องค์หญิงหกที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมอภิเษกไปซ่งหยวนใช้สารพัดวิธีทั้งขู่ฆ่าตัวตายแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังไร้ผล หลีเหยาที่ร่างกายเริ่มหายดีได้ข่าวว่าองค์หญิงนั้นกำลังจะต้องอภิเษกไปต่างแคว้นตัวนางเองเป็นางกำนัลพี่เลี้ยงอย่างไรก็ต้องติดตามไป ทั้งเวทนาต่อองค์หญิงที่เป็ดุจน้องสาวทั้งเวทนาต่อตนที่ต้องห่างจากบุรุษผู้เป็ที่รัก
“องค์ชายรองไม่มีทางใดที่จะช่วยองค์หญิงได้เลยหรือเพคะ”
“สถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีทางอื่นแล้ว ข้าจะขอเสด็จแม่ให้นางกำนัลคนอื่นติดตามน้องหกไปส่วนเ้าจะได้รั้งอยู่ที่นี่”
หลีเหยาที่ได้ยินองค์ชายรองสัญญาต่อนางเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เขานั้นดูรักและห่วงใยนางมากจริงๆ แต่ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นั้นขันทีคนสนิทขององค์ชายรองก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งด้วยเร่งรีบแจ้งข่าวขององค์หญิงหก
“องค์ชายรองพ่ะย่ะค่ะองค์หญิงหกทรงคิดฆ่าตัวตายอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“วันหนึ่งนางฆ่าตัวตายได้สักกี่รอบกันเชียวเป็เชื้อพระวงศ์มีใครทำอย่างใจคิดได้บ้างปล่อยนางไปเถอะ”
หลีเหยาที่ได้ยินดังนั้นก็หวั่นใจทั้งสงสารองค์หญิงหกอยู่ไม่น้อยจึงคิดกลับไปดูทั้งปลอบโยนนาง
“องค์ชายเพคะหม่อมชั้นดีขึ้นมากแล้ว หม่อมชั้นขอกลับไปดูองค์หญิงนะเพคะเวลาเช่นนี้องค์หญิงคง้าใครสักคนที่เข้าใจ”
“่นี้นางเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเ้าจะไปจริงหรือ” เขาเดินมาลูบจับไหล่สองข้างนางอย่างห่วงใยพลางกล่าวคล้ายไม่อยากให้นางนั้นไป
“เพคะเพียงไม่นานหม่อมชั้นจะกลับมาเพคะ”
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้า”
“เพคะ”
หลีเหยาหลังจากคุยกับองค์ชายรองจนเข้าใจก็รีบกลับตำหนักองค์หญิงหกมาโดยเร็ว องค์หญิงหกที่ตอนนี้ไม่ยอมทำอะไรเอาแต่ร้องไห้จนดวงตาบวมแดงชุดอาภรณ์ขาดหลุดลุ่ยเพราะนางดึงกระชากไปมาเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
“องค์หญิงเพคะ”
องค์หญิงหกที่นั่งเหม่อลอยราวคนไร้สติหันมองหลีเหยาที่เดินเข้ามาหานางด้วยสายตาห่วงใยก็ไม่รั้งรอลุกขึ้นง้างมือตบลงบนใบหน้าของหลีเหยาทันที หลีเหยาที่ไม่เข้าใจถึงเหตุผลก็ได้แต่ตะลึงค้างไป
“องค์หญิง”
“ทำไมต้องเป็ข้า ทำไมต้องเป็เ้า”
