ตอนที่ ๔
คืนวันผ่านพ้นในที่สุดสิ่งที่แก้วรอคอยมาตลอดก็มาถึง จดหมายที่จ่าหน้าถึงตนถูกเปิดผนึกออก แก้วอดทนรอจนถึงห้องของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ ดวงตาจดจ่ออยู่กับตัวหนังสือบนกระดาษ เท้าก็ก้าวขึ้นบันไดแล้วพุ่งตัวเข้าไปในห้องนอนทันที
ริมฝีปากยิ้มกว้างขณะทิ้งตัวลงเตียงนอน
แก้วที่รัก ตอนนี้ฉันได้งานแล้วนะ ฉันทำงานที่โรงค้าข้าวกับเถ้าแก่ชาวจีน แก้วไม่ต้องห่วงฉันนะ ฉันสบายดี เถ้าแก่แกใจดีกับฉันมาก เอาไว้ฉันเก็บเงินได้ฉันจะไปรับแก้วมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน รอฉันนะแก้ว
จากนพ
“ดีจังที่พี่นพสบายดี” แก้วยิ้มจนแก้มปริ นอนกลิ้งไปมา อ่านจดหมายเนื้อความเพียงสามบรรทัดซ้ำๆ อย่างมีความสุขทั้งกอดทั้งหอมจนพอใจแล้วจึงรีดกระดาษให้เรียบแล้วสอดเก็บเอาไว้ในลิ้นชักอย่างดี
ซองจดหมายที่ด้านหน้าเขียนที่อยู่ของผู้ส่งเอาไว้ถูกแล้วคัดลอกลงบนซองจดหมายอีกฉบับ จากผู้ส่งถูกเขียนใหม่ลงในช่องผู้รับ แก้วพับจดหมายที่เขาเขียนเตรียมเอาไว้ทบเป็สามท่อน ทั้งยังเขียนต่อในกระดาษอีกหลายแผ่นรวมๆ แล้วซองจดหมายตอบกลับของเขาหนาจนปิดผนึกแทบไม่ได้
“เยอะเกินไปมั้งเนี่ย” แก้วพลิกซองจดหมายที่อ้วนตุ๊บจนเกือบปริไปมา
“ทำอะไรน่ะแก้ว” เสียงของทัศน์ขึ้นที่หน้าประตู
แก้วดีใจรีบหยิบจดหมายของนพแล้วะโลงจากเก้าอี้แล้วพุ่งตัวไปหยุดตรงหน้าของทัศน์
“คุณทัศน์ แก้วได้จดหมายจากพี่นพแล้วล่ะครับ ดูสิแก้วได้ที่อยู่ของพี่นพมาแล้วด้วย จดหมายในนี้แก้วส่งให้พี่นพทั้งหมดเลย”
ดวงตาของทัศน์มองสิ่งที่อยู่ในมือแก้ว
“งั้นหรือ จะเอาไปส่งก็บอกฉัน ฉันจะพาไป” น้ำเสียงเรียบเฉยไม่ยินดียินร้ายของทัศน์ทำให้แก้วรู้สึกแปลกใจ
“คุณทัศน์ไม่เขียนจดหมายหาพี่นพบ้างเหรอครับ”
“แก้วเขียนแล้วไง ฉันไม่ต้องเขียนหรอก”
“คุณทัศน์ไม่คิดถึงพี่นพบ้างเหรอครับ” ทำถามของแก้วทำให้ทัศน์ชะงักไปเล็กน้อย
“วันนี้ฉันได้หน่อไม้มา ข้าวเย็นเป็แกงหน่อแล้วกันนะ”
แก้วมองตามแผ่นหลังกว้างของทัศน์ไป คุณทัศน์เปลี่ยนเื่ ก็หมายความว่าคุณทัศน์ไม่อยากตอบ ตัวแก้วเองจึงกลับเข้าห้องเก็บจดหมายใส่ไว้ในลิ้นชักแล้วไปที่ครัวเพื่อช่วยทัศน์ทำอาหาร
ทว่าเมื่อแก้วมาถึงเขาก็ต้องใ
“โห่ คุณทัศน์ได้หน่อมาเยอะเลย พรุ่งนี้ให้แก้วเอาไปขายดีไหมครับ”
คุณทัศน์ตัดหน่อไม้มาเยอะมากเกินว่าคนสองคนจะกินหมด ปกติใช้หน่อหัวเดียวทำอาหารก็เยอะมากแล้ว นี่คุณทัศน์ตัดมาตั้งห้าหน่อ แถมยังเป็หน่อใหญ่ทั้งหมด นี่กะจะไม่ให้กินอย่างอื่นแล้วหรือไงกัน
“ตามใจแก้วเถอะ” คุณทัศน์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำเอาแก้วขมวดคิ้ว คนแก่ตรงหน้าเขาเป็อะไรอีก
“คุณทัศน์โกรธอะไรแก้วหรือเปล่าครับ” ไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนาน แก้วเลือกที่จะถามออกไปในทันที ใช้ชีวิตด้วยกันแค่สองคนมาหลายเดือน ความกลัวที่มีต่อคนตัวสูงเ้าของวิปภานั้นหมดไปตั้งนานแก้ว เหลือเพียงความกล้าที่นับวันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ใครจะไปคิดว่าคุณทัศน์จะเป็คนดื้อเงียบ บางครั้งยังกวนหน้านิ่งอีก หากความกล้าของแก้วไม่มากขึ้นตามเวลาก็คงเป็ความประสาทที่จะเพิ่มขึ้นแทน
“ฉันจะไปโกรธอะไรแก้วกัน คิดมากระวังแก่ไปหัวจะล้านเอานะ”
“คุณทัศน์ก็!”
ทัศน์มองคนตัวขาวที่ทำทางฟึดฟัด เขาไม่ได้โกรธเคืองอะไรแก้วเลยแม้แต่น้อย กลับกันคนที่เขาโกรธกลับเป็นพ เนื้อความในจดหมายที่แก้วเอาให้ดูแม้เขาจะไม่ตั้งใจอ่าน แค่มองผ่านๆ ก็ยังต้องข่มอารมณ์ สัญญาหนึ่งเดือนนี่ปาเข้าไปเท่าไหร่กว่าจะส่งมา เท่านั้นไม่พอจดหมายฉบับแรกพึ่งถูกส่งมาเนื้อยังสั้นเพียงสามบรรทัด
ถ้าให้ทัศน์เดาในจดหมายนั่นคงไม่มีประโยคไหนที่นพถามถึงความเป็อยู่แก้วแน่ๆ พอคิดมาถึงตรงนี้เขาก็มองไปที่แก้ว ท่าทางดีใจขนาดนั้นแก้วคงไม่คิดเื่พวกนี้เลยสักนิด
แต่ให้เป็แบบนี้ก็ดีแล้ว คิดมากไปก็จะพานทำให้รู้สึกแย่เปล่าๆ
เสียงฮำเพลงดังแววจากใต้ถุน ทัศน์ที่กลับมาพร้อมปลาในข้องมองไปยังต้นเสียง แก้วนั่งบนแคร่ไม้มือก็เช็ดใบพลูท่าทางอารมณ์ดี
ผ่านมาหลายวันแล้วจดหมายของแก้วถูกส่งกลับไปหาคนที่กรุงเทพ แต่ถึงอย่างนั้นคนตัวขาวก็ยังสดใสไม่เป็ปลาตากแห้งเหมือนก่อน
“คุณทัศน์” น้ำเสียงมีชีวิตชีวาเอ่ยเรียกเ้าของบ้านมาแต่ไกล แก้วะโลงจากแคร่รีบสวมรองเท้าคีบแล้ววิ่งไปหาชายตัวสูงที่ผิวดูคล้ำแดดขึ้นกว่าแต่ก่อน
“คุณทัศน์ได้ปลามาอีกแล้วเหรอครับ” แก้วมองปลาในข้องอย่างสนใจ นอกจากปลาดูเหมือนคุณทัศน์จะได้ปูนามาอีกด้วย
“อืม เธอทำอะไรอยู่”
“เช็ดตองครับ ยายหอมแกมาขอซื้อใบตอง กับกล้วยไปเลี้ยงผีปู่ย่า” ได้ยินคิ้วของทัศน์ก็เลิกขึ้นแล้วถามต่อ “หลานแกแต่งงาน?”
“คือ...” แก้วหลบตาอีกฝ่ายไม่รู้ควรพูดดีไหม หากพูดไปจะเรียกว่านินทาหรือเปล่า “ยังไม่ได้แต่งหรอกครับ ยังไม่มีฤกษ์ แต่เลี้ยงผีเอาไว้ก่อน”
ทัศน์พยักหน้ารับ “ถ้าเตรียมของเสร็จแก้วก็บอกฉันจะไปส่ง”
“แก้วไปเองได้ครับ บ้านยายหอมอยู่แค่นี้เอง”
คนตัวโตมองตามปลายนิ้วของแก้ว แค่นี้ที่พูดถึงคือเลยวัดและข้ามสะพานไปอีกฝั่งคลอง
“ของตั้งเยอะเธอจะขนไปยังไง ฉันปั่นจักรยานไปส่ง”
“จักรยานแก้วก็ปั่นเป็นะคุณทัศน์ แก้วปั่นไปเองก็ได้ แค่นี้ไม่ลำบากคุณทัศน์หรอก เย็นนี้คุณทัศน์จะไปกินเหล้ากับพวกลุงๆ เขาไม่ใช่เหรอครับ กว่าจะไปกว่าจะกลับ เดี๋ยวคุณทัศน์ไม่ทันพอดี”
“นัดตั้งเย็นฉันไปส่งเธอก่อนมีเวลาเหลือเฟือ แต่ถ้ามัวแต่เถียงกันอยู่แบบนี้ก็ไม่ได้ไปไหนกันพอดี”
“ก็เพราะคุณทัศน์ไม่ยอมให้แก้วไปเองนั่นแหละครับ” ทัศน์ได้ยินก็หลุบตามองคนที่เดี๋ยวนี้กล้าต่อคำกับเขาขึ้นเยอะ
“ก็ได้ งั้นเธอไปเองแล้วกัน ฉันจะไปอาบน้ำเตรียมตัว เธอเอาของไปส่งก็อย่าลืมห้อยพระไปแล้วกัน ที่ป่าช้าจัดงานศพพอดี แล้วก็อย่ากลับเย็นนักล่ะ” ทัศน์พูดไปก็สังเกตปฏิกิริยาของแก้วไป ยิ่งเห็นคนตัวขาวหน้าเริ่มซีด ยิ่งต้องกลั้นหัวเราะเอาไว้
“คุณทัศน์!”
