บทที่ 47 ประตูเมืองที่ไม่มีอะไรมาเทียบได้
ในตอนนี้ ชิว เหวินเจี้ยน ได้สร้างประตูเมืองแห่งดินแดนต้องห้ามเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ก็ไม่มีใครรู้สึกถึงมันได้เลย ยกเว้นแต่เพียง ชิว หลิงซี เท่านั้นที่นางเคยได้ไปเห็นตอน ชิว เหวินเจี้ยน กำลังสร้างประตูอยู่
ชิว เหวินเจี้ยน ได้สร้างประตูเมืองทิ้งเอาไว้และเขาก็ออกจากเมือง เพื่อที่จะเดินทางต่อโดยทันที
ผู้คนในดินแดนต้องห้ามทุกคนต่างก็สนุกกับการสังสรรค์กันใหญ่โดยไม่สนใจคนรอบข้างแม้แต่พวกของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเองก็ตาม และ ในตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่า ชิว เหวินเจี้ยนได้ออกเดินทางไปแล้วอีกด้วย
เมื่อยามเช้าได้มาถึง ทุกคนในปราสาทที่พึ่งตื่นจากค่ำคืนแห่งการสังสรรค์ที่ผ่านมาชิว ซานฟู่ ก็ได้แปลกใจว่า “ชิวเหวินเจี้ยน หายไปไหน? เมื่อคืนก็ไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงหรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขากัน”
แต่ ชิว หลิงซี ก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “คนระดับท่าน ชิว เหวินเจี้ยน จะมีผู้ใดสามารถทำอันตรายกับเขาได้มันผู้นั้นคงจะเป็นผู้ปกครองดวงดาวแห่งนี้แล้วหละข้าว่าเขาอาจจะเดินทางต่อโดยไม่บอกพวกเรา หรือไม่ก็มีเหตุผลจำเป็นอะไรสักอย่าง ที่ทำให้เขาได้เดินทางออกไปโดยเร็วขนาดนี้”
เมื่อทุกคนได้ยิน ชิว หลิงซีกล่าวเช่นนั้น ก็ไม่ติดใจอะไรอีก แต่มีเพียงคนเดียวที่ยังไม่เข้าใจว่า ‘ทำไมทุกคนถึงยังดูสบายใจกันอยู่ได้อีก เขาอยู่เพียงแค่ขั้นที่9เขตแดนนักสู้เองไม่ใช่หรือจะเก่งกาจมากมายได้อย่างไร อย่างมากก็อาจจะเอาชนะ เขตแดนยอดนักสู้ได้ แต่ไม่ถึงขนาดที่จะออกเดินทางเพียงคนเดียวได้อย่างแน่นอนเพราะข้างนอกนั่นมันยังมีพวกกองทัพทมิฬที่คอยหลบอาศัยอยู่เต็มไปหมดถ้าเกิดเขาไปพบเจอเข้าหละก็ คงจะตกตายอย่างไม่ต้องสงสัย’ เป็นจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม นั่นเองที่สงสัยในเรื่องนี้เพราะว่าเขาตรวจสอบพลังยุทย์ของ ชิว เหวินเจี้ยนยังไงก็ได้เพียงแค่ขั้นที่9เขตแดนนักสู้เท่านั้น
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามจึงได้กล่าวขึ้นมาว่า“ทุกคนข้าว่า...พวกเราควรจะออกไปตามหาเขากันดีหรือไม่เพราะด้านนอกดินแดนต้องห้ามแห่งนี้ มันมีแต่พวกกองทัพทมิฬหลบซ่อนอยู่เต็มไปหมดถ้าเกิดว่าพวกมันโจมตีเจ้าหนุ่มนั่นขึ้นมาหละก็ ข้าเกรงว่า....” จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม เป็นห่วงชีวิตของชิว เหวินเจี้ยน เป็นอย่างมาก เพราะยังไงเขาก็ถือว่าเป็นพันธมิตรกันแล้ว ต่อให้ชิว เหวินเจี้ยน จะอ่อนแอขนาดไหน เขาก็จำเป็นที่จะต้องปกป้องไว้อยู่ดี
ทุกคนได้ทำหน้าตาเหมือนกับจะขำออกมาแต่ก็ไม่ได้ขำ เพราะทุกคนเชื่อว่า ถ้าหากจะมีใครที่สามารถทำร้าย ชิว เหวินเจี้ยนได้จริง ต่อให้พวกเขาไปช่วย ก็เป็นได้เพียงแค่ตัวถ่วงซะเปล่าๆ เป็น ชิว ซานฟู่ที่กล่าวออกมาว่า “ท่านพี่ หู่เฉิง ท่านไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นห่วงเพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงลูกชายของข้าเขาสามารถที่จะเอาตัวรอดกลับมาได้อย่างแน่นอน พวกเราเพียงแค่รอเขากลับมาเองเท่านั้น”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ ‘ทั้งๆที่เป็นถึงพ่อของเจ้าหนุ่มนั่นแต่ยังดูท่าทางไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเลย หรือบางทีเขาอาจจะสอนวิชาให้ลูกชายเพื่อหนีเอาตัวรอดเอาไว้อยู่แล้วก็เป็นได้’
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ที่ดูท่าทางเหมือนสงบใจลงได้แล้วเขาก็ได้กล่าวออกมาว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอให้เขาปลอดภัยก็แล้วกัน ส่วนพวกเราจะออกไปเดินเล่นข้างนอกกันดีหรือไม่ข้าก็ไม่ได้ออกนอกปราสาทแห่งนี้มานานมากแล้วเหมือนกัน ข้าชักอยากจะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้างซะแล้วสิ”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ” เป็นเสียงของ ชิว หลิงซี เพราะนางอยากจะออกไปทำลายประตูเมืองที่ชิว เหวินเจี้ยน เป็นคนสร้างมันขึ้นมา เนื่องจากนางเคยพนันกับเขาเอาไว้ ว่าให้ทำลายประตูเมืองแห่งนี้ให้ได้
ทุกคนจึงได้เห็นด้วยกับความคิดของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ที่จะออกไปเดินเล่นข้างนอกกัน และอีกอย่างก็เพื่อทำให้ประชาชนในเมืองได้มองเห็นจักรพรรดิของพวกเขาเองซะบ้างเพื่อที่จะได้เอาเป็นแบบอย่างในอนาคต
เมื่อทุกคนได้เดินออกมาข้างนอกปราสาทก็ได้เห็นผู้คนยืนดูอะไรกันอยู่เต็มไปหมด เหมือนว่าจะมีจุดสนใจอะไรสักอย่างให้พวกเขากระทำเช่นนั้น
แต่พอทุกคนในกลุ่มของ ชิว ซานฟู่ได้มองไปยังทางที่ทุกคนกำลังยืนมุงกันอยู่ ก็ถึงกับเกิดอาการตกตะลึงขึ้นมาเช่นกันขนาดจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ก็ไม่มีข้อยกเว้น ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างในความสวยงามของมันที่ดูไปแล้วน่าจะสวยงามยิ่งกว่าลวดลายของตัวปราสาทซะด้วยซ้ำ ส่วนแร่ที่นำมาสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาได้ไม่มีใครรู้เลยสักกะคนเดียว เนื่องจากมันเป็นแร่ที่แปรรูปออกมาด้วยวิธีการพิเศษเป็นสีแดงเพลิงทำให้ดูแล้ว รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ ไม่มีอะไรที่สามารถจะมาเทียบกับมันได้
นั่นมันก็คือประตูเมืองแห่งดินแดนต้องห้ามอันใหม่!!!