THe Superman

    ตอนที่ 37 ปรมาจารย์อาหารแห่งแดนปฐพี

    “ หยานไห่ เชฟเจี๋ยฉานตกลงหรือยัง ? ” ลุงโจวซือเอ่ยถามผู้จัดการร้าน

    “ ยังเลย เชฟเจี๋ยฉานยังคงไม่ให้คำตอบกับเรา ” ผู้จัดการร้านหยานไห่กล่าวตอบ

    “ ฮึ่ม ! แล้วเชฟเฉินไท่ล่ะ ? ” ลุงโจวซือยังคงถามผู้จัดการร้าน

    “ เชฟเฉินไท่ ปฏิเสธเราไปแล้ว ” หยานไห่ตอบ

    “ เฮ้อ ! ถ้าเป็นแบบนี้เราต้องเสียลูกค้าประจำไปให้ร้านฝั่งตรงข้ามหมดแน่ ” ลุงโจวซืออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ การจะหาเชฟสักคนมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะหาเชฟที่มีฝีมือนั้นยากยิ่ง ชื่อเสียงของร้านที่สั่งสมมาเกือบ 20ปี อาจจะต้องพังทลาย

    ถ้าไม่ติดว่าลุงโจวซือมีอายุค่อนข้างมากแล้ว แถมยังมีโรคประจำตัวที่ทำงานหนักไม่ได้ ป่านนี้เขาคงกลับไปเป็นเชฟใหญ่เองแล้ว

    “ เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอกหน่อย มีอะไรให้โทรหาฉัน ” ลุงโจวพูดจบเขาก็เดินออกจากร้านไป

    ผ่านไปราว ๆ สิบนาที ชิงฉือก็เดินออกมาจากห้องครัว ถือจานอาหารใบหนึ่งออกมากลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูกผู้จัดการหยานไห่อย่างจัง

    “ โอ้ ! ชิงฉือ วันนี้เชฟลิ่วอูทำอาหารมากินล่ะ กลิ่นหอมเชียว ” ผู้จัดการหยานไห่ถามชิงฉือ

    “ เปล่าครับผู้จัดการ อาหารจานนี้ไม่ใช่ของเชฟลิ่วอู ” ชิงฉือตอบ

    “ งั้นเชฟเจียงหนานทำเหรอ กลิ่นหอมมาก มา ๆ เอามาให้ฉันลองชิม ” ผู้จัดการหยานไห่ไม่รอช้าเขาเดินไปแย่งจานอาหารจานนั้นจากมือชิงฉือ ชิงฉือยังไม่ทันได้อธิบายอะไร ผู้จัดการหยานไห่ก็จัดการกินเข้าไปอย่างรวดเร็ว

    “ หืมมม ! นี่มันสุดยอดมาก ๆ ไปเรียกเชฟเจียงหนานมาหาฉันเดี๋ยวนี้ เราจะเอาเมนูนี้เป็นเมนูแนะนำของเดือนนี้ ” ผู้จัดการตื่นเต้นดีใจกับรสชาติอาหารจานใหม่นี้มาก นี่มันอร่อยสุด ๆ ตั้งแต่ที่เขาเคยทาน ถ้าเอาอาหารจานนี้ขึ้นมาแนะนำรับรองเลยว่าปัญหาเรื่องรสชาติอาหารที่แย่ลงจะหมดไป

    “ แต่ว่าผู้จัดการครับ คือ… ” ชิงฉือกำลังจะเอ่ยทักท้วงความเข้าใจผิดของผู้จัดการหยานไห่

    แต่ทว่าผู้จัดการหยานไห่ไม่รอช้าเขาขึ้นเสียงใส่ชิงฉือ “ ฉันบอกให้แกไปตาม เชฟเจียงหนานมา ไปเร็ว ๆ เข้า ”

    “ แต่… ” ชิงฉือพยายามแก้ความเข้าใจผิดของผู้จัดการหยานไห่ แต่เขาไม่สามารถพูดออกไปได้ ผู้จัดการหยานไห่จ้องมองเขม็งมายังที่ชิงฉือ
    “ ยัง... ยังจะชักช้าอยู่อีก ” ครั้งนี้ผู้จัดการหยานไห่ ตะโกนใส่หน้าชิงฉือ พนักงานในร้านทั้งหมดหันมาจ้องยังชิงฉือ เหตุการณ์นี้ทำให้ชิงฉือไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี แต่ในที่สุดเขาก็เดินไปตามเชฟเจียงหนานจนได้

