เกิดใหม่ครานี้ข้าจะเหยียบย่ำพวกเจ้าเอง

    ตอนที่ 55 เคลื่อนย้ายพลัง

    ตอนที่55 เคลื่อนย้ายพลัง


    ซ่งเย่หันขวับไปมองและพบกับชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟา


    ซ่งเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะเธอมองไม่เห็นว่าเขามานั่งบนโซฟาตั้งแต่เมื่อใด?


    “มานั่งก่อนสิ” ชายชราเชื้อเชิญซ่งเย่อย่างอารมณ์และชี้นิ้วไปยังโซฟาเล็กอีกตัวที่ตั้งอยู่ข้างๆเขา


    ซ่งเย่เดินไปนั่งตามคำเชิญด้วยความงุนงง


    “แปลกใจหรือที่เห็นฉันมานั่งตรงนี้?”ชายชราแย้มยิ้มพลางถามซ่งเย่อย่างพิจารณา


    เขาสนใจที่เธอนิ่งเฉยโดยไม่มีท่าทางตื่นตกใจที่จู่ๆเห็นเขา


    แต่มีท่าทีเฉพาะบางอย่างที่เหนือกว่าเอสเปอร์คนอื่นๆซึ่งคล้ายกับตามคำทำนายของตระกูล


    “ผู้มาจากแดนไกลที่สามารถพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้จะนิ่งเฉยกับทุกสถานการณ์”


    “ใช่ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับตามตรงเพราะทักษะของชายชราไม่เหมือนการล่องหนของริชาร์ด


    แต่เป็นเหมือนการผสมผสานระหว่างล่องหนและการเทเลพอร์ตจากระยะไกลเข้าไว้ด้วยกัน


    “ฮ่ะฮ่าฮ่า ตอบตรงดี”


    หลิวหงฝานหัวเราะชอบใจที่เด็กสาวตอบตรงและไม่มีท่าทางเสแสร้งอ่อนหวานซึ่งเขาไม่ชอบใจ


    “เสี่ยวเย่บอกกับหนูแล้วใช่ไหม?” หลิวหงฝานอดีตหัวหน้ากองกำลังแผนกพิเศษถามซ่งเย่เกี่ยวกับการคัดเลือก


    “บอกแล้วค่ะ” ซ่งเย่ตอบกลับอย่างสุภาพเมื่อเขาดูอาวุโสและคุ้นเคยกับหลิวเย่เป็นอย่างดี


    “คุณปู่อย่าทดสอบหนักนักนะครับ”หลิวเย่กล่าวทักท้วงช่วยสาวน้อยตนเองโดยตรง


    “ปู่?”ซ่งเย่เอียงคอจ้องมองชายชราตรงหน้าอย่างแปลกใจ


    เธอไม่คิดว่าเขาจะเป็นปู่ของหลิวเย่


    “เอ่อผมลืมแนะนำคุณ นี่คือปู่ของผมเอง หลิวหงฝาน”


    หลิวเย่นึกขึ้นได้พลันตบหน้าผากตัวเองและเริ่มพูดแนะนำทันที


    “เรียกปู่หลิวก็ได้”


    หลิวหงฝานรู้สึกเอ็นดูซ่งเย่ที่เธอมีท่าทางสบาย


    และไม่มีมารยาเหมือนหญิงสาวบางคนที่น่าเบื่อหน่ายจึงพูดบอกกับซ่งเย่อย่างเป็นกันเอง


    “ค่ะ ปู่หลิว”ซ่งเย่พยักหน้าเข้าใจและเรียกตามที่เขาต้องการ


    ด้านหลิวหงฝานที่ต้องการเห็นว่าที่หลานสะใภ้จึงอาสามาเป็นคนคัดเลือกเอสเปอร์ใหม่ด้วยตนเอง


