Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 87 ของไม่ผ่านเกณฑ์

            ทันใดนั้นหยกสลักสีขาวชิ้นหนึ่งที่ดูเหมือนมีชีวิตก็ปรากฏสู่สายตา 


            มังกรขาวที่สง่างามสองตัวถูกแกะสลักเป็นด้ามจับปากมังกรเชื่อมติดอยู่กับคอขวด ทำให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงความสมดุลและมั่นคง 

            สีสันที่อยู่บนหยกนั้นละเอียดลออ สูงส่ง และมันเงาความเงางามไม่ได้เคลือบถึงด้านล่าง แต่ยังดูแวววับอย่างยิ่ง

            เมื่อมองจากด้านข้างแล้ว ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ มีลวดลายเป็นหนึ่ง ความคิดไม่ผูกมัด

            เมื่อดูโดยรวมแล้ว ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ ชิ้นนี้มีความโบราณ ทรงพลัง แสดงถึงองค์ความรู้อันสูงสุดของการแกะสลักเหมือนกำลังบอกเล่าเรื่องราวอันยาวนานและสีขาวบริสุทธิ์นั้นกำลังบรรยายถึงความฝันที่ทำให้ใจคนสั่นสะท้าน 

            เมื่อผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งเห็นดังนั้นก็อดอุทานด้วยความตกใจไม่ได้ “ผลงานเคลือบสีขาวทั้งชิ้น ความรู้สึกท่วมท้นลายเส้นแกะสลักเหมือนพุ่งกระโจนออกมา ต้องชื่นชมอย่างอดไม่ได้สมแล้วที่เป็นปรมาจารย์จงที่สามารถแกะสลักอะไรได้น่ามหัศจรรย์เช่นนี้” 

            คนอื่นก็พยักหน้าเห็นด้วย 

            หากพูดตามความจริง ครั้งแรกที่เขาได้เห็น ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ พวกเขารู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์

            เพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าคนคนหนึ่งจะสามารถแกะสลักผลงานที่วิจิตรขณะนี้ออกมาได้เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ประณีตอย่างยิ่ง 

            “ทุกท่าน ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ ทำมาจากหยกขาวเถียนเหอ ด้วยเทคนิคการแกะสลักนูนสูงของปรมาจารย์จงเทคนิคนี้มีความละเอียดอ่อนและสมบูรณ์แบบมากซึ่งแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์และแนวคิดทางศิลปะชั้นสูงผลงานชิ้นนี้เต็มไปด้วยรายละเอียดวัฒนธรรมตะวันออกอันลึกซึ้ง” เถ้าแก่ผายมือไปยังผลงานแกะสลัก ก่อนพูดแนะนำแก่ทุกคนว่า

            “ในสายตาทุกคนมังกรเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มังกรคู่เป็นตัวแทนของโชคลาภและความสงบสุขนอกจากนี้ยังเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปัดเป่าภัยพิบัติและนำความโชคดีมาให้ที่ปรมาจารย์จงแกะสลัก ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ นี้ก็หวังให้ครอบครัวของผู้ที่ประมูลได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข” 

            “ดี!” คนผู้หนึ่งที่ได้ยินดังนั้นก็ปรบมือขึ้นทันที 

            คนอื่นที่เห็นเหตุการณ์เช่นนั้นก็ปรบมือชื่นชม ยกย่องความคิดของจงรั่วฉิง

            “อาศัยเพียงแค่ ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ ก็สามารถเรียกขานปรมาจารย์จงเป็นปรมาจารย์แกะสลักระดับประเทศได้แล้ว” เจิงจื่อโหยวปรบมือ แล้วถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ 

            เทคนิคการแกะสลักชั้นยอด กอปรกับผลงานแกะสลักที่เป็นเอกลักษณ์จึงไม่ยากที่จะมีชื่อเสียง 

            มีเพียงแค่ซูฮ่าวที่ส่ายหัวอย่างไม่รู้สึกรู้สา “ดีแค่เปลือก ด้านนอกงดงาม แต่ยังขาดจิตวิญญาณและเสน่ห์ความจริงแล้วมันเป็นเพียงแค่ของไม่ผ่านเกณฑ์ชิ้นหนึ่งเท่านั้น”

            เขาไม่ได้พูดเสียงดัง แต่ในตอนนั้นทุกคนกำลังหยุดปรบมือพอดีเสียงนี้จึงดังราวกับฟ้าผ่า กระทบเข้ากับโสตประสาทของทุกคนในร้านจวีชื่ออู๋ชวง

            ทุกคนชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันมามองทางซูฮ่าวอย่างไม่ได้นัดหมาย 

            เมื่อพวกเขาเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีคิ้วของพวกเขาก็ขมวดเป็นปม ใบหน้าเผยความกรุ่นโกรธออกมา

            “ปรมาจารย์จงเป็นปรมาจารย์แกะสลักที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองไห่เป่ยอีกทั้งเขายังเป็นประธานสมาคมวิจัยหยกขาวแห่งเมืองไห่เป่ย เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างนายดูถูกเขาได้อย่างนั้นหรือ?”

