ในที่สุดบาร์ทก็ปล่อยร่างเธอออกและเอรินก็รีบหอบหายใจเข้าไว้
“ผมรอเวลานี้มาเป็นอาทิตย์ ๆทีเดียวนะ” น้ำเสียงของเขามีความสุข
เสียงใครบางคนกระแอมขึ้นทางด้านหลังเมื่อเอรินหันขวับไปก็มองเห็นล้านซ์ยืนพิงร่างอยู่กับกรอบประตูมันเป็นท่าทางที่เขาแสดงออกอย่างเสแสร้ง เพราะดวงตาคู่สีฟ้าเข้มเป็นประกายกร้าวคางสี่เหลี่ยมเชิดขึ้นอันเป็นลักษณะประจําตัวที่เธอได้เห็นตั้งแต่วันแรก
“คุณจะไม่แนะนําให้ผมรู้จัก...เพื่อน...ของคุณบ้างหรือครับมิสโอ’ เชีย” เขาทอดเสียงถาม
เธอพยายามจะสบตาเขาอยากจะอ้อนวอนให้เขาเข้าใจและมีความอดทนมากกว่านี้แต่ดูเหมือนล้านซ์จะมิได้ให้ความสนใจในตัวเธอเลย สายตาของเขาจ้องจับอยู่แต่ใบหน้าของบาร์ทคนเดียว
“เอ้อ...นี่คุณบาร์ท สแตนตันค่ะ...บาร์ทคะ นี่คือคุณล้านซ์ บาร์เรทท์ เป็นเจ้าหน้าที่จากกองสืบสวนแล้วก็คุมคดีเคนอยู่”
“ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับมิสเตอร์บาร์เรทท์” บาร์ทพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกความเต็มอกเต็มใจเดินเข้ามาสัมผัสมือกับชายหนุ่มอย่างอบอุ่นตามนิสัยของเขา
“ครับ คุณสแตนตัน”
บาร์ทดูจะจับสังเกตความผิดปกติบางอย่างในบรรยากาศรอบกายได้เมื่อชักมือออกเขาก็เหลือบตามองหน้าล้านซ์อยู่
“ผมคิดว่าคดีนี้น่าจะสร้างความยุ่งยากให้คุณไม่น้อยเลยนะครับมิสเตอร์บาร์เรทท์” บาร์ทเอ่ยขึ้นอย่างชวนคุย “เพราะเหตุการณ์มันมาผันแปรในตอนท้าย ว่าแต่ทุกคดีที่คุณเข้าไปคุมมีอะไรที่น่าสนใจเท่าคดีนี้ไหม”
“เห็นจะไม่มีหรอกครับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ...น่าตื่นเต้นแล้วก็เร้าใจมากกว่า” ล้านซ์ตวัดสายตามองไปทางเอรินอย่างหยันเยาะซึ่งทําให้หญิงสาวหน้าตาแดงก่ำผ่าวร้อนไปทั้งเนื้อทั้งตัวเธอแปลความหมายในคําพูดของเขาออกทุกตัวอักษร...และเพื่อเป็นการป้องกันตัวเองเอรินจึงร้องออกไปว่า
“นี่...ฉันขอร้องทีเถอะเลิกพูดถึงพี่ชายฉันในลักษณะผู้ต้องหาเสียทีได้ไหม ถึงยังไงเขาก็ตายไปแล้ว”เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือ ซ่อนเร้นไว้ไม่อยากให้ล้านซ์ได้เห็นว่าคําพูดของเขาเมื่อครู่นี้ทิ่มแทงใจให้ปวดร้าวเพียงไร
เธอไม่เข้าใจเลยว่าเพราะเหตุใดเขาจึงได้แสดงออกมาแบบนี้และยังใช้วาจาเชือดเฉือนเธอด้วยผู้ชายคนที่ให้ความอบอุ่น ฝากถึงความรักความใคร่เมื่อคืนนี้หายไปไหน...
และบาร์ทก็เข้ามากอดเธอไว้อีกครั้ง
“ผมขอโทษด้วย สวีทฮาร์ทคุณพูดถูกแล้วละ” เขาตบไหล่เธออย่างปราณี “เออ...ที่ผมมานึกอยากจะมาพบพี่สะใภ้คุณด้วยนะ ชื่อเมลานี่ใช่ไหม”
เอรินถอนหายใจด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง
“เขา...เขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วค่ะ... ไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้ พอเสร็จพิธีฝังศพก็ไปเลย”
“ไป...ไปไหนกัน...นี่หมายความว่าเขาทิ้งให้คุณอยู่ที่นี่คนเดียวยังงั้นเรอะ”
เอรินตวัดสายตามองไปทางล้านซ์มันมีความตกใจฉายชัดอยู่ในดวงตาของเธอ
“ค่ะ...”