    เขารู้ข่าวจากสะใภ้คนโปรดของตนเองที่มีนิสัยคล้ายคลึงกัน


    ดังนั้นเขาจึงยืนยันกับหลิวเย่ที่จะทำหน้าที่เป็นคนทดสอบทักษะของซ่งเย่ด้วยตัวเอง


    เมื่อเขาได้เห็นซ่งเย่ทำให้เกิดความรู้สึกเอ็นดูและชอบใจกับท่าทีเป็นธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่งเกินงามเหมือนอีกคน


    นั่นคือ กงจ้าวเว่ยลูกสาวของเพื่อนลูกชายตนเองที่มีจริตจะก้านเกินงามจนน่ารำคาญ


    “ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มทดสอบเลยแล้วกันมีการทดสอบอยู่ง่ายๆแค่ 3 ขั้นตอน”


    “หนึ่งไปยืนอยู่กลางห้อง ยืนนิ่งๆสักสิบนาที ถ้าทำได้ก็ถือว่าผ่าน”


    “สองทดสอบทักษะต่อสู้ หากชนะก็ถือว่าผ่าน”


    “สามทดสอบความรวดเร็ว หากหลบเข็มที่พุ่งเข้าใส่ได้โดยไม่มีรอยแผลแม้แต่น้อยก็ถือว่าผ่าน”


    หลิวหงฝานอธิบายขั้นตอนการทดสอบกลับซ่งเย่


    เขาเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกาจของเธอจากปากของหลานชายหน้าตาย


    แต่ทว่าเขาก็ต้องการเห็นความเก่งกาจของสาวน้อยด้วยตาของตนเองมากกว่า


    “เข้าใจแล้วค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับรู้


    เมื่อเธอได้รับสัญญาณจากชายชราให้เริ่มรับการทดสอบได้


    เธอเดินออกไปยืนกลางห้องโถงอันกว้างใหญ่เมื่อยืนอยู่บนตำแหน่งที่มีเครื่องหมายกากบาทบนพื้น


    พลันมีกำแพงโปร่งใสที่ตรงกลางมีช่องโลหะสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง1 ฟุต ยาว 1 ฟุต


    ขอบกำแพงแต่ละด้านเป็นโลหะหนาได้เลื่อนขึ้นจากพื้นทั้งสี่ทิศทางมาครอบร่างของเธอไว้ภายใน


    จากนั้นช่องโลหะตรงเปิดออกและมีแสงสว่างสาดส่องลงมาบนร่างกายของเธอพร้อมทั้งหลุมไฟเหนือหัว


    ทำให้เกิดแสงสว่างจ้ารอบตัวทั้งด้านบน-หน้า-หลัง-ซ้าย-ขวารอบทิศ


    อุณหภูมิสูงมากขึ้นเรื่อยๆจนเกิดไอความร้อนแผ่กระจายออกจากตัวเธอ


    ซ่งเย่ใช้พลังซาเซินขับความร้อนออกจากร่างกายได้อย่างง่ายดายแต่ปรากฏว่าเธอใช้พลังมากเกินไป


    ทำให้หลอดไฟที่ส่งความร้อนจากเหนือหัวและรอบด้านพลันแตกกระจายทันที


    “เปรี๊ยะเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ”


    กำแพงที่ครอบร่างของซ่งเย่เกิดรอยร้าวทุกแผ่นและค่อยๆหดตัวลงกลับสู่พื้นด้านล่างทันที“วื๊ด วื๊ด วื๊ด วื๊ด”


    “โอ๊ะ!แข็งแกร่งจริงๆ” ชายชราหลิวอุทานอย่างตื่นเต้นที่พบว่าซ่งเย่มีพลังอันแข็งแกร่ง


    เขาไม่คิดว่าพลังของเธอจะสามารถทำลายดวงไฟและกระจกที่แข็งแกร่งขนาดทนแรงกระแทกของอาวุธปืนกลได้


    “เอ่อ”ซ่งเย่ทำหน้ากระอักกระอ่วนใจที่ตนได้ทำลายอุปกรณ์ทดสอบของกองกำลังแผนกพิเศษ


    ด้านหลิวเย่ที่อมยิ้มอย่างมีความสุขพลางเหล่ตามองปู่ของตนเองที่ตื่นเต้นอย่างไม่เก็บงำอาการ


