ซูฉางเกอมองเห็นการแสดงออกของเฟิ่งหว่านชิงทั้งหมด เห็นได้ชัดว่าใน่สองวันที่ผ่านมา การฝึกซ้อมที่เฟิ่งหว่านชิงติดตามเสวี่ยหลิวหลีทั้งสองคนนั้นได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก โดยเฉพาะหลังจากที่ไปหาเยาหลานเมื่อวานนี้ พลังฝีมือของนางก็ยกระดับขึ้นมากกว่าหนึ่งขั้นทันที
ตอนนี้ นางน่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ในวันนี้ได้ด้วยตัวเองแล้วกระมัง?
สิ่งที่ต้องระวังต่อไปคือรัชทายาทเผ่ามารและเย่เฟิงจากแดนศักดิ์สิทธิ์ัฟ้า ซูฉางเกอััได้ว่าบนที่นั่งผู้ร่วมงานมีกลิ่นอายลึกลับอยู่หลายสาย
เกือบทั้งหมดเป็ยอดฝีมือระดับเปลี่ยนิญญาขั้นสูงสุด แม้จะยังไม่ถึงระดับครึ่งก้าวราชันย์สูงสุดอย่างหงว่านิ แต่ก็นับว่าเป็อัจฉริยะในรุ่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่รู้ว่าเย่เฟิงอยู่ในนั้นด้วยหรือไม่?
รัชทายาทเผ่ามาร้า่ชิงชีพจริญญาของนิกายเซียนกระบี่เมฆา จากความทรงจำที่ซูฉางเกอมีต่อเขา รัชทายาทเผ่ามารผู้นี้ไม่มีทางล้มเลิกความคิดเพียงเพราะยอดฝีมือระดับราชันย์สูงสุดที่ไม่มีตัวตนจริงหรอก เพราะเผ่ามารตั้งอยู่นอกห้าดินแดนใหญ่ ภายในเผ่าเองก็มียอดฝีมือระดับราชันย์สูงสุดคอยคุ้มกันอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เกรงกลัวยอดฝีมือระดับราชันย์สูงสุดขนาดนั้น
"ผู้าุโซู วิชาขั้นนภาเหล่านี้ จะมอบให้ศิษย์เป็รางวัลทั้งหมดจริง ๆ หรือขอรับ?"
ผู้าุโหกจ้าวอวิ่นเฉินรู้สึกว่าการมอบวิชาขั้นนภาให้ศิษย์เช่นนี้เป็เื่ที่น่าเสียดายเกินไป ควรจะเก็บเข้าหอตำรา เพื่อให้เหล่าผู้าุโและศิษย์สายตรงได้ฝึกฝนก่อนจึงจะถูกต้อง
ผู้าุโคนอื่น ๆ แม้จะไม่ได้พูดออกมา แต่ในใจก็คิดเช่นเดียวกัน
เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวอวิ่นเฉิน ซูฉางเกอก็ยิ้มบาง ๆ "แน่นอน ข้าพูดคำไหนคำนั้น"
เฮ้อ!
จ้าวอวิ่นเฉินทอดถอนใจในอก หมดหวังเสียแล้ว
ในเวลานั้น
การทดสอบการต่อสู้จริงด้านล่างได้คัดเลือกผู้ที่ติดสิบหกอันดับแรกได้เกือบครบแล้ว และกำลังเริ่มจับสลากเพื่อต่อสู้แบบตะลุมบอน
เฟิ่งหว่านชิงเข้าสู่รอบสิบหกคนสุดท้ายด้วยผลการชนะรวด สร้างความตกตะลึงให้กับศิษย์จำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่รู้จักนาง ยิ่งรู้สึกว่าเหลือเชื่อ ในใจของพวกเขา เฟิ่งหว่านชิงเป็เพียงตัวตนที่ไร้ค่ามาโดยตลอด นางกลายเป็ผู้เก่งกาจเช่นนี้ั้แ่เมื่อไหร่?
เมื่อการทดสอบรอบคัดออกเริ่มต้นขึ้น
สนามที่เฟิ่งหว่านชิงอยู่ก็มีเสียงอุทานดังขึ้นทันที ดึงดูดให้ผู้คนมากมายหันมามอง
บนลานประลอง
คู่ต่อสู้ของเฟิ่งหว่านชิงคือหลินซี
หลังจากทั้งสองปะทะกัน เห็นได้ชัดว่าหลินซีไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฟิ่งหว่านชิง สิ่งนี้ทำให้ศิษย์ที่มุงดูจำนวนมากรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
หลินซีมีพลังอยู่ในระดับสร้างรากฐานขั้นปลาย ส่วนเฟิ่งหว่านชิงเพิ่งจะเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นต้นเท่านั้น กลับสามารถกดดันหลินซีด้วยความเข้มข้นของพลังิญญาได้? เื่นี้หากพูดออกไปคงไม่มีใครเชื่อ
สุดท้าย
เฟิ่งหว่านชิงแทงกระบี่ออกไปอย่างไม่ปรานี ทะลุผ่านฝ่ามือที่หลินซีใช้ยกขึ้นมาป้องกันไว้ตรงหน้า ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยังหัวใจของเขา หากไม่ใช่เพราะผู้บันทึกคะแนนด้านข้างห้ามไว้ได้ทันท่วงที หลินซีคงกลายเป็ิญญาใต้คมกระบี่ของนางไปแล้ว...
เฮือก! โเี้ยิ่งนัก!
ภายใต้สายตาที่เ็าของเฟิ่งหว่านชิง หลินซีต้องอดทนต่อความเ็ปแสนสาหัส รีบเอ่ยปากยอมแพ้อย่างรวดเร็ว จากนั้นเฟิ่งหว่านชิงก็ชักกระบี่ยาวออกดัง ฉัวะ! แล้วหันหลังเดินจากไปอย่างเ็า
เืไหลนองจากมือของหลินซี เขาเจ็บจนทรุดเข่าลงกับพื้น าเ็หนักขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถขึ้นประลองต่อได้อีก
เมื่อมองตามแผ่นหลังที่เดินจากไปอย่างเ็าของเฟิ่งหว่านชิง ผู้บันทึกคะแนนถึงกับกลืนน้ำลาย ศิษย์หญิงที่โเี้เช่นนี้ เขาเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก!
เฟิ่งหว่านชิงในยามนี้ ในสายตาของทุกคนราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน จากที่เคยอ่อนน้อม บอบบาง กลายเป็เ็าและโเี้...
มีเพียงซูฉางเกอที่ไม่รู้สึกแปลกใจ
นางคือจักรพรรดินีผู้จะเข่นฆ่าคนทั่วหล้าในอนาคต การฆ่าคนไม่กี่คนสำหรับนางนั้นง่ายดายยิ่งนัก ยิ่งไปกว่านั้นนางยังออมมือให้หลินซี โดยไม่ได้ปลิดชีวิตของอีกฝ่าย ต้องโทษที่หลินซีผู้นี้หาเื่ใส่ตัวเอง
หลอกใครไม่หลอก กล้าหลอกเฟิ่งหว่านชิง? คงไม่ได้คิดว่านางเป็เด็กสาวอ่อนแอที่สามารถบีบบังคับได้ตามใจชอบหรอกนะ?
หากรู้ถึงความอำมหิตและน่าสะพรึงกลัวหลังจากที่เฟิ่งหว่านชิงเข้าสู่ด้านมืดในอนาคต หลินซีคงถูกทำให้กลัวจนตายไปแล้ว
เฟิ่งหว่านชิงชนะ
และท่ามกลางฝูงชน หลี่เยว่เริ่มรู้สึกลนลาน
คู่ต่อสู้คนถัดไปที่เขาจับสลากได้ก็คือเฟิ่งหว่านชิง เดิมทีเขาคิดว่านางเป็ศิษย์น้องที่อ่อนแอและสามารถรังแกได้ตามใจชอบ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็ดุร้ายเช่นนี้ แม้แต่ตอนที่เขาเผชิญหน้ากับหลินซี เขาก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ง่ายดายเท่าที่เฟิ่งหว่านชิงทำ
ในใจของหลี่เยว่ยังคงไม่อยากจะเชื่อ
เพียงเวลาไม่กี่วัน เฟิ่งหว่านชิงกลับเก่งกาจขึ้นถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
การประลองรอบที่สอง
เมื่อทราบว่าคู่ต่อสู้คือหลี่เยว่ ในดวงตาของเฟิ่งหว่านชิงไม่มีความรู้สึกใด ๆ มือเล็ก ๆ กำกระบี่ยาวไว้แน่น สำหรับหลี่เยว่แล้ว นางจะไม่ยอมออมมือให้เหมือนที่ทำกับหลินซี
ในเวลานี้
จุดที่เฟิ่งหว่านชิงอยู่ได้กลายเป็จุดที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดในงาน ภาพลักษณ์ของศิษย์หญิงที่เลอโฉมและโเี้ประทับลึกเข้าไปในใจผู้คน ทันทีที่นางขึ้นสนาม แทบจะดึงดูดสายตาทุกคู่ให้จับจ้องมาที่นาง
หลี่เยว่เป็บุคคลโดดเด่นของนิกายเซียนกระบี่เมฆามาโดยตลอด และยังเป็ตัวเก็งที่จะคว้าชัยในการประลองครั้งนี้ การต่อสู้ระหว่างเขากับศิษย์น้องผู้เลอโฉมอย่างเฟิ่งหว่านชิง ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเฟิ่งหว่านชิงต้องเป็ฝ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ทว่าผลลัพธ์สุดท้าย
กลับทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง
เพลงกระบี่ในมือของเฟิ่งหว่านชิงเฉียบคมถึงขีดสุด ทุกครั้งที่โจมตีทำให้หลี่เยว่ลำบากใจอย่างยิ่ง ในที่สุดเมื่อถึง่ประชันวิชายุทธ์ เฟิ่งหว่านชิงได้ใช้เพลงกระบี่ที่พิสดารและแปลกประหลาดอย่างยิ่ง แทงกระบี่ทะลุจุดยุทธศาสตร์ความเป็ชายของหลี่เยว่ต่อหน้าสายตาของทุกคน...
เืสาดกระจาย พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปของหลี่เยว่
ทุกคนต่างรู้ดีว่า หลี่เยว่กลายเป็คนพิการแล้ว...
ภายใต้กระบี่เล่มนั้นของเฟิ่งหว่านชิง เขาได้สูญเสียคุณสมบัติของการเป็บุรุษไป...
ซี๊ด! โหดร้ายเกินไปแล้ว!
ศิษย์จำนวนมากมองไปยังเฟิ่งหว่านชิงด้วยสายตาที่เริ่มหวาดผวา ไม่นึกเลยว่าศิษย์น้องที่ดูอ่อนน้อมเช่นนี้ เมื่อลงมือจะอำมหิตได้ถึงเพียงนี้!
ที่นั่งของเหล่าผู้าุโ
โจวยวนและผู้าุโอีกหลายท่านมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เฟิ่งหว่านชิงกล้าลงมืออำมหิตกับศิษย์พี่ในนิกายของตนเองเชียวหรือ?
เมื่อนึกได้ว่านางเป็ศิษย์ของซูฉางเกอ ทั้งหมดจึงเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของซูฉางเกอ แต่กลับพบว่าใบหน้าของซูฉางเกอยังคงสงบนิ่งดังเดิม เขายังคงจิบน้ำชาอย่างสบายอารมณ์ ราวกับไม่สนใจและไม่ใส่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
จ้าวอวิ่นเฉินเอ่ยเสียงเข้ม "ผู้าุโซู เฟิ่งหว่านชิงลงมืออำมหิตกับศิษย์พี่ในนิกายเช่นนี้ สมควรได้รับการตักเตือน และยกเลิกสิทธิ์ในการประลองของนาง!"
ซูฉางเกอหันกลับมาปรายตามองจ้าวอวิ่นเฉินอย่างเรียบเฉย ใบหน้าไร้อารมณ์ จากนั้นจึงเอ่ยกับโจวยวนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ศิษย์ในนิกายประลองฝีมือกัน ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับาเ็เล็กน้อย หากทำเช่นนี้แล้วต้องยกเลิกสิทธิ์ของศิษย์ ไม่เป็การบั่นทอนความมั่นใจของพวกเขาหรอกหรือ แล้วในภายหน้าใครจะอยากมาที่นิกายเซียนกระบี่เมฆาของข้าอีก? ท่านว่าจริงหรือไม่ ผู้าุโใหญ่?"
โจวยวนที่ถูกถามถึงกับยิ้มขื่น ทำจุดยุทธศาสตร์ความเป็ชายพังพินาศขนาดนั้น เรียกว่าาเ็เล็กน้อยงั้นหรือ? เพียงแต่เห็นได้ชัดว่าซูฉางเกอ้าเข้าข้างเฟิ่งหว่านชิง เขาจะทำอย่างไรได้ คงเป็ไปไม่ได้ที่จะตั้งตัวเป็ศัตรูกับซูฉางเกอ
โจวยวนจึงได้แต่พยักหน้าอย่างจนใจ
ที่นั่งผู้ร่วมงานด้านล่าง เหล่าศิษย์จากห้าตระกูลใหญ่ที่มองเห็นฉากที่เฟิ่งหว่านชิงทำให้หลี่เยว่กลายเป็คนพิการ ต่างรู้สึกสะท้านไปถึงทรวง ในฐานะบุรุษ พวกเขารู้สึกได้ถึงความเย็นะเืที่เบื้องล่าง สหายผู้นั้นช่างน่าเวทนายิ่งนัก...
ในมุมหนึ่ง เย่เฟิงยิ้มที่มุมปาก เขารู้สึกว่าเฟิ่งหว่านชิงมีบุคลิกที่น่าสนใจมาก ด้วยสายตาของเขา ย่อมมองออกว่าศิษย์ชายผู้นั้นต้องล่วงเกินเฟิ่งหว่านชิงก่อน จึงถูกนางแก้แค้นเช่นนี้
นี่เป็บทเรียนที่แสนเ็ป บทเรียนนี้บอกเขาว่า เด็กสาวอย่างเฟิ่งหว่านชิงนั้นห้ามล่วงเกินโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจุดจบจะน่าอนาถยิ่ง...
และในที่ที่ห่างจากหลี่เยว่ไม่ไกล หลี่มู่ พี่ชายร่วมตระกูลของหลี่เยว่เห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดี ในใจของเขาพลันเกิดความโกรธแค้นและตระหนก น้องชายของตนกลับถูกทำให้กลายเป็คนพิการ?
เช่นนี้เขาจะกลับไปรายงานตระกูลได้อย่างไร?
สายตาที่มองไปยังเฟิ่งหว่านชิงพลันะเิจิตสังหารออกมา พลังิญญาในร่างของหลี่มู่พลุ่งพล่าน ศิษย์หญิงที่อำมหิตผู้นี้ วันนี้เขาต้องกำจัดนางเพื่อล้างมลทินให้นิกาย
เมื่อพลังบำเพ็ญระดับิญญาก่อกำเนิดะเิออกมา
มันดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมากทันที
หลี่มู่กระทืบเท้าลงบนพื้น ร่างกายพุ่งทะยานเข้าหาเฟิ่งหว่านชิงโดยตรง พลังิญญาอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งออกจากร่าง กระบี่ิญญาเื้ัหลุดออกจากฝัก ปราณกระบี่อันเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วกลางอากาศ สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งลาน!
ด้วยพลังบำเพ็ญระดับิญญาก่อกำเนิดของเขา หากกระบี่ที่ไร้ความปรานีเล่มนี้ฟันลงบนร่างของเฟิ่งหว่านชิง ย่อมจินตนาการได้ว่าจุดจบจะเป็เช่นไร
เมื่อเฟิ่งหว่านชิงััได้ถึงอันตราย กระบี่อันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงด้วยพลังิญญามหาศาลของหลี่มู่ก็ได้เล็งเป้าหมายที่นางไว้อย่างแ่า ภายใต้แรงกดดันของพลังบำเพ็ญระดับิญญาก่อกำเนิด นางไม่มีกำลังจะขัดขืนได้เลยแม้แต่น้อย
กลิ่นอายแห่งความตายเข้าปกคลุม ไม่รู้เพราะเหตุใด สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเฟิ่งหว่านชิงกลับเป็ซูฉางเกอ บางทีในส่วนลึกของจิตใจ นางคงเชื่อเสมอว่าอาจารย์ผู้นี้จะสามารถปกป้องนางได้ในยามที่อันตรายที่สุด
ทว่า อาจารย์ผู้ที่มักจะมองข้ามและไม่เห็นค่าในตัวนางผู้นี้ จะยอมยื่นมือเข้าช่วยจริงหรือ?