            “นั่นสิ ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ ของปรมาจารย์จงไม่เพียงแต่จะมีความโบราณแต่เกือบจะอยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว จะกลายเป็นของไม่ผ่านเกณฑ์ได้อย่างไร?”

            “ไม่มีความรู้ทางวัฒนธรรมแม้แต่น้อยนายน่าจะเป็นไอ้โง่ที่ที่บ้านไม่ได้สั่งสอนสินะ ไสหัวออกไปเลยอย่ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่!”

    ..………………

            เสียงด่าเหล่านั้นทำให้แววตาของซูฮ่าวเย็นชาลง 

            เขากำลังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เจิงจื่อโหยวก็รีบเดินเข้ามาพร้อมกล่าวขอโทษด้วยรอยยิ้ม “เพื่อนของฉันเป็นไข้เล็กน้อย เมื่อครู่นี้ก็เลยพูดเพ้อเจ้อไปทุกท่านอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยเลย”

            เมื่อพูดจบ เขาก็หมุนตัวและจะลากซูฮ่าวให้เดินออกไปจากที่นี่ 

            แต่ซูฮ่าวไม่ยอมขยับตัวเลยแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองทุกคนด้วยสีหน้าราบเรียบ “ทำไม? ฉันแค่พูดความจริงกลับต้องโดนพวกนายพูดใส่อย่างไร้สมองหรือ?”

            ทันทีที่สิ้นเสียงนั้น ใบหน้าของทุกคนก็มืดคล้ำอีกครั้งทันที 

            คาดไม่ถึงว่าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งจะกล้าด่าพวกเขาเช่นนี้?

            เจิงจื่อโหยวหน้าเปลี่ยนสี จากนั้นก็รีบกระซิบข้างหูซูฮ่าวว่า “ซูฮ่าว อย่าก่อเรื่องเลย นี่ไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ” 

            “ฉันก็ไม่ได้กำลังเล่นตลก” สีหน้าของเขายังคงราบเรียบปกติก่อนจะกอดอกแล้วพูดว่า “หากการแกะสลักหยกที่ไม่มีแม้กระทั่งจิตวิญญาณกลับถูกเรียกว่าเป็นหยกสลักระดับสูงเช่นนั้นปรมาจารย์แกะสลักหยกในยุคโบราณที่ล่วงลับไปแล้วก็ไม่สามารถตายตาหลับได้แล้วล่ะ”

            “ไม่เพียงแต่ไม่สามารถสืบทอดวิธีการแกะสลักหยกของบรรพบุรุษได้แล้วกลับทำให้ตกต่ำลง และสิ่งที่ทำให้น่าหัวเราะไปมากกว่านั้น แค่ผลงานหยกสลักกระจอกๆก็ยังได้รับคำชื่นชมจากทั่วโลก เหอะๆ … ”

            ทั้งร้านตกอยู่ในความเงียบสงัด 

            เจิงจื่อโหยวรู้สึกหน้าชาขึ้นมาทันที 

            คำพูดของซูฮ่าวรุนแรงมาก นี่จะต้องสร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้คนอย่างแน่นอน!

            ตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงเพลิงโกรธของคนที่อยู่ในร้านได้อย่างชัดเจน 

            “นาย… ” เจ้าของร้านกำลังจะด่าซูฮ่าวแต่กลับถูกจงรั่วฉิงขวางเอาไว้ 

            เขามองไปทางซูฮ่าวด้วยอารมณ์โกรธเคือง “ผลงานศิลปะสามารถยอมรับคำวิจารณ์ได้พ่อหนุ่ม นายรู้สึกว่า ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ ของฉันไม่ผ่านเกณฑ์ ถ้าอย่างนั้นนายสามารถช่วยชี้แนะให้ตาแก่หลงทางอย่างฉันได้ไหม?”

            หากพูดตามตรง เมื่อถูกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งดูถูกเอาแบบนี้เขาก็รู้สึกไม่สบอารมณ์มาก และหากเป็นคนอื่นเขาก็คงไม่ได้รู้สึกดี

            แต่ว่าตอนนี้เขายังอยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย ในฐานะที่เขาเป็นประธานสมาคมวิจัยหยกขาวแห่งเมืองไห่เป่ยเขาจึงไม่สามารถตำหนิซูฮ่าวได้อย่างเปิดเผยหากทำเช่นนั้นมันจะกลายเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของตนเอง 

            “ฉันก็เพิ่งพูดไปไม่ใช่หรือ?” ซูฮ่าวชี้ไปทาง ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ แล้วพูดอย่างไม่ปิดบังว่า “ในสายตาของคนอื่นหยกชิ้นนี้ได้ใช้เทคนิคการแกะสลักทุกด้านเป็นงานฝีมือชั้นยอด อีกทั้งยังเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่สำหรับฉันนี่เป็นเพียงแค่งานแกะสลักมังกรที่ไม่ได้มีจิตวิญญาณของมังกรเลยและไม่ได้พิจารณาถึงว่ามังกรจะมีจิตวิญญาณได้อย่างไร หรือกล่าวในอีกนัยหนึ่งคือมังกรตัวนี้เป็นเพียงแค่มังกรที่ตายแล้วการคงอยู่ของมันเป็นเพียงแค่ให้ผู้ชมชื่นชมภายนอกเท่านั้น”

            “สิ่งที่นายพูดมันไร้สาระ!” เถ้าแก่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธอย่างทนไม่ไหว 

            “ในความคิดเห็นของฉัน จำเป็นต้องทำให้หยกสลักนั้นมีชีวิตก่อนผลงานชิ้นนั้นถึงจะเรียกว่าศิลปะอย่างแท้จริง”

            “เหตุผลของฉันก็ประมาณนี้” ซูฮ่าวพยักหน้าและพูดอย่างตรงไปตรงมา

            เถ้าแก่แค่นหัวเราะ ทุกคนที่อยู่โดยรอบก็หัวเราะเสียงเย็นขึ้นมาเช่นกัน

            “เด็กน้อย เลิกเสแสร้งได้แล้ว ฉันรู้ว่านายคือผู้ป่วยที่หนีออกมาจากโรงพยาบาลบ้า”

            “พูดถึงแต่จิตวิญญาณและเสน่ห์ ถ้าคนไม่รู้จะคิดว่าเป็นการวาดภาพ!” 

            “เห็นได้ชัดว่าตรรกะของนายมีปัญหามีใครบ้างที่ไม่ดูรูปมังกรแล้วค่อยแกะสลักออกมาหากต้องการจะทำให้ผลงานศิลปะนั้นกลายเป็นสิ่งที่มีชีวิตนั่นแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ นี่เป็นการบีบบังคับคนอื่นให้ทำในสิ่งที่ทำไม่ได้” 

    ………………..

            เมื่อได้ยินบทสนทนาดังกล่าว ซูฮ่าวก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยและไม่คิดจะโต้เถียงกับคนเหล่านี้แล้ว 

            ท่ามกลางสังคมมัวหม่นมีเพียงฉันคนเดียวที่รู้แจ้งท่ามกลางคนมัวเมามีเพียงฉันคนเดียวที่กระจ่าง

            บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่คนในตำแหน่งสูงไม่อยากจะพบปะผู้คน 

            “จื่อโหยว พวกเราไปกันเถอะ” ซูฮ่าวโบกมือเขาไม่อยากจะอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว และยิ่งไม่อยากโต้เถียงกับคนเหล่านี้ 

            “เดี๋ยวก่อน!” เขากับเจิงจื่อโหยวยังไม่ทันได้เดินออกไป จงรั่วฉิงก็ยื่นมือออกมาขวางทางพวกเขาเอาไว้ 

            หากเป็นก่อนหน้านี้ เขาไม่มีทางสนใจคนอย่างซูฮ่าวแน่นอนแต่คำพูดเมื่อครู่นี้ทำให้เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายมีอะไรที่แตกต่างออกไป 

            โดยเฉพาะตอนที่ซูฮ่าวมองไปทาง ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ แล้วเผยความเหยียดหยามออกมาสายตาที่เต็มไปด้วยความโอหังและถือดีเหมือนกับคนที่ยืนอยู่บนที่สูงแล้วทอดมองลงมา 

            หากซูฮ่าวเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านแกะสลักจริงๆคำชี้แนะของอีกฝ่ายจะต้องเป็นประโยชน์ต่อเขาแน่นอน

            ต่อให้คำพูดของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยคำพูดไร้สาระแต่ท่าทางที่เขาไปขอคำชี้แนะนั้นก็อ่อนน้อมอย่างมาก ในสายตาของคนทั่วไปแล้วเขาไม่รังเกียจที่จะเรียนรู้และไม่อายที่จะถาม และไม่มีทางส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเขาแน่นอน 

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของจงรั่วฉิงก็เปล่งประกายและจ้องไปทางซูฮ่าว

            “พ่อหนุ่ม นายบอกฉันได้ไหมว่าจิตวิญญาณและเสน่ห์ของการแกะสลักที่นายพูดถึงนั้นมันคืออะไร?”

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน