“นำตัวนายน้อยลำดับสาม , เสิน ไห่ , เมิ่ง หลง ไปยังตำหนักพยัคฆ์ขาวเพื่อลงโทษตามกฎตระกูล!!”
หลังจากกล่าวจบฮูหยิน หวัง ก็ยืนขึ้น
ในเวลานั้นใบหน้าของ หวัง ชง ก็แข็งค้างไปทันที เช่นเดียวกับ เสิน ไห่ และ เมิ่ง หลง ที่ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวไปจนน่าเกลียด ตระกูล หวัง เป็นตระกูลแม่ทัพ การลงโทษจึงไม่ได้จบลงด้วยการคุกเข่าต่อหน้าบรรพชน หรือทำความสะอาดห้องเท่านั้น
แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีร่างกายยืดหยุ่น และผิวหนังที่แข็งแกร่ง ก็ยังต้องหลั่งเลือดจากการถูกลงโทษ
ภายในตระกูล หวัง ไม่ค่อยมีการลงโทษเช่นนี้เกิดขึ้นนัก ทว่าในครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าฮูหยิน หวัง จริงจังกับมันมากเพียงใด ผู้พิทักษ์ทั้งสองไม่ได้หวาดกลัวต่อการถูกลงโทษแต่อย่างใด ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ แต่สำหรับนายน้อย ชง ของพวกเขาแล้ว นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจทนได้
“ท่านฮูหยิน ………!!”
“ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก!!”
พวกเขาทั้งสองต้องการจะกล่าวขอร้องให้กับ หวัง ชง แต่ก็ถูกฮูหยิน หวัง ขัดขึ้นมาก่อน ในครั้งนี้นางตั้งใจจะลงโทษ หวัง ชง อย่างหนัก
ด้วยวิธีนี้มันจะทำให้เขาสำนึกถึงผลที่จะตามมาก่อนที่จะทำอะไร สำหรับนางแล้ว เสิน ไห่ และ เมิ่ง หลง ก็มีส่วนทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเช่นกัน
“เรื่องนี้ข้าตัดสินใจแล้ว พวกเจ้ายังไม่ดำเนินการอีกรึ!?”
ฮูหยิน หวัง ตวาดขึ้นพร้อมกับกวาดตามองไปยังองครักษ์ที่อยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นเช่นนั้นพวกเขาก็รีบวิ่งเข้ามานำตัว หวัง ชง , เสิน ไห่ และ เมิ่ง หลง ออกไปทันที เห็นได้ชัดว่าวันนี้ไม่มีทางที่พวกเขาจะหลีกเลี่ยงจากการถูกลงโทษได้แน่นอน
“ฮูหยิน หวัง!! ท่านอ๋อง ซ่ง ส่งข้ามาที่นี่เพื่อมอบรางวัล!!”
จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากระยะไกล เมื่อมองออกไปก็เห็นรถม้าคันหนึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้ามายังหน้าประตูตำหนักตระกูล หวัง เมื่อรถม้าหยุดนิ่งสนิทชายวัยกลางคนที่สวมชุดคลุมของราชสำนักก็ก้าวลงมาพร้อมกับกล่องไม้จันทน์สีแดงในมือ
พริบตานั้นที่ทางเข้าตำหนักตระกูล หวัง ก็เงียบสนิท ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนผู้นั้น แม้แต่ หวัง ชง ที่ถูกจับตัวอยู่ก็ยังต้องหยุดมองออกไป
“รางวัล!?”
ฮูหยิน หวัง หยุดฝีเท้าของนางลงพร้อมกับหันกลับมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“สามีข้าออกไปจากเมืองหลวงไปก่อนหน้านี้แล้ว เขาไม่ได้กล่าวอะไรไว้เกี่ยวกับรางวัล หรือการลงโทษใดๆ เอาไว้ ข้าขอทราบเหตุผลของรางวัลนี้ได้หรือไม่!?”
“เหอเหอ!! ฮูหยิน หวัง ท่านกำลังเข้าใจผิด สิ่งนี้ไม่ได้ถูกส่งมาให้กับท่าน หวัง แต่ท่านอ๋อง ซ่ง ได้มอบรางวัลนี้ให้กับบุตรชายของท่าน หวัง ชง!!”
ชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
***** หืมมมม *****
ในเวลานั้นทุกสายตาต่างก็จ้องมองไปที่ หวัง ชง ด้วยความประหลาดใจ แม้แต่ฮูหยิน หวัง ก็ยังต้องหันมองกลับไปด้วยความสับสน
“เป็นไปได้ไหมว่าจะมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น!? ท่านอ๋อง ซ่ง ไม่เคยพบกับบุตรชายที่ไม่เอาไหนของข้ามาก่อน ทำไมท่านอ๋อง ซ่ง ถึงได้ส่งของรางวัลมาให้เขา!?”
ฮูหยิน หวัง กล่าวถามออกมาด้วยความสับสน นางไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้แม้แต่นิดเดียว
อ๋องซ่ง และตระกูล หวัง มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อีกทั้งยังมีความใกล้ชิดต่อกันอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ตระกูล หวัง มีลูกหลานเป็นจำนวนมาก ไม่มีทางเลยที่อ๋อง ซ่ง จะให้ความสนใจกับลูกหลานทุกๆ คนในตระกูล หวัง นอกจากนี้แล้วอ๋อง ซ่ง ก็ฝักใฝ่อยู่กับงานราชกิจของเขา เวลาเดียวที่เขาจะได้พบกับ หวัง ชง ก็คืองานครบรอบวันคล้ายวันเกิดปู่ของ หวัง ชง แต่เขาก็อยู่ในงานเพียงไม่นานเท่านั้น
ในตระกูล หวัง นอกจากปู่ของ หวัง ชง แล้วก็มีเพียงบิดา , ลุงใหญ่ และลุงเล็กของเขาเท่านั้นที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าอ๋อง ซ่ง
ครั้งสุดท้ายที่อ๋อง ซ่ง ได้พบกับ หวัง ชง น่าจะเป็นเวลาเจ็ดถึงแปดปีที่แล้ว แต่อ๋อง ซ่ง ก็ไม่น่าจดจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วเช่นนั้นได้ แม้ว่าตอนนี้ หวัง ชง จะยืนอยู่ต่อหน้าของเขา เขาก็ไม่น่าจะจำได้ด้วยซ้ำ แล้วทำไมอ๋อง ซ่ง ถึงได้ส่งรางวัลมาให้กับเขา!?
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่แน่ใจนัก แต่ว่าท่านอ๋อง ซ่ง ได้มอบหมายกำชับแก่ข้าอย่างมั่นเหมาะ ว่าให้นำสิ่งนี้มามอบให้กับบุตรชายของท่าน หวัง ชง ท่านอ๋อง ซ่ง ยังกล่าวอีกว่าลูกชายของท่านเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงล้ำ และมีมุมมองทางโลกที่เหนือกว่าผู้อื่นมาก ท่านจึงคาดหวังไว้สูงมากที่จะได้เห็นเขาเติบใหญ่ขึ้น!!”
ชายวัยกลางคนที่เป็นองครักษ์นำรางวัลมามอบให้กล่าวพลางมองไปที่ หวัง ชง ด้วยความชื่นชม
***** ครืนนนน *****
พริบตานั้นเหล่าผู้คนโดยรอบต่างระเบิดความสับสนออกมาเป็นวงกว้าง เหล่าข้ารับใช้ และเหล่าองครักษ์ของตระกูล หวัง ต่างมองไปยัง หวัง ชง เป็นตาเดียวด้วยความประหลาดใจ
แม้แต่ฮูหยิน หวัง ก็ยังหันกลับมามองที่ หวัง ชง ด้วยความสับสน นางไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียวว่าทำไมอ๋อง ซ่ง ถึงได้ประเมินลูกชายที่ดีแต่ก่อปัญหาของนางคนนี้เอาไว้สูงเพียงนี้
ฮูหยิน หวัง ไม่ค่อยได้เข้าไปข้องเกี่ยวงานภายในราชสำนักมากนัก แต่นางก็รู้ดีว่าอ๋อง ซ่ง ไม่ได้เป็นคนที่ชื่นชมใครได้ง่ายๆ อีกทั้งบัดนี้เขายังกลับประเมิน หวัง ชง เอาไว้สูงมาก
“แปลก!! แปลกมาก!? ทำไมอ๋อง ซ่ง ถึงจำข้าได้!?”
