“เกิดอะไรขึ้นภายในป่า เหตุใดมีการต่อสู้รุนแรงขนาดนั้นได้” หัวหน้าเขตชิงเทียนกล่าวขึ้นมา
“หลินฝาน เข้าไปเพื่อทำลายรอยแยกมิติ แต่ข้าไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้” นักล่ากล่าวขึ้นมา
“เจ้าว่าอะไรนะ หลินฝานเข้าไปในป่าเพื่อทำลายรอยแยกมิติอย่างั้นรึ อย่างนี้พวกเราก็มีโอกาสรอดแล้วละหากเขาทำสำเร็จ”
หัวหน้าเขตกล่าวออกมา
“ท่านพี่ ท่านต้องทำให้ได้นะ พวกเราเอาใจช่วยอยู่” หลินปิงกล่าวออกมาขณะอยู่ที่ร้านขายยา ที่กำลังวุ่นวายกับการจ่ายยาให้กับนักล่าที่มารับยาจำนวนมาก
“ไม่ต้องเป็นห่างเถ้าแก่หรอก เขานั้นแข็งแกร่งขนาดปู่ของข้ายังไม่กล้าที่จะลงมือเลย เพียงเท่านี้ข้าก็มั่นใจแล้ว” ซูอ้าวกล่าวปลอบใจหลินปิงขึ้นมา
“ข้าไม่ได้ถามเจ้าสักหน่อย เงียบไปเลย” หลินปิงหันมากล่าวดุซูอ้าว
ในตอนนี้ทั้งสองคนกำลังมีใจให้กัน ซูอ้าวในตอนนี้กำลังหลงรักหลินปิงอย่างหัวปักหัวปำ เขานั้นเปลี่ยนแปลงตัวเองจากนักเลงประจำตระกูล กลับมาเป็นคนดีประจำตระกูลเพียงไม่นาน
กลับมาที่หลินฝาน การต่อสู้ที่รุนแรงจบไปได้ไม่นาน เพียงแต่สัตว์อสูรระดับเซียนและสัตว์ผู้พิทักษ์ยังไม่ถูกสังหารไปในตอนนี้
“เพียงเท่านี้ก็ลดจำนวนสัตว์อสูรที่จะเข้าไปที่กำแพงเขตได้มากแล้วที่เหลือก็เพียงตัวใหญ่ ๆ ทั้งนั้น” หลินฝานกล่าวออกมาและลงมือในทันทีเพื่อสังหารสัตว์เซียนเป็นอันดับแรก
“คมดาบสังหาร” คลื่นดาบปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า พุ่งเข้าไปยังสัตว์เซียนในทันที
โอ๊กกกก
สัตว์เซียนคำรามออกมาอย่างไม่ยอมจำนน แต่ก็ไม่สามารถรับคลื่นดาบสังหารของหลินฝานได้เลยแม้แต่น้อย กลับถูกคลื่นดาบของหลินฝานตัดผ่านไปอย่างง่ายดายและหมดลมหายใจไปในทันที
“เอาละที่เหลือ ก็ให้เพื่อเจ้าทั้งหมดจัดการ ข้าจะลงมือทำลายรอยแยกมิติก่อน” หลินฝานกล่าวออกมา และสั่งให้ร่างจำแลงทั้งหมดเข้าลุม สัตว์พิทักษ์ในทันที
โฮ๊กกก
“เป็นเพียงมนุษย์ชั้นต่ำ กล้าที่จะมาต่อกรกับข้าอย่างงั้นหรอ ตายไปสะ” สัตว์พิทักษ์กล่าวออกมา ทำให้หลินฝานที่ได้ยินนั้นถึงกับหยุดชงักไปในทันที
“อะไรนะ เจ้านั้นมันพูดได้ด้วยอย่างงั้นรึ เหตุใดกัน” หลินฝานกล่าวถามออกมา
