บทที่ 1
ข่มเหงพ่อพระเอกตัวร้าย NC+++
มือเล็กสั่นเทาบีบเข้าหากันวางไว้ระหว่าง่ท้องดรุณีน้อยหน้าตางดงามเพิ่งผ่านพ้นวัยปักปิ่นมีทีท่ากระวนกระวายนางสวมชุดฮั่นฝูเนื้อผ้าไหมชั้นดีสีขาวลวดลายดอกเหมยถักทอออกมาอย่างประณีตบ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่งของเ้าตัว ‘จ้าวเสวี่ยซิน’ ชะเง้อคอสอดส่องมิสอดส่องอยู่ภายนอกเรือนบุหงาอันเป็ที่พักของ ‘เฉินเฟยหยาง’แม่ทัพหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดหนาวที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งยศแม่ทัพบูรพาจากหวงตี้ใน่ค่ำวันนี้
พิธีแต่งตั้งถูกจัดขึ้นภายในพระราชวังเหลียวจิงและจบลงด้วยงานรื่นเริงแสดงความยินดีล่วงหน้าต่อแม่ทัพเฉินเนื่องจากจบพิธีในวันนี้เฉินเฟยหยางจำต้องรับราชโองการเดินทางไปประจำยังหน้าด่านทิศบูรพาในอีกสามวันข้างหน้าทันที
ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าเฉินเฟยหยางเป็หลานชายคนโปรดของถิงหลัวหวงตี้ผู้ปกครองแคว้นใหญ่หนึ่งในสามของยุทธภพ‘แคว้นต้าฉิน’ ฉะนั้นแล้วไม่ต้องพูดถึงความสิ้นเปลืองในงานครั้งนี้เพราะพิธีรีตรองถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติเสียยิ่งกว่าการแต่งตั้งแม่ทัพใหญ่เมื่อครั้งสิบปีก่อนเสียอีก
สุราหมักร้อยปีที่ถิงหลัวหวงตี้หวงแหนถูกนำออกมาต้อนรับแเื่ให้พวกเขาได้ลิ้มลองกันถ้วนหน้าพากันพูดถึงความเอ็นดูในตัวหลานชายคนนี้ของถิงหลัวหวงตี้นั้นมันมีสาเหตุอยู่
เมื่อครั้นยุคสมัยของจางหัวหวงตี้ผู้คนต่างขนานนามว่าเป็่สมัยแห่งกลียุค ศีลธรรมเสื่อมทรามไร้ซึ่งกฎเกณฑ์จิตใจผู้คนดำดิ่งสู่ความมืด ความเจริญมองไม่เห็น ผู้คนอดอยากขุนนางกลับมีกินใช้ไม่ขาดมือจางหัวหวงตี้ปกครองด้วยความรุนแรง และการค้าทาสเหยียบย่ำความเป็มนุษย์มีให้เห็นโจ่งแจ้งถิงหลัวในเวลานั้นมีเพียงยศบรรดาศักดิ์แค่องค์ชายสี่หาได้มีความเกี่ยวข้องกับบัลลังก์ไม่ทว่าตัวเขามิอาจปิดตาเมินเฉยต่อความโหดร้ายเหล่านี้ต่อไปได้อีกและได้คิดที่จะก่อฏ
ยามนั้นถิงหลัวมีทหารเพียงหยิบมือถึงกระนั้นก็สามารถใช้ความเก่งกาจและวาทศิลป์อันเป็เลิศโน้มน้าวดึงสองสกุลใหญ่ให้เข้าร่วมการปกครองที่โหดร้ายและการได้เสียในส่วนต่างทำให้สกุลจ้าวถืออำนาจอัครเสนาบดีและสกุลเสิ่นที่มีอำนาจทางทหารในมือยอมเข้าร่วมในการก่อฏครั้งนี้ส่วนอีกหนึ่งสกุลใหญ่อย่าง สกุลเหอผันตัวเป็กลางไม่ฝักใฝ่เข้าร่วมฝ่ายใดทั้งที่ก่อนหน้านั้นเป็ผู้สนับสนุนหลักให้กับจางหัวหวงตี้ในการครองบัลลังก์และข้อตกลงในการถอนตัวของสกุลเหอนั่นคือการไว้ชีวิตองค์ชายตัวน้อย ‘เหอตี้หลง’ เอาไว้
การก่อฏเกิดขึ้นภายใน่ข้ามคืนหลังงานรื่นเริงราชสมภพของจางหัวหวงตี้กองกำลังทหารกว่าครึ่งหนึ่งในเมืองหลวงถูกดึงตัวเข้าอีกฝั่งซึ่งได้กินเวลาไปทั้งสิ้นกว่าเจ็ดวัน ถิงหลัวสังหารพี่ชายของตนจนหมดสิ้นในที่สุดก็สามารถประชิดตัวจางหัวหวงตี้ได้สำเร็จทว่าความเก่งกาจของจางหัวนั้นเป็ของจริงหาใช่คำกล่าวเลื่อนลอยทางด้านถิงหลัวจึงมีความเสียเปรียบอยู่มากเพราะเขาไม่ได้ชำนาญดาบเท่า
การต่อสู้ผ่านไปแล้วถึงหนึ่งก้านธูปความเหนื่อยล้าสะสมทำให้ถิงหลัวพลาดท่าถูกกระบวนดาบฟันเข้ากลางลำตัวในจังหวะความเป็ความตายนั้นเองกุ้ยเจียงพี่สาวเพียงคนเดียวจากบรรดาพี่ชายทั้งหมดของถิงหลัวใช้ตัวบังการโจมตีจุดตายของเขาจากคมดาบชิงความได้เปรียบให้ถิงหลัวตวัดดาบตัดผ่าขั้วหัวใจปลิดชีพจางหัวลงได้
สมัยแห่งกลียุคยุติลงทันทีที่ลมหายใจสุดท้ายของจางหัวหยุดลงมันจบลงพร้อมกับสตรีร่างบางในอ้อมแขนของเขา คำขอสุดท้ายของนางไม่มีสิ่งใดมากมายขอเพียงฝากฝังลูกชายผู้น่าสงสารที่ต้องเสียทั้งบิดาในาและมารดาในเวลาเดียวกัน
ด้วยความวุ่นวายหลังจากการก่อฏถิงหลัวไม่ได้มีเวลาใส่ใจเด็กชายมากนักเขาวุ่นอยู่กับการจัดระเบียบในพระราชสำนักใหม่ทั้งหมด โดยมีสกุลใหญ่ทั้งสามคานอำนาจกันและกันนั่นคือ สกุลจ้าว สกุลเสิ่น และสกุลเหอ เป็สามอำนาจหลักในปัจจุบัน
ก่อนการฏนั้นถิงหลัวได้รับหญิงสาวจากสกุลเสิ่นเข้าอภิเษกเป็พระชายาเอกและให้กำเนิดองค์ชาย‘ถิงจุนเฟิง’อายุพอไล่เลี่ยกันกับเฉินเฟยหยางบุตรชายของพี่สาวที่ล่วงลับได้ฝากฝังเขาเอาไว้
ถิงหลัวหวงตี้รักเด็กชายทั้งสองเหมือนลูกของตนทว่าเวลาในการเอาใจใส่นั้นมีไม่มากพอที่จะสอดส่องได้อย่างทั่วถึงถึงความเป็อยู่ที่แตกต่างของเด็กทั้งสองเฉินเฟยหยางใช้ชีวิตไม่ต่างจากทาสในเรือน ทว่าเด็กชายก็สามารถเติบโตขึ้นมาอย่างสง่าผ่าเผยเขามีทั้งความสามารถและใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเซียนหากว่าใครพบเห็นเข้าเป็ต้องตกอยู่ในห้วงความหลงใหลเลยทีเดียว
ผ่านไปราวสิบสามปีในที่สุดเฉินเฟยหยางก็สามารถพิสูจน์ตนขึ้นรับตำแหน่งแม่ทัพภาคได้ด้วยอายุเพียงยี่สิบหนาวเท่านั้นเป็เื่ที่ร้อยปีจะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่ง
เบื้องหน้าชายหนุ่มเป็คนเงียบและพูดน้อยใบหน้าหล่อเหลามักมีรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏอยู่เสมอทว่าไม่มีใครได้ล่วงรู้ถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัวภายใต้หน้ากากบรรจงปั้นรอยยิ้มของเขาเขาดูเหมือนจะเป็คนที่อ่อนโยนก็จริงแต่ทว่าหากไม่พอใจขึ้นมาแล้วก็สามารถลงมือสังหารคนได้อย่างเืเย็นความถูกผิดจะตัดสินบนมาตรฐานความพอใจและความสำคัญของเขาเท่านั้น
ดรุณีน้อยหน้าประตูยามนี้ไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าตนกำลังก้าวขาเข้าไปยังขุมนรกข้างหนึ่งแล้วงานรื่นเริงยังคงจัดอยู่ ทว่าท่านพี่เฟยหยางที่นางรู้จักมักไม่ชอบสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่านในไม่ช้าเขาจะต้องขอตัวกลับก่อน
ซึ่งเป็ดั่งที่จ้าวเสวี่ยซินคิดหญิงสาวผู้พ้นวัยปักปิ่นมาหมาด ๆ ยกยิ้มกึ่งชอบใจและหวาดระแวงปลายเท้าขยับไปมาอยู่หน้าบานประตูเรือนบุหงาด้วยความกระวนกระวายรอฟังข่าวดีจากบ่าวใช้คนสนิทถึงเื่ที่นางได้ใช้ให้ ‘อันลี่’ ไปจัดการอีกใจหนึ่งก็นึกกังวลถึงความร้ายแรงของการกระทำครั้งนี้การลอบวางยาปลุกกำหนัดเพื่อขึ้นเตียงถือเป็ตัวเลือกที่แย่ที่สุดทว่านางไม่สามารถหันหลังกลับได้แล้ว เมื่อตัวของเฉินเฟยหยางปฏิเสธการหมั้นหมายกับนางและทำท่าทีสนอกสนใจในตัวของหลานอี้หนานบุตรสาวราชครูขององค์รัชทายาทสตรีที่มีดีแค่หน้าตากับบรรดาศักดิ์เล็กน้อยเช่นนั้นเหตุใดจึงเป็ที่หมายปองของบุรุษไปได้!
นางไม่ยอมเสียหรอกคนอย่างนางหาก้าสิ่งใดย่อมต้องได้สิ่งนั้น ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีสกปรกแค่ไหนก็ตาม!
ระหว่างนั้นสายตาสอดส่องผ่านกระดาษไขปิดช่องว่างของประตูแสงเทียนยังคงไม่ถูกดับลงคาดว่าคนภายในห้องยังมิใคร่จะนอนในเวลานี้หรือ..กำลังไม่ได้สติ
“คะ..คุณหนูเ้าคะ”
“ชักช้านัก!ท่านพี่เฟยหยางจับเ้าได้หรือไม่!”
นางหันไปตวาดอันลี่เสียงเบาเนื่องจากกลัวว่าคนภายในเรือนจะได้ยินภายใต้เสียงหงุดหงิดของเ้านายน้อยของตนอันลี่มีสีหน้าตื่นตระหนกและรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็เชิงคำตอบ
“ทำได้ดีมากเฝ้าหน้าประตูเรือนไว้หากมีสิ่งใดผิดปกติให้แสร้งทำว่าตามหาข้าก็พอ”
“เ้าค่ะ!”