หวัง ชง อยากรู้เรื่องนี้มากกว่าใครทั้งหมด เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองได้ทำอะไรให้เป็นที่ยกย่องเช่นนั้น และความจริงแล้วเขายังไม่ได้พบกับอ๋อง ซ่ง มาก่อนอีกด้วย
แต่ในไม่ช้าเขาก็จดจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานขึ้นมาได้
“ดูเหมือนว่าท่าน หลู จะมีบทบาทสำคัญต่อเรื่องนี้สินะ!!”
หวัง ชง ครุ่นคิดพลางยิ้มบางออกมาเล็กน้อย
บิดาของเขาได้เดินทางออกจากเมืองหลวงไปแล้ว เช่นนั้นจึงมีเพียงคนเดียวที่กล่าวแทนเขาได้ นั่นก็คือท่านที่ปรึกษา หลู ดูเหมือนว่าความพยายามของเขาที่แสดงออกมาต่อหน้าของท่าน หลู จะไม่เสียเปล่าแม้แต่นิดเดียว
“ท่านแม่ ข้ามิได้ออกก่อเรื่องตั้งแต่เช้า เห็นไหมท่านอ๋อง ซ่ง ยังชื่นชมข้าเลย!!”
หวัง ชง รีบกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มทันที
นี่เป็นโอกาสประทานจากสวรรค์ เขาย่อมไม่พลาดโอกาสดีๆ เช่นนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วความพยายามของเขาคงจะต้องเสียเปล่าไปอย่างไม่ต้องสงสัย
ฮูหยิน หวัง จ้องมองไปที่ หวัง ชง เขม็ง แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แต่นางก็รู้ดีว่าไม่ควรลงโทษ หวัง ชง ต่อหน้าคนของอ๋อง ซ่ง
“รีบลุกขึ้นและขอบคุณ ท่านอ๋อง ซ่ง เร็วเข้า!!”
ฮูหยิน หวัง กล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นเยือก
“ขอบคุณท่านใต้เท้า!!”
หวัง ชง ก้าวออกไปข้างหน้าโค้งคำนับพร้อมกล่าวออกมา “ข้าคงต้องรบกวนให้ท่านฝากคำขอบคุณของข้าถึงท่านอ๋อง ซ่ง แล้ว!!”
“คุณชาย หวัง ชง ช่างเป็นคนที่สุภาพยิ่งนัก!!”
………..
ทุกคนต่างมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครคิดว่า หวัง ชง จะรอดพ้นจากหายนะครั้งนี้ไปได้ แต่แล้วเขาก็กลับได้รับความช่วยเหลือจากอ๋อง ซ่ง อย่างไม่คาดคิด
หวัง ชง ไม่ได้สับสนต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เขารีบใช้โอกาสที่หาได้ยากนี้หาข้ออ้างเพื่อหนีออกไปพร้อมกับกล่องรางวัลทันที
...........
หลังจากที่กลับมาถึงห้องของตัวเองแล้วนั้น หวัง ชง ก็เทชาใส่ถ้วยพร้อมกับจิบเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก
ตัวแทนของอ๋อง ซ่ง ได้กลับไปแล้ว และมารดาของเขาก็ได้พาเหล่าข้ารับใช้ทั้งหมดกลับไปพักผ่อน ความเงียบสงบได้กลับมาสู่ตำหนักตระกูล หวัง อีกครั้ง ในที่สุด หวัง ชง ก็มีเวลาครุ่นคิดถึงแผนการในอนาคต
เขาได้จัดการปัญหาของบิดาไปแล้ว และยังได้รับเงินทุนเพื่อจัดการเรื่องแร่ไฮเดอราบาดเพียงพอแล้ว อีกทั้ง เว่ย ฮ่าว ยังรับปากว่าจะหาช่างตีเหล็กที่มีฝีมือมาให้อีกด้วย เหล็กหวู่จือไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถจัดการได้ภายในเวลาสั้นๆ ดังนั้นเขาจึงไม่กังวลกับสิ่งนี้มากนักในตอนนี้
“ถึงเวลาที่ข้าต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของข้าแล้ว!!”