สุดท้ายแล้วคนที่ยืนกรานจะไปเองให้ได้ก็ต้องนั่งหน้ามุ่ยซ้อนจักรยานโดยมีทัศน์เป็คนปั่น บนคอขาวมีสร้อยพระของทัศน์ห้อยเอาไว้ หลังจากไม่ต้องรักษาภาพลักษณ์แล้วแก้วก็เอาใหญ่ แม้แต่ตะกรุดก็ไปปล้นจากคลังคุณทัศน์มาถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายมีของขลังเก็บเอาไว้เยอะพอควร
“ว่าแต่งานศพใครเหรอครับ” ถึงแก้วจะกลัวแต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้ ทัศน์ปั่นจักรยานไปตาก็มองทางพร้อมกับเอ่ยตอบ “คนจากที่อื่นเขาเอามาฝากเผานี่”
แก้วพยักหน้ารับเขากลัวผีเอามากๆ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไปงานศพในหลายๆ ครั้ง ไม่ใช่ว่าเป็ญาติหรืออะไร แต่ที่ไปก็เพราะว่าได้เงินหรือหากไม่ได้เงินอย่างน้อยแก้วก็จะได้อาหารจากงานศพกลับบ้าน นั่นช่วยให้เขาประหยัดไปได้อีกหลายมื้อ
แต่เดิมพื้นเพของแก้วไม่ใช่คนยากคนจนอะไร คุณทั้งพ่อสองมีอาชีพค้าขาย ร้านขายของชำในตลาดก่อนถูกไฟไหม้เรียกได้ว่าใหญ่โตกินเนื้อที่ถึงสามคูหา เงินที่เก็บไว้ให้ลูกชายเพียงคนเดียวและเอาไว้ใช้ยามจำเป็ไม่ใช่น้อยๆ ทว่า มันกลับมาไม่ถึงมือของแก้ว
“ถึงแล้ว” เสียงของทัศน์ปลุกแก้วออกจากภวังค์ หน้ารั้วไม้สีซีดสุนัขหลังอานสามสี่ตัวส่งเสียงเห่าและวิ่งตะกุยพื้นจนฝุ่นตลบมาทางพวกเขา แก้วตัวเกร็งรีบยกขาขึ้นจนแทบเกี่ยวกับเอวของทัศน์ มือที่ถือของพะรุงพะรังก็กำเสื้อคนตัวใหญ่แน่น เขาว่ากันว่าเดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด นี่แก้วเกาะหลังผู้ใหญ่หมาก็คงจะไม่กัดหรอกมั้ง
ไม่นานยายหอมแกก็เดินออกมาพร้อมกับโบกมือไล่เ้าบางแก้วหลังอานสี่ตัว ไม่พอยังมาพร้อมกับประโยคยอดนิยมของคนแก่
“ไม่เป็ไรๆ หมามันไม่กัด”
แก้วยิ้มแหยนึกใจหมามันไม่กัดยายแต่มากัดแก้วแทนไงล่ะยาย ถ้าไม่ติดรั้วขาเขาคงเป็กระดูกให้เ้าพวกนั้นแทะเล่นไปแล้ว
ส่วนทัศน์ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร เขาเพียงแค่ยกมือไหว้หญิงชรา เห็นอย่างนั้นแก้วก็ยกมือขึ้นตาม ของที่แก้วหอบมาดูเยอะและเทอะทะเกินไปสำหรับยายแก่ๆ คนหนึ่ง ทัศน์จึงเสนอตัวช่วยถือเข้าไปให้ แทนคนตัวขาวที่นั่งเกาะจักรยานแน่น
ขากลับตะกร้าสานที่เคยใส่ใบพลูกลับเต็มไปด้วยผักกาดเขียวที่ยายหอมเอามาให้ แก้วอารมณ์ดีเงินก็ได้ผักก็ได้ นั่งยิ้มตลอดทาง
