เมืองแลคซัส"
"อืม..ถ้านางบอกว่าอยู่ที่นี่ล่ะ?"
"ข้าก็จะไม่บังคับนาง"
"เจ้าอย่าบอกนะว่าจะแยกกันอยู่?!"
"ไม่ได้รึ?"
????ไม่รู้จริงๆ????
"ผัวเมียที่ไหนเขาแยกกันอยู่บ้างล่ะ?!"
"แถมตอนนี้พวกเจ้าก็มีลูกกันแล้วนะ!"
"จะแยกกันอยู่ได้ยังไงล่ะ?"
"งั้นถ้านางตัดสินใจจะอยู่ที่นี่"
"ข้าก็จะเดินทางไปเมืองแลคซัสถ้าเสร็จธุระก็ค่อยเดินทางกลับมาเมืองฟรานซิสได้หรือไม่?"
"ให้ตายเถอะ! มันก็ได้อยู่"
"แต่ทำอย่างนั้นมันจะเสียเวลาไปมามากเลยนะแถมเจ้าก็คงจะเหนื่อยมากๆด้วยล่ะนั่น"
"งั้นข้าจะเดินทางโดยใช้เส้นทางป่าวงกต"
"ป่าวงกต?"
"มันเป็นป่าที่น่ากลัวมากเลยนะถ้าหลงขึ้นมาอย่าแม้แต่จะคิดว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาเลย แถมพลังของเจ้าก็ยังอยู่ที่สามดาวอีกด้วย.."
"เอ๊ะ! ทำไมยังเป็นสามดาวล่ะ?"
"หรือว่าบนสวรรค์จะไม่สามารถฝึกฝนวิชาได้"
"ข้าปกปิดเอาไว้น่ะ"
"ปกปิด?!"
"เจ้าจะปกปิดไปทำไมกัน?"
"ทำอย่างนี้ข้ายิ่งอยากรู้นะ"
"ไม่มีอะไรสำคัญหรอกลืมมันไปเถอะ"
"ใครจะไปลืมเรื่องสำคัญๆแบบนี้ได้ล่ะ?!"
"ให้ตายเถอะ! เจ้านี่มีความลับเยอะจริงๆ"
"แล้วเจ้าอยากเป็นจักรพรรดิไหมล่ะ?"
"จักรพรรดิ?"
"ทำไมท่านถึงได้ถามแบบนี้ล่ะ?"
"ข้าก็แค่ถามเผื่อๆเอาไว้น่ะถ้าเจ้าต้องการและรับปากกับข้าได้ว่าเจ้าจะปกครองให้ประชาชนมีความสุขกันมากที่สุดข้าก็อาจจะช่วยได้~"
"ข้าไม่ต้องการ"
"ให้องค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบันปกครองไปก็ดีอยู่แล้วหนิ แต่ถ้าเขาทำอะไรผิดแปลกไปวันนั้นก็จะเป็นวันสิ้นชีวิตของเขาแน่นอนเพราะฉะนั้นตอนนี้ท่านก็คอยเฝ้ามองเขาเอาไว้ก่อนเถอะเพราะยังไงนั่นก็เป็นลูกชายแท้ๆของท่านอยู่ดี"
ขนาดตำแหน่งองค์รัชทายาทที่จะต้องสืบทอดตำแหน่งองค์ราชาแห่งเมืองแลคซัสเอลิออสยังไม่ได้สนใจหรือต้องการจะเป็นเลยเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่อยากเป็นก็เป็นได้เลยมันต้องมีข้อปฏิบัติอีกหลายอย่างที่เป็นปัญหากับชีวิตส่วนตัวพอสมควร
แล้วตำแหน่งองค์จักรพรรดิไม่หนักกว่างั้นรึ?
"ฮ่าๆ ในที่สุดเจ้าก็เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้วใช่ไหมล่ะ? คงจะเข้าที่ข้าเคยพูดแล้วสินะ~"
"เอาเถอะ ถึงตอนนี้เจ้าจะยังไม่ต้องการก็เถอะแต่ถ้าวันไหนเจ้าเกิดต้องการล่ะก็บอกข้ามาเลย"
"ข้าอาจจะช่วยเจ้าได้บ้างแหละ~"
สำหรับเอลิออสการพูดคุยในครั้งนี้เหมือนจะทำให้เขาและท่านพ่อตาสนิทกันมากยิ่งขึ้นเลยแหละ
ในขณะที่เอลิออสกำลังเดินไปนั้นเขาก็ได้หยุดชะงักลงพร้อมจ้องมองไปยังร่างขององค์หญิงแอลลิสันที่กำลังยืนคุยกับชายคนนึงอย่างสนิทสนมอยู่
ในขณะนั้นเองเขาก็นึกถึงคำพูดขององค์จักรพรรดิเวเดอร์ขึ้นมาทันที
"เจ้าไม่อยู่ตั้งสิบปีระวังจะมีคนมาแย่งเมียและลูกๆของเจ้าไปด้วยนะ แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือนล่ะ~"