หวัง ชง ครุ่นคิดขณะที่จิบชา
ในช่วงชีวิตที่แล้วเขาเคยเผชิญหายนะครั้งใหญ่ที่ทำให้แผ่นดินต้องสั่นสะเทือนมาก่อน มันจึงทำให้เขาเข้าใจดีว่าสิ่งเหล่านั้นไม่อาจแก้ไขได้ด้วยความแข็งแกร่งของใครเพียงคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
ความโกรธแค้นของราษฎรส่งผลทำให้เสบียงครัวเรือนต้องพินาศ แต่ทว่าความโกรธแค้นของจักรพรรดิทำให้แม่น้ำถูกย้อมไปด้วยโลหิต เมื่อถึงจุดสุดท้ายแล้ว เขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของต้าถังเพื่อรับมือกับหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น
หากเทียบกันแล้ว ความแข็งแกร่งของแต่ละคนก็ไม่ได้สำคัญมากนัก
และนั่นไม่ได้หมายความว่าความสามารถในการต่อสู้ของแต่ละคนไม่ใช่สิ่งจำเป็น
หากเขาต้องการความร่วมมือ และคนหนุนหลังที่มีอำนาจ เขาก็จำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้
ภายในต้าถัง ความแข็งแกร่งเป็นพื้นฐานของทุกสิ่ง
นอกจากนั้นในวันนี้ เว่ย ฮ่าว ยังสามารถล้มเขาได้อย่างง่ายดาย มันยิ่งทำให้เกิดแรงผลักดันทำให้เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นได้เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับที่ เว่ย ฮ่าว ได้กล่าวเอาไว้ เขาจำเป็นต้องฝึกฝนให้หนักขึ้น
โลหะจำต้องมีความแข็งมากพอก่อนที่จะนำมาตีเป็นอาวุธ หากเขาขาดซึ่งความแข็งแกร่งในตัวเองแล้ว ทุกคำกล่าวของเขาก็เป็นได้เพียงแค่ลมปากที่ไร้ซึ่งน้ำหนัก
“ช่วงนี้ข้าคงต้องอยู่ภายในตำหนักเพื่อฝึกฝนอย่างหนัก!!”
หวัง ชง ตัดสินใจอย่างหนักแน่น
หลังจากทั้งหมดแล้วก็ไม่มีใครอื่นอีกที่อยู่ภายในห้องกับเขา หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วเขาก็ให้ความสนใจมายังกล่องไม้ที่รับมาจากทูตตัวแทนของอ๋อง ซ่ง
“ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าอ๋อง ซ่ง ส่งสิ่งใดมาให้ข้า!?”
หวัง ชง อยากรู้อย่างมาก
อ๋อง ซ่ง เป็นถึงคนของราชวงศ์ คนเหล่านี้มักจะไม่ธรรมดาเมื่อพวกเขาต้องการลงโทษ หรือมอบของขวัญให้กับผู้ใด สิ่งเหล่านั้นย่อมเป็นสิ่งที่พิเศษมากแน่นอน
แม้ว่าราชวงศ์ ซ่ง จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อตระกูล หวัง ถึงสามชั่วอายุคนแล้วก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ที่ดีส่วนใหญ่มักจะจำกัดอยู่แค่รุ่นแรกเท่านั้น
นี่เป็นครั้งแรกที่ หวัง ชง ได้รับของขวัญจากอ๋อง ซ่ง
“ข้าควรรีบเปิดมันออกมาดู!!”
หวัง ชง ไม่อาจสะกดความอยากรู้อยากเห็นของเขาได้อีกต่อไป เขานำกล่องไม้จันทน์สีแดงมาวางบนโต๊ะพร้อมกับเปิดมันออกทันที
“หอมมาก!!”
ทันทีที่ หวัง ชง เปิดฝากล่องออกนั้น สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้ก็คือกลิ่นหอมที่ฟุ้งขึ้นมาเตะปลายจมูกของเขาอย่างรุนแรง
“นี่มันโอสถทิพย์!!”
ความตื่นเต้นพลุ่งพล่านอยู่ภายในใจของเขา ภายใต้กลิ่นหอมเขายังได้กลิ่นกำมะถัน และตะกั่วอีกด้วย
ทั้งสองสิ่งนี้คือส่วนประกอบสำคัญในการปรุงโอสถทิพย์ขึ้นมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอ๋อง ซ่ง ได้มอบโอสถทิพย์ล้ำค่าให้กับเขา
หวัง ชง เปิดฝากล่องออกจนสุด เขามองเห็นโอสถเม็ดกลมวางอยู่บนผ้าสีทองอร่ามที่ถูกบุไว้ในกล่อง โอสถเม็ดนั้นส่องแสงแวววาวราวกับโลหะก็ว่าได้
หวัง ชง จ้องมองไปบนผิวของโอสถเม็ดนั้น แม้ว่าหากมองผิวเผินแล้วมันจะดูเรียบก็ตาม แต่หากสังเกตอย่างละเอียดแล้วนั้น จะสามารถมองเห็นลายคลื่นสีเขียวรอบเม็ดโอสถอย่างชัดเจน นั่นยิ่งทำให้โอสถเม็ดนี้ดูลึกลับมากยิ่งขึ้น
“โอสถกายาพิทักษ์!!”
หวัง ชง ปีติอย่างมาก โอสถที่อ๋อง ซ่ง มอบให้เขานี้คือโอสถกายาพิทักษ์ มันจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย เพื่อเตรียมพร้อมในการบ่มเพาะพลังภายใน นี่คือโอสถที่ผู้ฝึกยุทธ์ช่วงเริ่มต้นต่างก็ใฝ่ฝันโหยหา
หวัง ชง ต้องการที่จะซื้อ โอสถกายาพิทักษ์ มานานแล้ว แต่น่าเสียดายที่ตระกูล หวัง ไม่ได้มีความมั่งคั่งเพียงพอ อีกทั้งซินแสที่สามารถปรุงโอสถเหล่านี้ได้ส่วนใหญ่จะรับใช้ราชวงศ์ และองค์จักรพรรดิเท่านั้น สำหรับคนนอกแล้วแทบไม่มีโอกาสได้เห็นโอสถเหล่านี้ด้วยซ้ำ
ความจริงแล้วซินแสเหล่านี้ไม่ค่อยเผยตัวออกมามากนัก แม้แต่ตระกูลที่มีชื่อเสียงอย่างตระกูล หวัง ก็ยากที่จะได้พบ
หวัง ชง ไม่คาดหวังมาก่อนว่าอ๋อง ซ่ง จะมอบโอสถที่มีค่าเช่นนี้ให้กับเขา
“สุดยอด!! ด้วยโอสถนี่ข้าจะเริ่มฝึกฝนทักษะกระดูกมังกร!!”
เมื่อมองไปที่โอสถเม็ดนี้ หวัง ชง ก็นึกถึงทักษะระดับสูงสุดขึ้นมาทันที มันเป็นทักษะที่ยากจะฝึกให้สำเร็จได้ และใช้เวลานานกว่าจะเห็นถึงพลังที่แข็งแกร่งของมัน ดังนั้น หวัง ชง จึงไม่ได้ตั้งใจฝึกฝนมันตั้งแต่แรก
แต่ทุกอย่างจะแตกต่างไปจากเดิมทันทีเมื่อเขามีโอสถกายาพิทักษ์อยู่ครอบครอง
ในมือของผู้อื่นโอสถเม็ดนี้อาจทำได้เพียงแค่ช่วยให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่ง และยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อสะดวกในการบ่มเพาะพลังลมปราณ แต่ทว่าสำหรับ หวัง ชง แล้วนั้น เขาสามารถดึงความสามารถทั้งหมดของโอสถกายาพิทักษ์ออกมาได้ถึงขีดสุดของมัน
สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเขาในภายหลัง หากว่าเขาเข้าสู่ค่ายฝึกคุนอู๋
“ดูเหมือนว่าข้าคงต้องให้คนเตรียมสมุนไพรให้ข้าแล้ว...!!”
ศาสตร์ในการปรุงยาของห้วงเวลานี้พิเศษอย่างมาก แม้ว่าโอสถเม็ดนี้จะมีส่วนประกอบของกำมะถัน , ตะกั่ว , สารปรอท และซัลเฟอร์ ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นอันตรายต่อร่างกายมากก็ตาม แต่มันยังทำให้ถึงตายได้อีกด้วยหากกินเข้าโดยตรง
มันเป็นเรื่องแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงสำหรับการฝึกยุทธ์ กำมะถัน และตะกั่ว ที่พอเหมาะจะสามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งของร่างกาย และเส้นเอ็นได้เป็นอย่างดี
หวัง ชง ยังไม่แกร่งมากพอ เขาจำเป็นต้องใช้สมุนไพรบางชนิดเพื่อกำจัดพิษของโอสถกายาพิทักษ์ออกไปก่อน หลังจากนั้นเขาจึงจะสามารถกินมันเข้าไปได้
***** ปึก *****
หวัง ชง เก็บโอสถกายาพิทักษ์ไว้ในกล่องพร้อมกับปิดมันลง
..............................