เข้าเดือนที่หกที่นพจากไปทำงาน จากปลากระดี่เมื่อคราวก่อนแก้วก็กลายเป็ปลาตากแห้งอย่าสมบูรณ์
ครึ่งปีกับจดหมายสองฉบับ
แก้วพยายามคิดในแง่ดี บางทีนพคงจะงานยุ่งไม่มีเวลาเขียนมาหา เพราะคิดแบบนั้นแก้วจึงไม่ได้รอให้อีกฝ่ายเขียนตอบ เป็เขาที่ส่งไปหาชายหนุ่มมากกว่าสิบฉบับแต่จดหมายฉบับที่สองนพไม่ได้ตอบสิ่งที่เขาถามไปเลยแม้แต่น้อย แค่พูดถึงสักนิดก็ไม่มี ทั้งยังถามเื่ของเขากลับมาราวกับว่าจดหมายที่แก้วส่งไปก่อนหน้านี้อีกฝ่ายไม่ได้อ่านมันเลย
หลายวันก่อนแก้วตัดสินใจจะไปตามหานพที่กรุงเทพ ถึงขนาดเก็บข้าวของเรียบร้อยแต่สุดท้ายเขากลับถูกทัศน์ห้ามเอาไว้ โต้เถียงกันอยู่นานโข นั่นถือเป็ครั้งแรกที่เขากล้าขึ้นเสียงใส่คนตัวโต แต่สุดท้ายก็เป็เขาที่ยอมแพ้
ขณะกำลังร้องไห้คุณทัศน์ให้สัญญาหากครบปีนพยังไม่กลับ คุณทัศน์จะเป็คนพาเขาลงไปกรุงเทพเอง
ทัศน์มองคนตัวขาวที่นั่งเหม่อลอยผ้าในกะละมังถูกทิ้งเอาไว้อย่างนั้น แก้วในตอนนี้เหมือนปลาตะเพียนที่ถูกสานแล้วแขวนทิ้งเอาไว้ ได้แต่หมุนไปมาตามลม ยามฟ้าสงบกลับอยู่นิ่งไม่ไหวติง
ใต้ฝืนฟ้าแผ่นเดียวกันโรงค้าข้าวของเถ้าแก่แซ่จิน ชายวัยหกสิบเอ็ดปีมองหน้าลูกชายและว่าที่เขยจากแดนเหนือ
ไม่ใช่สิ...
ตอนนี้เขาคงต้องเรียกอีกฝ่ายว่าลูกเขยเพราะในท้องของผึ้งมีหลานของเขาอยู่
ผึ้งลูกชายเถ้าแก่แซ่จิง พ่อค้าข้าวเดินทางมาลงหลักปักฐานในกรุงเทพั้แ่ยังหนุ่มเปิดกิจการเล็กๆ จนตอนนี้ใหญ่โตรุ่งเรือง ภรรยาที่ฝ่าฟันทุกข์ยากมาด้วยกันนั้นมีบุตรยาก จึงทำให้พวกเขามีเพียงแค่ผึ้งบุตรชายที่เกิดมาพร้อมปานดอกโสนสีแดงบนไหล่ซ้าย
ความที่ผึ้งเป็ลูกเพียงคนเดียวทำให้เ้าตัวถูกตามใจอย่างหนัก เข้าสู่่วัยรุ่นก็เที่ยวมีความสัมพันธ์กับหนุ่มๆ ไปทั่ว ทำเอาคนเป็พ่อนึกหวั่นกลัวผึ้งจะท้องไม่รู้ใครเป็พ่อเด็ก
ส่วนนพนั้นชายหนุ่มพึ่งเข้ามาทำงานที่ร้านได้ไม่นาน ผึ้งเองก็ดูถูกใจชายคนนี้มากทีเดียว ฝั่งนพเองก็ดูเหมือนจะมีใจเขาจึงไม่ได้ห้ามปรามอะไร ดีเสียอีกอย่างน้อยลูกชายเขาก็ไม่เที่ยวออกไปหากินเอานอกบ้าน
ทว่าชายชรานึกไม่ถึงผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนลูกชายที่เขารักบอกว่าตนตั้งท้อง คนผมหงอกหน้ามืดแทบหงายหลังล้มทั้งยืน โชคยังดีที่เ้าผึ้งบอกว่านพคือพ่อของเด็ก เขาจึงไม่ต้องไปตามตัวใครที่ไหน