    “เอาล่ะเธอผ่านแล้วสาวน้อย” หลิวหงฝานส่งเสียงแจ้งผลการทดสอบขั้นแรกด้วยน้ำเสียงชื่นชม


    ซ่งเย่ลอบถอนหายใจโล่งอกที่พบว่าแรงสะท้อนพลังของเธอไม่ได้สร้างปัญหาให้ตนเอง


    ในเวลานี้หลิวเย่โบกมือเป็นเชิงบอกกับปู่ตนเองว่าไม่จำเป็นต้องทดสอบในขั้นตอนที่สองซึ่งเป็นทักษะต่อสู้


    “ทักษะต่อสู้ไม่ต้องทดสอบหรอกครับคุณปู่เธอผ่านแน่นอน”


    “ไม่ฉันต้องการดู” หลิวหงฝานปฏิเสธเสียงแข็งและจ้องหลานชายตนเองเขม็ง


    “เฮ้อ โอเคงั้นผมจะทดสอบกับเธอแล้วกัน”หลิวเย่ยกมือยอมแพ้ก่อนอาสาตนเองเป็นคู่ซ้อมทดสอบกับเธอ


    เขาไม่กล้าให้คนอื่นร่วมทดสอบฝีมือเธอเพราะเกรงว่าเธออาจเผลอทำร้ายพวกเขาเข้าให้


    “เริ่มเลย”ซ่งเย่พยักหน้าส่งสัญญาณเมื่อเห็นหลิวเย่มายืนต่อหน้าตนเอง


    “โอเค”หลิวเย่พยักหน้าตกลง


    จากนั้นทั้งคู่พุ่งตัวเข้าต่อสู้โรมรันกันอย่างจริงจัง


    “ฟิ๊ว พลั๊กผลุ๊บ ฟึ๊บ ตุ๊บ”


    “ฟึ๊บ ตุ๊บ ฟิ๊วพลั๊ก ผลุ๊บ”


    หลิวหงฝานพยักหน้าอย่างชื่นชมสาวน้อยที่เธอสามารถต่อสู้หลิวเย่ได้อย่างสูสี


    เขามองเห็นอย่างชัดเจนว่าทั้งคู่ไม่ได้ออมแรงเลยแม้แต่น้อยแต่สาวน้อยกลับต่อสู้กับหลิวเย่ได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำ


    “เก่งจริงๆพละกำลังมีมหาศาลจนไม่น่าเชื่อ” หลิวหงฝานกล่าวอย่างประหลาดใจ


    “พอแล้ว”หลิวเย่ส่งสัญญาณให้สาวน้อยหยุดเมื่อเห็นว่าเธอกำลังสนุกจนไม่ยอมหยุดพัก


    “ตกลง”


    ซ่งเย่ยอมหยุดอย่างไม่เต็มใจเพราะการได้ต่อสู้หรือออกกำลังกายเพื่อระบายพลังส่วนเกินทำให้เธอรู้สึกสบายตัว


    “ขั้นที่สองผ่านขั้นที่สามไม่จำเป็นต้องทดสอบแล้ว” หลิวหงฝานส่งเสียงบอกทั้งคู่อย่างผ่อนคลาย


    ซ่งเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยที่พบว่าตนเองไม่ต้องทดสอบในขั้นที่สาม


    “เธออยากลองทดสอบดูน่ะ”หลิวเย่ที่เห็นท่าทีของสาวน้อยพลันเข้าใจความคิดของเธอทันทีจึงบอกปู่ตนเอง


    “อ้อ งั้นเหรอถ้าเช่นนั้นกลับไปยืนในตำแหน่งนั้น”


    หลิวหงฝานชี้นิ้วมือในอีกมุมหนึ่งที่มีเครื่องหมายกากบาทอยู่บนพื้น


    เมื่อซ่งเย่กวาดสายตามองไปรอบบริเวณห้องโถงพบว่ามีเครื่องหมายกากบาทอยู่ทั้งหมด6 ตำแหน่ง


    แสดงว่ามีห้องทดสอบ6 ห้องใช่ไหม?


