ความเงียบงัน...
มันคือสิ่งแรกที่เข้ามาแทนที่เสียงประกาศิตจากลำโพง
ทั้งสามคนยืนนิ่งอยู่ในห้องเก็บของที่มืดสลัว ต่างคนต่างกำลังประมวลผลชะตากรรมใหม่ของตัวเองในใจ
และเอกก็เป็คนแรกที่สติแตก
“ชำระล้าง!? ก่อนรุ่งสาง!? นี่มันกี่โมงแล้ววะ!?” เขาะโออกมาอย่างลนลาน
มือไม้ปัดป่ายไปทั่วราวกับจะควานหานาฬิกาจากอากาศธาตุ
เจสสิก้ายังคงเป็คนที่สุขุมที่สุด
เธอเดินไปที่ช่องหน้าต่างเล็กๆ ที่พอจะมองเห็นแสงจันทร์ข้างนอกได้ “เรามีเวลาไม่เกินห้าชั่วโมง”
“ถ้าพวกเขาจะชำระล้างทั้งจังหวัดบึงกาฬ” เบอร์รี่เริ่มใช้องค์ความรู้ทางการแพทย์
วิเคราะห์สถานการณ์ “อาวุธที่ใช้ต้องรุนแรงมาก เราจะซ่อนตัวอยู่ในนี้ต่อไปไม่ได้ เราต้องหาทางหนีออกจากบึงกาฬ”
“ถูกต้อง” เจสสิก้าพยักหน้าเห็นด้วย
“แต่เราขาดข้อมูล เส้นทางหนี มาตรการของพวกมัน ข้อมูลทั้งหมดน่าจะรวมอยู่ที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการอานนท์”
เมื่อได้เป้าหมายใหม่
ทั้งสามก็มุ่งหน้าออกจากโซนห้องยาทันที
เอกใช้แท็บเล็ตของเขาเปิดแผนผังดิจิทัลเพื่อนำทางไปยังปีกอาคารบริหาร
แต่พวกเขาก็ต้องพบกับอุปสรรคใหม่ที่ทำให้แม้แต่เจสสิก้าก็ยังต้องหยุดชะงัก
โถงทางเดินหลักเบื้องหน้าถูกไฟไหม้จนระบบสปริงเกลอร์ทำงานอัตโนมัติ
น้ำดับเพลิงเจิ่งนองท่วมขังสูงจนถึงระดับหัวเข่า
แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือมีสายไฟฟ้าแรงสูงที่ขาดสะบั้นตกลงมาแช่อยู่ในน้ำ ส่งเสียงเปรี๊ยะๆ
พร้อมกับสปาร์คไฟสีฟ้าเป็ระยะๆ
พื้นน้ำทั้งหมด ได้กลายเป็กับดักไฟฟ้ามรณะไปแล้ว
“จบกัน ทางนี้ไปต่อไม่ได้แล้วเจ๊!” เอกโวยวายเสียงดัง “ใครแตะน้ำนั่นคือโดนย่างสดแน่นอน!”
“ต้องมีทางอื่น” เจสสิก้ามองซ้ายมองขวา
เอกส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง “ถ้ามีก็เป็ทางที่โครตอันตราย ผมเช็คแผนผังแล้ว ทางอื่นโดนพวกคลาสสายแทงก์พังผนังถล่มปิดตายหมดแล้ว!”
ขณะที่เจสสิก้าและเอกกำลังพิจารณา
เบอร์รี่ก็ก้าวขึ้นมาเป็ผู้นำ “เดี๋ยว...อย่าเพิ่งขยับ...ยางไม่นำไฟฟ้า!”
เธอชี้ไปที่รถเข็นผู้ป่วยหลายคันที่ล้มระเนระนาดอยู่ไม่ไกล
ซึ่งมีล้อเป็ยางหนา
ก่อนจะเหลือบไปเห็นแผ่นยางปูพื้นกันลื่นผืนใหญ่ในห้องเก็บของทำความสะอาดที่ประตูเปิดอ้าอยู่
“เราจะสร้างสะพาน” เบอร์รี่อธิบายแผนการอย่างรวดเร็ว
“ใช้รถเข็นพวกนั้นคว่ำลงเป็ฐาน แล้วเอาแผ่นยางปูทับเป็ทางเดิน มันเสี่ยงแต่เป็ทางเดียวที่เรามี”
เจสสิก้ามองเบอร์รี่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้ารับ “งั้นก็รีบลงมือ”
การสร้างสะพานจำเป็เต็มไปด้วยความทุลักทุเลและต้องช่วยเหลือกันอย่างใกล้ชิด
เจสสิก้าเป็คนข้ามไปก่อนเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยที่ฝั่งตรงข้าม
เมื่อถึงตาของเบอร์รี่ หายนะก็เกือบจะมาเยือน
ขณะที่เธอกำลังก้าวขาอยู่บนแผ่นยางนั้น
รถเข็นคันหนึ่งก็เกิดโคลงเคลงจนเธอเสียหลัก!
“ว้าย!” o̴̶̷᷄ ̫ o̴̶̷̥᷅
ร่างของเบอร์รี่กำลังจะร่วงลงไปในบ่อน้ำมรณะ!
หมับ!
เจสสิก้าพุ่งตัวกลับมาคว้าแขนของเบอร์รี่ไว้ได้ทันเวลาพอดี
เธอออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว ร่างของเบอร์รี่ก็ลอยหวือเข้าไปกระแทกกับแผ่นอกของเธอเต็มๆ!
ทั้งสองตกอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันโดยไม่ตั้งใจ
ต่างคนต่างหอบหายใจด้วยความใ
ใกล้กันจนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นรัว
“บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ระวัง” เจสสิก้าพูดเสียงเข้มลอดไรฟัน
ทว่าแขนที่โอบรอบตัวเบอร์รี่อยู่นั้นกลับกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เบอร์รี่หน้าแดงก่ำ พูดเสียงสั่น “ข..ขอบคุณค่ะ..ค..คุณเจสสิก้า”
“โห่ๆๆๆ” เสียงของเอกะโมาจากอีกฝั่ง ทำลายบรรยากาศสุดโรแมนติกจนหมดสิ้น
“ถ้าจะหวานกันขนาดนี้ไม่ต้องรีบก็ได้นะ รอให้ผมโดนไฟช็อตตายก่อน” (¬‿¬)
ทั้งสองผละออกจากกันทันทีราวกับโดนน้ำร้อนลวก
ในที่สุดทั้งสามคนก็ข้ามมาถึงอีกฝั่งได้อย่างปลอดภัย
พวกเขามุ่งหน้าต่อไปยังปีกอาคารบริหาร
บรรยากาศของโซนนี้แตกต่างจากที่อื่นอย่างสิ้นเชิง
มันสะอาดและเงียบสงบจนน่าขนลุก
พวกเขามาหยุดอยู่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ที่สลักป้ายชื่อสีทองอร่าม...
ผู้อำนวยการ นพ. อานนท์
แต่ประตูบานนั้นกลับถูกล็อกไว้ด้วยระบบที่พวกเขาไม่คาดคิด
เครื่องสแกนลายนิ้วมือ
“บ้าจริง! ระบบไบโอเมตริกซ์!” เอกทุบโต๊ะอากาศอย่างหัวเสีย “เจาะไม่ได้ง่ายๆ แน่!”
“แล้วเราจะเข้าไปได้ยังไงกันคะ” เบอร์รี่ถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เจสสิก้าไม่ได้พูดอะไร...
เธอจ้องเครื่องสแกนสีเงินนั้นเขม็ง แล้วจึงหันมามองทั้งสองคนด้วยแววตาที่เ็าและเด็ดขาดอย่างที่สุด
“เราเข้าไปได้ ก่อนอื่นเราต้องไปหานิ้วมือของผอ. อานนท์มาก่อน”
คำพูดของเจสสิก้าทิ้งความเงียบงันที่หนักอึ้งลงมากลางวงสนทนา
ทั้งเบอร์รี่และเอกต่างยืนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ (。ŏ_ŏ)!
ราวกับสมองปฏิเสธที่จะประมวลผลภารกิจใหม่ที่แสนจะวิปริตและน่าสยดสยองนี้
เอกส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อหู
“ห..หานิ้ว!? เจ๊จะบ้าเหรอ! แล้วอีกอย่างนะ เจ๊รู้ชื่อผอ.อานนท์ได้ยังไงก่อนหน้านั้น? เรายังไม่เห็นป้ายชื่อหน้าห้องเลยด้วยซ้ำ”
เบอร์รี่พยักหน้าเสริม ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่เจสสิก้าอย่าง้าคำตอบ
“ไม่ใช่แค่นั้น เมื่อกี๊คุณพูดว่าเขาจะอยู่ดูผลงานของตัวเอง? คุณพูดเหมือนกับว่าคุณรู้จักนิสัยของเขาเลยค่ะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ความไว้วางใจที่เพิ่งสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย
ทั้งเอกและเบอร์รี่ต่างจ้องมองเจสสิก้า
รอคอยคำอธิบาย
ทว่าเจสสิก้ายังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เธอไม่ได้แสดงอาการร้อนรนแม้แต่น้อย
“ในห้องควบคุมความปลอดภัย” เธอเริ่มอธิบายเสียงเย็น
“บนจอหนึ่งที่ยังทำงานอยู่ ฉันเห็นอีเมลฉบับล่าสุดที่เปิดค้างไว้ หัวข้อคือรายงานความคืบหน้าโครงการสังสารวัฏ และมันลงชื่อไว้ว่าผอ. อานนท์”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตาเบอร์รี่โดยตรง
“ส่วนเื่นิสัย ไม่ต้องเป็นักจิตวิทยาอย่างเธอก็ดูออก” เจสสิก้ากวาดสายตาไปรอบๆ ทางเดินที่วังเวง
“คนที่สร้างนรกแบบนี้ขึ้นมาได้ ไม่ใช่พวกขี้ขลาดที่จะวิ่งหนีหรอก แต่เป็พวกหลงตัวเองที่อยากจะนั่งแถวหน้าดูผลงานชิ้นโบแดงของตัวเองต่างหาก”
คำอธิบายที่เยือกเย็นและสมเหตุสมผลของเจสสิก้าทำให้ทั้งเอกและเบอร์รี่เถียงไม่ออก
แม้จะยังคงมีคำถามค้างคาใจอยู่ลึกๆ แต่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นนี้
ตรรกะของเธอก็หนักแน่นเกินกว่าจะปฏิเสธได้
เจสสิก้าไม่รอให้ใครถามอะไรต่อ
“เอก เช็คแผนผัง หาทางลงไปชั้นใต้ดินที่ลึกที่สุด ห้องทดลองลับมันต้องอยู่ที่นั่น ถ้าผอ. อานนท์อยู่ที่ไหนในนรกนี่ มันก็ต้องอยู่ที่ใจกลางของมัน”
คำสั่งใหม่ได้ถูกประกาศออกมาแล้ว พร้อมกับความหวาดระแวงเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในใจของเบอร์รี่และเอก
ผู้หญิงที่ชื่อเจสสิก้าคนนี้ เป็ใครกันแน่?
ก่อนที่พวกเขาจะได้หาคำตอบ
พวกเขาต้องมุ่งหน้าสู่ใจกลางของหายนะเพื่อตามหานิ้วมือของปีศาจผู้สร้างมันขึ้นมาเสียก่อน