ครั้นเรียกมาพูดคุยจะจัดงานแต่งตามพิธีรีตอง ฝั่งนพกลับตัวคนเดียวไม่มีญาติผู้ใหญ่ ตนนั้นสงสารจึงว่าไปตามนั้นไม่มีญาติก็ไม่เป็ไร ตบแต่งกันไปก็ถือเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว
ภายในบ้านหลังใหญ่ผึ้งเห็นชายหนุ่มนั่งดื่มน้ำสีอำพันท่าทางคิดไม่ตกจึงเข้าไปโอบกอดจากด้านหลัง
“ป๊าก็ไม่ได้ว่าอะไรทั้งยังจะจัดงานแต่งให้มีอะไรให้เฮียต้องกลัวอีก”
นพวางแก้วในมือลงแล้วผ่อนลมหายใจออกมา
“เื่ที่บ้านพี่ไง”
โสนหนุ่มตัวขาวหน้าตาจิ้มลิ้มแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา เขายืนตัวตรงแล้วเดินอ้อมไปหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของชายหนุ่ม มือเรียวลูบไล้ใบหน้าจนถึงปลายคาง ขาเรียวตวัดนั่งคร่อมบนตักแข็งแล้วโน้มตัวเข้าหา
“เฮียจะคิดเื่นั้นไปทำไม แค่เฮียไม่กลับไป เมียเก่าเฮียจะทำอะไรได้ คนแบบนั้นจะไปมีปัญญามาตามเฮียถึงที่นี่ได้ยังไง” พูดไปปลายนิ้วก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อส่งัับนแผ่นอกแข็ง
“ถึงจะมีปัญญามาหาเฮียถึงนี่แล้วยังไง คนถือใบทะเบียนคือผึ้ง ถ้ามันกล้ามาจริงผึ้งก็จะทำให้มันต้องขายขี้หน้าแบกคำว่าเมียน้อยกลับบ้านนอกมันไป”
นพมองริมฝีปากบางสีสดที่กำลังเหยียดยิ้ม เขาไม่ได้สนใจว่าแก้วจะเป็ยังไงขอแค่แก้วไม่มาสร้างเื่ให้เขาถึงที่นี่ทำให้เขาต้องชวดตำแหน่งเถ้าแก่คนต่อไปเขาก็ไม่มีเื่ให้ต้องนึกถึงอีก
เดิมทีเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับแก้วอยู่แล้วที่แต่ที่เขาเข้าหา ตามจีบ ตามเอาใจก็เพราะอยากลองแย่งชิงมาดู แย่งชิงจากผู้ชายคนนั้น ให้มันได้รู้ซึ้งเสียบ้างว่าถ้าอยากได้อะไรแล้วมันไม่ได้มันเป็ยังไง
นอกจากนั้นนพยังคิดว่ามันน่าสนุกดีที่ได้เห็นปฏิกิริยาของไอ้คนจองหองหยิ่งยโส ใครจะคิดว่ามันจะรับไม่ได้ถึงขนาดกลับบ้านดึกดื่นทุกวันเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องทนเห็นภาพบาดตา
เื่นี้เขาจะเอาดีเข้าตัวอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องยกความดีความชอบให้ไอ้แก้วมันด้วยถ้าไม่โง่คนเกินมันคงรู้ตัวตั้งนานแล้ว โชคดีจริงๆ ที่มันโง่ รักเขาหัวปักหัวปำ ชี้นกเป็นกชี้ไม้เป็ไม้
เื่มันคงจะสนุกกว่านี้อีกถ้าไม่ใช่เพราะแก้วไม่ยอมตั้งท้องเสียที เขาทำตั้งขนาดนั้นแต่ไม่ท้อง มันคงเป็หมันอย่างที่เขาคิดจริงๆ
เขาล่ะอุตส่าห์จะใช้ลูกของมันมาต่อรองเสียหน่อย อย่างน้อยขอที่ดินกับสมบัติอีกครึ่งหนึ่งให้หลาน ไอ้ทัศน์มันคงไม่ว่าอะไร
