“ เฮ้ย นักเลงหรือไงวะ”
หยางเทียนไม่สนใจคนที่ถาม แต่ยังมอง หกคนที่ยืนตรงหน้า
“ ไม่พูดความจริงใช่ไหม” หยางเทียนพุ่งร่างเข้าหาหกคน ซึ่งคนแรกหลบไม่ทัน ถูกหยางเทียน ตบหัวทิ่มดินไปอีกคน ที่เหลือ ชักดาบจริงที่พกติดตัวมากันทุกคน เริ่มจู่โจมหยางเทียนพร้อมกัน ทั้งซ้ายและขวา หยางเทียนบุกเข้าประชิด แล้วใช้ฝ่ามือ กระแทกปลายคางคนแรก จนตัวปลิวไปทั้งคนทั้งดาบ
อีกคน กระโดดฟันหยางเทียนจากที่สูง แต่ไม่ทันเข้าใกล้ ก็ถูกหยางเทียน พุ่งกระโดดถีบ เข้ากลางอก ลอยลิ่วสลบไป เหลืออีกสามคน ถือดาบคู่เตรียมต่อสู้ แต่ว่า พวกนักดาบที่เหลือ เริ่มลุยเข้าหาหยางเทียน หยางเทียนหลบดาบที่ฟันมาเป็นชุดจาก คนสิบกว่าคน แล้วเคลื่อนไหวไปหยิบไม้พลองมาได้หนึ่งอัน แล้วหักเป็นสองท่อน แล้วคราวนี้หยางเทียนก็เริ่มโจมตีออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งหมุนตัว ฟาดข้อขา ข้อเข่า เหินฟ้าฟาดไหล่ ฟาดต้นคอ
แล้วหมุนตัวเป็นเกลียวฟาด ข้อมือ ข้อศอก ไม่ถึง ห้านาที นักดาบจากสองสำนัก กว่า ห้าสิบคน ถูกฟาดลงไปนอนร้องโอดโอย กับพื้น
ผู้ต้องสงสัยสามคน นั้นเริ่ม ตกใจเป็นยิ่งนัก ไม่คิดว่า หยางเทียน จะร้ายกาจเช่นนี้ จึงรีบวิ่งไปหา ครูดาบของฝ่ายตน หยางเทียน เคลื่อนไหวเร็วกว่า ฟาดเข้าต้นคอสลบไปอีกคน แล้ว ยังมีคนที่เหลือ ที่ไม่กลัว ก็เข้ามารุมหยางเทียนกะฟันให้เละไปเลย หยางเทียนตีลังกา เหยียบหัว ของนักดาบ แล้ว ไล่ฟาดหัวแต่ละคน จนแตกเลือดอาบ ลงฟุบไปกับพื้นอีก สิบกว่าคน แล้วหมุนตัวฟาด เข้าซี่โครง และแขนขา แต่ละจุดนั้น เป็นจุดอ่อน ที่โดนเข้าไปแล้ว ล้วนแต่ หมดทางสู้
ไม่นาน ร้อยกว่าคนก็โดนหยางเทียนสยบไว้จนหมด เหลือสองคนหนีไปยืนด้านหลังครูดาบ ทั้งสองคน ที่ยังคงนั่งมองอยู่ด้วยความตื่นเต้น
“ คุณเป็นใคร เหตุใดถึงใช้วิชาดาบคู่อาทมาฎ ได้ร้ายกาจเช่นนี้”
“ ผมแค่มาตาล่าโจรขโมยดาบฟ้าฟื้นของพิพิทธภัณฑ์เท่านั้ อาจารย์ทั้งสอง โปรดหลีกทาง ผมแค่อยากได้ดาบฟ้าฟื้นกลับไปเท่านั้น”
“ เพลงดาบที่คุณใช้ เป็นเพลงดาบอาทมาฎใช่ไหม”
หยางเทียนไม่รู้ ว่าใช้ไปได้อย่างไร แค่ใช้ไปตามธรรมชาติเท่านั้น
“ ไม่ใช้เพลงดาบอะไรหรอก แค่ใช้ไล่ฟันคนชั่วเท่านั้น”
“ ขอผมทดสอบหน่อย หากชนะพวกเราสองคนได้ ผมจะมอบพวกมันให้คุณ แล้วจะช่วยตามหา ดาบฟ้าฟื้นให้ด้วย”
“ ได้ จะเข้ามาทีละคน หรือ สองคนเลยก็ได้”
“ ผมก่อน” ครูแสง จากสำนักสองแคว คว้าดาบคู่มือ กระโดดมายืนต่อหน้าหยางเทียน แล้วร่ายรำดาบเป็นจักรผัน แล้วตะโกนว่า
“ พระรามแผลงศร “
ดาบพุ่งหาหยางเทียน คล้ายลูกธนู หยางเทียนฟันสวนไป ครูแสงหยุดกึก ตั้งท่ารับได้ ไม้พลองหยางเทียนหักสะบั้น หยางเทียน ทิ้งไม้ แล้ว หยิบดาบลาว ออกมาเล่มหนึ่ง แล้วจับด้วยสองมือ คล้ายท่าดาบญี่ปุ่น
“ มาลองดูกัน ดาบเดียว กับดาบคู่ใครจะแน่กว่ากัน”
“ ก็ได้ อย่าหาว่าผมเอาเปรียบก็แล้วกัน” ครูแสงเอ่ยจบ ก็ได้แต่เยื้องย่าง ใช้ท่าร่างคลุมไตรภพ คอยป้องกันเอาไว้
หยางเทียน ไม่มีท่าร่าง พุ่งตัวกระโดดฟันตรงๆ กลางกบาลของครูแสง ซึ่งเห็นท่านี้แล้ว ไม่อาจหลบทันต้องใช้ สองมือที่ถือดาบออกมาป้อง ไม่งั้นใช้ดาบเดียว คงรับแรงส่งแบบนี้ไม่ได้ เพล้ง !! ครูแสงรับท่าดาบได้ แต่หยางเทียนมีบุกต่อ คือลูกถีบพลังช้าง เปรี้ยง !! เท้าหยางเทียนยันหน้าอกของครูแสง จนกระเด็นไปจนจุกไม่สามารถลุกขึ้นได้
ครูเสือ แห่งสำนักมไหสวรรค์ กระโดดโจมตีหยางเทียน ด้วยดาบคู่ โดยกะฟันดาบแรกแล้วหมายเฉือนด้วยอีกดาบ แต่หยางเทียน ไม่รับท่าดาบแรกถอยหลังกลับมา ครูเสือ เลยฟันดาบแรกไม่ถูก จึงไม่อาจซ้ำดาบสองได้ แต่หยางเทียน กลับฟันเฉียงด้วยความแรง ครูเสือหมายรับด้วยดาบเดียว แล้วกะใช้อีกดาบฟันตอบโต้ไป แต่ไม่สามารถต้านรับดาบของหยางเทียนได้ จึงถูกฟันจนดาบกระเด็นหลุดมือ หยางเทียนไม่จู่โจมรอให้ ครูเสือหยิบดาบขึ้นมาใหม่
แล้วก็ให้ทางครูเสือเข้าโจมตีบ้าง แต่หยางเทียนชี้ดาบ มาตรงด้านหน้า แล้วยกสูงเตรียมฟัน ไม่รู้ว่าฟัน ตรง หรือ ฟันเฉียง ทำเอาครูเสือไม่กล้าบุกแม้แต่น้อย
“ ไม่ยอมบุก ถ้าเช่นนั้น ผมบุกละนะ” หยางเทียน กระโดดฟันเฉียง และฟันตรงไปสองดาบ แล้ว หมุนเกลียวฟาดใส่ไปอีกดาบ ครูเสือต้านรับไว้ด้วยดาบสองมือ จนแขนชาไปหมด แล้วหยางเทียนก็ สะบัดดาบออกไป สะกิดข้อมือ ที่ถือดาบเอาไว้ทั้งสองมือ จนหลุดร่วงออกจากมืออย่างง่ายดาย
“ พวกคุณแพ้แล้ว”
“ สุดยอด วิชาดาบอะไรนี่”
“ มันไม่ใช่วิชาดาบอะไร แค่ใช้ดาบเพื่อเอาชีวิตรอดเท่านั้น ” หยางเทียนหันไปหาคนสามคนที่ยืนนิ่งไม่ขยับ
“ ผมอยากรู้นัก ว่าคุณมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกมันเป็นคนขโมยดาบฟ้าฟื้นไป”
อาจารย์แสงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วถามหยางเทียน
“ ข้อแรก จากกล้องวงจรปิด พวกเขามองทางหนีทีไล่ ไม่ได้สนใจมองดาบฟ้าฟื้นเลยแม้แต่น้อย ข้อที่สอง ผมได้กลิ่นไหม้ของดาบฟ้าฟื้นติดตามตัวของพวกเขาทั้งเจ็ดคนเลยมั่นใจว่าต้องเป็นพวกเขาแน่”
“ คือ พวกเราแค่ดูต้นทาง และชี้เป้าเท่านั้น ไม่ได้ขโมยจริงๆ นะครับ”
เด็กหนุ่มคนหนึ่ง รีบบอกทันที
“ ไอ้โง่เอ๋ย แบบนี้เขาเรียกว่าขโมยแล้ว บอกเขาไป ใครจ้างพวกมึง” ครูเสือช่วยถามอีกแรง
“ ท่านอาจารย์เถรบุญ จ้างพวกเราดูต้นทาง แค่นั้น แล้วท่านอาจารย์เถรบุญก็ ใช้โหงพรายเข้าไปขโมยดาบฟ้าฟื้นออกมาครับ”
“ ท่านอาจารย์เถรบุญหรือนี่?”
“ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน” หยางเทียน ต้องการดาบคืนไม่อยากรู้รายละเอียดอีกแล้ว
“ เดี๋ยวก่อนพ่อหนุ่ม ท่านอาจารย์เถรบุญ เป็นจอมขมังเวทย์เรืองอาคม ของเขต 50 เมืองพิษณุโลก หากเธอเดินดุ่มๆ เข้าไป เกรงว่า จะถูกผีโหงพรายหักคอตายเสียก่อน”
“ ผีโหงพราย?” อาเปียวที่เดินมายืนข้างๆ เอ่ยอย่างตกใจ
“ แต่นี่เขาขโมยของทางการนะครับ” ต้าสงรีบบอกทันที
“ เราไม่มีหลักฐาน ส่วนไอ้พวกนี้มันไม่กล้าเป็นพยานหรอก” ครูแสงเอ่ยอย่างหวาดหวั่น
“ ทำไมล่ะ”
“ หากมันเป็นพยาน โดนท่านอาจารย์เถรบุญเสกหนังควายเข้าท้องตายแน่”
“ งั้นผมโทร แจ้งตำรวจให้ไปตรวจค้นก่อน”
“ เปล่าประโยชน์ ผู้กำกับคนใหม่ เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์เถรบุญ ไม่มีตำรวจคนไหนกล้าเข้าไปจับหรอก มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผู้กำกับคนก่อน บุกเข้าไปค้นบ้านท่าน สุดท้ายท่านแปลงร่างเป็นจระเข้งับร่างของ ผู้กำกับขาดครึ่งต่อหน้าทุกคน ตำรวจทั้งโรงพักไม่มีใครกล้าจับท่านอาจารย์เถรบุญอีกเลย”
“ ผมจะไปเอง บอกที่พักของเถรบุญคนนี้มา”
“ พ่อหนุ่ม รู้ไหมว่าท่านอาจารย์เถรบุญนี่เขาเป็นศิษย์สายเถรขวาด เป็นจอมขมังเวทย์เก่งที่สุดในภาคเหนือ คุณสู้ท่านไม่ได้หรอก จะไปตายเสียเปล่านะ” ครูเสือเอ่ยเตือน
“ นั่นซิ ครูทั้งสองพูดมาก็มีเหตุผล ขนาดผู้กำกับ ยังโดนกัดขาดสองท่อน ระวังตัวเอาไว้ก่อนดีกว่านะ”
“ แล้วอาจารย์เถรบุญจะเอาดาบฟ้าฟื้นไปทำไม” พี่ต้าสงถามคนดูต้นทาง
“ ท่านว่า มันเป็นสุดยอดดาบแห่งเวทย์โบราณ หากใครได้ครอบครอง จะเป็นราชาแห่งไสยศาสตร์ได้เลย”
“ บ้านพักของมันอยู่ไหน” หยางเทียนย้ำอีกครั้ง
“ ห่างไปจากที่นี่ไปทางทิศเหนือ สิบกว่ากิโลจะเห็นเอง” ครูแสงเอ่ยแทน
“ หยางเทียน พวกเราแจ้งให้ ท่านผอ. ส่งพวกมือหน่วยรบพิเศษมาจัดการดีกว่า ไม่ใช่หน้าที่ของเราแล้ว” อาเปียวเอ่ยแนะนำ ต้าสงก็เห็นด้วย
“ แค่โจรขโมยดาบ คนเดียว ไม่เห็นต้องแจ้งหน่วยรบพิเศษเลย รอผมที่นี่แหละเดี๋ยวผมกลับมาเอง”
หยางเทียน พุ่งตัววาร์ปหายไป ทุกคนได้แต่มองหน้ากัน ไม่มีคำพูดใดจะเอ่ย