เมื่อเธอเห็นบาร์ทขยับจะพูดอะไรบางอย่างต่อก็รีบขัดจังหวะด้วยการเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงที่บอกความร้อนใจ
“คืออย่างนี้นะคะบาร์ทเมลานี่เขามีปัญหารุนแรงกับพ่อแม่ และฉันก็สังเกตเห็นอยู่ว่าพ่อแม่เขาออกจะใจร้ายใจดำอย่างมากด้วย เพราะฉะนั้นเมลานี่ก็เลยอยากจะหนีไปให้พ้น ๆสักพัก และฉันก็ไม่ได้คิดตําหนิที่เขาตัดสินใจอยางนั้นเลย”
“นี่ถ้าผมรู้ว่าเมื่อคืนนี้คุณต้องอยู่ที่นี่ตามลําพังละก้อ ผมคงดิ่งมาแล้วละอย่างน้อยก็ยังได้อยู่เป็นเพื่อนกัน ผมมาถึงตั้งแต่เมื่อคืนแล้วด้วยซ้ำ”
เอรินถึงกับเข่าอ่อนเมื่อมองเห็นภาพตอนที่บาร์ทโผล่เข้าประตูมาขณะที่เธอกับล้านซ์กําลังร่วมรักกันอยู่เบื้องหน้าเตาผิงเธอหันไปคว้าขอบโต๊ะใกล้ตัวพยุงกายไว้
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับมิสเตอร์สแตนตันเพราะผมก็ช่วยเฝ้าให้ตลอดเวลาอยู่แล้ว” ล้านซ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะๆ “ผมเองก็แทบไม่ได้หลับได้นอนเลยทั้งคืนเหมือนกัน
คําพูดที่มีความหมายเป็นสองนัยนั้นมันชัดเจนจนเอรินแน่ใจว่าบาร์ทจะต้องเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และเธอก็ถึงกับหลับตาลงไม่รู้จะสู้หน้ากับเหตุการณ์ที่กําลังเกิดอยู่ในขณะนี้อย่างไร
แต่บาร์ทไม่ได้ให้ความสนใจในคําพูดของล้านซ์แม้แต่น้อยเขากลับหันมาทางเธอและบอกว่า
“ชูการ์ผมว่าหน้าตาคุณซีดเซียวมากไปหน่อยนะเช้าวันนี้ว่าแต่คุณแน่ใจหรือว่าตัวเองไม่เป็นอะไร”
เธอลืมตาขึ้นแล้วก็เห็นเขาที่เข้ามายืนจ้องหน้าอยู่ แววในดวงตาบอกความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด
“เอ้อ...ค่ะ...ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก”
“เอาละในเมื่อตอนนี้เมลานี่เขาก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะต้องอยู่ต่อไปจริงไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เธอมองไปทางล้านซ์ซึ่งยังยืนอยู่ในท่าเดิม สีหน้าราบเรียบราวปราศจากความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้นแต่กระนั้น เธอก็ยังสังเกตเห็นอยู่ว่ากล้ามเนื้อบนร่างกายของเขาตึงตัวด้วยความเครียดที่เกิดก่ออยู่ภายใน
เธอพยายามประสานสายตากับเขาพยายามที่จะมองเห็นแววอ่อนโยนที่ได้เห็นมาโดยตลอดก่อนหน้านี้แต่ปรากฏว่ามันเลือนหายไปสิ้น จะมีก็แต่ความกระด้างเย็นชาบอกความหมางเมินซึ่งทําให้หัวใจของเธอเย็นเยียบลง
ถึงอย่างไรเธอก็ยังจะไปจากที่นี่ตอนนี้ไม่ได้เธอจะต้องรู้ให้ซึ้งถึงความคิดของเขาเสียก่อนและเมื่อคืนนี้เขาและเธอยังล่องลอยไปสู่สรวงสวรรค์ด้วยกัน เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้มันย่อมจะสร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นกับเขาเช่นเดียวกับที่กําลังเกิดกับเธออยู่เขาไม่อาจเสแสร้งอย่างน่าเชื่อเช่นนี้ได้ ถ้าเธอไปตอนนี้นั่นหมายถึงว่าเธอจะไม่รู้อะไรอีกเลย
“บาร์ทคะ...ฉัน...”
