ยามเฝ้าประตูระดับพระเจ้า

    ศิษย์เอกสำนักขุนเขาอัศจรรย์

    หลังจากที่เย่ฟานใช้ท่าไม้ตาย "หมัดหกราชันย์" อัดศิษย์เอกสำนักวิหคอัคคีจนร่วงลงมาเหมือนนกปีกหัก บรรยากาศในสนามประลองก็ยังคงเต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่หยุดหย่อน ภาพของคลื่นกระแทกที่อัดศัตรูโดยไม่ต้องสัมผัสตัวยังคงติดตาผู้ชมทุกคน

    "เจ้าหนุ่มนิรนามนั่น... มันใช้วิชาอะไรกันแน่? ไม่ใช่ปราณ แต่รุนแรงยิ่งกว่าปราณ!" "สำนักเฝ้าประตู... ปีนี้ม้ามืดตัวจริงมาแล้ว"

    เย่ฟานเดินกลับมานั่งข้างสนามด้วยท่าทีสงบ หลี่หมิงยื่นน้ำเต้าให้ "ดื่มหน่อยไหม? น้ำเก๊กฮวยเย็นๆ แก้ร้อนใน"

    เย่ฟานรับมาจิบเล็กน้อย "ขอบคุณครับอาจารย์" สายตาของเขายังคงจดจ้องไปที่เวที เพราะคู่ต่อไปคือการเฟ้นหาคู่ต่อสู้ที่เขาจะต้องเจอใน รอบ 8 คนสุดท้าย

     

    "คู่ต่อไปของรอบ 16 คนสุดท้าย! หวังเมิ่ง บุตรชายท่านแม่ทัพใหญ่ ปะทะ ซือกัง ศิษย์เอกสำนักขุนเขาอัศจรรย์!"

    เสียงเชียร์ดังกระหึ่มอีกครั้งเมื่อสองยอดฝีมือขึ้นเวที

    หวังเมิ่ง: ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะเงิน ถือทวนยาวสามศอก แววตาดุดันและเปี่ยมด้วยความมั่นใจในฐานะลูกแม่ทัพผู้เกรียงไกร เขาอยู่ระดับ ขั้นที่ 5 (ขั้นนภา) ต้นๆซือกัง: ชายร่างเตี้ยม่อต้อแต่หนาตัน ผิวสีทองแดงคล้ำ กล้ามเนื้อปูดโปนเหมือนก้อนหินเดินได้ เขาไม่พกอาวุธใดๆ นอกจากสนับแขนหินหยาบๆ

    "เจ้าก้อนหิน..." หวังเมิ่งควงทวนอย่างชำนาญ "ได้ยินว่าสำนักขุนเขาอัศจรรย์หนังเหนียวนัก วันนี้ทวนของข้าจะเจาะมันให้ทะลุเอง!"

    ซือกังยืนกอดอกนิ่ง ไม่พูดอะไร เพียงแค่ยิ้มมุมปากและกวักมือเรียกท้าทาย

     

    "อย่ามาดูถูกข้า! เพลงทวนพายุคลั่ง!"

    หวังเมิ่งเปิดฉากโจมตีทันที ทวนยาวพุ่งเข้าใส่ซือกังดุจพายุฝน ปลายทวนห่อหุ้มด้วยปราณสีขาวคมกริบ แทงเข้าใส่จุดตายทั้งคอ หู ตา และหัวใจอย่างรวดเร็ว

    เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

    เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ชมอ้าปากค้าง ซือกังไม่ได้หลบแม้แต่ก้าวเดียว! เขาใช้เพียงหน้าอก แขน และไหล่ รับคมทวนตรงๆ ทุกครั้งที่ทวนแทงโดนตัว จะเกิดประกายไฟแลบและเสียงเหมือนเหล็กกระทบหิน

    "อะไรกัน!" หวังเมิ่งตกใจเมื่อเห็นว่าทวนระดับศาสตราของตน ไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนบนผิวหนังของซือกังได้

    "ถึงตาข้าบ้าง..." ซือกังเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เขาเกร็งลมปราณธาตุดิน ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้มเหมือนเหล็กไหล "เคล็ดวิชาลับ: กายาศิลาบรรพกาล!"

