ไป่ฉีเห็นทุกคนนิ่งค้าง จึงได้กระแอม 1 ที เพื่อเรียกสติทุกคนในห้องประชุมนี้กลับมา เขาเดินไปยังที่นั่งที่ยังว่างอยู่ ก่อนจะนั่งลง
“ผมชื่อไป่ฉี ทุกคนคงจะรู้กันแล้วว่าผมเป็นดาราในสังกัดของ LSA จากนี้ผมเองก็ถือเป็นหุ้นส่วนของบริษัทด้วยเช่นกัน ดังนั้นสิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทผมย่อมเห็นด้วย แต่หากสิ่งไหนที่ผมเห็นว่ามันเป็นช่องทางในการยักยอก แบบที่ชูเฟิงก๋วงทำ ผมรับรองว่าจะลากตัวคน ๆ นั้นส่งให้ตำรวจแน่นอน” ไป่ฉีกดเสียงต่ำ พร้อมกับแผ่กลิ่นอายคุกคามเพียงครู่เดียว แต่ก็พอจะทำให้ทุกคนหน้าซีดได้
“ไป่ฉี เธอยังเด็ก รู้รึเปล่าว่าการเป็นผู้บริหารน่ะมันไม่ง่าย” ผู้บริหารคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“งั้นคุณช่วยบอกผมหน่อยสิว่าเด็กคนนี้ทำไมถึงมีเงินมากมายพอจะซื้อหุ้นของพวกคุณกันล่ะ ผมมีเงินจากการให้ความร่วมมงานกับมู่เทียน มีนิยายขายดีที่ตีพิมพ์มาแล้วนับ 10 ครั้ง นอกจากนี้ตอนนี้ทาง LSA เองก็ได้ซื้อลิขสิทธิ์นิยายของผมไปทำเป็นละครแล้วนี่ครับ” ไป่ฉีกล่าว
“นั่นมันยังไม่ได้ตกลงกันไม่ใช่เหรอ” ผู้บริหารในห้องประชุมกล่าว
“ไม่ ผมเห็นเอกสารนั้นแล้ว ทางบริษัทเราเซ็นสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้ว ที่เรียกประชุมนอกจากเรื่องผู้ถือหุ้นใหม่แล้ว ยังรวมถึงเรื่องการจัดทีมสำหรับถ่ายทำละครพีเรียดเรื่องนี้ด้วย” ประธานเทียนเผิงกล่าว
“ให้ไป่ฉีรับบทเป็นพระเอกสิครับ” ตงไห่เสนอ
“น้อย ๆ หน่อย คุณตงไห่ ไป่ฉีน่ะแค่นักแสดงหน้าใหม่ จะให้ไปแสดงเลยแบบนี้ เดี๋ยวละครก็เรตติงตกเพราะฝีมือการแสดงไม่ดี ทำให้เราขาดทุนได้นะ” ผู้บริหารอีกคนแย้งขึ้น
“หึ พวกคุณวัน ๆ เอาแต่กิน ๆ นอน ๆ รับเงินกันรึไง ไป่ฉีเป็นนักแสดงมากฝีมือ การถ่ายทำละครของเฉินเฟิงตอนนี้เสร็จไปกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ภายในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รายการสัมภาษณ์โปรโมตละครก็เรตติงดีมาก ไม่ทราบว่าพวกคุณทำอะไรกันอยู่ถึงไม่เห็นผลงานของเขากัน ผมว่าคงต้องทบทวนบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนให้มากกว่านี้แล้วนะครับท่านประธาน เพราะดูเหมือนว่าไป่ฉีจะรู้งานบริหารมากกว่าคนบางคนเสียอีก” ที่ตงไห่พูดนับเป็นการตบหน้าพวกผู้บริหารคนอื่นฉาดใหญ่ พวกเขาไม่รู้เรื่องพวกนี้แม้แต่น้อย
“ใครมันจะไปรู้ล่ะ ดาราในสังกัดบริษัทเรามีตั้งมากมาย” ผู้บริหารคนนั้นยังคงไม่ยอม
“งั้นจะมีสักกี่คนที่ผ่านคลาสการแสดงขั้นสูงของอาจารย์หลิวกันล่ะ เท่าที่ผมตรวจสอบใบรับรองดู มีไม่ถึง 10 คนเลยนะ คนที่โดดเด่นแบบนี้กลับมองไม่เห็น พวกคุณตาบอดกันรึยังไง” สิ้นคำของตงไห่ ผู้บริหารคนนั้นถึงกับหงายหลังตกเก้าอี้ สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนในห้องประชุมขึ้นมา ทำให้บรรยากาศดูหายอึดอัดขึ้นหน่อย
