‘แย่ละสิ ข้าไม่ได้เตรียมกระโจมมามันจะดูแปลกสำหรับคนอื่นเกินไปหรือเปล่า เอาไงดีหละนี่’ หยางเถาอวี้ครุ่นคิดในใจขณะเยี่ยนหรูหยิบกระโจมของตนออกมาจากแหวนเก็บของ
“ทำไมเจ้าไม่เตรียมกระโจมเล่า หรือว่าไม่มี”เยี่ยนหรูทำหน้าแปลกใจ
“อ่า ใช่ ข้าไม่มีเจ้าค่ะ”
“แล้วปกติเจ้านอนพักค้างอ้างแรมในป่าอย่างไรรึ”
“ข้าเลือกผูกเปลนอนบนต้นไม้สูงเจ้าค่ะ” ไม่ได้มุสานะถ้าอยู่ข้างนอกข้าก็นอนแบบนั้นจริงๆ ตลอดการเดินทางร่วมเดือน ข้าได้นอนชมจันทร์ข้างนอกตั้งสองคืน
“แล้วเจ้าไม่กลัวยุงกลัวแมลงรบกวนตอนกลางคืนบ้างเลยรึ”
“ข้ามีของดีเจ้าค่ะ นี่ไง” ว่าแล้วก็ล้วงเอาน้ำมันตะไคร้หอมไล่ยุงออกมาเปิดให้เยี่ยนหรูลองดมดู
“เพียงหยดและลูบไล้ตามเนื้อตัวให้ทั่วเท่านี้ก็ไม่มียุงหรือแมลงมารบกวนแล้วเจ้าค่ะ”
“หอมดีนี่ น่าสนใจจริง เจ้าปรุงเองเหรอข้าไม่เคยเห็นวางขายที่ไหนมาก่อน”
“ใช่แล้ว ปรุงจากสมุนไพรธรรมชาติ มีสองกลิ่นกลิ่นตะไคร้หอมกับกลิ่นเปลือกและดอกส้มโอต่อให้สัตว์ป่าได้กลิ่นก็ไม่ทำให้มันตื่นกลัวเพราะเป็นกลิ่นจากพืชธรรมชาติที่หาได้ตามป่าจึงไม่เป็นผลต่อการล่าสัตว์อสูรแน่นอนท่านสนใจอุดหนุนข้าไปลองใช้ดูสักหน่อยหรือไม่ ข้าคิดราคากันเองให้เลย” จะจริงหรือไม่นางก็ไม่แน่ใจแต่เท่าที่ทดลองใช้กับตัวเองมาสังเกตุว่าไม่ทำให้พวกสัตว์ป่ารู้สึกถึงความแปลกปลอมนะเพราะนางใช้ในระหว่างวันด้วย ตามป่าดิบชื้นมักมีแมลงรบกวน แม้เป็นเพียงชั่วเวลาสั้นๆระหว่างพักกินข้าว
“เออะ... สน สนใจสิ ขวดละเท่าไหร่เหรอ” ต้องซื้อเหรอนี่นึกว่านางจะแบ่งมาให้ทดลองใช้เสียอีก
“ราคาเพื่อนฝูงข้าคิดแค่ขวดละร้อยอีแปะก็พอขวดนึงใช้ได้นานเป็นเดือนเชียวน๊า เหมาะกับการพกพาขณะเดินทางมาก” หึหึของฟรีไม่มีในโลก ตะกี๊ข้าเสียยาฟื้นฟูให้ท่านไปตั้งหลายเม็ดยังไม่ทวงเงินคืนเลยถือว่าทำบุญต่อชีวิตสัตว์โลก แต่ขืนให้ฟรีอีกเดี๋ยวจะเสียนิสัยท่าทางของคนตรงหน้าก็ดูไม่เหมือนคนขาดเงิน มีโอกาสทำการค้าต่อให้เล็กๆ น้อยๆก็ต้องพยายาม หยางเถาอวี้นำเสนออย่างกระตือรือร้น
“อ่า ราคาถือว่าไม่แพง เอ้านี่ข้าขอลองซักกลิ่นละขวด” เยี่ยนหรูส่งเงินให้เด็กสาวสองร้อยอีแปะอย่างไม่ลังเล
“ถ้าใช้แล้วติดใจฝากท่านบอกต่อๆ ไปด้วยนะเจ้าคะอิอิ” หยางเถาอวี้ฉีกยิ้มหวานการค้าขณะส่งขวดน้ำมันตะไคร้หอมกับน้ำมันกลิ่นดอกส้มโอให้เยี่ยนหรูพร้อมฝากฝังผลิตภัณฑ์ของตนไปด้วย
“ได้เลย ว่าแต่คืนนี้เจ้าจะนอนอย่างไรแถวนี้เป็นลานโล่ง ไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้เจ้าแขวนเปลนอนหรือเราจะย้ายไปหาพื้นที่ที่มีต้นไม้ใหญ่ข้างหน้าดี”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เวลานี้เย็นมากแล้วตัวข้าก็อยู่ง่ายกินง่าย ปูผ้าผืนหนาๆ บนพื้นหญ้าก็ใช้ได้แล้ว”
“ได้อย่างไรกัน เอางี้หากไม่รังเกียจเจ้าก็เข้าไปนอนในกระโจมข้าเถอะ”
“หา!...” หยางเถาอวี้ตาโต ถึงนางจะยังเด็กแต่อีกแค่สามปีก็ถึงวัยปักปิ่นแล้วน๊า จะให้ไปนอนร่วมกับชายหนุ่มได้อย่างไร
“อย่าเข้าใจผิดๆ ข้าจะไปปูผ้านอนที่พื้นหญ้าเองส่วนเจ้าเข้าไปพักในกระโจมคนเดียว”
“อ๋ออออ” หยางเถาอวี้ยกมือลูบอก หลงตกใจแทบแย่วูบหนึ่งยังแอบตำหนิตัวเองว่าไว้ใจร่วมเดินทางกับคนแปลกหน้าง่ายเกินไปหรือไม่
“เอ่อ ขอบพระคุณเจ้าค่ะแต่ข้าชอบนอนชมจันทร์มากกว่า เชิญท่านตามสบายเถอะเจ้าค่ะ” เป็นความจริงที่หยางเถาอวี้ชอบนอนในที่โล่งทำเช่นนั้นนางจะได้เฝ้ามองดวงดาวพราวพร่างยามราตรีเผื่อจะได้เห็นดาวบ้านเกิดของตนบ้างแม้ความคิดเช่นนี้คล้ายเป็นการหลอกตัวเองหรือแค่จินตนาการก็ยังดีเพราะท้องฟ้าที่เห็นเป็นท้องฟ้าต่างเอกภพกัน จะมีดาวทวิภาคของนางได้อย่างไร
“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้าเถอะงั้นข้าจะไปหาไม้มาก่อฟืนนะ เจ้ารออยู่ตรงนี้สักเดี๋ยว” พูดเสร็จก็หมุนตัวเดินจากไปทางหมู่ไม้เยี่ยนหรูไม่ต่อความยาวสาวความยืด เขาเคารพในการตัดสินใจของเด็กสาวตรงหน้า
“มิ้วๆ” ข่าเอ๋อบนไหล่ส่งเสียงร้อง สองมือเล็กๆลูบท้องไปมา
“อะไรกัน เจ้าหิวอีกแล้วเหรอ” หยางเถาอวี้หยอกมันเล็กน้อยอันที่จริงตัวนางก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน
“เอาล่ะๆ อดทนอีกนิดนะ เจ้าอยากกินอะไรเล่า”หยางเถาอวี้ชวนคุยราวกับว่ามันจะตอบได้เย็นนี้มีผู้อื่นอยู่ด้วย ถ้าควักทุเรียนออกมาเกรงว่าผู้ร่วมทางจะเหม็นประเดี๋ยวเยี่ยนหรูกลับมาค่อยว่ากันอีกทีดีกว่า
พวกนางรออยู่แค่ชั่วก้านธูปก็ได้ยินเสียงฝีเท้าสวบสาบดังขึ้นครั้นหันไปจึงเห็นเยี่ยนหรูเดินกลับมาพร้อมไม้ฟืนกองโต ยังสะพายไก่ฟ้ามาด้วยสามตัว