ใครจะคิดว่าไอ้ทัศน์มันจะใจแข็งต่อให้เอาแก้วมาขู่มันก็ไม่ยอมยกสมบัติให้ ในเมื่ออยู่ต่อนอกจากความสะใจแล้วก็ไม่มีประโยชน์อย่างอื่น เขาถึงตัดสินใจออกมาหาบ่อเงินบ่อทองเอาข้างหน้า ทิ้งไอ้ตัวภาระไว้กับไร้ประโยชน์เอาไว้เสีย
มากรุงเทพคราวนี้นับว่าตัดสินใจได้ถูกจริงๆ นอกจากจะได้ทำงานกับเถ้าแก่ที่ร่ำรวยแล้ว ลูกชายเถ้าแก่ยังถูกใจเขาอีก ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายเป็โสนแดงเื่ยิ่งง่าย แผนเปลี่ยนจากสถานะจากลูกจ้างเป็ลูกเขยสำเร็จภายในไม่กี่เดือน คราวนี้ตัวเขาไม่ต้องง้อสมบัติจากทัศน์สักแดง ซ้ำยังรวยยิ่งกว่าหลายเท่า
โชคดีจริงๆ
ยามค่ำคืนของหมู่บ้านที่มีแต่ทุ่งนา แก้วยืนตากลมมองผ่านความมืดไปสุดสายตา แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันปลิวลู่ไปตามลม เสียงแมลงร้องเรไร บรรยากาศแบบนี้พี่นพคงลืมมันไปหมดแล้ว
“ยืนตากน้ำค้างเดี๋ยวก็เป็หวัด”
เสียงของทัศน์ดังขึ้นทำให้แก้วหันกลับไปมอง อีกฝ่ายเดินมาหยุดที่ข้างๆ กัน
“แก้วแข็งแรงจะตายไม่ป่วยง่ายๆ หรอกครับ”
ดวงตาของทัศน์มองใบหน้าที่ฝืนยิ้ม “ฉันจะพาเธอไปที่ที่หนึ่ง”
แก้วทำหน้าสงสัย “ตอนนี้เนี่ยนะครับ”
“ใช่ แต่ถ้าเธอไม่อยากไปฉันก็ไม่บังคับ” แก้วยืนชั่งใจมืดๆ แบบนี้คุณทัศน์จะพาเขาไปไหนกัน
“เอาสิครับ แต่คุณทัศน์อย่าหลอกแก้วไปปล่อยป่าไม่เอานะครับ” คำพูดของเขาทำให้อีกฝ่ายหัวเราะออกมา นี่เขาจริงจังอยู่นะ
“ฉันจะเอาเธอไปปล่อยป่าทำไมกัน เดี๋ยวนี้เลอะเทอะใหญ่แล้ว” พอถูกว่าเข้าให้แก้วก็ได้แต่ทำหน้ามุ่ย แต่ก็ยังยอมเดินตามคนตัวใหญ่ไป
คันนาที่ทอดยาวลื่นเพราะหญ้าต้นเล็กต้นน้อยอาบน้ำค้างจนชุ่มทำเอาคนคีบอีแตะอย่างแก้วต้องดึงขากางเกงเดินย่ำเท้าท่าทางกระย่องกระแย่ง ดีที่คนตัวใหญ่ข้างหน้าเดินช้าทำให้เขาไม่ต้องวิ่งตามจนขาขวิด ถึงอย่างนั้นก็ยังลำบากมากอยู่ดี
“โอ๊ะ!” เสียงร้องทำให้ทัศน์รีบหันกลับมาคว้าแขนขาวๆ ของคนด้านหลังเอาไว้ สัญชาตญาณที่รวดเร็วทำให้แก้วไม่ล้มหน้าคะมำลงไปนอนแช่น้ำในนา
“เป็อะไรไหม”
“รองเท้าแตะแก้ว...” ทั้งสองก้มมองเท้าเล็กๆ ที่ไถลออกจากพื้นรองเท้า ส่วนหูรองเท้าสีน้ำเงินคล้องอยู่ที่ข้อเท้าขาวพร้อมกับพื้นรองเท้าที่หงายหน้าขึ้นฟ้า
เสียงหัวเราะดังลั่นอย่างไม่คิดจะอดกลั้นทำเอาคนตัวเล็กกว่าแหวใส่ด้วยความอาย
“คุณทัศน์ห้ามหัวเราะแก้วนะ!”