อันลี่ยกยิ้มกว้างอย่างดีใจที่ได้ยินคำชมพร้อมกับพยักหน้ารับคำสั่งหญิงสาวเบะปากยิ้มก่อนผินหน้ากลับมายังบานประตูเรือนบุรุษในดวงใจอีกครั้ง
นางยื่นมือผลักประตูเข้าไปอย่างกล้าๆ กลัว ๆ ไม่คิดจะเคาะเรียกเ้าของเรือนอย่างที่หญิงสาวที่ดีควรทำกลิ่นกำยานตีขึ้นจมูกทันทีที่ประตูถูกเปิดออกเสวี่ยซินรู้ดีว่าหากสูดเข้าไปแล้วจะมีอาการร้อนรุ่มเช่นไรทั้งนี้ทั้งนั้นนางกลับไม่สนใจปล่อยให้ควันไหลเข้าสู่ลมหายใจจนเต็มปอด
หญิงสาวพ้นวัยแรกแย้มผิวพรรณสะอาดเดินนวยนาดเข้าไปยังห้องนอนของชายหนุ่มกลิ่นหอมหวานยิ่งรุนแรงขึ้นก่อเกิดมวลความร้อนรุ่มสุมอยู่ภายในและยิ่งทวีขึ้นมาทุกขณะที่ก้าวเดิน
ทว่าไม่ทันที่เท้าจะก้าวสู่ประตูห้องนอน ลำคอของนางก็ถูกจ่อด้วยปลายดาบเล่มยาวเสียก่อนและผู้ที่ชักดาบออกมานั้นไม่ใช่ใครอื่น เฉินเฟยหยางใช้สติที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดของตนชักดาบขึ้นมาจ่อยังคอของผู้บุกรุกั์ตาัที่มักอ่อนโยนเสมอแปรเปลี่ยนเป็เ็าและดุดันกดปลายดาบลงบนลำคอขาวจนเกิดรอยแผลสีแดงจาง ๆ
“ทะ..ท่านพี่เฟยหยางขะ..ข้าเสวี่ยซินเองเ้าค่ะ”
“เป็เ้า”
จ้าวเสวี่ยซินตื่นตระหนกรีบเผยตนทว่าปลายดาบที่คาดว่าจะถูกยกออกกลับกดลงมาประชิดลำคอมากขึ้นจนนางหวาดหวั่นเสียงตอบกลับจากชายหนุ่มรูปงามองอาจทุ้มต่ำในลำคอราวกับกัดฟันพูดนั้นสั่นเครือเฉินเฟยหยางรู้ตัวแล้วว่าตนเองถูกวางยา และไม่แปลกใจมากนักที่เป็นางจ้าวเสวี่ยซินบุตรสาวของอัครเสนาบดีจ้าว หลงว่าตนเองสูงส่งเป็สตรีน่ารำคาญและมีจิตใจที่ต่ำทรามหากเป็นางย่อมทำเื่ต่ำช้าเช่นนี้ได้อย่างไม่รู้สึกรู้สาแน่นอน
คนเช่นนี้พูดไปก็ไร้สำนึกฆ่า ๆ ไปเสียเลยดีหรือไม่จะได้จบ ๆ
“ท..ท่านพี่เฟยหยางเ้าคะ”
จ้าวเสวี่ยซินเรียกชื่อชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นคล้ายจะร้องไห้ลำคอของนางยังไม่ถูกปล่อยให้เป็อิสระจากปลายดาบอีกทั้งใบหน้าของชายหนุ่มยามนี้ไม่ใช่สีหน้าของคนที่นางเคยคุ้นเคยความอ่อนโยนและความใจดีอยู่เสมอจางหายไปหลงเหลือไว้เพียงความเ็าจับขั้วหัวใจและความน่าหวาดกลัวอะไรบางอย่างที่นางอธิบายไม่ได้
“...”
“ท่านร้อนหรือไม่เ้าคะให้ข้าช่วยท่านดีหรือไม่”
แม้นางจะกลัวทว่าความกำหนัดในกายนางกำลังเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกันมือเล็กยกขึ้นััอกแกร่งอย่างจาบจ้วง ััแข็งเป็มวลมัดกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อผ้ายิ่งทำให้นางหลงใหลในตัวของบุรุษผู้นี้มากขึ้นอีกเป็กอง
ชึบ
“โอ้ย!!”
“เ้ายังไม่รู้จักข้าดีแม่นางเสวี่ยซิน”เสียงเยือกเย็นเอ่ย
ดาบถูกโยนทิ้งไปส่วนข้อมือบางโดนกระชากด้วยแรงมหาศาลจนนางถลาล้มลง เข่ากระแทกลงกับพื้นไม้เกิดเป็รอยช้ำห้อเืในวินาทีถัดมาการกระทำของชายผู้ที่นางคิดเสมอว่าอ่อนโยนคือการลากร่างของนางไปกับพื้นจนถึงปลายเตียงนางถูกกระทำโดยไร้ซึ่งความทะนุถนอม
สิ่งที่นางกำลังเผชิญอยู่ทำให้คำพูดทุกอย่างจุกอยู่ในลำคอน้ำตาแห่งความหวาดกลัวและความะเืใจไหลอาบใบหน้าเฉินเฟยหยางสะบัดข้อมือของนางออกหันกลับมาสบกับน้ำตาของหญิงสาวเห็นเช่นนั้นเขาถึงกับหัวเราะออกมา เขานั่งยอง ๆลงสบเข้ากับดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำใสของนาง
“เ้าคิดว่าข้าเป็คนเช่นไรกันแน่หรือแม่นางเสวี่ยบุรุษอ่อนโยนรักหยกถนอมบุปผางั้นรึ”
“..ขะข้า..ฮึก” ชั่วขณะหนึ่งที่ใบหน้าของเฉินเฟยหยางเปลี่ยนเป็อ่อนโยนพลันในเสี้ยววินาทีก็ถูกแทนที่ด้วยความนิ่งเรียบและเ็าจนถึงที่สุดจ้าวเสวี่ยซินสะอึกน้ำตาในลำคอคนตรงหน้าสามารถเปลี่ยนท่าทีได้อย่างรวดเร็วราวกับเขามีสองหน้าแต่ถึงกระนั้นความรู้สึกชมชอบในใจของนางไม่ได้ถูกลดทอนลงเลยสักเสี้ยวเดียว
“เห้อข้าเคยบอกแล้วมิใช่หรือว่าอย่าจุ้นจ้านกับข้าให้มากข้าเคยเอ่ยเตือนเ้าร้อยครั้งพันครั้งทั้งทางอ้อมก็แล้วตรง ๆ ก็แล้วเ้ามีหัวคิดบ้างหรือไม่ ข้าล่ะเกลียดคนที่ชอบจุ้นจ้าน หยิ่งยโสคิดว่าตัวเองสูงส่งอย่างเ้าที่สุด!!”
“ขะ..ข้าชอบท่านจากใจจริงเ้าค่ะไม่ว่าท่านจะเป็เช่นไร ข้า ข้ารับได้ทุกอย่าง”
“เหอะ ดีเช่นนั้นตัวข้าจะทำให้เ้าสมปรารถนาเอง สตรีชั่วช้า!”
“อ้ะ!”
เสื้อของนางถูกกระชากออกติดฝ่ามือหนาทรวงอกขนาดพอดีมือคลอนสั่นเผยต่อหน้า ยามนี้ความกำหนัดที่เขาพยายามข่มไว้ตัวเขาไม่อาจต้านทานมันได้อีกต่อไปในเมื่อนางเป็ผู้ถวายตัวมาให้เขาเอง เขาจะตอบรับความ้าของนางหน่อยก็แล้วกัน
“อื้อ..”
“แต่ว่าข้ามีบางสิ่งจะเตือนเ้า”เขากล่าวเสียงแหบพร่าขณะที่ฝ่ามือบีบเคล้นทรวงอกของนางจนเนื้อปริออกจากง่ามมือลำคอขาวถูกบีบแล้วดึงเข้าหาเพื่อให้นางยินคำพูดของเขาได้อย่างชัดเจนในทุกถ้อยคำ“อย่าได้คิดปีนป่ายขึ้นมาตำแหน่งที่ว่างสำหรับเ้ามีเพียงอนุหลังจวนของข้าเท่านั้น”
“ท่านพี่อ๊า!”
เสียงหวานกรีดร้องเพราะถูกฝังรอยเขี้ยวไว้บนลำคอขาวมันขึ้นเป็รอยชัดเจนทันทีที่เขาปล่อยลำคอของนางให้เป็อิสระไม่รอให้นางได้พักหายใจ ชายหนุ่มออกตัวดันร่างบางลงบนพื้นเย็นเฉียบขณะที่มีความเจ็บแปล๊บแล่นผ่านบ่าเล็กวนลงเนินอกจากการถูกกัดฝังเขี้ยวในทุกจุดที่ใบหน้าคมคายเคลื่อนผ่าน
“บะ..บนเตียงอ้ะ.. ไม่ดีกว่าหรือเ้าคะ”
“ไม่จำเป็”คำตอบกลับของเขาช่างเ็าและห่างเหิน พาให้คนฟังเ็ป
“อ๊ะอื้ออ”
ใบหน้าหวานเชิดขึ้นหลับตาพริ้มรับความเสียวกระสันอันรุนแรงราวกับสัตว์ป่าของแม่ทัพหนุ่มยอดถันถูกดูดดึงและขบเม้มจนเ็ปขณะที่ฝ่ามือหนากำลังงุ่นง่านอยู่กับการปลดเปลื้องปราการชิ้นสุดท้ายจากกายนาง
“ท่านพี่เฟยหยางได้โปรดถนอมข้า”
ร่างเล็กสั่นเทิ้มกัดฟันกล้ำกลืนฝืนทนเอ่ยออกมาเมื่อเห็นแล้วว่าเขาชักท่อนลำแข็งขื่อขึ้นมาต่อหน้านางขนาดของมันใหญ่กว่าแขนเด็กและยาวหลายชุ่น จ้าวเสวี่ยซินจึงตระหนักได้ว่าสิ่งนั้นหรือที่จะเข้าไปในร่างกายของนางตัวของนางจะปริแตกก่อนหรือไม่..
“อย่าคาดหวังสิ่งนั้นจากข้าหากเป็เ้าที่เล่นสกปรก”
“อ้ะท่านพี่!!”
สิ้นวาจาเยือกเย็นไร้เมตตากายหนาก็กดตัวตนเข้าหาร่องที่กำลังปิดสนิทในทันที เฉินเฟยหยางบดสันกรามเนื่องจากช่องทางรักของนางมีเพียงน้ำหวานชโลมน้อยนิดไม่สามารถแทรกตัวตนที่ใหญ่ของเขาเข้าไปได้ ทว่าเขาจำเป็ต้องใส่ใจนางด้วยหรือหากนางคิดจะปีนขึ้นเตียงเขาโดยใช้วิธีนี้ ก็อย่าหวังให้เขาทะนุถนอมนางเลย
“ฮึก..ช้าก่อน ขะ..ข้าเจ็บเ้าค่ะ กรี๊ดด อ๊าาา!!”
ในจังหวะทิ้งทวนแม่ทัพเฉินกระแทกสวนเข้าไปยังช่องทางคับแคบอีกรอบครั้งนี้นางสามารถกลืนกินตัวตนเขาจนหมดจ้าวเสวี่ยซินกรีดร้องดังลั่นเมื่อนางััได้ถึงความเจ็บแสบและอึดอัดจนทรมานร่างเล็กบิดเร้าไปมา กลิ่นคาวเืคละคลุ้งบางเบาในอากาศผสมกับกลิ่นหอมอ่อนของกำยาน
“อืม..”
เสียงทุ้มครางต่ำในลำคอราวกับพึงพอใจอย่างยิ่งััตอดรัดแทบทำให้เขาเสร็จสม เฉินเฟยหยางไม่สนเสียงสะอื้นใต้ร่างเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าออกถี่เร็วและรุนแรง
พั่บ พั่บ พั่บ
“อ๊ะ อื้อออ๊ะ อ้ะ”
ดวงหน้างามนิ่วหน้าขมวดคิ้วข่มความเจ็บปนเสียวกระสันมือไร้ที่ยึดเกาะเพราะคนบนร่างที่กำลังสนุกกับร่างกายของนางกักขังข้อมือนางไว้เหนือหัวทั้งสองข้างร่างบางเกร็งไปทุกสัดส่วนตัวคลอนรุนแรงตามการกระแทกกระทั้นราวกับสัตว์ป่าหื่นกระหายของชายหนุ่ม
จ้าวเสวี่ยซินผินสายตาเหลือบมองใบหน้าคมสันทว่าใบหน้าของนางกลับถูกคลุมด้วยผ้าผืนบางแทน นางย่นคิ้วด้วยความสงสัย
“หน้าตาช่างน่าสะอิดสะเอียนนักปิดไว้ซะ”
คำพูดราวกับรังเกียจของเขาตอบความสงสัยของนางให้กระจ่างนางทำใจไว้แล้วครึ่งหนึ่งถึงความรังเกียจที่อาจได้รับแต่ถึงกระนั้นการโดนปฏิบัติอย่างเ็าเช่นนี้ ไม่มีแม้กระทั่งการจูบ หรือกอดอย่างที่นางใฝ่ฝันตัวของหญิงคณิกาคงมีราคามากกว่าตัวของนางยามนี้เสียอีก
“ฮึก อ้ะอื้ออ”
จ้าวเสวี่ยซินกล้ำกลืนน้ำตาลงคอขณะที่ขาถูกเบะออกจนกว้าง ร่างหนายังคงขยับกายชักรูดเข้าออกตัวนางอย่างไม่ลดละความเสียวกระสันจากการสูดดมกำยานกำหนัดปลุกเร้าความเร่าร้อนในกายนางพาให้ลืมทุกอย่างที่ช้ำใจจนหมดสิ้น
“ช่างเป็ผู้หญิงที่น่ารังเกียจเสียจริง”
นางกัดฟันแน่นรับคำพูดจาถากถางจากคนตรงหน้าด้วยความปวดใจเฉินเฟยหยางแสยะยิ้มเหี้ยมพ่นวาจาแสนร้ายกาจเมื่อเรียวขาขาวตวัดรัดรอบเอวสอบขณะที่สะโพกกลมกลึงกระดกรับจังหวะเร่งรัดเข้าออกของเขาราวกับ้ามากขึ้นอีก
ปึก ปึก ปึก
เอวหนาเน้นกระแทกจุดบอบบางเสียงดังเมื่อใกล้จะเสร็จสมเขาปล่อยมือนางให้เป็อิสระก่อนจะรวบขาของนางไว้ด้วยฝ่ามือเดียวลำตัวเต็มไปด้วยมัดกล้ามหยัดกายขึ้นตรงในท่วงท่าที่ถนัดก่อนจะส่งท่อนเอ็นแข็งชักรูดร่องนางเข้าออกเร็วถี่และรุนแรงขึ้น
“อ๊ะ อ๊าาาอ้ะ!!”
“อืม..”
ร่างหนากระตุกขยับเอวสอบเข้าสุดออกสุดสองสามที ก่อนจะพ่นน้ำสีขาวขุ่นเต็มร่องสวาทของนางทันทีที่ฤทธิ์ของยาถูกลดทอนลง ชายหนุ่มรีบดึงตัวตนของเขาออก ขณะที่ฝ่ามือกระชากร่างของนางจนติดมือ
“กรี๊ดด!”
จ้าวเสวี่ยซินร้องใร่างบางโอนเอนปลิวติดมือเขาไปด้วยความเหนื่อยล้าไร้ทางสู้เขาลากนางตรงไปยังหัวเตียง เปิดลิ้นชักออกหยิบเม็ดยาสีดำเม็ดหนึ่งขึ้นมาจับนางอ้าปากแล้วยัดยานั่นให้นางกลืนลงคอ
“กลืนมันลงไปเสียข้าไม่อยากมีลูกกับเ้า”
“ดะ..เดี๋ยวเ้าค่ะอึก!”
มันคือยาห้ามครรภ์เขาเตรียมมันไว้เผื่อสักวันหนึ่งจะได้ใช้ และมันได้ใช้จริง ๆ เสียด้วยการโดนวางยาปลุกกำหนัดในครั้งนี้หากจะทำให้ฤทธิ์ยาหายไปก็ย่อมได้แต่เขาไม่ใช่คนดีถึงเพียงนั้น ในเมื่อนาง้าขึ้นเตียงเขาเขาก็จะสนองกลับแต่ว่านางต้องนึกถึงผลที่ตามมาด้วย เพราะเขาไม่ใช่คนจิตใจดีอ่อนโยนยินยอมรับสตรีเข้าตบแต่งและตั้งให้เป็ฮูหยินเอกเพียงเพราะเื่แค่นี้หรอกหึ!
“ข้าถึงบอกไงว่าเ้ารู้จักข้าน้อยไปแม่นางเสวี่ย”
เสียงดุดันในคราแรกกลายเป็เสียงทุ้มน่าฟังอย่างเคย เฉินเฟยหยางระบายรอยยิ้มอ่อนโยนให้แก่นางดั่งที่เขาชอบทำ
“แค่กแค่ก”
นางไอจนตัวโยนมือเล็กลูบพวงแก้มที่ขึ้นสีแดงจากการถูกบีบไปมาน้ำตาไหลอาบแก้มทอดมองยังชายหนุ่มที่กำลังสวมชุดให้กับตัวเองจนเรียบร้อย
“ทะ..ท่านพี่ท่านจะกลับมาตบแต่งกับข้าใช่หรือไม่ หรือว่าให้ข้าให้ข้าตามไปที่ชายแดนได้ด้วยหรือไม่เ้าคะ”
นางคว้าเสื้อขึ้นมาปกปิดร่างกายขณะเอื้อมมืออีกข้างคว้าเข้าที่ชายเสื้อของเฉินเฟยหยางเมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะเดินออกจากห้องไป
เฉินเฟยหยางเพียงเปรยตามองสตรีบนพื้นด้วยความรำคาญ
“อย่าริอาจร้องขอความเมตตาจากข้าหากอยากให้ข้ารับผิดชอบ มีเพียงเรือนหลังจวนของข้าเท่านั้นที่ต้อนรับเ้าสตรีเคียงข้างข้างั้นรึ หึ อย่าคิดหวัง”
“!”
“และบอกไว้ก่อนเลยว่าข้าไม่สนกฎเกณฑ์หรือขนบธรรมเนียม หากข้าว่าไม่คือไม่และไม่มีผู้ใดสามารถบังคับข้าได้แม้แต่อัครเสนาบดีจ้าวหรือหวงตี้ก็ตาม”
เสียงฝีเท้าและแผ่นหลังกว้างหายลับไปจากสายตาทั้งห้องเหลือเพียงร่างสะบักสะบอมของหญิงสาวคลอเสียงสะอึกสะอื้นแ่เบาเท่านั้นมือเล็กกำเข้าหากันแน่นด้วยความเสียใจและความแค้นสุมอกนางกำมือแน่นเสียจนเืสีแดงค่อย ๆไหลออกมาดวงตากลมโตแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนักฟันขาวขบเม้มเข้าหากันจนห้อเืเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น
“ข้าไม่ยอมหรอกท่านพี่ท่านต้องเป็ของข้า ไม่มีสิ่งใดที่ข้าปรารถนาแล้วจักไม่ได้ ฮึกแต่ไม่ว่าใครก็ขัดขวางข้าไปเสียหมด!! ทั้งอี้หนาน ทั้งเฉียนยี่ไม่ว่าใครก็พรากทุกสิ่งไปจากข้า! ข้าไม่มีทางยอม ไม่มีทาง..”
ภายในดวงตากลมโตฉายแววเคียดแค้นและเศร้าหมองในเวลาเดียวกัน..
แล้ว..นี่มันความทรงจำบัดซบอะไรกันวะค๊าาา!!ซินดี้ทึ้งหัวตัวเองสุดแรงเกิด