“โอ้ยโย้วโหย ไก่ฟ้า...” หยางเถาอวี้เห็นเข้าก็แทบน้ำลายไหลทันทีเผลอเหม่อเห็นภาพไก่ขอทานลอยอยู่ตรงหน้า นี่ไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานเท่าไหร่แล้วนะวันนี้จะได้ออกเจซะที อะฮึกๆ สวรรค์ มีเพื่อนร่วมทางเท่ากับมีมือสังหารที่ดีนี่เอง
“โชคดีเจอไก่ฟ้าเข้าเย็นนี้เราเอามาย่างกินดีหรือไม่” เยี่ยนหรูถามความเห็น ปกติยามเดินป่าอาหารย่างนับว่าง่ายดายที่สุด
“ไม่ดีๆท่านเอาไก่ฟ้าไปจัดการถอนขนและล้างให้สะอาด ที่เหลือไว้เป็นหน้าที่ของข้าเอง
“ตกลงสาวน้อย งั้นฟืนพวกนี้ยกให้เจ้าก่อไฟรอไว้นะเจ้าก่อฟืนเป็นใช่ไหม” กล่าวจบเห็นหยางเถาอวี้พยักหน้าตอบเยี่ยนหรูจึงวางกองไม้ลงและจ้ำเดินไปทางทิศที่ตนเคยบอกไว้ว่ามีสระน้ำอยู่
ราวสองเค่อต่อมาไก้ฟ้าสามตัวล่อนจ้อนถูกยกกลับมาตอนนี้กลับเป็นเยี่ยนหรูที่กำลังตะลึงกับเครื่องใช้เครื่องปรุงที่วางเรียงรายรออยู่
หยางเถาอวี้นำเครื่องปรุงกับส่วนประกอบเช่นเม็ดแปะก๊วยลูกเกาลัด ถั่วลิสง พริกไทย กระเทียม พริกชี้ฟ้า พุทราจีน เผือก ใบบัว ใบบอน กับหมูสามชั้นที่เหลืออยู่ในกำไลมิติออกมาวางเรียงยังมีกระทะ ตะหลิว และอุปกรณ์อื่นๆ พร้อมสรรพราวกับยกครัวออกมาไม่สนใจสายตาตะลึงงันของผู้ร่วมทาง
อย่างไรเย็นนี้ก็ต้องได้กินไก่ขอทาน ฮึ่ม
นางเตรียมเผือกหอม แปะก๊วย คั่วลูกเกาลัดทอดถั่วลิสงรอท่าไว้แล้ว เวลานี้จึงนำพริกไทย กระเทียม ขิงแก่มาโขลกรวมกันในครกไม้จากนั้นจึงใช้หมูสามชั้นเจียวเอาน้ำมันออกมาผัดส่วนผสมที่โขลกละเอียดจนหอมได้ที่ใส่พริกชี้ฟ้าหั่นท่อน เผือกหอม แปะก๊วย พุทราจีนเชื่อมจนส่งกลิ่นหอมเร่งไฟให้แรงขึ้นแล้วใส่เหล้าจีนลงไปผัดต่อ เติมน้ำเล็กน้อย ปรุงรสจนพอใจจากนั้นจึงนำไส้ที่ผัดคลุกจนได้ที่มายัดลงในตัวไก่ทั้งสามจนเต็มห่อด้วยใบบัวและใบบอนที่กินได้จนมิดมัดด้วยเชือกก่อนจะเอาดินเหนียวมาห่อทับคลุมตัวไก่จนทั่ว โยนลงไปในกองไฟ
ส่วนผู้ช่วยมือเพชรฆาตหนึ่งคนกับผู้ช่วยดูเสริมกำลังใจอีกหนึ่งตัวต่างกำลังนั่งเหม่อมองหยางเถาอวี้เตรียมอาหารอย่างใจจดใจจ่อหากน้ำลายไหลได้เหมือนเจ้าตัวเล็ก เยี่ยนหรูคงทำไปแล้ว
ปกติย่างไก่ขอทานต้องใช้เวลาราวหนึ่งชั่วยามเศษระหว่างรอหยางเถาอวี้จึงนำมะพร้าวกับส้มโอออกมาปอกรอท่าเผื่อใครหิวจัดก็กินรองท้องก่อนได้ ข้อหลังนี้คงไม่พ้นเจ้าตัวเล็ก
“คุณหนูหยาง”
“เรียกข้าว่าอวี้เอ๋อก็ได้เจ้าค่ะ”
“ตกลง งั้นเจ้าก็เรียกข้าว่าพี่หรูเถอะ”
“ตกลง พี่หรู” หยางเถาอวี้ยิ้มแย้มพยักหน้า
“นั่นผลไม้อะไรเหรอ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”
“ผลไม้เมืองร้อนเจ้าค่ะข้าเจอที่ชายป่าหมื่นอสูรแถวบ้าน เลยเก็บมาตุนไว้หลายลูก ที่เปลือกแข็งๆนี่เรียกมะพร้าว น้ำของมันอร่อยชื่นใจ ส่วนนี่คือส้มโอ รสชาติเปรี้ยวอมหวานมันก็คือส้มยักษ์นั่นแหละเจ้าค่ะ ลองชิมดูสิเจ้าคะ” หยางเถาอวี้แกะส้มโอเสร็จจึงส่งกลีบส้มโอเม็ดเต่งฉ่ำน้ำให้เยี่ยนหรูกับข่าเอ๋อคนละชิ้น
“โอ้ รสชาติอร่อยมาก หวานอมเปรี้ยวนิดๆ กินแล้วแก้กระหายดีเหมือนกัน”
“กินมากไม่ได้นะเจ้าคะ น้ำของมันช่วยแก้กระหายได้แต่หากกินมากไปจะร้อนในเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นหรอกหรือ อยู่กับเจ้ายังไม่ทันครบวันแต่ข้าได้ความรู้ใหม่มากมายทีเดียว นับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว”
“มิได้ๆ แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
เยี่ยนหรูชิมส้มโอไปครุ่นคิดไปสาวน้อยผู้นี้นับว่าแปลกเด็กนักศิษย์พี่ศิษย์น้องหญิงแต่ละคนที่เขาเคยเดินทางร่วมทำภารกิจด้วยล้วนพกพาแต่พวกเครื่องหอมเครื่องประทินผิวกับเสื้อผ้าอาภรณ์เป็นหลักวันๆ สนใจแต่จะแต่งตัวให้สวยงาม ไม่เคยเห็นใครควักเอาเครื่องครัวออกมาทำอาหารกลางป่าแบบนี้สักคนสาวน้อยผู้นี้น่าสนใจจริงๆ
“น่าจะได้ที่แล้ว” หยางเถาอวี้จัดการเขี่ยเอาไก่ห่อดินเหนียวสามตัวออกมาจากกองไฟหลังจากแกะดินเหนียวและใบบัวออกมา เผยให้เห็นเนื้อไก่สีน้ำตาลสวยกำลังดีกลิ่นหอมฉุยจนกระเพาะของทุกคนร้องจ๊อกๆ นางจัดใส่ถาดใหญ่ให้คนละใบ ส่งตัวหนึ่งให้เยี่ยนหรูไปบริการตนเองส่วนของข่าเอ๋อกับนาง นางใช้มีดตัดแบ่งตัวไก่ออกเป็นส่วนๆ ให้กินง่ายขึ้น
เวลาถัดจากนี้ปราศจากคำพูดได้ยินแต่เสียงฉีกเนื้อไก่เสียงเคี้ยวจั๊บๆๆรอบปากของแต่ละคนมันแผลบไม่มีใครอายใคร เยี่ยนหรูกินไปร้องอืออาไป ส่วนเจ้าตัวเล็กตอนแรกหยางเถาอวี้นึกสงสัยอยู่บ้างว่ามันจะเป็นสัตว์มังสวิรัติหรือเปล่ามันจะกินได้หรือเปล่าแต่เวลานี้ความเร็วในการจัดการไก่ขอทานตรงหน้าของข่าเอ๋อกลับรุดหน้ามากกว่ามนุษย์สองคนอย่างเห็นได้ชัดมันครางงี๊ดๆ ท่าทางสุขใจเหลือหลาย
ไก่ขอทานสามตัวหมดไปอย่างรวดเร็ว ข่าเอ๋อทำท่าอยากได้อีกเสียแต่ว่าไม่มีใครยอมสละให้มันกินเพิ่ม จึงได้แต่หันไปคว้าส้มโอมากินต่อนับว่าเป็นสัตว์อสูรที่มีมารยาทอย่างน่าประหลาด รู้อยู่เสียจริง