    “ ผู้จัดการหยานไห่ มีอะไรเหรอครับ ? ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากชายวัยกลางคนอายุประมาณสามสิบปลาย ๆ เขาเดินเข้ามาถามผู้จัดการหยานไห่ ซึ่งชายคนนี้มีชิงฉือเดินตามด้านหลังมาด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยนี่คือเชฟเจียงหนานที่ชิงฉือไปตามมานั่นเอง

    “ อาหารจานใหม่จานนี้สุดยอดมาก ฝีมือนายนี่เยี่ยมดีจริง ๆ วิกฤตร้านเราคงรอดพ้นแล้ว ! ”ผู้จัดการหยานไห่กล่าวอย่างอารมณ์ดี

    แต่ในทางตรงกันข้าม เชฟเจียงหนานได้แต่งุนงง ‘ อาหารจานใหม่ ? ’ ในตอนนี้เชฟเจียงหนานเหลือบไปเห็นอาหารจานหนึ่งที่อยู่บนหน้าโต๊ะผู้จัดการหยานไห่
    “ ผู้จัดการเข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ได้ทำอาหารจานนี้ ไม่ใช่ว่าเชฟลิ่วอูเป็นคนทำเหรอ ? ” เชฟเจียงหนานยอมรับว่าตนเองไม่ได้ทำอาหารจานนี้ และคาดว่าน่าจะเป็นเชฟลิ่วอูทำมากกว่า
    “ เชฟลิ่วอู ? ” ผู้จัดการหยานไห่คิ้วกระตุก เขาหันไปมองยังชิงฉือพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ ไหนแกบอกว่า เชฟเจียงหนานเป็นคนทำ !? ”
    “ คือว่า… ” ชิงฉือทำได้แค่อ้าปาก เอ่ยคำพูดออกมาไม่กี่คำเขาก็ถูกผู้จัดการหยานไห่ขัดคออีกครั้ง
    “ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องพูดแล้ว ไปตามเชฟลิ่วอูมาเดี๋ยวนี้ ” ผู้จัดการหยานไห่ยังคงไม่คิดจะฟังชิงฉือแม้แต่น้อย เขาไล่ให้ชิงฉือไปตามเชฟลิ่วอูมา ส่วนชิงฉือก็ได้แต่สับสนกับตัวเอง เขาอยากจะพูดบางอย่างแต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ สุดท้ายชิงฉือจริงไม่คิดจะพูดอะไรอีกเขาก็ได้เดินจากไปอีกครั้ง

    “ ผู้จัดการ อาหารที่เชฟลิ่วอูทำยอดเยี่ยมขนาดนั้นเชียว ? ” เชฟเจียงหนานอดไม่ได้ที่จะสงสัย

    “ แน่นอน พูดก็พูดเถอะเชฟตงเจี๋ยที่ลาออกไปยังไม่สามารถทำอาหารได้เทียบเท่ากับอาหารจานนี้ได้เลยแม้แต่น้อย ครั้งนี้แหละเราจะเป็นภัตตาคารจีนที่ดีที่สุดในย่านการค้าชิงหัว ! ”

    เชฟเจียงหนานเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เขาได้ยินคำยกยอปอปั้นของผู้จัดการหยานไห่ ที่ไม่ค่อยพูดยกยออะไรมากมายขนาดนี้มาก่อน นี่จึงทำให้เขาสนใจอาหารที่อยู่เบื้องหน้า เชฟเจียงหนานยื่นตะเกียบคู่หนึ่งคีบเนื้อขึ้นมา ในตอนที่คีบสามารถสัมผัสได้ถึงความนุ่ม !

    ความนุ่มอย่างมากของเนื้อชิ้นนี้ นอกจากนี้พอเขาเอาจมูกไปดมใกล้ ๆ เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาด กลิ่นของอาหารจานนี้ช่างน่าหลงใหล !

    เขาคีบเนื้อชิ้นนี้เข้าปาก

    เนื้อชิ้นนี้กำลังละลายในปาก รสชาติซึมผ่านออกมาจากด้านในเนื้อสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ความอัศจรรย์ของอาหารจานนี้ไม่ใช่มาจากเนื้อที่มีคุณภาพสูงแต่เป็นซอสข้างในเนื้อ กรรมวิธีที่แปลกใหม่ เขาเพิ่งเคยได้เห็นวิธีแปลกใหม่เช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยทำไมผู้จัดการหยานไห่ถึงยกย่องอาหารจานนี้ ต่อให้ไม่ใช่เชฟ เป็นเพียงนักชิมทั่วไป หรือมนุษย์ปุถุชนคนเดินดินก็ยังรับรู้ได้ถึงความแตกต่างของอาหารจานนี้และจานอื่น ๆ
    ตะเกียบที่อยู่ในมือของเชฟเจียงหนานร่วงหล่นลงสู่พื้น ความประทับใจประทับแน่นฝังลึก !

    นี่มันไม่ใช่ระดับที่เชฟเก่ง ๆ หน่อยที่พอทำอาหารบางอย่างอร่อยแล้วจะทำได้ อย่างน้อยต้องเป็นเชฟที่มีประสบการณ์โชกโชน กล้าที่จะลองผิดถูกหลายพันครั้ง หรือไม่ก็ต้องเป็นอัจฉริยะร้อยปีจะมีสักคน

    “ นี่เชฟลิ่วอูไปถึงขั้นนั้นแล้ว !? ” เชฟเจียงหนานพึมพำออกมา

    “ ขั้นนั้น !? ฝีมือเชฟลิ่วอูไปถึงขั้นนั้นจริง ๆ ? ” ผู้จัดการหยานไห่ก็พลอยตกอกตกใจไปด้วย

    “ อืมมม.. ยังไม่แน่ชัดนัก แต่ระดับของอาหารจานนี้ให้ความรู้สึกกับผมเช่นนั้น ผมเคยชิมอาหารแบบนี้อยู่ครั้งหนึ่งตอนที่ผมเป็นเข้าแข่งขันของสมาคม ” เชฟเจียงหนานกล่าวด้วยวาจาจริงจัง

    “ ถ้าเป็นงั้นจริง เราก็สามารถส่งเชฟลิ่วอูไปแข่งสร้างชื่อที่นั่นให้กับร้านเราได้แล้ว ” ผู้จัดการหยานไห่อดไม่ได้ที่จะดีใจ

    สมาคมที่เชฟเจียงหนานกล่าวถึงเป็นสมาคมการทำอาหารของจีนที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศโดยในทุก ๆ ปีจะมีการจัดการแข่งขันทำอาหารเพื่อเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับเชฟที่เข้าร่วมแข่งขัน โดยมีผู้สมัครในการแข่งขันแต่ละครั้งมีจำนวนหลายหมื่นคน หรือบางปีอาจจะถึงนับแสนคนในครั้งหนึ่งเมื่อเกือบ 25ปีก่อน ลุงโจวซือในวัยหนุ่มเคยเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้และถูกจัดให้อยู่ในขั้นปรมาจารย์อาหารแห่งแดนปฐพี ซึ่งระดับของเขาถ้าเทียบก็เทียบได้กับเชฟระดับห้าดาว และหลังจากจบการแข่งขันนั้นลุงโจวก็กลับมาพร้อมกับชื่อเสียงมหาศาลและสร้างร้านภัตตาคารโจวซือเจ้าของฉายาปรจารย์แห่งแดนปฐพี

    นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้จัดการหยานไห่ดีใจ ถ้าฝีมือของเชฟลิ่วอูเป็นของจริง และเขาไปแข่งจนติดอันดับหนึ่งในยี่สิบอันดับแรก หรือ เพียงหนึ่งในห้าสิบอันดับแรก ก็แน่นอนว่าชื่อเสียงของร้านต้องพุ่งกระฉูดอีกครั้งแน่นอน หรือถ้าไม่สำเร็จอย่างน้อยถ้าเขายังสามารถทำอาหารเมนูจานนี้ได้เรื่อย ๆ ปัญหาเรื่องรสชาติที่ตกต่ำลงก็จะหมดไป