“แหวนหายไปไหน”
บาร์ทคว้ามือเธอขึ้นมาขณะเดียวกันเอรินก็มองหน้าเขาอย่างพูดอะไรไม่ออก ขณะที่พยายามเร่งหาคําตอบอยู่มันก็มีคําตอบเกิดขึ้นมาเอง
“เขาจําเป็นต้องถอดออกเพราะผม”
ทั้งเธอและบาร์ทต่างหันขวับไปมองล้านซ์พร้อมกันและพบว่าเขากําลังมองตรงมาที่เอริน นี่หมายความว่าเขากําลังจะบอกบาร์ทเช่นนั้นหรือ...
ใช่แล้ว...มันออกจะโหดร้ายอยู่สักหน่อยแต่อย่างน้อยก็เป็นการพูดให้ชัดเจนเข้าใจกันเสียตั้งแต่แรกเลยและนั่นย่อมหมายความด้วยว่าเขาพร้อมแล้วที่จะเปิดเผยถึงความรักที่เขามีต่อเธอโดยไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใดทั้งสิ้นกับความคิดนั้นหัวใจของเอรินก็พองโตขึ้นจนบอกไม่ถูก
แต่เมื่อเธออ่านความรู้สึกในสีหน้าของเขาอย่างลึกซึ้งเธอก็สังเกตเห็นอยู่ว่าแววในดวงตาของเขาที่จ้องมองเธออยู่ในยามนี้มันปราศจากความอบอุ่นมิได้อ่อนโยนด้วยความรัก แต่กระด้างเย็นชาด้วย...ด้วยอะไรล่ะ...การท้าทายกระมัง...
เขาใช้เวลาอยู่นานพอสมควรเหยียดยิ้มหมิ่น ๆ เมื่อเลื่อนสายตาไปมองบาร์ทแล้วก็เอ่ยต่อว่า
“เนื่องจากตอนแรกเราไม่รู้ว่ามิสเตอร์ไลแมนสร้างเรื่องร้ายแรงไว้มากน้อยแค่ไหนจะมีคนปองร้ายเขาหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมจึงมีความคิดว่าทางที่ดีสุภาพสตรีที่อยู่ในบ้านนี้ไม่ควรจะสวมใส่เครื่องประดับที่มีค่าเพราะฉะนั้น ผมก็เลยขอร้องมิสโอ’ เชียให้ถอดแหวนวงนั้นออกเสียอย่างน้อยก็ยังเท่ากับเป็นการป้องกันตัวเธอเอง”
มันเป็นการกล่าวเท็จอย่างหน้าตาเฉยแต่บาร์ทกลับพอใจในคําอธิบายนั้น มันมีเหตุผลพร้อมมูลอยู่ในตัวของมันเองแล้ว
“โอ...ผมเข้าใจแล้วครับมิสเตอร์บาร์เรทท์” เขาหันไปทางเอรินที่ยืนตัวแข็งราวถูกตรึงอยู่กับที่“คุณจะใช้เวลานานสักแค่ไหนล่ะกว่าจะจัดกระเป๋าเสร็จ”
เธอเหลือบตามองไปทางล้านซ์อีกครั้งแต่พบว่าเขากำลังมองพื้นพรมตรงปลายเท้าท่าทางไม่ได้บอกว่าต้องการจะพูดอะไรกับบาร์ทมากกว่านั้นอีกแล้วความตั้งใจของเขามีอยู่เพียงประการเดียวเท่านั้นคือแสดงความดูหมิ่นเหยียดหยามในตัวเธอซึ่งเท่ากับเป็นการหยันเยาะบาร์ทโดยนัย
เขาต้องการจะสร้างความอับอายให้เกิดขึ้นกับเธอโดยเฉพาะกับความรักทั้งหมดที่เธอมีต่อเขาและทําให้เธอทําทุกสิ่งลงไปอย่างปราศจากความละอายเขาต้องการประกาศให้โลกได้ประจักษ์ในความทรยศของเธอที่มีต่อความรักของบาร์ทเท่านั้น...