“อา... อร่อยสุดยอดๆๆๆๆข้าไม่เคยกินอะไรอร่อยอย่างนี้มาก่อนเลย” เยี่ยนหรูลูบพุงของตนพร้อมระบายลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่งทำหน้าสุขใจไม่ค่อยต่างกับข่าเอ๋อเท่าไหร่นักหนึ่งคนหนึ่งตัวล้มลงลูบพุงตัวเองอย่างกะฝาแฝด
“นี่ ล้างปากด้วยน้ำมะพร้าวกันเจ้าค่ะรับรองชื่นใจ” หยางเถาอวี้ส่งลูกมะพร้าวฝานเสียบไผ่หลอดให้กับทั้งสอง
“อา... ชื่นใจจริงด้วย หอม ไม่หวานมากนักกำลังชื่นใจจริงๆ”
“นี่ถ้าได้แช่ในน้ำเย็นหรือน้ำแข็งจะยิ่งชื่นใจกว่านี้เจ้าค่ะ”
“โอ้ เจ้าตัวเล็กดูดเป็นซะด้วย ดูมันฉลาดเฉลียวนักนี่มันเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์ไหนกัน หน้าตาแบบนี้ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนในตำราสัตว์อสูรก็ไม่เคยเห็น” เยี่ยนหรูหรี่ตามองข่าเอ๋อที่กำลังดูดน้ำมะพร้าวจากไผ่หลอดเสียงดังจ๊วบๆ
“ข้าก็ไม่ทราบเช่นกันเจ้าค่ะแต่น่าจะเป็นพวกสายพันธุ์กระต่ายหรือเปล่า เพิ่งเจอมันเมื่อสองวันก่อนนี่เองมันเข้ามาขออาหารกิน ท่าทางเชื่องนัก จากนั้นก็ตามข้าต้อยๆ ไม่ยอมไปไหนเลย”หยางเถาอวี้พยายามปกปิดสายพันธุ์พิเศษของเจ้าตัวเล็กเต็มที่
“โอ... ข้าเข้าใจจิตใจของเจ้ายิ่งนักข่าเอ๋อ”เยี่ยนหรูหัวเราะร่วนออกมาเมื่อได้ยิน“หากเป็นข้าก็คงทำเหมือนเจ้านี่แหละฝีมือทำอาหารของอวี้เอ๋อช่างดีเยี่ยม อร่อยจนลืมไม่ลงทีเดียว” เยี่ยนหรูสัพยอกพร้อมเอ่ยชม
ตกลงว่าคืนนี้เยี่ยนหรูนำผ้าห่มออกมาปูนอนข้างกองไฟใกล้ๆกับจุดที่หยางเถาอวี้นอนแทนที่จะเข้าไปนอนในกระโจม เป็นลูกผู้ชายอกสามศอกจะเอาแต่สบายเข้าไปนอนในกระโจมคนเดียวก็รู้สึกขัดต่อมโนธรรมสำนึกชอบกลส่วนเจ้าตัวเล็กซุกไซร้หาความอบอุ่นอยู่ข้างหยางเถาอวี้ไม่ยอมห่างนางเห็นเช่นนั้นก็ไม่ทักทวง ชวนคุยซักถามถึงเรื่องราวต่างๆในสถานศึกษาและยุทธภพเพิ่มเติม
กระทั่งเริ่มดึกข่าเอ๋อขดตัวหลับใต้ผ้าห่มไปนานแล้ว เยี่ยนหรูจึงเอ่ยขึ้น “คืนนี้เจ้านอนก่อนเถอะข้าจะเฝ้ายามให้เอง”
หยางเถาอวี้พยักหน้าตกลงเปลือกตาของนางเริ่มหนักขึ้น เสียงชวนคุยจึงค่อยๆ เงียบหายไปในที่สุดแต่ก่อนที่จะผลอยหลับไปนางไม่ลืมที่จะฝากให้รุ่ยเอ๋อกับทีเจวันคอยเฝ้าระวังความปลอดภัยให้ด้วย
---------
https://kaijeaw.in.th/สูตรเมนูระดับจักรพรรดิ/
https://food.mthai.com/food-inbox/123783.html