    ความอยากรู้อยากเห็นฉายชัดออกมาทางแววตาของเธอ


    หลิวเย่เหลือบมองเห็นท่าทางของเธอเขาส่ายหัวเล็กน้อยที่พบว่าเธอให้ความสนใจมากเกินไปจึงเอ่ยบอกเธอว่า


    “ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดหรอกมันเอาไว้ทำอย่างอื่นด้วย ไม่ใช่มีไว้เพื่อเป็นห้องทดสอบอย่างเดียว”


    “อ้อ”ซ่งเย่ส่งเสียงรับรู้ก่อนเดินไปประจำตำแหน่งที่ชายชราชี้บอกเธอ


    เมื่อเธอยืนอยู่บนจุดกากบาทเรียบร้อยแล้วพลันมีฉากโลหะจากด้านล่างเลื่อนขึ้นมาครอบตัวเธอทุกทิศทาง


    ซ่งเย่เห็นว่าจะมีเข็มพุ่งจากรอบทิศทำให้เธอตื่นเต้นยิ่งขึ้นที่จะได้ทดสอบความเร็วของตนเอง


    “ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊วฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊วฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว ฟิ๊ว”


    เข็มเล่มเล็กจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าใส่ร่างของซ่งเย่ที่ยืนอยู่ตรงกลางห้อง


    ร่างของเธอพลิกตัวไปมาอย่างคล่องแคล่วเพราะเธอมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเข็มที่พุ่งมานั้นมันช้าเกินไป


    จนทำให้เธอเหมือนกับกำลังเต้นระบำอยู่


    เนื่องจากเข็มพุ่งมาอย่างเป็นระเบียบซึ่งมีการเรียงลำดับกันและทำให้เธอเดาทิศทางได้อย่างถูกต้อง


    ด้านชายชราหลิวที่เห็นว่าซ่งเย่ดูสนุกสนานมากกว่ากลัวเข็มจะพุ่งเข้าหาตนเองเหมือนเอสเปอร์คนอื่นๆที่ผ่านมา


    เขาส่งพลังทักษะเคลื่อนย้ายแรงระยะไกลหรือเทเลฟอร์ส!


    เพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางของเข็มให้พุ่งเข้าหาเธอจากทุกทิศทางพร้อมกัน


    เมื่อซ่งเย่เห็นว่ามีเข็มจากทุกทิศทางพุ่งเข้าหาเธอพร้อมกัน


    ตาเธอเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นและพลิกตัวหลบไปมาด้วยความรวดเร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัวจนเหมือนสายน้ำ


    หลิวหงฝานตาโตอึ้งตะลึง“นี่! นี่!นี่เธอทำได้อย่างไร?”


    เขาไม่คิดว่าสาวน้อยจะสามารถหลบหลีกเข็มที่พุ่งเข้าหาทุกทิศทางได้อย่างรวดเร็วทั้งที่เข็มมีขนาดเล็กและเร็วมาก


    “พอแล้ว”หลิวเย่ส่ายหัวให้กับปู่ตนเองที่ชอบแกล้งคนเหมือนแม่ของเขา


    จากนั้นหลิวเย่ส่งพลังให้หยุดการเคลื่อนไหวของเข็มทันที“พรึ๊บ!”


    หลิวหงฝานเหล่ตามองอาการเป็นห่วงสาวน้อยของหลานชายตนเองด้วยความหมั่นไส้


    พลางทำปากขมุบขมิบเป็นเชิงต่อว่าและบ่นเล็กน้อย


    “อ้าว”ซ่งเย่อุทานเล็กน้อยเมื่อพบว่าเข็มหายไปแล้วเธอกำลังสนุกแต่ทว่ากลับถูกขัดจังหวะโดยใครบางคน


    “ผ่านขั้นสามแล้ว”หลิวหงฝานส่งเสียงแจ้งผลกับซ่งเย่อย่างไม่พอใจหลานชายตนเอง


    หลิวเย่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้


    แล้วเดินไปนั่งบนโซฟาข้างปู่ตนเองพลางกระซิบบอกบางอย่างซึ่งทำให้ชายชราอารมณ์ดีขึ้นในทันใด


    ซ่งเย่เดินมานั่งบนโซฟาตำแหน่งเดิมและบอกกับชายชราตามตรงว่า


    “ปู่หลิวค่ะหนูอยากดูปู่แสดงทักษะเมื่อกี้อีกครั้งได้ไหม?”