    ซือกังเดินฝ่าดงทวนเข้าไปดื้อๆ ไม่สนใจการโจมตีที่ระดมเข้ามา หวังเมิ่งพยายามถอยฉากและแทงสกัด แต่ก็เหมือนเอาไม้จิ้มฟันไปทิ่มกำแพงเมือง

     

    "เป็นไปไม่ได้! ทวนข้าทำจากเหล็กเย็นพันปีนะ!" หวังเมิ่งเริ่มสติแตก เขาตัดสินใจทุ่มสุดตัว กระโดดลอยตัวขึ้นสูง รวบรวมปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายทวน "ท่าไม้ตาย: มังกรทะลวงภูผา!"

    เขาพุ่งทวนลงมาเสียบที่กลางกระหม่อมของซือกัง หวังจะจบเกมในทีเดียว

    ซือกังแสยะยิ้ม เขาเกร็งคอและศีรษะจนเส้นเลือดปูดโปน แสงสีทองเรืองรองออกมาจากร่าง "ระฆังทองคุ้มกาย!"

    เปรี้ยงงงง!

    ปลายทวนปะทะเข้ากับศีรษะของซือกังเต็มๆ แต่แทนที่กะโหลกจะแตก... กลับเป็น ทวนเหล็กเย็น ที่งอและหักสะบั้นลง!

    "หา!?" หวังเมิ่งตกลงมาที่พื้น มองดูอาวุธคู่ใจที่หักคามือด้วยความสิ้นหวัง

    ซือกังไม่ปล่อยโอกาส เขาเหวี่ยงหมัดขวาที่หนักอึ้งเข้าใส่ลำตัวของหวังเมิ่ง "นอนไปซะ!"

    ตู้ม!

    หมัดเดียว! หวังเมิ่งกระเด็นไปไกลเกือบตกเวที เกราะเงินยุบลงไปเป็นรูปกำปั้น กระดูกซี่โครงหักหลายซี่ นอนสลบเหมือดไปในทันที

    "ผู้ชนะ... ซือกัง จากสำนักขุนเขาอัศจรรย์! ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย!"

     

    ผู้ชมต่างฮือฮากับพลังป้องกันที่ไร้เทียมทานของซือกัง "แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! ทวนระดับนั้นยังแทงไม่เข้า แล้วนิรนามจะเอาอะไรไปสู้?" "นิรนามใช้แค่หมัดกับนิ้ว เจอคนที่แกร่งเหมือนหินผาแบบนี้ นิ้วคงหักก่อนจะได้จิ้มแน่ๆ"

    สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เย่ฟานด้วยความกังวลและสงสาร ทุกคนคิดว่าในรอบ 8 คนสุดท้าย เย่ฟานเจอกระดูกชิ้นโตที่ "แพ้ทาง" อย่างจังเข้าเสียแล้ว

    ทว่า... ภายใต้หน้ากากนั้น เย่ฟานกลับยิ้มออกมาบางๆ

    เขาจ้องมองซือกังที่เดินลงจากเวทีด้วยท่าทางหยิ่งผยอง เย่ฟานไม่ได้รู้สึกกังวลเลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นมาดู กำหมัดแน่น แล้วคลายออก

    'กายาศิลา... ระฆังทอง... แข็งแกร่งดีนี่' เย่ฟานคิดในใจ 'ถ้าเป็นเมื่อก่อนข้าคงหนักใจ แต่ตอนนี้...'

    เย่ฟานนึกถึงวิชาที่อาจารย์หลี่หมิงสอนให้... วิชาที่จะทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็ก และโจมตีทะลุทะลวงได้ยิ่งกว่าศาสตราใดๆ

    "เกราะจิตตานุภาพ"

    เขายังไม่ได้งัดมันออกมาใช้เลยแม้แต่นิดเดียว...

    "น่าสนุก..." เย่ฟานพึมพำเบาๆ "รอบหน้า ข้าจะลองดูว่าระหว่างหินผาของเจ้า กับหมัดเคลือบเกราะจิตตานุภาพของข้า อะไรมันจะแข็งกว่ากัน"

    หลี่หมิงที่ได้ยินลูกศิษย์พึมพำก็เคี้ยวถั่วต่ออย่างสบายใจ "ดีมาก... อย่าลืมทำให้มันแตกละเอียดไปเลยนะ จะได้จบไวๆ ข้าเริ่มง่วงแล้ว"

     

    คล้ายกับเรื่องยามเฝ้าประตูระดับพระเจ้า ที่คุณอ่าน