ร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ

    ตอนที่ 44: พืชสมุนไพรที่เก็บเกี่ยวและความลับของรากปฐพีขาว

    ยามเช้าอันสดใสกลางกรุงเทพมหานครเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความเงียบสงบภายในร้านหลบมุมคาเฟ่ ก่อนที่เสียงระบบจะดังขึ้นเบาๆ ในหัวของนนท์

     

    *ติ้ง!*

     

    [การเพาะปลูกในกระถางดินมนตรา ช่องที่ 1 สำเร็จเสร็จสิ้น]

     

    [รากปฐพีขาว (ระดับหายากต่ำ) เจริญเติบโตเต็มที่ 100% พร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวแล้ว]

     

    นนท์ยิ้มบางๆ ด้วยความยินดี พลางก้าวเดินตรงไปยังชั้นวางกระถางดินมนตราที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้องครัวข้างบานหน้าต่าง

     

    กระถางดินเผาสีน้ำตาลเข้มสลักลวดลายกิ่งไม้โบราณแผ่ไอหมอกอุ่นๆ สีขาวบางเบาออกมาปกคลุมโดยรอบอย่างสม่ำเสมอ

     

    ตรงใจกลางของกระถาง ปรากฏต้นสมุนไพรที่มีใบเรียวยาวสีขาวเงินสลักลายคล้ายเกล็ดน้ำค้าง ส่องแสงประกายเรืองรองนวลตาออกมารอบๆ

     

    นนท์ใช้มือจับโคนต้นของมันอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆ ออกแรงดึงสมุนไพรวิเศษนี้ขึ้นมาจากผืนดินมนตราช้าๆ

     

    *ฟุ่บ...*

     

    หัวสมุนไพรใต้ดินขนาดเท่ากำปั้น สีขาวสะอาดบริสุทธิ์ราวกับหิมะแรก และส่งกลิ่นหอมสะอาดคล้ายดินเปียกหลังฝนตกใหม่ๆ หลุดติดมือขึ้นมาอย่างง่ายดาย

     

    เศษดินมนตราที่เกาะอยู่ตามรากแห้งและร่วงหล่นกลับลงสู่กระถางโดยไม่เสียของ ซึ่งนี่คือ "รากปฐพีขาว" ที่เขาเฝ้าดูแลประคบประหงมมาหลายวันนั่นเอง

     

    นนท์นำสมุนไพรไปวางไว้บนเขียงไม้สักในครัว แล้วหยิบเครื่องตรวจวิเคราะห์พลังงานระดับกลางของระบบมาสแกนตรวจสอบคุณสมบัติในทันที

     

    *วิ้ง...*

     

    ลำแสงสีฟ้าครามแผ่ออกมาสแกนรอบตัวรากปฐพีขาวหนาแน่นอย่างถถี่ถ้วน ก่อนที่หน้าจอระบบจะแสดงผลการประเมินขึ้นกลางอากาศ

     

    [ทำการวิเคราะห์พืชวัตถุดิบ: รากปฐพีขาวระดับสมบูรณ์]

     

    [คุณลักษณะ: แผ่พลังงานธาตุดินมานาธรรมชาติที่มั่นคงและหนาแน่น]

     

    [สรรพคุณพิเศษ: ช่วยสมานและฟื้นฟูชีพจรพลังเวทที่ฉีกขาด ปรับสมดุลอุณหภูมิร่างกายภายใน และช่วยเสริมเสถียรภาพรอยแยกมิติให้คงที่เมื่อนำมาปรุงอาหาร]

     

    นนท์อ่านรายละเอียดของระบบพลางขยับแว่นสายตาคิดวิเคราะห์แผนการปรุงอาหารอย่างรอบคอบ

     

    เมื่อวานนี้ตอนที่เขาเสิร์ฟอาหารให้เลโอ นักรบสิงโตหนุ่มยังมีอาการหายใจติดขัดและหน้าอกกระเพื่อมแรงจากบาดแผลภายในสะสม

     

    เมนูจากรากปฐพีขาวนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการช่วยรักษาอาการบาดเจ็บขององครักษ์ผู้ซื่อสัตย์คนนี้

     