    หลิวหงฝานหรี่ตามองซ่งเย่อย่างพิจารณาจนทำให้หลิวเย่พูดเตือนปู่ตนเองอย่างนึกหมั่นไส้ว่า


    “ปู่ครับอย่าเล่นตัวนักเลย รีบแสดงให้เธอดูได้แล้ว”


    “ก็ได้ ก็ได้”ชายชราหลิวตอบรับอย่างไม่เต็มใจ


    เพราะเขากำลังจ้องมองซ่งเย่ด้วยความสนใจที่เธอสนใจเรียนรู้ทักษะของเขา


    หากเธอเป็นคนในตำนานจริงนั่นคือ คนที่สามารถเรียนรู้และทำได้ทุกอย่าง


    นั่นหมายความว่ามันจะกลายเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องปกป้องเธออย่างเต็มกำลังความสามารถ


    ชายชราหลิวจึงต้องการทดสอบดูว่าเธอสามารถเรียนรู้ได้จริงหรือไม่?


    “ดูให้ดีนะสาวน้อย”ชายชราหลิวส่งสัญญาณให้กับซ่งเย่


    จากนั้นเขารวบรวมพลังจากภายในร่างกาย


    แล้วส่งออกพลังนั้นผ่านทางฝ่ามือพุ่งตรงเข้าใส่ทิศทางด้านในสุดของห้องโถง


    ทันใดนั้นร่างของเขาพลันหายไปจากบนโซฟาแล้วไปปรากฏตัวที่ด้านในสุดของห้องโถง


    หลิวหงฝานส่งพลังอีกครั้งในการดึงโซฟาจากอีกฟากเข้ามาหาตนเองและเขาหย่อนก้นนั่งลงอย่างสบายอารมณ์


    ซ่งเย่ตาโตเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นที่มองเห็นการเคลื่อนย้ายพลังของชายชราหลิว


    ครู่หนึ่งทั้งโซฟาและชายชราเคลื่อนกลับมาหาซ่งเย่ในตำแหน่งเดิมด้านข้างเธอ


    “เป็นอย่างไรบ้าง?”หลิวหงฝานถามสาวน้อยอย่างคาดหวังว่าเธอจะสามารถเรียนรู้ได้


    “จะลองดูค่ะ”ซ่งเย่ตอบรับอย่างกระตือรือร้น


    เธอสังเกตเห็นขั้นตอนการเคลื่อนย้ายพลังได้อย่างชัดเจนและต้องการที่จะลองทำดู


    ขั้นตอนการเคลื่อนย้ายพลังมี3 ขั้นตอน นั่นคือ


    หนึ่งส่งถ่ายพลังบริสุทธิ์จากร่างกายออกมาทางฝ่ามือทั้งสองข้าง


    สองรวบรวมพลังนั้นออกเป็นสายใยเล็กพุ่งเข้าวัตถุหรือตำแหน่งที่กำหนดไว้


    สามย้ายร่างกายหรือวัตถุไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้ได้ทั้งแบบไปกลับ


    จากนั้นซ่งเย่รวบรวมพลังซาเซินเข้าไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของตนเอง


    แล้วพุ่งพลังไปยังตำแหน่งอีกด้านหนึ่งของห้องโถง


    พลันร่างของเธอหายไปและปรากฏตัวยังตำแหน่งที่พลังของเธอได้กำหนดไว้


    ซ่งเย่ส่งพลังดึงโซฟาเล็กที่ตนเคยนั่งอยู่กลับเข้ามาหาตนเองที่ยืนอยู่อีกด้านและนั่งลงเลียนแบบท่าทางของชายชรา


    “ปรบมือ ปรบมือปรบมือ”


    ชายชราหลิวหัวเราะเบาๆพร้อมกับปรบมือชื่นชมเด็กสาวที่สามารถเรียนรู้และทำได้ดีกว่าเขา


    “ไม่เลวทำได้ดีเด็กน้อย” ชายชราหลิวพยักหน้าชื่นชมอย่างพึงพอใจ


    “แว็บ” ซ่งเย่และโซฟากลับคืนมาอยู่ในตำแหน่งด้านข้างชายชราในทันใด


    “ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่กล่าวขอบคุณคำชมจากชายชราอย่างสุภาพ


    “เอาล่ะ พวกเราทานอาหารด้วยกันก่อนพาเธอเยี่ยมชมกองกำลังแผนกพิเศษได้แล้ว”


    ชายชราหลิวสบตาหลิวเย่และมอบหมายงานให้หลานชายตนเอง


    “ครับคุณปู่”หลิวเย่ตอบรับคำสั่งปู่ตนเองอย่างยินดี


    จากนั้นทั้งสามคนออกไปทานอาหารกลางวันอีกห้องหนึ่ง


    เมื่ออาหารเสร็จแล้วชายชราหลิวแยกตัวกลับบ้านไป


    ส่วนหลิวเย่ทำหน้าที่ไกด์พาสาวน้อยชมสถานที่ทำงานของกองกำลังแผนกพิเศษ


    ……….


    จากนั้นเขาหันไปสบตากับซ่งเย่และส่งสัญญาณให้เธอเดินตามตนเองออกจากห้องทานอาหาร


    หลิวเย่พาสาวน้อยเดินชมอาคารที่ทำการของกองกำลังแผนกพิเศษซึ่งมีอาคารอยู่ทั้งหมด4 หลัง


    จัดเรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า


    หลังแรกที่ซ่งเย่เห็นครั้งแรกเป็นอาคารสำนักงานที่ทำหน้าที่ประสานงานทั่วไปซึ่งเป็นตึกสูงห้าชั้น


    ด้านหลังอาคารสำนักงานมีอาคารสูงห้าชั้นขนานกันคนละฝั่งโดยมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้าทั้งสองอาคาร


    เป็นอาคารห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยมีหน่วยงานข่าวกรองอยู่ชั้นบนสุดของอาคารหนึ่ง


    ด้านหลังสุดเป็นเรือนหอพักของเอสเปอร์และคนทั่วไปที่ทำงานประจำซึ่งสูงห้าชั้นเป็นอาคารหลังใหญ่ที่สุด


    เพราะมีห้องพักชั้นละ50 ห้องรวมทั้งหมด 200 ห้อง โดยมีห้องออกกำลังกายและฝึกซ้อมอยู่ชั้นล่างสุด


    พื้นที่ตรงกลางระหว่างอาคารทั้งสี่หลังกว้างใหญ่กว่าสนามฟุตบอลและมีลู่วิ่งรอบนอกของสนาม


    โดยมีต้นไม้ปลูกเรียงรายด้านนอกสุดใกล้ลู่วิ่งทั้งสี่ด้านอย่างเป็นระเบียบสวยงาม


    หลิวเย่พาสาวน้อยเดินทะลุตรงไปยังด้านหลังอาคารหอพัก


    ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าที่มีต้นไม้หนาแน่นโดยมีรั้วทึบและประตูเหล็กกั้นขวางไว้


    “ที่นี่คือสถานที่ฝึกซ้อมภาคสนาม”หลิวเย่บอกซ่งเย่เมื่อมองเห็นท่าทางสงสัยของเธอ


    เมื่อหลิวเย่เปิดประตูเหล็กออกและเดินนำเธอเข้าไป


    ซ่งเย่พลันรู้สึกถึงการจ้องมองที่มีเจตนาร้ายของใครบางคนจากด้านขวามือในที่ห่างไกลออกไปราว500 เมตร