“ถ้างั้น ลองดูนี่ครับ” ไป่ฉีส่งสัญญาณให้เลขาของเขานำเอกสารแจกให้กับผู้บริหารและประธาน
“นี่มันคือรายชื่อคนนี่” ตงไห่ที่เห็นก็พึมพำขึ้น
“ด้านหลังจะมีเขียนไว้ว่าพวกเขาเหมาะจะเล่นบทอะไร” ไป่ฉีกล่าว
“เดี๋ยวก่อน ไป่ฉี คนพวกนี้ฉันมีคุ้นชื่อบ้างบางคน แต่ก็ไม่ทั้งหมด เธอมีเหตุผลอะไรถึงคิดว่าพวกเขาเหมาะกับนิยายของเธอ” ตงไห่ถาม
“นั่นเป็นดาราในสังกัดของ LSA ทั้งหมด นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มคนที่ยังไม่ค่อยมีชื่อเสียง แต่อาจารย์ที่สอนคลาสการแสดงให้การยอมรับว่ามีความสามารถเทียบได้กับนักแสดงมืออาชีพ อนาคตของพวกเขาต้องไปได้ไกลแน่นอน คนเหล่านี้ค่าตัวถูกกว่ามาก รวมทั้งมีคิวว่างพอที่จะสามารถทำการถ่ายทำได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย เนื่องจากทางเราเพิ่งผ่านวิกฤตมา การลดค่าใช้จ่ายในการจ้างนักแสดงดัง ๆ ก็เป็นอีกหนทางหนึ่ง เพียงแต่เราอาศัยการโปรโมตนิดหน่อย เรื่องนี้ผมจะจัดการเอง พวกคุณไม่ต้องห่วง” ไป่ฉีอธิบาย
การประชุมดำเนินไปอีกราว 30 นาที ก็ได้บทสรุปว่าหลังจากไป่ฉีกลับมาจากการลาพักงานแล้ว จะทำการเปิดกล้องถ่ายละครเรื่องนี้ต่อทันที
หลังการประชุม ไป่ฉีกับตงไห่เดินคุยกันมาเรื่อย ๆ ทำให้เขาตกเป็นเป้าความอิจฉาของคนรอบข้าง มีดาราน้อยมากที่จะได้เดินคุยกับผู้บริหารแบบนี้ นั่นก็เป็นการบอกใบ้ว่าใครจะทำอะไรไป่ฉีก็จงระวังตงไห่ให้ดี ส่วนเรื่องที่ไป่ฉีมีตำแหน่งเป็น 1 ในผู้บริหารนั้น ไป่ฉีได้ให้ทุกคนในห้องประชุมปิดเป็นความลับ เพื่อสะดวกในงานตรวจสอบปัญหาของบริษัท ซึ่งประธานเทียนเผิงนั้นเห็นดีด้วยกับข้อเสนอนี้ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครคัดค้าน
“ไป่ฉี เราแยกกันตรงนี้เลยก็แล้วกัน ใช้เวลาพักงานที่ขอไว้ให้คุ้มค่าล่ะ นายมีงานใหม่อีกมากรออยู่นะ” ตงไห่กล่าวจบก็เดินแยกไป ส่วนไป่ฉีก็เดินลงมาหาเมิ่งชิงชิงที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของบริษัท
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ คุณไป่ฉี” เลขาของเมิ่งตงกล่าว ก่อนจะแยกตัวไป
“เป็นยังไงบ้างเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม
“เรื่องที่ผมเป็นผู้บริหารทางที่ประชุมให้ปิดไว้ก่อนครับ” ไป่ฉีกระซิบเบา ๆ
“อ๊ะ แก ไอ้ตัวซวย ครั้งก่อนที่ฉันเข้าโรงพยาบาลเพราะฟังเพลงบ้า ๆ ของแก” ชายที่ถูกไป่ฉีเล่นงานคราวก่อนดูเหมือนจะยังไม่เข็ด
“แล้วทำไมคนอื่นที่ฟังไม่เป็นล่ะครับ เหตุผลของนายควรตั้งอยู่บนหลักของเหตุและผลด้วยนะ” ไป่ฉีกล่าว
ชายคนนั้นพุ่งเข้าใส่ไป่ฉี แต่คราวนี้ไม่มีใครรั้งตัวเขาเอาไว้ หมัดของชายคนนั้นพุ่งตรงมาที่ไป่ฉี