    นนท์ตัดสินใจทำของหวานฟิวชั่นไทยโบราณผสมผสานสมุนไพรต่างโลกอย่าง "บัวลอยนมสดรากปฐพีขาวมนตรา"

     

    เขาเริ่มจากการปอกเปลือกสีเงินของสมุนไพรออก เผยให้เห็นเนื้อในสีขาวนวลฉ่ำน้ำคล้ายมันแกว จากนั้นขูดรากปฐพีขาวเป็นเส้นบางๆ

     

    เขาโขลกผสมรวมกับแป้งข้าวเหนียวของโลกมนุษย์ เติมน้ำอุ่นทีละน้อยแล้วนวดด้วยมือจนแป้งเนียนนุ่ม ยืดหยุ่นได้ดี และมีกลิ่นหอมสะอาดโชยออกมา

     

    นนท์ใช้ฝ่ามือปั้นแป้งเป็นเม็ดบัวลอยกลมเกลี้ยงขนาดพอดีคำ วางเรียงรายบนถาดไม้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

     

    จากนั้นตั้งหม้อดินเผาใบเล็ก ใส่ผงน้ำนมแพะมนตราละลายน้ำสะอาด เติมน้ำตาลมนตรา และใบเตยสดหอมๆ จากโลกมนุษย์ลงไปเคี่ยวจนส่งกลิ่นหวานละมุน

     

    เมื่อน้ำนมเดือดอ่อนๆ นนท์จึงทยอยหย่อนเม็ดบัวลอยรากปฐพีขาวสีเงินลงไปต้มจนแป้งสุกฟูและลอยตัวขึ้นมาเหนือน้ำนมอย่างสวยงาม

     

    *ปุด... ปุด...*

     

    กลิ่นหอมหวานละมุนของน้ำนมแพะผสานกับความหอมสดชื่นของใบเตยและกลิ่นสมุนไพรสะอาดโชยอบอวลไปทั่วทั้งร้านหลบมุมคาเฟ่

     

    นนท์ตักบัวลอยนมสดร้อนๆ ใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามดูประณีต แล้วถือขึ้นไปเสิร์ฟให้เลโอและลี่เหม่ยบนโซนห้องสมุดชั้นสอง

     

    "ลองทานบัวลอยนมสดร้อนๆ ถ้วยนี้ดูสิครับคุณเลโอ มันทำจากสมุนไพรต่างโลกที่ปลูกในร้าน ซึ่งน่าจะช่วยสมานบาดแผลภายในของคุณได้ดีครับ"

     

    เลโอมองถ้วยของหวานที่มีควันสีขาวลอยกรุ่น และเม็ดบัวลอยสีขาวเงินเรืองแสงระยิบระยับบางเบาด้วยความทึ่งใจ

     

    เขานำช้อนไม้ตักบัวลอยเม็ดกลมพร้อมน้ำนมแพะอุ่นสีขาวข้นเข้าปากชิมคำแรก

     

    *อึก...*

     

    แววตาสีอำพันของนักรบสิงโตหนุ่มพลันเบิกกว้างด้วยความทึ่ง ร่างกายอันบึกบึนของเขาสั่นสะท้านเบาๆ

     

    ความเหนียวนุ่มละมุนละไมของแป้งบัวลอยผสมกับรสหวานอุ่นกลมกล่อมของนมสดแผ่กระจายละลายลงสู่ลำคออย่างนุ่มนวล

     

    ทันใดนั้น คลื่นพลังงานธาตุดินที่อุ่นหนาและเสถียรระลอกใหญ่ก็กระจายตัวออกจากช่องท้อง ซึมซาบเข้าโอบอุ้มรักษาชีพจรพลังเวทมนตร์ของเขาที่ฉีกขาด

     

    ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ทรวงอกซึ่งกัดกินและรบกวนการนอนของเขามานานหลายวัน มลายหายวับไปเป็นปลิดทิ้งทันตาเห็น

     

    "น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก! บาดแผลภายในและชีพจรที่ฉีกขาดของข้า... ได้รับการฟื้นฟูและสมานรักษารวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์!"