    “พรึ๊บ” ซ่งเย่ใช้การเคลื่อนย้ายพลังนำตนเองไปตำแหน่งของใครบางคนนั้นทันที


    “คุณหาเรื่องผิดคนแล้ว”หลิวเย่ยกยิ้มอย่างพอใจพลางยืนกอดอกจ้องมองไปในทิศทางที่สาวน้อยหายตัวไป


    เขาสัมผัสเจตนาร้ายนั้นได้เช่นกันมันมาจากเอสเปอร์คนหนึ่งซึ่งเป็นคนของนายพลกงผู่ พ่อของกงจ้าวเว่ย


    ดังนั้นหลิวเย่จึงไม่ได้ขัดขวางสาวน้อยตนเองที่จะสั่งสอนเอสเปอร์คนนั้นแต่อย่างใด


    มีแต่เขาจะช่วยสาวน้อยจัดการเสี้ยนหนามที่ทำตัวลับล่อเหมือนสายลับที่ประสงค์ร้าย


    “แว็บ”ซ่งเย่ปรากฏตัวข้างชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งที่ถือมีดบินไว้ในมือ


    เธอใช้สันมือฟาดเข้าใส่ต้นคอเขาทันทีโดยต้องการแค่ให้เขานอนพักผ่อนบนเตียงตลอดไป


    “โอ๊ย!”ฟ่านฮั่นหยาง เอสเปอร์ด้านการได้ยินระยะไกล เขาเป็นลูกน้องของนายพลกงผู่และหลงรักกงจ้าวเว่ย


    จนทำให้เขายอมทำตามคำสั่งของกงจ้าวเว่ยทุกอย่างด้วยความซื่อสัตย์


    เมื่อเธอร้องขอให้เขาช่วยกำจัดเด็กสาวที่มาพร้อมกับหลิวเย่


    ทำให้เขาตัดสินใจช่วยหญิงที่เขาหลงรักทันที


    อนิจจา!


    เขาไม่คิดว่าในฉับพลันที่ส่งเจตนาร้ายของตนเองพุ่งเข้าใส่สาวน้อยสวยงามคนหนึ่ง


    ในวินาทีเดียวกันเขารู้สึกเจ็บปวดและหมดสติทันใด“ตุ๊บ”


    “ปล่อยเขาไว้ตรงนั้นนั่นแหละ”เสียงของหลิวเย่บอกกับสาวน้อยตนเองอย่างสบายใจ


    “อืม”ซ่งเย่รับคำและวาร์ปหายตัวไปยืนอยู่ข้างหลิวเย่เหมือนเดิมในพริบตาจากระยะห่างกันไกลถึง500 เมตร


    จากนั้นหลิวเย่เดินนำสาวน้อยเดินเข้าไปในป่า


    ครู่หนึ่งทั้งสองคนมาถึงลานกว้างที่มีร่องรอยการต่อสู้อย่างโชกโชน


    “ออกกำลังกายกันไหม?”หลิวเย่ชวนสาวน้อยต่อสู้ด้วยกันเพราะเขารู้ว่าเธอชื่นชอบการฝึกทักษะนี้เป็นอย่างยิ่ง


    “เอาสิ”ซ่งเย่มีสีหน้าตื่นเต้นยินดี


    ทั้งคู่ออกอาวุธจากร่างกายปะทะกันอย่างรุนแรง


    “ฟิ๊ว พลั๊กผลุ๊บ ฟึ๊บ ตุ๊บ”


    “ฟึ๊บ ตุ๊บ ฟิ๊วพลั๊ก ผลุ๊บ”


    หนึ่งชั่วโมงต่อมา


    ทั้งคู่มีเหงื่อชุ่มตัวและแววตาของซ่งเย่เปล่งประกายความสดชื่นและอารมณ์ดี


    “กลับได้แล้ว”หลิวเย่ชวนสาวน้อยกลับเข้าไปด้านใน


    “ตกลง”ซ่งเย่ตอบรับอย่างผ่อนคลาย


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครานี้ข้าจะเหยียบย่ำพวกเจ้าเอง ที่คุณอ่าน