ต้นทางลำน้ำเหมืองติดกับตีนเขา ฝั่งหนึ่งคือทุ่งนาอีกฝั่งที่ถูกขั้นด้วยลำน้ำคือผืนป่า
“คุณทัศน์ ไม่ได้พาแก้วมาปล่อยป่าจริงๆ ใช่ไหมครับ” แก้วถามมือก็คว้าแขนอีกฝ่ายแน่น
“คิดอะไรเลอะเทอะ ฉันมาเธอมาดูเ้านี่ต่างหาก” ทัศน์พยักหน้าไปด้านหน้า นอกจากความมืดแล้วแก้วก็มองไม่เห็นอะไร
“แก้วมองไม่เห็นอะไรเลย”
“หลับตาสิ” เสียงทุ้มของทัศน์กล่าว
แก้วลังเลแต่ก็ยอมหลับตาลง เสียงตนเดินเหยียบหญ้าดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือที่ทาบลงบนดวงตาทั้งสองข้าง
“คุณทัศน์” แก้วเรียกเสียงสั่น ใจเริ่มหวั่น
“ฉันเองไม่ต้องกลัว”
หัวใจของแก้วเต้นโครมคราม พากันปิดตาในที่มืดๆ แบบนี้ คงไม่ใช่ลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นผียายแก่ยืนยิ้มให้หรอกนะ
“เอาล่ะลืมตาสิแก้ว”
เปลือกบางของแก้วค่อยๆ เปิดออก เขายังคงมองอะไรไม่เห็นเพราะฝ่ามือใหญ่ของทัศน์ที่ปิดทับลงมา ทัศน์รอเวลาให้ดวงตาของแก้วชินกับความมืดอีกเล็กน้อยแล้วจึงปล่อยมือออก
ดวงตาที่ชินกับความมืดมองเห็นภาพตรงหน้าได้ดีขึ้น ไร้แสงไฟจากตะเกียง ทว่าแสงจากดวงจันทร์เสี้ยวนั้นสว่างพอให้เห็นว่าทัศน์ขยับขึ้นมายืนอยู่ข้างกัน
ขณะที่แก้วมองเสี้ยวหน้าคม คุณทัศน์กลับพูดขึ้นพร้อมกับมือที่แตะแขนของเขาให้หันไปมอง “ดูสิ ออกมาแล้ว”
แก้วหน้าซีด
อะไรออกมา!?
เขามองตามสายตาของคุณทัศน์ไปยังหิ่งห้อยตัวหนึ่งที่ค่อยๆ บินเผยตัวออกมาให้เห็น
หลังจากนั้นไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่ยังมีอีกหลายสิบตัวบินออกมา หยอกล้อโลดแล่นในยามค่ำคืน
“สวยจัง อย่างกับทุ่งหิ่งห้อย”
ทัศน์มองรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่ คนข้างกายเขาไม่เหมาะกับสีหน้าที่เศร้าสร้อยเลยสักนิด
สำหรับทัศน์แล้วใบหน้าของแก้วเหมาะกับรอยยิ้มมากที่สุด
ดวงจันทร์เคลื่อนตัว ทั้งสองนอนบนเสื่อมองหิ่งห้อยและดวงดารา คนตัวเล็กที่เอาแต่ทำหน้ามัวหมอง ตอนนี้กลับยิ้มไม่หยุด เื่ของใครบางคนถูกลืมเลือนไปชั่วขณะ ทว่าชั่วขณะนั้นกลับเป็เวลาที่แก้วมีความสุขที่สุดในรอบหลายเดือน
ขอปรับเวลาเป็ลงเสาร์ อาทิตย์นะคะ
ปล.แต่ถ้าเสร็จเร็วอาจจะมีลงกลางสัปดาห์บ้าง ฝากติดตามคุณทัศน์กับน้องแก้วต่อน้าาาา