ไป่ฉีเบี่ยงตัวหลบออกมา แล้วส่งสัญญาณให้เมิ่งชิงชิงไปเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยมา ส่วนชายคนนั้นยังพยายามที่จะทำร้ายไป่ฉีอยู่ แต่ไป่ฉีนั้นไม่ได้สวนกลับ เขาไม่อยากโดนข้อหาทะเลาะวิวาท เพราะมันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเขา
ไม่นานพนักงานรักษาความปลอดภัยก็มาถึง พร้อมกับลากตัวชายคนนั้นไปสงบสติอารมณ์ ส่วนไป่ฉีก็ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมา พิมพ์อะไรบางอย่างแล้วหันไปบอกกับเมิ่งชิงชิงว่าวันนี้หมดธุระแล้ว เขาจะไปทานข้าวกับปู่ซีหลัว ก่อนกลับบ้าน
“บอกให้ปล่อยไงวะ” ชายคนนั้นถูกจับขังไว้ในห้องเก็บของ เขาถีบประตูและโวยวายเสียงดัง แต่ก็ไม่มีใครเปิดประตูให้เขา ไม่นานสมาร์ทโฟนของเขาก็ดังขึ้น เบอร์ที่แสดงนั้นเป็นเบอร์ผู้จัดการของเขาเอง
“พี่โทรมามี.......” ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะพูดจบ ปลายสายก็ตวาดกลับมา แถมยังด่าทอเขาที่ทำอะไรไม่คิด นอกจากนี้ยังไม่คิดถึงภาพลักษณ์ของตัวเองอีก
“ก็ไอ้บ้านั้นมันทำร้ายผม แต่กลับไม่มีใครเอาผิดมันนี่” ชายคนนั้นยังคงดึงดันต่อ และก็ถูกเทศนาอีกร่วมครึ่งชั่วโมง
“อ้อ ฉันมีข่าวร้ายจะบอกนายด้วย นายถูกพักงาน 3 เดือน ฐานก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในบริษัท เป็นคำสั่งโดยตรงจากผู้บริหาร ฉันคิดว่าไป่ฉีนั่นคงจะมีเส้นสายใหญ่โตไม่น้อยทีเดียว จำไว้อย่ามีปัญหากับเขา ไม่งั้นอนาคตนายในบริษัทนี้ได้จบลงแน่ ๆ” ผู้จัดการของเขาเตือน ก่อนจะวางสายไป
“โธ่ เว้ย” ชายคนนั้นอารมณ์เสีย เขาระบายอารมณ์ด้วยการทำลายข้าวของภายในนั้น และจบลงด้วยการต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด คาดว่า 2-3 เดือนนี้เขาคงต้องพึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทนซะแล้ว
จากวันนั้น ไป่ฉียังคงลุยงานถ่ายละครต่อจนจบ และเวลาก็ผ่านไปจนถึงวันที่เป็นวันสุดท้ายของการสอบปลายภาค ไป่ฉีคิดว่าเกรดของเขาเทอมนี้น่าจะพอช่วยให้เขาผ่านเกณฑ์ของมิดการ์ดได้แบบฉิวเฉียด
“ไป่ฉี เรื่องฝึกร่างกายที่นายบอกเนี่ย จะไปกันตอนไหนล่ะ” ต้าถงถาม
“ใช่ นายจะไปตอนไหน” มู่ซื่อเฉิงถามเช่นกัน
“หลังจากสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายเสร็จน่ะ” ไป่ฉีกล่าว เพราะก่อนถึงวันสอบเข้าที่มิดการ์ด เขาต้องไปที่ตระกูลไป่ตามที่รับปากไว้กับปู่ของเขาเสียก่อน
“โอเค ยังไงโทรบอกด้วยก็แล้วกัน” ต้าถงกล่าวก่อนจะเดินไปหาหัวหน้าห้อง ทั้ง 2 ดูจะสนิทกันมาก ออกแนวหวานชื่นเสียด้วยซ้ำ
“นายโทรหาฉันด้วยก็แล้วกัน ปิดเทอมนี้ฉันยังหาสาว ๆ ไปเดทไม่ได้เลย” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“ของแบบนี้เดี๋ยวมันก็มาเองแหละ คิดมากไปได้ พวกเราเพิ่ง 16 กันเองนะ” ไป่ฉีกล่าว
อะพาร์ตเมนต์
ไป่ฉีกลับมาที่ห้อง เขาเริ่มทำการจัดกระเป๋าสำหรับเดินทางไปยังตระกูลไป่ ดูเหมือนพ่อกับแม่ของเขาจะไปด้วย แต่ไป่ฉีบอกว่าต้องมีคนอยู่เป็นเพื่อนเมิ่งชิงชิงที่นี่ ซึ่งพ่อกับแม่ของเขาก็ยอมแต่โดยดี