     

    เลโอตักบัวลอยทานคำแล้วคำเล่าด้วยความซาบซึ้งใจและความสุขเปี่ยมล้น จนขนมหวานหมดถ้วยอย่างรวดเร็ว

     

    ลี่เหม่ยที่นั่งเฝ้ามองดูอาการอยู่ข้างๆ ระบายรอยยิ้มงดงามออกมาด้วยความโล่งอกอย่างแท้จริง

     

    "ขอบพระคุณท่านมากจริงๆ เจ้าของร้านนนท์... ตอนนี้พลังเวทมนตร์และออร่าของท่านเลโอกลับมาคงที่ดังเดิมแล้วค่ะ"

     

    นนท์ยิ้มรับคำขอบคุณอย่างเป็นกันเอง ขณะเดียวกัน หน้าจอสีฟ้าครามก็กะพริบแจ้งเตือนผลสรุปภารกิจขึ้นมากลางอากาศ

     

    *ติ้ง!*

     

    [การเก็บเกี่ยวและปรุงเมนูสมุนไพรเสร็จสมบูรณ์]

     

    [รากปฐพีขาว x 1 ในคลังถูกใช้ปรุงอาหารเรียบร้อยแล้ว]

     

    [ได้รับรางวัลฟื้นฟูชีพจรพันธมิตร: +380 EXP]

      - ค่าประสบการณ์สะสมปัจจุบัน: 1,000 / 2,000 EXP เลเวล 16

     

    [ได้รับรายได้และรางวัลแปลงยอดขาย: +5,000 บาท]

      - ยอดเงินบาทคงคลังปัจจุบัน: 62,500 บาท

     

    [ได้รับแต้มมิติสะสม: +40 แต้ม]

      - แต้มมิติสะสมคงเหลือปัจจุบัน: 380 แต้ม

     

    นนท์มองดูตัวเลขเงินสดสะสมหกหมื่นสองพันห้าร้อยบาทบนหน้าจอด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า

     

     

    ลี่เหม่ยขยับหางเก้าหางพาดขอบโซฟาเบาๆ พลางเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใยว่าสถานการณ์กบฏฝั่งจักรวรรดิเริ่มตึงเครียดขึ้นทุกวัน

     

    "หากไม่มีร้านของท่านนนท์คอยช่วยเหลือพวกเราไว้ในวิกฤตนี้ ข้าและท่านเลโอก็คงยากจะหาความสงบสุขได้จริงๆ ค่ะ" ลี่เหม่ยกล่าวด้วยสายตาขอบคุณ

     

    เลโอพยักหน้าเห็นด้วย พลางกำหมัดแน่นรับรู้ได้ถึงพลังของพละกำลังที่แผ่ซ่านทั่วร่างอย่างมั่นคง

     

    "ใช่แล้วลี่เหม่ย รสชาติอาหารของเจ้าของร้านไม่เพียงแต่รักษาร่างกายของข้าเท่านั้น แต่มันยังปลุกขวัญและกำลังใจของข้าให้พร้อมสู้อีกครั้งด้วย!"

     

    นนท์ยิ้มรับด้วยความยินดี พลางเติมชาจีนอุ่นๆ ให้แก่ทั้งสองคนเพื่อส่งท้ายมื้อของหวานด้วยความอบอุ่นใจ

     

    "ตราบใดที่คุณยังอยู่ที่นี่ ร้านหลบมุมคาเฟ่จะคอยต้อนรับและปกป้องคุณเสมอครับ ทานให้อิ่มและพักผ่อนให้เต็มที่นะครับ" นนท์กล่าวด้วยความจริงใจ

     

    เอลวิน่าที่คอยมองดูอยู่ห่างๆ ส่งยิ้มร่าเริงพลางก้าวเข้ามาเก็บถ้วยกระเบื้องเปล่าไปทำความสะอาดด้วยความคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง

     

    ความผูกพันและมิตรภาพของทุกคนในร้านค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างช้าๆ อบอวลไปด้วยไออุ่นของขนมหวานและชาอุ่นยามเช้า...

     

    ความเหนื่อยยากในการเพาะปลูกและทดลองสูตรอาหารฟิวชั่นใหม่ๆ ประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม และคาเฟ่แห่งนี้ก็พร้อมต้อนรับทุกคนอย่างมั่นคงยิ่งขึ้น...

    คล้ายกับเรื่องร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ ที่คุณอ่าน