บ้านพัก ของอาจารย์เถรบุญ มีลูกศิษย์มากมายกำลังมากราบไหว้ แล้วมาหาซื้อ เครื่องรางของขลัง กันเป็นจำนวนมาก มีทั้ง เถรบุญกวัก ปลาตะเพียนเถรบุญ สาริกาลิ้นทอง น้ำมันพรายเถรบุญ ยันต์ป้องกันผี ตระกรุดเถรบุญ มีดหมอเถรบุญ ตุ๊กตาคู่รักเถรบุญ ตุ๊กตาเทพเถรบุญ จานช้อนเถรบุญ พัดลมเถรบุญ น้ำดื่มเถรบุญ ข้าวสาร ปลากระป๋องยี่ห้อเถรบุญ ซึ่งเปิดคล้ายห้างมินิมาร์ทเล็กๆ เลยก็ว่าได้ มีผู้คนมากันแน่นบ้านไปหมด
“ อาจารย์ เกิดเรื่องแล้ว ไอ้เจ็ดคนที่เป็นคนพาไปเอาดาบฟ้าฟื้น มันได้บอกกับพวก คนนอกแล้ว ว่าอาจารย์นำดาบฟ้าฟื้นมา ทำยังดีครับ”
ลูกศิษย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ รีบขับมอเตอร์ไซด์มารายงาน
“ ปากพล่อยนัก พรุ่งนี้ข้าจะเสกหนังควายเข้าท้องมันเอง แต่วันนี้ข้าไม่ว่าง
ต้องลง รักนะหน้าท้องให้กับคุณนายรตีก่อน” คุณนายรตีแต่งกายด้วยผ้าขนถุงผืนเดียว นอนรอให้อาจารย์เถรบุญ ทำพิธีให้ ลูกศิษย์เห็นแล้วได้แต่ยิ้ม แล้วก็พากันถอยหลังออกจากห้องไป ปล่อยให้ท่านอาจารย์เถรบุญอยู่กับ คุณนายรตีสองต่อสอง
หยางเทียนมาถึง ก็เห็นชาวบ้านต่างมากันแน่นไปหมด หยางเทียนเดินเข้าไป แต่ว่ามีเงามืด ปรากฏร่างขวางหน้า เป็นเงาภูตโหงพราย ไม่มีขามีแต่มือที่มีกรงเล็บ กับ ผ้าคลุมหัวและร่าง เห็นหน้าเล็กน้อย มีเขี้ยวเหมือนผีดิบ ลอยไปมา
หยางเทียนต้องหยุดกึก ด้วยความตกใจ แต่ไม่เกรงกลัว ยกขาขวาขึ้นมา แล้วผนึกพลังเท้าช้าง ถีบออกไป ตูม !! กรี๊ด !! เงาวิญญาณถูกพลังเท้าเทพพิฆเนศวร ยันกลับไป ร่างเงาภูติโหงพราย ถึงกับสลายไปในทันที
“ โอ้ เท้าพลังช้างนี้ ทำลายภูติผีได้ด้วยหรือนี่” หยางเทียนมั่นใจยิ่งขึ้น แล้วเดินเข้าไปในบ้าน ซึ่งลูกศิษย์ไม่มีใครเห็น โหงพราย ได้แต่เห็นหยางเทียนใช้เท้าถีบ ลม ก็นึกว่าหยางเทียนก็สติไม่ดี เลยไม่ได้ใส่ใจ ส่วนอาจารย์เถรบุญ ก็กำลังตั้งใจ
แปะทองไปที่ตามร่างกายของ คุณนายรตี ตามจุดสำคัญๆ เลยไม่สนใจเสียงร้องของ โหงพรายที่ตนเลี้ยงไว้
หยางเทียนเห็นคนมาซื้อ เครื่องราง ของขลังกันมากมาย ยังกับ ซื้อของในร้านสดวกซื้อ ก็ได้แต่ ส่ายหัว หยิบปืนขึ้นมา ยิงขึ้นไปบนท้องฟ้า เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
หยางเทียนยิงไปจนหมดแม็ค แล้วตะโกนออกไปว่า
“ ทุกคนรีบไปจากที่นี่ซะ ถ้าไม่อยากตาย”