“องค์หญิงพูดเื่อะไรเพคะหม่อมชั้นไม่เข้าใจ”
องค์หญิงหกทรุดตัวลงกอดขาของหลีเหยาร้องไห้ราวคนบ้าปากเอาแต่กล่าวว่านางไม่อยากแต่งไปซ่งหยวน หลีเหยาที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้โกรธนางต่อเื่เมื่อครู่กลับเวทนาขึ้นมาจับใจ นางย่อตัวลงเข้ากอดปลอบโยนองค์หญิงหกให้สงบสติลงมือขวาลูบลงที่ศีรษะเบาๆ มือซ้ายกอดองค์หญิงไว้แน่นคล้ายเมื่อตอนยังเด็ก ทุกครั้งที่องค์หญิงหกร้องไห้หลีเหยาก็ใช้วิธีนี้เพื่อปลอบโยนนาง
“หลีเหยาเ้ารักข้ามั้ย” องค์หญิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“รักสิเพคะองค์หญิงหม่อมชั้นและองค์หญิงเติบโตมาด้วยกันั้แ่เด็กๆ พระสนมจากไปเร็วหม่อมชั้นก็เป็เพียงเด็กกำพร้าเราสองคนเคยสาบานเป็พี่น้ององค์หญิงจำไม่ได้แล้วหรือเพคะ”
องค์หญิงหกได้ยินนางกล่าวแสนดีเพียงนั้นก็ยิ่งร้องไห้ออกมายกใหญ่หลีเหยาที่คิดไปว่าองค์หญิงคงยังเสียใจจึงไม่ได้สงสัยอะไร เย็นวันเดียวกันนั้นองค์หญิงที่อยู่ๆ ก็หยุดร้องไห้ทั้งล้างหน้าแต่งผมผลัดอาภรณ์ขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เป็การส่วนตัวไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมองค์หญิงหกจู่ๆ ก็เปลี่ยนไปเช่นนั้น หากแต่ถ้านางยินยอมอภิเษกไปซ่งหยวนเช่นนั้นก็เพียงพอแล้วเื่อื่นล้วนไม่มีใครสนใจ
หลีเหยาที่กลับไปที่ตำหนักองค์ชายรองจู่ๆ ก็ถูกฮ่องเต้เรียกเข้าพบเป็การส่วนตัวพร้อมกับองค์ชายรอง
“ข้าต้องไปด้วยหรือท่านกงกง”
“ใช่ฝ่าารออยู่แล้วอย่าได้ช้า”
“ข้าทราบแล้ว”
หลีเหยาและองค์ชายรองต่างไม่เข้าใจถึงเหตุการณ์แต่เมื่อเป็รับสั่งก็ขัดไม่ได้ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าตำหนักทรงงานของฮ่องเต้ไปประตูบานใหญ่ก็ถูกปิดลง องค์ชายรองที่เห็นว่าหลีเหยานั้นกำลังหวาดกลัวจึงได้คว้ามือของนางมากุมไว้ให้นางได้อุ่นใจ
“ไม่เป็ไรข้าอยู่ตรงนี้”
“เพคะ”
ทั้งสองจับมือกันเดินเข้าไปอย่างมั่นคงหลีเหยารู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่มีองค์ชายรองคอยยืนเคียงข้างไม่ว่าอุปสรรคข้างหน้าหรือเื่ในวันนี้จะเป็อย่างไรนางล้วนกล้าที่จะยืดอกรับอย่างมั่นใจ
ฮ่องเต้ที่นั่งรอทั้งสองอยู่ด้วยใบหน้าเคร่งเครียดข้างกายมีองค์หญิงหกนั่งอยู่สายตาและรอยยิ้มนั่นทำให้ทั้งหลีเหยาและองค์ชายรองต่างไม่เข้าใจถึงความหมาย
“เสด็จพ่อลูกถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าาหลีเหยาถวายพระพรเพคะ”
“พวกเ้าทั้งสองคนลุกขึ้นเถอะ”
ทั้งสองส่งสายตาต่อกันอย่างไม่แน่ใจในสถานการณ์เวลาเช่นนี้มีเพียงองค์หญิงหกที่ยังคงเผยยิ้มที่ยากแปลความหมายหลีเหยารู้สึกได้ในใจว่าเื่วันนี้คงไม่ง่ายจริงๆ ความมั่นใจที่มีค่อยๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัดสองมือนางจับกันแน่นเม็ดเหงื่อเผยให้เห็นท่ามกลางความเงียบภายในตำหนัก แม้แต่องค์ชายรองเองที่เห็นท่าทางของฝ่าาเช่นนั้นก็ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด
“ฉิน ชิวกานระหว่างความรักและตำแหน่งรัชทายาทเ้า้าอะไร”
ในที่สุดความเงียบก็ถูกทำลายด้วยน้ำเสียงอันเรียบเฉยของฮ่องเต้ที่เอ่ยถามต่อบุตรชาย องค์ชายรองเงยหน้ามองผู้เป็พ่ออย่างไม่เข้าใจ หลีเหยาเองก็ได้แต่มองหน้าองค์หญิงหกอย่างมีคำถามว่าเื่นี้หมายความว่าอย่างไร
“เสด็จพ่อลูกไม่เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายรองกล่าวขึ้นอย่างลังเล
“หากเ้าร่วมมือกับข้าเปลี่ยนนางกำนัลตรงหน้าเ้าเป็องค์หญิงหกส่งนางแต่งงานแทนน้องสาวเ้าข้าจะให้ตำแหน่งรัชทายาทต่อเ้า หากเ้าไม่ยอมเช่นนั้นข้าจะฆ่านางเสีย”
สิ้นคำกล่าวของฮ่องเต้หลีเหยาถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับนาง องค์ชายรองยังคงนิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบหลีเหยามองเขาอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงลังเลเพียงนี้ทั้งที่ก่อนหน้ากล่าวว่าจะปกป้องนางอย่างที่สุด
“เลือกยากนักหรือจริงอยู่ที่ก่อนหน้าข้ารับปากเื่เ้าเอ่ยขอว่า้ารับนางเป็สนม ข้าถึงเรียกเ้ามาเพื่อถามถึงความเห็นของเ้า”
“องค์ชาย” หลีเหยาบัดนี้สองตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
องค์ชายรองหันมามองหน้าหลีเหยาอยู่ครู่ใหญ่ก่อนหันกลับไปเอ่ยตอบต่อผู้เป็บิดาอย่างหนักแน่น
“ลูกจะส่งนางไปซ่งหยวนด้วยตัวลูกเองพ่ะย่ะค่ะ”
คำตอบนี้ราวกับหอกด้ามใหญ่ที่พุ่งตรงเข้ากลางอกของหลีเหยา นางอยากเอ่ยเพื่อร้องขอต่อบุรุษผู้เป็ที่รักแต่เขากลับไม่แม้แต่จะหันกลับมามองนาง คำกล่าวว่าเขานั้นรักนางมากเพียงไหนล้วนราวกับว่าไม่เคยออกจากปากของเขา
“ดี ดีเ้าออกไปเถอะ” ฮ่องเต้เผยยิ้มอย่างพอใจยกมือปัดป่ายให้เขาออกจากตำหนักไปเสียที
หลีเหยารีบคลานเข่าสองมือดึงชายเสื้อขององค์ชายรองไว้แน่นพลางส่ายหน้าร้องขอความเมตตาจากเขา แต่เขากลับเพียงใช้เท้าเตะนางออกไปให้ห่างกายแล้วเดินออกไปอย่างไร้เยื่อใย
“องค์ชายรอง” หลีเหยาร้องเรียกตามหลังเขาไปจนประตูบานใหญ่ที่ถูกเปิดออกปิดลงอีกครั้งเขาก็ไม่แม้แต่หันหลังกลับมามองนาง
องค์หญิงหกเดินมาย่อตัวลงก่อนจะพยุงตัวหลีเหยาลุกขึ้นทั้งกล่าวออกไปอย่าเสียดสีนาง
“เป็ยังไงบ้างที่เห็นคนที่รักไม่สนใจเ้านะ”
“องค์หญิงกล่าวถึงอะไรเพคะหม่อมชั้นไม่เข้าใจ”
“ใช่เ้าไม่เข้าใจ และจะไม่มีวันเข้าใจเพราะเ้าต้องไปแต่งไปซ่งหยวนส่วนข้าจะอยู่ที่นี่เป็เ้าหลีเหยา”
“ทำไมเพคะองค์หญิง ทำไมองค์หญิงถึงทำกับหม่อมชั้นเช่นนี้เพคะ”
“เ้าไม่ใช่กล่าวว่ารักข้าดุจน้องสาวหรือ เช่นนั้นก็แต่งไปซ่งหยวนเพื่อข้าเช่นนี้ก็ถูกแล้ว”
“องค์หญิง” หลีเหยานั้นไร้คำกล่าวต่อนางนั้นมององค์หญิงดุจน้องสาวแท้ๆ เรื่อยมา แต่นางกลับทำเช่นนี้ได้ลง
เพียงวันเดียวจิตใจของหญิงสาวถูกนำออกมาเหยียบซ้ำย่ำยีถึงสองครั้ง ครั้งแรกจากชายที่รักครั้งที่สองจากองค์หญิงที่ตนเอ็นดู
หลีเหยาทรุดตัวลงอีกครั้งฮ่องเต้เองก็มองหลีเหยาอย่างเวทนา เขานั้นเห็นนางมาั้แ่เด็กๆ แต่เพื่อบุตรสาวที่รักแล้วการให้นางไปแทนคงเป็ทางที่ดีที่สุด
หลีเหยาถูกนำตัวไปยังตำหนักองค์หญิงจับเปลี่ยนผมผลัดอาภรณ์รอวันอภิเษกไปต่างแดนโดยมีคนเฝ้าดูอยู่ตลอดป้องกันไม่ให้นางนั้นฆ่าตัวตายได้ ส่วนองค์หญิงนั้นก็เข้าสวมปลอมกายเป็หลีเหยามีเพียงไม่กี่คนที่รู้เื่นี้
ค่ำวันเดียวกัน
เซียวอวิ๋นที่ยังคงเดินตรวจตราเช่นทุกครั้งและทุกครั้งที่ผ่านเรือนพักนางกำนัลเขาเองมักจะแอบมองเข้าไปในห้องที่ว่างเปล่าของหลีเหยา แต่ครั้งนี้นั้นแปลกออกไปเรือนพักของหลีเหยาถูกจัดแต่งอย่างแปลกตาข้างของเครื่องใช้เต็มเรือนราวกับองค์หญิง เมื่อเห็นว่าผิดสังเกตเขาจึงได้สั่งให้ลูกน้องตนนั้นล่วงหน้าไปก่อนส่วนตัวเขาเองก็เข้ามาตรวจดูเพื่อให้แน่ใจ
เขามองเห็นร่างหญิงสาวคนหนึ่งนั่งสางผมอยู่หน้ากระจกเสียงฮัมเพลงอย่างสุนทรี
“อาเหยาเ้าหายดีแล้วหรือ”
หญิงสาวผู้นั้นวางแปรงลงก่อนจะค่อยๆ หันมามองเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้าง
“องค์หญิงหก” เซียวอวิ๋นเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจที่เห็นนางสวมชุดของหลีเหยาแม้แต่การแต่งหน้าหรือท่าทาง
“ใช่ข้าหายดีแล้วหากไม่เชื่อก็เข้ามาดูใกล้ๆ สิ”
เซียวอวิ๋นเมื่อเห็นว่าองค์หญิงนั้นดูประหลาดทั้งข่าวว่านางถูกกักตัวในตำหนัก หากนางอยู่ที่นี่เช่นนั้นในตำหนักนั้นจะเป็ใคร เขาเองไม่อยากเชื่อสัญชาตญาณของเขาจึงคิดไปดูเพื่อความแน่ใจแต่องค์หญิงก็รีบวิ่งมาฉุดรั้งตัวเขาเอาไว้
“เป็อะไรไปไม่ชอบข้าแล้วหรือ”
“องค์หญิงปล่อยกระหม่อมเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงหกที่เห็นว่าเขานั้นเอาแต่เรียกนางว่าองค์หญิงหกจึงได้ใช้ไม้ด้ามใหญ่ฟาดตัวเขาจนล้มลงก่อนจะขึ้นคร่อมตัวเขาเอาไว้
“ข้าคือหลีเหยาเ้ามองหน้าข้าสิ ข้าก็คือหลีเหยาหญิงที่เ้ารักอย่างไร”
“ท่านบ้าไปแล้วหรือองค์หญิง” เซียวอวิ๋นผลักตัวนางออกอย่างแรง
เมื่อเห็นว่าองค์หญิงหกนั้นตัวล้มหัวฟาดเข้ากับขอบโต๊ะอย่างจังก็คิดจะเข้าช่วยเหลือ แต่นางกลับยิ้มและหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ข้าคือหลีเหยาเ้ารังเกียจข้าหรือ”
“องค์หญิงท่านไม่ใช่หลีเหยา ข้าจะไปตามหมอหลวงมาให้นะพ่ะย่ะค่ะ”
“เซียวอวิ๋นเ้าต้องเสียใจไปตลอดชีวิตข้าจะอยู่ที่นี่และเป็นาง หากเ้าจะรักนางก็ต้องรักข้า” กล่าวจบองค์หญิงก็เผยเสียงหัวเราะปนร้องไห้ดังขึ้นมาศีรษะยังคงพิงกับโต๊ะไม้
เมื่อได้ยินเช่นนั้นตัวเขาเองก็มั่นใจขึ้นมาทันทีว่าในตำหนักองค์หญิงนั้นก็คือหลีเหยา
เมื่อวันส่งตัวเ้าสาวมาถึงองค์ชายรองสวมเกราะขี่ม้านำขบวน หลีเหยามองชายตรงหน้าสายตาของเขานั้นราวกับคนที่ไม่รู้จัก ขบวนอภิเษกเดินทางอยู่เจ็ดวันก็มาถึงยังเขตชายแดน
องค์ชายเช่อตี๋ยังคงอยู่บนหลังม้ารอรับว่าที่พระชายาอย่างใจจดใจจ่อ นึกย้อนถึงอดีตเมื่อเจ็ดปีก่อนตอนที่เขานั้นติดตามบิดาเข้าแคว้นต้าจิงเพื่อขอหยิบยืมทหารเข้าร่วมรบกับาระหว่างเผ่า เข่าเดินผ่านเด็กน้อยคนหนึ่งเห็นนางนั่งอยู่คนเดียวจึงคิดเข้าไปพูดคุยเล่นด้วย ใครจะรู้ว่าเด็กหญิงคนนั้นกลับใใช้มีดแกะสลักในมือตวัดผ่านดวงตาของเขาไปจนเขานั้นตาบอด แต่เด็กคนนั้นกลับไม่มีทีท่ารู้สึกผิดทั้งร้ายกล่าวต่อว่าและดูถูกเขา
“ดูเ้าสิต่ำต้อยแล้วตอนนี้ยังอัปลักษณ์อีก ไปให้พ้นหน้าข้านะ” เด็กหญิงคนนั้นกล่าวขึ้นอย่างรังเกียจก่อนจะยกมือใช้มีดนั้นคิดแทงลงที่เขาอีกครั้งแต่ก็ถูกห้ามโดยเด็กหญิงอีกคนไว้เสียก่อน
“องค์หญิงหกหยุดนะเพคะ”
เด็กหญิงคนนั้นกล่าวทั้งดึงมือขององค์หญิงหกเอาไว้สายตามองเขาอย่างใ
“องค์หญิงท่านทำอะไรเพคะ”
“ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้คนชั้นต่ำเช่นมันทำให้ข้าใ” กล่าวเสร็จองค์หญิงหกก็วิ่งหนีไปอย่างไม่ไยดี
“เดี๋ยวข้าจะไปตามหมอมาให้ท่านรอสักครู่” เด็กน้อยยื่นผ้าเช็ดหน้าของนางแก่เขาไว้ใช้ซับเืที่ไหลออกมาก่อนจะวิ่งไปตามหมอหลวง
เขามองเด็กน้อยอย่างขอบคุณทั้งจนถึงบัดนี้ก็ยังคงเก็บรักษาผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้อย่างดี ทุกครั้งที่ออกรบก็มักจะใช้มันพันไว้ที่ด้ามดาบเพื่อเป็สิ่งนำโชคแห่งชัยชนะ
“องค์หญิงหกข้ามารับเ้าแล้ว” รอยยิ้มที่น่าหวาดกลัวปรากฏขึ้นพร้อมคำกล่าวอย่างเคืองแค้นต่อเด็กสาว
องค์ชายรองที่ส่งขบวนเ้าสาวถึงมือองค์ชายเช่อตี๋ก็รีบรุดควบม้ากลับไปไม่มีแม้แต่คำกล่าวอำลาต่อสตรีที่เขาเคยเอ่ยว่ารักมากเพียงใดคำเ่าั้ล้วนดังอากาศธาตุที่จับต้องไม่ได้ เมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้วสิ่งที่ทำได้ต่อจากนี้คงมีเพียงเอาตัวรอดให้ได้ในแต่ละวัน
หลีเหยาค่อยๆ ลืมตาจากภาพความทรงจำเ่าั้ใช้แรงทั้งหมดที่มีกำเม็ดทรายตรงหน้าไว้แน่น
“ัเช่นพวกเ้าต้องสยบลงแทบเท้าข้าแน่”
เช้าวันต่อมา
เซียวอวิ๋นที่แอบติดตามปลอมตัวเป็ขันทีประจำตัวองค์หญิงเปิดเข้ากระโจมมาก็ต้องใกับภาพที่เห็น เขานั้นไม่อยากคาดคิดเลยว่าองค์ชายเช่อตี๋นั้นกระทำอะไรกับนางบ้างทั่วร่างของนางถึงได้เป็เช่นนี้
“หลี...องค์หญิงเป็อย่างไรบ้าง” เซียวอวิ๋นใช้ผ้าห่อหุ้มตัวนางไว้ก่อนเกี่ยวตัวนางขึ้นร้องเรียกเสียงดังอยู่นานหลีเหยาก็ยังไม่คล้ายจะได้สติ
“ใครก็ได้ตามหมอที ใครก็ได้”
เสียงร้องเรียกของเซียวอวิ๋นต่างไร้คนสนใจ ไม่มีแม้แต่สาวรับใช้สักคนที่อยู่ปรนนิบัติองค์หญิง เซียวอวิ๋นมองหลีเหยาย่างเวทนาไม่เข้าใจว่าเหตุใดชีวิตของนางถึงต้องรันทดเพียงนี้
หลีเหยาที่อิดโรยค่อยๆ ลืมตาตื่นจากนิทรามองคนที่โอบกอดนางด้วยสายตาที่ไม่ชัดเจน อ้อมกอดนี้นางรู้สึกคุ้นชินอย่างประหลาดราวกับว่าทุกครั้งที่นางประสบภัยเป็อ้อมกอดนี้ที่คอยโอบอุ้มนางไว้
“เซียวอวิ๋นเป็เ้าหรือ”
เสียงที่ดังขึ้นในลำคอของหลีเหยาทำให้เขานั้นดีใจจนไม่รู้ว่าควรกล่าวอะไร เอาแต่พยักหน้าหงึกหงัก
“เ้ารอข้าก่อนข้าจะไปตามหมอ”
เซียวอวิ๋นกล่าวแล้วจึงวางร่างนางลงอย่างทะนุถนอมก่อนวิ่งออกไปตามหาหมอเพื่อดูอาการนาง แต่ไม่ว่าจะคุกเข่าร้องขอต่อองค์ชายเช่อตี๋หรือองค์ชายคนใดพวกเขาต่างมองดูอย่างเหยียดหยามทั้งเดินหนีไป
องค์ชายแปดเช่อเถอที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็เกิดสงสารต่อคนต่างแคว้นเช่นเขา เขาให้คนของตนไปตามหมอเพื่อไปยังกระโจมขององค์หญิงหก
“ตามข้ามาเถอะ ข้าให้คนไปตามหมอแล้วอีกเดี๋ยวคงไปถึงกระโจมองค์หญิงของเ้า”
“ท่านเป็ใคร” เซียวอวิ๋นเอ่ยถามบุรุษตรงหน้าท่าทางของเขานั้นดูองอาจคล้ายชาวซ่งหยวนทั่วไปแต่แววตานั้นไม่อำมหิตเฉกเช่นคนอื่น
“นี่ก็คือองค์ชายเช่อเถอ องค์ชายแปดแห่งซ่งหยวน” คนสนิทขององค์ชายก้าวเท้าขึ้นกล่าว
“ขอบพระทัยองค์ชายแปดที่เมตตาพ่ะย่ะค่ะ”
องค์ชายแปดพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนเดินจากไป ที่หน้ากระโจมองค์หญิงหมอที่ถูกตามมานั้นถูกสาวรับใช้ขวางทางเอาไว้
“พวกเ้าทำอะไร” องค์ชายแปดเอ่ยขึ้นต่อการกระทำของพวกนาง
สาวใช้คนหนึ่งเดินขึ้นมากล่าวตอบ
“องค์ชายใหญ่สั่งไว้ว่านางบรรณาการไม่จำเป็ต้องมีหมอรักษาเพคะ”
“องค์ชายข้าว่าพวกเราอย่าไปยุ่งกับคนขององค์ชายใหญ่จะดีกว่า”
“อาช่าให้คนจับพวกนางออกไป”
อาช่าคนสนิทของขององค์ชายเมื่อได้ยินผู้เป็นายของตนเอ่ยสั่งชัดเจนเช่นนั้นจึงได้แต่ทำตาม เขาให้คนนำตัวสาวใช้ทั้งสองออกพ้นทางไปให้หมอและเซียวอวิ๋นได้เข้ากระโจมไป
ณ ขณะที่หมอกำลังตรวจดูอาการของหลีเหยาองค์ชายใหญ่ที่รู้ว่าองค์ชายแปดแส่เื่ของตนก็ไม่พอใจมาก ตัวเขาทิ้งสุราและนารีที่กำลังรื่นเริงออกมาอย่างหัวเสียเดินตรงมายังกระโจมโดยเร็ว
“เช่อเถอคนของข้าเื่ของข้าเ้าจะแส่ทำไม”
“นางเป็คนของท่านนั่นก็ถูกแต่อย่างไรนางก็เป็ถึงองค์หญิงเจ็บป่วยก็ควรมีคนรักษา”
องค์ชายใหญ่จ้องมองน้องชายตัวเองอย่างอำมหิตก่อนเดินเข้าประชิดตัวเขาไปคิดง้างหมัดจัดการปากที่กล้าเก่งของเขา แต่ก่อนจะได้ทำอะไรพระมเหสีเถียมจินภรรยาท่านข่านมารดาขององค์ชายทั้งสองก็รีบกล่าวห้ามการกระทำของบุตรชาย
“เช่อตี๋ข้าเคยสั่งสอนให้เ้าทำร้ายสายเืเดียวกันหรือ”
“ท่านแม่แต่มันมายุ่งกับคนของข้าก่อน”
“ก็แค่สตรีนางเดียวจะอะไรกันนักหนา”
“แต่นางเป็ของของข้า” องค์ชายเช่อตี๋กล่าวออกมาอย่างโมโห แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่เด็ดขาดของมารดาก็ทำได้เพียงเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว
“เช่อเถอเ้าเองก็เหมือนกันเื่ไม่ใช่เื่ของเ้าจะแส่มือให้เกิดเื่เช่นนี้ทำไม หากเื่นี้ไปถึงหูท่านพ่อเ้าเมื่อไหร่เดี๋ยวก็เป็เื่ใหญ่อีก” พระมเหสีเถียมจินหันไปเอ่ยเชิงตำหนิต่อบุตรชายแต่น้ำเสียงนั้นช่างต่างราวฟ้ากับดินเมื่อเทียบกับคำกล่าวที่นางมีต่อองค์ชายใหญ่
องค์ชายเช่อเถอที่เห็นมารดาเช่นนั้นก็เดินเข้าใกล้เกี่ยวแขนมารดาอย่างออดอ้อน
“อย่างไรนางก็เป็สตรีท่านแม่สอนให้ข้าให้เกียรติพวกนางไม่ใช่หรือ”
“เ้านี่นะจริงๆ เลย ใช้สิ่งที่ข้าสอนยอกย้อนข้าทุกที”
“ตามข้ามา”