[เรียนนายท่าน สัตว์เซียนหากมีสายเลือดของบรรพบุรุษหรือสายเลือดของสัตว์โบราณสามารถพูดออกมาได้เหมือนกับมนุษย์และสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้อีกด้วยเนื่องจากพวกมันนั้นสามารถสืบทอดความทรงจำมาได้ทางสายเลือด] ระบบกล่าวอธิบายออกมา
“ช่างไปเถอะ อย่าสังหารมัน ฉันต้องการสอบถามเรื่องราวจากมันเหตุใดต้องบุกมายังโลกของเราด้วย” หลินฝานกล่าวออกมาและพุ่งตัวไปที่รอยแยกมิติในทันที
“เอาละถึงเวลาที่ฉันต้องลงมือแล้ว หากฉันใช้การโจมตีที่รุนแรงพอมันอาจจะทำลายได้สินะ แต่หากฉันใช้พลังมิติเพื่อสารรอยแยกให้กลับมาปกติ มันจะง่ายกว่าหรือไม่” หลินฝานที่มีความคิดที่ดีกว่าการทำลายกล่าวออกมา
[ท่านสามารถทำได้แน่นอนเพราะมีระบบอยู่เพียงแต่โอกาสสำเร็จนั้นไม่มากนัก]
“อย่างนี้ก็มีโอกาสสำเร็จ ไม่รองจะรู้ได้อย่างไร เอาละลงมือ”
หลินฝาน ใช้พลังมิติ ที่แข็งแกร่งกว่ารอยแยกมิติทำการปิดรอยแยกมิติไปในทันทีโดยที่ไม่สนใจโอกาสสำเร็จหรือไม่ หลินฝานมีเพียงแต่ต้องสำเร็จเท่านั้น หากสัตว์อสูรชุดต่อไปออกมาจากรอยแยกมิติละก็ จะต้องเป็นสัตว์เซียนแน่นอน หรือมีระดับสูงกว่านั้น
เพียงไม่นาน รอยแยกมิติขนาดใหญ่ ก็ค่อยๆ หดเล็กลงและหายไปในเวลาต่อมา
“ในที่สุดฉันก็ทำสำเร็จ ที่เหลือคงต้องไปสอบถามเจ้านั้น” หลินฝานกล่าวออกมาและบินไปทางสัตว์พิทักษ์ในทันที
“เอาละ หยุดได้แล้ว เท่านี้มันก็น่าจะพอแล้ว” หลินฝานกล่าวออกมาหลังจากที่เห็นสัตว์พิทักษ์ นอนจมกองเลือดอยู่พร้อมกับร่างจำแลงทั้งหมดกำลังยืนล้อมอยู่
“เจ้าจะทำอะไรข้า หากจะฆ่าก็ลงมือสะเดียวนี้” สัตว์พิทักษ์กล่าวออกมา
“ข้ามีคำถามจะสอบถามเจ้าหน่อยหากเจ้าตอบมาตอมความจริงข้าจะไม่สังหารเจ้าเพียงแต่เจ้าห้ามทำร้ายคนของโลกนี้อีก” หลินฝานกล่าวออกมา
“ข้าไม่ยอมบอกเจ้าหลอกมนุษย์ชั้นต่ำ ที่ชอบเข่นฆ่าสัตว์อสูรอย่างพวกเราหรอก” สัตว์พิทักษ์ตัวนั้นกล่าวออกมา
“เจ้ากล่าวออกมาหมายความว่าอย่างไร” หลินฝานถามกลับไปในทันที
“ที่โลกของข้านั้น พวกมนุษย์นั้นเข่นฆ่าสังหารสัตว์อสูรไปมากมายจนตอนนี้ เกือบจะหายจากโลกไปทั้งหมดแล้ว พวกที่เหลือได้แต่หลบซ่อนไม่กล้าออกมา ทำให้พวกเราต้องรวมกองกำลังกับโลกอื่น เพื่อบุกรุกและยึดดินอดนที่เป็นของมนุษย์คืนมาทั้งหมด” สัตว์พิทักษ์กล่าวออกมา