“เฮ้ย แกเป็นใครวะ” ลูกศิษย์คนหนึ่งตะโกนออกมา แต่ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะหยางเทียนถือปืนจังก้า อยู่กลางบ้าน
“ ผมเป็น ตำรวจ บอกให้ เถรบุญนำ ดาบฟ้าฟื้นออกมาเดี๋ยวนี้” หยางเทียนโชว์บัตรให้ทุกคนดู
“ ใครวะ ที่บังอาจบุกรุกเข้ามาในบ้านของกู” เถรบุญแต่งตัวอย่างเร่งรีบ แล้วเดินออกมา เพราะได้ยินเสียงปืน ดังลั่นไปทั่วบ้าน
“ เถรบุญ นำดาบฟ้าฟื้นคืนมา แล้วผมจะกลับทันที”
“ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน รู้จักกูน้อยไปเสียแล้ว โหงพรายออกมาจัดการมันเดี๋ยวนี้”
เถรบุญเรียกอยู่สามครั้ง ก็ไม่มีใครขานรับ จึง นำซากศพเด็กออกมา ใส่เสื้อสีทองและสีเงิน แล้วสั่งว่า
“ ฆ่ามันเลย”
กุมารเงิน และ กุมารทอง โผล่ออกมาให้หยางเทียนเห็น แล้วก็ค่อยๆ เปลี่ยนร่างหัวโต อ้าปากกว่า พุ่งเข้ามาหาหยางเทียนทั้งคู่พร้อมกัน หยางเทียนแค่ใช้เท้าถีบเข้ายอดหน้า ของกุมารเงิน แล้วตวัดเข้าที่แก้มของกุมารทอง ทั้งคู่ร้องลั่น เพราะพลังเท่าช้าง นั้นปราบปีศาจได้ ทำให้ กุมารทองทั้งสอง ถึงกับ วิญญาณสลายหายไปเลย
“ ฮึ่ม ไม่ว่ามึงจะเป็นใคร วันนี้มึงต้องตาย” เถรบุญ กินยาเม็ดสีดำเข้าไป แล้วท่องบทสวดแปลกๆ ร่างของเถรบุญก็เริ่มมีเกล็ดขึ้นตามตัว มีหางยาวออกมา แล้วหัวของมันก็ขยายยาวขึ้นเป็นหัวจระเข้ ลำตัวก็ยาวกว่า 8 เมตร ต้องไปนอนกับพื้น มีขนาดใหญ่ แล้วยกขาขึ้นมา อ้าปากร้อง คำราม กรรซ์ ! กรรซ์ !
หยางเทียนไม่รอให้มันแปลงกายสำเร็จ ใช้ปืนไล่ยิงร่างของมัน นับสิบนัด
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ !! กระสุนเจาะเกราะไม่สามารถทำอะไรร่างของมันได้เลย
“ นี่มันเป็นจระเข้ หนังเหนียว ด้วยหรือนี่”
หยางเทียนกำลังตกใจ ก็มีหางจระเข้ฟาดเข้ามาที่กลางลำตัว ร่างของหยางเทียนปลิวว่อน ไปชนผนังปูนที่บ้าน พังทลายไปเป็นแถบ เจ้าจระเข้ยักษ์ อ้าปากงับๆ เดินเข้าหาหยางเทียนหมายจะกัด ที่กลางลำตัว แต่หยางเทียนถีบร่างของมัน และกระหน่ำกระสุนใน ที่บริเวณท้อง ของมัน ซึ่งเป็นจุดที่หนังของมันอ่อนแอที่สุด เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ !!
แต่หยางเทียนคิดผิด เพราะมันเป็นจระเข้อาคม หนังเหนียว กระสุนเลยไม่อาจทำอะไรได้ เลยโดนหางจระเข้าฟาดไปอีกดอก โครม !
หยางเทียนเริ่มมึนไปหมด มันก็พุ่งเข้ามาพร้อมอ้าปากกว้าง หยางเทียนกระหน่ำกระสุน ยัดเข้าปากของมันจนหมดแม็ค เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ!! มันส่ายหัว แล้วคายกระสุนปืนออกมา แล้วฟาดหยางเทียนอีกรอบ โครม !
หยางเทียนล้มไปกองกับพื้น เจ็บปวดไปทั้งตัว หยางเทียนฮึดสู้มันอีกครั้ง กระโดดสูง แล้วปล่อยให้ พลังเท้าช้าง เหยียบหลังจระเข้ายักษ์ ตูม !! หยางเทียนกระทืบใส่ข้างหลังจระเข้ไม่ยั้ง ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! ผิวกายของมันกลับยืดได้หดได้อีก
“ ไอ้จระเข้บ้านี่ ตายยากตายเย็นเหลือเกินนะ” ทันใดนั้นเองหยางเทียนได้กลิ่นไหม้ของดาบฟ้าฟื้น ที่อยู่ในห้องด้านบน จึงลอยตัวพุ่งขึ้นไป พบกล่องไม้มีอักขระยันต์วิ่งพล่านไปทั่วกล่อง หยางเทียนเปิดกล่องออกดู พบดาบเก่าๆ เล่มหนึ่ง ที่ดูคล้ายมีดหมดทั่วไปแต่ว่ายาวกว่า ลงอักขระยันต์ เอาไว้ ทั่ว
“หรือว่านี่คือ ดาบฟ้าฟื้นในตำนาน”
ไม่ทันคิดอะไร จระเข้ยักษ์ ก็ขึ้นมาบนบ้าน พุ่งเข้าใส่หยางเทียนหมายกัดเป็นสองท่อน หยางเทียนตีลังกา แล้วใช้ดาบฟ้าฟื้น ปักเข้าที่กลางศรีษะของจระเข้ยักษ์
ฉึก !! เลือดหัวจระเข้ยักษ์ พุ่งกระฉูดออกมา ไหลนองไปตามพื้น มันดิ้นพล่านไป เพื่อจะเอาดาบออก หยางเทียนเสียบเข้าที่หัวของมันจนมิดด้ามปักทะลุพื้นไม้ ทำให้มันดิ้นได้เฉพาะส่วนหาง ไม่นานก็สิ้นฤทธิ์
อาเปียว พาตำรวจหน่วยพิเศษจากส่วนกลาง มาเพื่อมาคอยช่วยเหลือ พอเห็น จระเข้ยักษ์ก็พากันตกใจยิ่ง
“ นี่มันจระเข้ยักษ์ มันมาบนบ้านคนได้ยังไงเนี่ย”
ตำรวจหน่วยพิเศษ ก็ได้แต่งง เป็นไก่ตาแตก
“ แล้ว เถรบุญไปไหนแล้ว” ต้าสงถามด้วยความสงสัย
“ แล้ว ดาบฟ้าฟื้นล่ะ” อาเปียวก็รีบถามเช่นกัน
“ จระเข้นั่นคือเถรบุญ ส่วนดาบที่ปักหัวมัน ก็คือ ดาบฟ้าฟื้น จัดการต่อด้วยละกัน”
หยางเทียนเดินออกจากบ้านมานั่งพักที่ด้านนอก ก็มีสายโทรมาจากมือถือของ ถิงถิง
“ ว่าไง”
“ สวัสดี ผมคือหวังซาน ผมอยากเจรจาขอซื้อหุ้นโรงพยาบาลหัวเฉียวทั้งหมดที่คุณมีอยู่ โดยจ่ายเป็น ชีวิต แม่ น้อง และหลานสาวของคุณ สนใจไหม?”
“ ฉันจะบอกให้คนของฉัน นำเอกสารหุ้นทั้งหมดมาให้แก บอกสถานที่มา”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผมนึกไว้อยู่แล้ว คุณต้องไม่ปฏิเสธแน่ๆ มาที่ตึกนกนางแอ่น ชั้นบนสุดผมจะรอ”
“ ชาติชั่วเอ้ย กล้าจับครอบครัวของฉันเชียวหรือนี่ แกรู้จักฉันน้อยไปแล้ว หวังซาน”......