“พ่อเขียนแผนที่ไว้ให้แล้ว ที่ปากทางเข้าป่าอาภรรพ์จะมีคนของปู่รออยู่ ยังไงระวังตัวด้วย แกไม่มีวรยุทธ์ อย่าอยู่ห่างจากพวกเขาล่ะ ฉันล่ะอดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ” ไป่ชิงหยุนกล่าวเสียงเบา เพราะไม่ต้องการให้เมิ่งชิงชิงได้ยิน
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว” ไป่ฉีกล่าว
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมิ่งชิงชิงขับรถไปส่งไป่ฉีที่สถานีรถไฟก่อนที่ไป่ฉีจะให้เธอกลับได้เลยไม่ต้องรอเขา เพราะดูเหมือนจะมีดาราสาวหน้าใหม่คนหนึ่งยังไม่มีผู้จัดการ ทางบริษัทเลยให้เมิ่งชิงชิงช่วยดูแลไปก่อน ในช่วงที่ไป่ฉีขอพักงานชั่วคราว
“เอาที่ห้องน้ำนี่แหละ” ไป่ฉีเดินเข้าไปในห้องน้ำห้องหนึ่ง จากนั้นก็ปิดประตูล็อคกลอนให้เรียบร้อย เขาใช้จิตไปตามแผนที่ ๆ พ่อของเขาเขียนไว้ให้ จนได้พบกับชาย 2 คน อายุน่าจะราว 30 กว่า พวกเขากำลังเดินออกมาจากคฤหาสน์โบราณที่มีอาณาบริเวณกว้างขวางกว่าตระกูลไป๋ที่เขาเคยไปมา คาดว่านี่คงเป็นที่ตั้งของตระกูลไป่
'พวกนั้นทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างกับมารับขยะของตระกูลกลับบ้าน ไม่คิดว่าข้าจะได้เจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน' ไป่ฉีดึงจิตกลับมา และใช้อาคมเปิดประตูมิติ
ก่อนจะเดินเข้าประตูมิติไป เขาทำการปลดกลอนที่ล็อกออก ขณะนั้นมีคนเดินมาเข้าห้องน้ำพอดี ซึ่งห้องน้ำเต็มหมดทั้ง 3 ห้อง แต่มีห้องหนึ่งดูเหมือนมีคนทำธุระเสร็จแล้ว เขาจึงเดินไปรอหน้าห้องน้ำ หลังจากนั้นสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้เขากลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เมื่อในห้องที่เพิ่งได้ยินเสียงปลดกลอนออกเมื่อครู่ กลับไม่มีใครอยู่ในนั้น
“ผีหลอก ช่วยด้วย!” นั่นเป็นเสียงที่ทำให้คนที่เข้าห้องน้ำอีก 2 ห้องที่เหลือเร่งรีบออกมาจากห้องน้ำ เพราะเสียงที่ของชายคนนั้น น้ำเสียงที่แฝงด้วยความกลัวทำให้พวกเขาเชื่อทันที สภาพที่เห็นคือชายคนนั้นปัสสาวะราดเปียกกางเกง มือชี้ไปที่ห้องน้ำริมสุด ชายอีกคนที่อยู่ติดกับห้องนั้นก็มีอาการตื่นกลัวไปด้วย เขาจำได้ว่าเขาเห็นเงาคนในห้องน้ำห้องนี้ ก่อนที่ชายคนนั้นจะกรีดร้องขึ้นมาเช่นกัน
ส่วนไป่ฉีตอนนี้เขาได้มาอยู่ที่หน้าป่าอาถรรพ์เป็นที่เรียบร้อย โดยที่ไม่ได้รู้ถึงปัญหาที่เขาก่อเอาไว้ เขาคิดว่ากว่าคนที่จะมารับเขาจะมาถึงที่นี่ก็คงอีกหลายชั่วโมง เขาจึงเรียกศาลาไม้โบราณพร้อมโต๊ะกับเก้าอี้หินอ่อนสลักลวดลายงดงามวิจิตรออกมามา พร้อมกับชุดน้ำชาที่ทำจากหยกเนื้อดี และเริ่มชงชาสมุนไพรดื่มรออย่างใจเย็น ระหว่างรอคนจากตระกูลไป่
___________________________
ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ
