อาซันเดินทางมายังสำนักวารีเทพ พอมาถึงที่นี่ล้วนแต่มีสตรีทั้งนั้น ไม่มีบุรุษแม้สักคนเดียว อาซันกับศิษย์พี่แปดเข้ามา ทำให้ทุกสายตาล้วนมองมาด้วยความรู้สึกที่
แตกต่าง กันออกไป อาซันมองบรรยากาศโดยรอบ พื้นที่นี้มีต้นน้ำแห่งชีวิต สามารถสร้างชีวิตได้ แต่เหตุใด เจ้าสำนักถึงได้หลับไหลมาถึงสิบปีได้ อาซันบอกกับ เมย่าขอตรวจอาการท่านเจ้าสำนักทันทีที่มาถึง แต่ไม่ทันที่จะได้เข้าไป
ก็มีศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองของเมย่า กลับเข้ามาขวางหน้าเอาไว้
“ หยุด น้องสามเจ้าพาเด็กหนุ่มคนนี้เข้ามาในสำนักก็ผิดกฏแล้ว ยังคิดจะให้เข้าพบเจ้าสำนักอีกหรือ” ศิษย์คนโตเห็นหน้าอาซัน แล้วไม่น่าเชือถือเอาเสียเลย
“ ใช่แล้ว น้องสาม เจ้าอย่าเห็นแค่มันหน้าตาดี แล้วหวังว่ามันจะรักษาอาจารย์ได้
ขนาดท่านจอมแพทย์โอสถ ยังไม่สามารถรักษาได้เลย เจ้าอย่าลืมซิ” ศิษย์คนรองก็พูดมีเหตุผล
“ แต่ว่าท่านหมอผู้นี้ สามารถปรุงยาวิเศษที่มีสรรพคุณ ดีกว่าน้ำทิพย์ของสำนักเราอีก และท่านผู้นี้เป็นถึงศิษย์ของสำนักแพทย์เทวะ ข้าว่ามีโอกาสเพียงน้อยนิดก็ยังดีกว่าไม่มีโอกาสเลยนะ ศิษย์พี่” เมย่ารีบอธิบายเหตุผล ศิษย์พี่ทั้งสองล้วนไม่อยากให้ ร่างกายของอาจารย์ต้องมาถูกหมอไร้ชื่อ จะทำให้อาจารย์ต้องมัวหมอง
แต่นางทั้งสองรู้ว่าเวลานี้ อาจารย์เริ่มจะมีอาการบ่งบอกว่าคงทนต่อไปอีกไม่นาน
ถ้าหากว่ายังไม่ตื่นมา ร่างกายคงยื้อไม่ไหวอีกต่อไป
อาซันส่งจิตเข้าไปตรวจสอบก็พบว่าจิตวิญญาณ ของท่านเจ้าสำนักนั้นมีความพยายามจะต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่าง แต่ไม่สามารถสู้ได้เริ่มอ่อนแรงลงทุกที
“ ถ้าหากว่าท่านทั้งสองไม่ให้ข้าเข้าไป ข้าคิดว่า อาจารย์ของท่านไม่น่าจะรอดพ้นคืนนี้อย่างแน่นอน” อาซันบอกไปตามจริง ลูกศิษย์ทั้งหมดพอได้ยินอาซันพูดเช่นนี้ ทำให้ตื่นตกใจยิ่งนัก ต่างมองไปที่ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รอง ที่คอยเฝ้าอาจารย์อยู่ไม่ห่าง ต้องรู้ว่าอาการของอาจารย์เป็นเช่นไรอย่างแน่นอน
ซึ่งเวลานี้ทั้งสองคนเริ่ม ตกใจยิ่งนักไม่คิดว่าอาซันจะพูดเช่นนี้ออกมา จึงทำให้ทั้งสองเกิดกลัวว่าถ้าหากอาจารย์เป็นอะไรไปจริง ทั้งสองต้องตกเป็น คนบาปของสำนักแน่ จึงจำใจให้อาซันเข้าไปดูอาจารย์ทันที
อาซันเข้ามาด้านในก็พบ หญิงสาววัย สามสิบกว่า แต่ดูว่าอายุจริงน่าจะเกิน 100ปี
ใบหน้าสวยเย็น ริมฝีปากสีชมพูอ่อน ผิวขาวซีด สวมชุดสีขาว นอนอยู่บนเตียงน้ำแข็งหยก บรรยากาศภายในเย็นจัด อาซันเห็นวิญญาณของนางดิ้นรน เฮีอกสุดท้ายอยากจะออกจากร่างนี้ แต่ว่าไม่สามารถออกได้ ควบคุมร่างให้ขยับก็ไม่ได้
อาซันส่ายหัว มองแล้วน่าสงสารยิ่งนัก จึงใช้ฝ่ามือที่มีมุกวิญญาณฝังอยู่ดึงวิญญาณออกมา เจ้าสำนักเลยเป็นอิสระออกจากร่างนี้ได้ทันที พอเห็นลูกศิษย์ก็พยายามทักทาย แต่ว่าไม่มีใครเห็นหรือได้ยินสักคน มีแต่อาซันเพียงคนเดียวที่ได้ยิน อาซันส่งจิตเข้าไปทักทาย
“ ท่านเจ้าสำนักท่านไม่ต้องพยายามติดต่อกับพวกเขาเลย ท่านเป็นวิญณาณติดต่อพวกเขาไม่ได้หรอก”
“ ท่านเป็นใคร ท่านเป็นคนดึงวิญญาณของข้าออกมาหรือ” เจ้าสำนักเอ่ย
“ ข้าชื่อซูซัน เมย่าขอให้ข้ามารักษาท่าน ว่าแต่ท่านรู้ไหมว่าใครเป็นคน ทำให้ท่านต้องเป็นแบบนี้” อาซันเอ่ยถาม
“ ข้าไม่รู้ ข้าทรมานมานาน เป็น สิบปีแล้ว ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย ไม่รู้ใครทำกับข้าเช่นนี้ด้วย” เจ้าสำนักไม่รู้อะไรสักอย่าง
“ ท่านถูกเวทย์มนต์ คำสาป ถูกกักขังวิญญาณเอาไว้ ทำให้ท่านไม่สามารถออกจากร่างหรือ ใช้ร่างตัวเองได้” อาซันอธิบาย
“ แล้วท่านดึงวิญญาณข้าออกมาได้ แสดงว่าท่านทำลายคำสาปได้แล้วหรือ”
อาซันส่ายหัว
“ เรื่องดึงวิญญาณออกมานั้น ข้าทำได้ แต่ว่าจะให้ท่านกลับเข้าร่าง ต้องทำลายคำสาปก่อน ต้องหาสิ่งที่ทำให้ท่านถูกสาป แล้วถึงทำลายได้ มิเช่นนั้นท่านก็ต้องกลายเป็นวิญญาณแบบนี้ไปตลอด” อาซันอธิบายเสร็จก็เพ่งมองไปทั่วร่างการของเจ้าสำนักดูว่ามีบางสิ่งอะไรที่ ทำให้นางต้องถูกคำสาปแบบนี้ ไม่มีอะไรผิดปกติ หรือว่าคำสาปที่ใช้นี้ไม่ได้อยู่ในร่างของเจ้าสำนัก อาซันสัมผัสที่บริเวณหน้าผากเจ้าสำนัก แล้วส่งจิตออกไปตรวจสอบขยายออกไป จนพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง ณ ที่แห่งหนึ่ง อาซันลืมตา ทุกๆคน มองการกระทำของอาซันแล้ว
ต่างพิศวง งงงวยเป็นอย่างยิ่ง ไม่ได้จับชีพจร เพียงยื่นมือ มาสัมผัสหน้าผาก
ศิษย์พี่ทั้งสองเริ่มจะเอ่ยปาก แต่อาซันเริ่มพูดขึ้นมาก่อน
“ เจ้าสำนักถูกคำสาป ประเภทหนึ่ง ที่ตรึงร่างกายและวิญญาณเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้” พออาซันเอ่ยจบ ทุกคนต่างตกตะลึง ไม่คิดว่าอาจารย์จะถูกคำสาป
“ ท่านหมอนี่ท่านรู้ได้อย่างไร ว่าอาจารย์ถูกคำสาป” ศิษย์พี่ใหญ่สงสัยทุกคนก็เช่นกัน
“ คำสาปมีอยู่สองประเภท คือคำสาปเทพเจ้า กับคำสาปปีศาจ เจ้าสำนักเจอคำสาปของพวกปีศาจชั้นต่ำ จัดการไม่ยาก ตามข้ามาแล้วจะรู้คำตอบเอง”
อาซันพาทุกคนเดินออกมาจากห้องเจ้าสำนัก มาที่พักของใครบางคน แล้วอาซันก็เปิดเข้าไป
มีคนพยายามมาขัดขวาง ไม่ให้อาซันเข้าไป แต่ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รองมาคอยกั้นเอาไว้ อาซันเข้าไปหยิบกล่องในตู้ ออกมาเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง เป็นรูปของเจ้าสำนัก ถูกเข็มปักไว้ในแผ่นไม้แผ่นหนึ่ง อาซันนำตุ๊กตาเจ้าสำนักกลับมาที่ห้องแล้วให้จับคนที่อยู่ในห้องนี้เอาไว้รอการสอบสวน อาซันเริ่มดึงเข็มออกทั้งหมด
ร่างวิญญาณของอาจารย์กลับเข้าร่างทันที เจ้าสำนักขยับตัวแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมา
ท่ามกลางความดีใจของเหล่าศิษย์ทั้งหลาย อาซันวางตุ๊กตาเจ้าสำนักลง แล้วเดินออกไปด้านนอก ห้องให้พวกเขาได้คุยกันให้หายคิดถึง
“ ศิษย์น้องเล็กรู้ได้อย่างไร ว่าเจ้าสำนักถูกคำสาปปีศาจอะไรนั่น” ศิษย์พี่แปดเดินมายืนด้านข้างอาซัน
“ ข้าเห็นวิญญาณของเจ้าสำนักพยายามจะออกจากร่างตัวเอง แต่ออกไม่ได้ ทำให้คิดได้สถานเดียวว่านางต้องถูกคำสาปปีศาจกักขัง และคำสาปปีศาจชั้นต่ำแบบนี้ต้องใช้สิ่งของเป็นสื่อ แล้วต้องอยู่ไม่ไกลจากเจ้าสำนัก ข้าแค่ส่งจิตสัมผัสไป
ก็รู้ที่อยู่ได้ไม่ยากเพราะว่าในตุ๊กตาตัวนั้นมีเส้นผมของเจ้าสำนักใส่เอาไว้ “
อาซันเล่าให้ศิษย์พี่แปดฟังให้เข้าใจอย่างง่ายๆ
“ แล้วเจ้าเห็นวิญญาณด้วยหรือนี่” ศิษย์พี่แปดตกใจ อาซันพยักหน้าไม่ตอบอะไรไปมากกว่านี้
จากนั้นก็มีศิษย์สำนักวารีเทพ มาเชิญอาซันเข้าไปพบ อาซันเลยต้องตามนางไป
“ ต้องขอบคุณท่านหมอซัน ที่ได้ช่วยข้าในครั้งนี้ ถ้าไม่ได้ท่านมาช่วยข้าคงทรมานไม่รู้จักจบสิ้นเป็นแน่ “
“ ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย แค่เดินไปเดินมาเท่านั้น” อาซันบอกตามจริง
“ อย่างพูดเช่นนี้ ท่านสามารถเห็นร่างวิญญาณข้าได้ แสดงว่าท่านต้องไม่ใช่หมอธรรมดา คนที่ใช้คำสาปนี้บอกว่า มันได้วิชานี้มาจากเผ่าเร่ร่อน ทางตอนใต้ที่รอนแรมผ่านมา แต่ข้าสงสัย ว่าท่านรู้เรื่องคำสาปนี้ได้อย่างไร”
“ ข้าเรียนมา ตำราแพทย์ ตำราคาสาป ล้วนมีบันทึกไว้ทั้งหมด” อาซันไม่รู้จะบอกความจริงได้อย่างไร
“ เอาเถอะ ข้าได้ยินจากพวกลูกศิษย์ว่า ท่านมีเม็ดยาคืนชีพ สรรพคุณดีกว่าน้ำทิพย์ของสำนักเราอีกด้วย ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่”
“ สรรพคุณการใช้ต่างกัน ไม่ได้ดีกว่าน้ำทิพย์หรอก” อาซันไม่กล้าอวดอ้าง
“ ท่านยังช่วยผู้คนให้รอดตายจากการถูกพวกฝูงสัตว์และนักล่าในสุสานทางช้างเผือก และยังใช้เม็ดยาคืนชีพที่มีค่ามากมายให้คนทั่วไปได้กินโดยไม่เสียดายอีก นับว่าท่านจอมแพทย์เทวะมีลูกศิษย์ที่ดีจริงๆ “ เจ้าสำนักเอ่ยชม
“ มันหน้าที่ของหมออยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
“ เพียงแค่เมย่า บอกให้ท่านมารักษาข้าทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะรักษาได้หรือไม่ น้ำใจเช่นนี้ ข้าคิดว่าหาคนแบบท่านไม่ได้อีกแล้ว ท่านหมอซัน เชิญตามข้ามาทางนี้”
เจ้าสำนักเดินนำทางไปสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นทางลับของสำนักแน่ๆ เพราะเดินปกติ ไม่มีทางเข้าและมาถึงที่แห่งนี้ได้อย่างแน่นอน พอเข้ามาถึงที่หมาย
ก็พบต้นหลิว ขึ้นอยู่หลายต้นมีดอกห้อยออกมาเป็นพวงยาวเต็มไปหมดดูงดงามยิ่งนัก มีน้ำตกจากด้านบนไหลเข้ามาในนี้กลายเป็นบ่อน้ำเล็กๆ โดยมีต้นหลิวเหล่านี้แช่อยู่
“ นี่คือต้นหลิวโบราณหมื่นปี เป็นต้นไม้ผู้ให้กำเนิด น้ำทิพย์ของเรา” เจ้าสำนักบอกความลับกับอาซัน อาซันฟังแล้วตกใจ เหตุใดเรื่องสำคัญเช่นนี้ ถึงต้องมาบอกตนเองด้วย
“ เจ้าสำนักเรื่องนี้ท่านไม่ต้องบอกกับข้าก็ได้”
“ ท่านหมอซัน ต้นไม้ผู้ให้กำเนิดน้ำทิพย์ อยู่กับสำนักเรามานาน แต่พวกเราไม่ได้ใช้ประโยชน์ อย่างคุ้มค่าเลย ทั้งที่บรรพชนผู้ก่อตั้ง เคยสอนให้เราต้องช่วยเหลือผู้คน แต่พวกเราไม่มีโอกาสเช่นนั้นเลย ทั้งที่มีของวิเศษอยู่เช่นนี้ ข้าอยากให้ท่านนำ ต้นหลิวที่นี่ไปใช้เพื่อประโยชน์ต่อคนทั่วไป ข้ารู้มาว่า ใบหลิว ดอกหลิวเหล่านี้มีประโยชน์มากในการรักษาคนทั่วไป โดยเอาไปปรุงยาท่านเป็นหมอคงรู้ดีกว่าข้า”
จากนั้นเจ้าสำนักก็ยื่นหินมิติให้กับอาซัน อาซันรับไว้แล้วสัมผัสทันที ด้านในมีต้นหลิวหมื่นปี อยู่3 ต้นปลูกเอาไว้ มีน้ำตกไหลเข้ามา แล้วมีบ่อน้ำแบบเดียวกัน
โอ้ แสดงว่าเจ้าสำนักมีสำรองไว้หลายชุดแน่เลย
“ ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก” อาซันรีบขอบคุณทันที
“ มิติแห่งนี้ข้าสร้างไว้นานแล้ว ท่านนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่” เจ้าสำนักเอ่ย หลังจากรับมอบของแล้วอาซันก็ขอตัวลากลับสำนัก โดยมี เมย่ายืนรออาซันอยู่
“ ต้องขอบคุณหมอซันที่ได้ช่วยข้า และเจ้าสำนัก” เมย่าคำนับอย่างจริงจัง
“ ไม่ต้องขอบคุณ ข้าแค่เดินไปมา ไม่ได้ทำอะไร ในนี้มีลูกระเบิดเพลิง 100 ลูก ท่านเก็บไว้ป้องกันตัว โชคดี” อาซันหยิบถุงระเบิดออกมาให้กับเมย่า
“ กลับสำนักกันเถอะ “ อาซันเอ่ยกับพี่แปดที่ยืนอมยิ้มขณะเห็นสายตาเมย่ามองอาซัน