“กินอะไรกัน หอมจัง ขอกินด้วยคน”หญิงสาวเดินออกมาจากที่พักและเดินออกไปหาทุกคนที่นั่งล้อมวงกันอยู่
ทุกคนหันมามองแล้วก็ต้องตกตะลึงในความงามของหญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาแม้แต่องค์ชายสามที่นั่งอยู่ก็มองมาทางเธอตาไม่กระพริบเลยทีเดียว ชุดสีแดงที่เธอใส่อยู่ยิ่งช่วยขับผิวขาวอมชมพูของเธอให้ดูโดดเด่นมากขึ้น ราวกับนางฟ้านาง์ลงมาเดินบนโลกมนุษย์ให้ชายหนุ่มทุกคนเฝ้าหลงใหล
“เอ้า! มองอะไรกันล่ะ ฉัน เอ้ย! ข้าใส่ชุดกลับด้านเหรอ”ผู้กองสาวก้มลงมองตัวเองอย่างไม่มั่นใจเพราะเพิ่งใส่ชุดแบบนี้เป็ครั้งแรก
“งามราวกับนางฟ้านาง์”ทหารคนที่นั่งอยู่หน้าสุดรีบบอก
“งดงามจริงๆเลย แม่นาง”ทหารอีกคนบอกอย่างเห็นจริงตามเพื่อน
“เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนกัน ว่าไหมขอรับองค์ชายสาม”ขันทีฟังกงรีบหันมาถามองค์ชายสามที่นั่งมองหญิงสาวอยู่เช่นกัน
“ฮื้มๆ ก็ดูปกติเหมือนหญิงทั่วไป พวกเ้ารีบกินรีบแยกกันไปพักผ่อนอย่ามัวแต่เหลวไหลไร้สาระ”องค์ชายหนุ่มรีบหันกลับมาและบอกทุกคนให้รีบลงมือจัดการอาหารตรงหน้าและแยกย้ายกันไปพักผ่อน
“แม่นาง นี่ของเ้า ว่าแต่ลืมถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนามของเ้าไปเสียสนิท”ขันทีฟังกงยื่นอาหารที่เตรียมไว้ให้เธอและถามชื่อของหญิงสาวเพราะั้แ่เกิดเื่ยังไม่ได้คุยถึงเื่นี้
“เอ่อ ข้าชื่อ เอ่อ”เธอพยายามคิดว่าจะต้องชื่ออะไรดีถึงจะเหมาะสมกับเวลานี้ คิดในใจ ลืมไปเลยว่าต้องมีชื่อเรียก ชื่ออะไรดีวะ ก้ามปูคงไม่ได้แน่ โอ้ย เอาอะไรดี หลินปิง หลินฮุ่ย ่่ เฮ้ย! นั่นมันหมีแพนด้า เอาชื่ออะไรดีวะ คิดสิคิด อ่อเอาชื่อนี้ดีกว่า
“ข้าชื่อหลิงกุ้ง เอ้ย! หลิงกุ้ยเฟย เรียกคำเดียวว่าหลิงก็ได้”หญิงสาวรีบบอกชื่อของเธอ คิดในใจ คงได้แหละ ที่เคยดูก็มีหลิงๆ อะไรประมาณนี้ โอ้ย! ถ้าไปตั้งชื่อซ้ำกับหนังเื่ไหนขอโทษด้วยนะคะ บ่ได้ตั้งใจเด้อ ฮ่าๆ
“อ่อ งั้นข้าจะเรียกเ้าว่าแม่นางหลิง นี่อาหารของเ้า”ขันทีฟังกงบอก
“อาหารเหรอ นี่มันเหมือนซาลาเปาเลยนะเนี่ย อ่อๆ น่าจะเป็หมั่นโถว”หญิงสาวมองอาหารที่ขันทีฟังกงยื่นให้และรับมาพิจารณาว่าก้อนขาวๆที่เห็นคืออะไรกันแน่
“แม่นางหลิง นี่เนื้อย่างเ้าเอาไปกินกับหมั่นโถวสิ”ขันทีฟังกงยื่นให้หญิงสาวเพิ่ม
“ขอบคุณนะท่านฟังกง น่ากินจัง”เธอเผลอพูดขอบคุณและรับมาถือไว้ คิดในใจ เนื้ออะไรเนี่ย เออ กินๆไปก่อนล่ะกัน
“มาจาก์ก็กินอาหารเหมือนเราด้วย ฮ่าๆๆ”ทหารคนหนึ่งพูดขึ้น
“จริงด้วย แม่นางท่านไม่อิ่มทิพย์หรือ”อีกคนถามอย่างสงสัย
”ไม่อะ ข้าหิว ฮ่าๆๆ”ผู้กองสาวพูดทั้งที่กำลังกินอาหารตรงหน้าด้วยความอร่อยหรือหิวจนตาลายก็ไม่รู้ เมื่อเช้ากับเที่ยงกินแค่ไก่ย่าง แทบไม่พอยาใส้คนอย่างเธอเลยจริงๆ ไม่งั้นจะได้ฉายา ผู้กองจะกละมาได้ยังไงถ้าไม่ใช่กินเรียบทุกอย่างที่ขวางหน้า ยิ่งวันไหนออกไปปฏิบัติภารกิจข้างนอกนะ เย็นต้องพากันไปฉลองที่ร้านหมูกะทะ เออว่าไปก็คิดถึงหมูกะทะนะ อยากกินจัง คิดในใจไปถึงหมูย่างน้ำจิ้มรสเด็ดแล้วน้ำลายแทบไหล เสียดายจัง กลับไปได้เมื่อไหร่แม่จะเหมาปิดร้านหมูกระทะกินคนเดียวเลยคอยดู
“ค่อยๆกินก็ได้เดี๋ยวก็ติดคอตายกันพอดี”องค์ชายสามหันมาว่าหญิงสาวที่นั่งข้างๆที่กำลังกินด้วยความเอร็ดอร่อย
“ก็คนมันหิวนี่นา”หญิงสาวหันมาบ่นเขาเบาๆและก้มหน้ากินต่ออย่างไม่สนใจคำห้ามปรามขององค์ชายหนุ่ม
“เ้าช่างดื้อเสียจริงๆ”องค์ชายบ่นและก็หันมากินของตัวเองต่อ
หลังจากอิ่มท้ององค์ชายสามก็สั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักและทหารก็เปลี่ยนกันเฝ้ายามละสามนายเช่นคำคืนที่ผ่านมา
เมื่อผู้กองสาวเข้ามาในที่พักก็ยืนบิดไปมาไล่ความปวดเมื่อยจากการนั่งบังคับม้ามาทั้งวัน
“โอ้ย! ปวดเหมื่อยสุดๆ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าขี่ม้านานๆจะปวดแขนปวดหลังได้ขนาดนี้ ว่าแต่เราจะหาทางกับบ้านยังไงดีนะ เริ่มคิดถึงงานแล้วเนี่ย ป่านนี้หมวดต้นคงด่าตามหลังเละเทะแน่เลย ดีนะที่เราตัวคนเดียวถ้าไม่อย่างนั้นคงแย่กว่านี้แน่ๆ”ผู้กองสาวบ่นกับตัวเอง
หลายคนคงสงสัยว่าทำไมนางเอกไม่คิดถึงครอบครัวบ้างั้แ่มาถึง นางเอกของเราตอนนี้ตัวคนเดียวจ้า แม่เสียไปั้แ่จำความได้พ่อก็แต่งงานใหม่ แต่ละเดือนก็ส่งมาแค่เงินให้เรียนหนังสือแทบไม่เคยมาหาเลยปล่อยให้เธออยู่กับยายและตอนนี้ยายเธอก็ตามแม่ไปอยู่บนสววรค์แล้วนั่นเอง(ไรท์กระซิบบอกเบาๆ)
“เราต้องหาทางกลับให้ได้ ต้องคิดให้ออกว่ามาที่นี่ได้ยังไง แล้วจะกลับด้วยวิธีไหน เอ๊ะ! หรือว่าเราต้องเข้าไปในที่พักขององค์ชายนั่น น่าจะใช่เพราะเรามาโผล่ตรงนั้น ต้องไปดูหน่อยล่ะว่ามีอะไรที่จะพาเรากลับบ้านได้บ้าง”หญิงสาวบ่นกับตัวเองและตั้งใจว่ารอให้ดึกกว่านี้และทหารพวกนั้นหลับก่อนค่อยแอบเข้าไป
ยามสองผ่านไปราตรีกาลมืดมิด ไร้เสียงนกขับขานป่ารอบๆเต็มไปด้วยความมืดทุกสรรพสิ่งล้วนหลับใหล เหล่าทหารนอนเรียงรายเหลือเฝ้ายามคนละทิศแค่สามนาย หญิงสาวค่อยๆแทรกตัวออกมาจากที่พักของตัวเอง
“จะบรรยายจีนทำไม ฟังไม่รู้เื่ รำคาญ!” ผู้กองสาวด่าไรท์เบาๆ
“ขอนิดนึงเดี๋ยวนักอ่านบ่น ปัดโธ่” ไรท์บ่นตอบ
เมื่อค่อยๆย่องไปถึงห้องขององค์ชายหนุ่มก็เจอว่าขันทีฟังกงนอนขวางทางเข้าอยู่ เธอจึงค่อยย่องเข้าไปใกล้และโบกมือทั้งสองข้างไปมาผ่านใบหน้าของเขาเบาๆ เมื่อเห็นว่าเขาหลับสนิทและมีเสียงกรนออกมาด้วยคงไม่ตื่นขึ้นมาแน่นอน เธอจึงค่อยๆแทรกตัวไปตามพื้นที่ว่างเพียงน้อยนิดแต่โชคดีที่เธอถูกฝึกมาเป็อย่างดี จึงเข้าไปในที่พักขององค์ชายหนุ่มได้อย่างง่ายดาย
“ไหนคุยหนักหนาว่านอนเฝ้าองค์ชายสุดที่รัก แม้แต่ยุงสักตัวก็ไม่ให้บินผ่านยังไงละ นี่ฉันคนทั้งคนเลยนะยังไม่แม้แต่จะขยับมามองเลยฮ่าๆๆ”ผู้กองสาวเอ่ยแซวขันทีหนุ่มและหัวเราะเบาๆ