ข้ากลับมาเพื่อเป็นราชาเทพเจ้า ( The Return of God )

    ตอนที่ 47 ข้ายอมแพ้

            รวบรวมปราณขั้นที่….8


             “ นั้นแม่นางหนิงลี่เองก็บรรลุขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 8 แล้วเช่นกันหรือ ”


             “ ข้าว่าคราวนี้นั้นหรูเฟิงต้องพ่ายแพ้เป็นแน่ ”


            “ ไม่แน่หรอกตัวข้านั้นคิดว่าหรูเฟิงบรรลุรวบรวมปราณขั้นที่ 8 ได้ก่อน ตัวเขาสมควรเป็นผู้ชนะเป็นแน่ ”


            ด้านบนเวทีการประลองในรอบนี้นั้นตัวหลักก็คือตัวของของ หรูเฟิง และหนิงลี่ไม่มีผิด 


            “ แม่นางหนิงลี่ข้านั้นไม่คิดเลยว่าเจ้าจะบรรลุรวบรวมปราณขั้นที่ 8 แล้วเช่นกัน ”


            “ หยุดคำพูดของเจ้าแล้วมาเริ่มสู้กันเถอะ ”


            แม่นางหนิงลี่กล่าวจบก็ได้พุ่งตัวเข้าใส่หรูเฟิงทันที 


            “ ทักษะหมัดหยิน ” แม่นางหนิงลี่ได้ใช้ทักษะการโจมตีระดับพื้นฐาน ขั้นฝึกหัดออกมา นี้คือ 1 ใน 3 ทักษะที่เธอเลือกหลังเข้าสำนักเพลืงสืบทอดมา มันเป็นทักษะหมัดที่แม้พลังทำลายจะไม่รุนแรงแต่ถ้าหากโดนหมัดนี้เข้าไปนั้นจะสามารถทำให้ผู้ที่รับหมัดนั้นบาดเจ็บภายในได้


            หึหึ


            หมัดที่เข้ามาเกือบจะโดนที่หน้าของหรูเฟิงแต่แล้ว หรูเฟิงก็สามารถเคลื่อนตัวหลบออกมาได้


            “ ทักษะท่าร่างเท้าเพลิง ” หรูเฟิงเมื่อเข้าสำนักเพลิงสืบทอดก็ได้เลือกทักษะเท้าเพลิงซึ่งเป็น ทักษะระดัยพื้นฐานตัวเขาก็ฝึกถึงขั้นฝึกหัดแล้วเช่นกัน


            “ ทั้ง 2 ทักษะนั้นต่างเป็นทักษะที่มีเพียงสำนักเพลิงสืบทอดเท่านั้นที่มี แปลว่าทั้ง 2 คนนี้แม้จะพึ่งเข้าสำนักได้เพียง 2 เดือนก็สามารถฝึกถึงขั้นนี้ได้แล้ว ไม่เลวเลย ” เสียงของผู้อาวุโสผู้หนึ่งกล่าวชื่นชมขึ้นเมื่อลูกศิษย์และผู้อาวุโสคนอื่นๆได้ยินดังนั้นก็ทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับตามคำกล่าวของผู้อาวุโส


            *ขั้นฝึกหัดแม้จะเป็นขั้นที่ต่ำสุดของผู้ที่สามารถบรรลุการฝึกฝนทักษะการต่อสู้ได้แต่ก็มีบางทักษะที่แม้ คนผู้หนึ่งจะพากเพียรฝึกฝนทั้งชีวิตก็ยังไม่สามารถที่จะแสดงทักษะออกมาถึงขั้นฝึกหัดได้


            หลังจากหรูเฟิงหลบหมัดได้ตัวของเขาก็ได้โต้ตอบกลับไปด้วยทักษะหมัดทะยานฟ้าเช่นเดียวกัน


            แม่นางหนิงลี่นั้นก็ไม่น้อยหน้าใช้ทักษะท่าร่าง ตอบโต้กลับไปเช่นกัน


            การต่อสู่ของทั้ง 2 คนนั้นได้ดำเนินต่อไป 


            30 นาทีต่อมา


            ทั้งคู่นั้นสูสีกันอย่างมากจนกระทั่ง


            “ หมัดทะยานฟ้า ” รอบนี้หรูเฟิงนั้นใส่แรงที่พลังหมัดอย่างเต็มที่พร้อมใช้ท่าร่างพุ่งเข้าหาตัวของแม่นางหนิงลี่


            “ ทักษะหมัดหยิน ” แม่นางหนิงลี่นั้นรอพร้อมอยู่แล้วที่จะโต้กลับ แต่รอบนี้นั้นแตกต่างจากที่ผ่านมา หากมีใครสังเกตจะเห็นได้ชัดว่าแม่นางหนิงลี่ตอนนี้กำลังยิ้มอยู่


            ตัวของเธอนั้นไม่แม้แต่จะใช้ท่าร่างเพื่อโต้กลับด้วยซ้ำตัวเธอเลือกจะใช้เพียง ทักษะหมัดหยิน


            “ นั้นมัน ”


            “ อย่าบอกว่าข้านั้นตาฝาด ”


            “ ไม่ใช่ !!! เจ้านั้นไม่ได้ตาฝาด แม่นางหนิงลี่ผู้นี้นั้นถือว่าเป็นอัจฉริยะตัวจริง ทั้งพลังฝีมือทั้งการเก็บซ่อนชั่งเก็บได้ลึกจริงๆ ”


            ทักษะหมัดหยิน ของแม่นางหนิงลี่นั้นไม่ใช่เพียงระดับขั้นฝึกหัดแต่แม่นางหนิงลี่นั้นใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 2 เดือนในการฝึกจากไม่เป็นเลยจนกลายเป็นขั้นเชี้ยญชาญได้อย่างนั้น


            ปัง


            โอ้ยยย


            หมัดชนหมัดได้เกิดขึ้น แม่นางหนิงลี่ที่ดูเป็นสาวสวยน่ารักตัวเล็กๆแต่ยามที่ชนหมัดกับหรูเฟิงนั้นตัวของเธอไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยกลับเป็นตัวของหรูเฟิงเอง ที่หลังโดนหมัดได้ตะโกนร้องอย่างน่าเวทนาออกมา หมัดหยินพลังทำลายของมันได้เข้าไปทำลายถึงกระดูกของหรูเฟิงทันที


            “ ข้าขอยอมแพ้ ” หลังจากที่หรูเฟิงนั้นรู้ความแตกต่างของตัวเองกับแม่นางหนิงลี่ หรูเฟิงนั้นก็เลือกที่จะไม่ฝืนสู้ต่อการแข่งขันนั้นยังมีรอบ 4 คนสุดท้ายที่เขาสามารถเลือกท่าประลองได้ ใยจะต้องมาทำให้ตัวเองนั้นบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก 


            หรูเฟิงที่เดินลงเวทีมาแล้ว ก็ได้หยิบโอสถ 1 ดาวขั้นพื้นฐานที่เป็นโอสถฟื้นฟู ดูจะมีความบริสุทธิมากออกมาใช้ ก่อนที่ตัวของเขาจะได้กลับไปนั่งที่เกาอี้ของตัวเองเพื่อพักผ่อนรอแย่งอันดับ 4 คนสุดท้ายต่อไป


            แม่นางหนิงลี่หลังจากได้รับใชัยชนะตัวเธอก็ได้ก้มคำนับทั้งเนี่ยลี่และผู้นำสำนักกวางชุนก่อนจะเดินลงลานประลองกลับไปนั่งเกาอี้ของตัวเธอเองเช่นกัน


            เมื่อลูกศิษย์ภายนอกทั้งมาใหม่และเก่าเห็นหรูเฟิงสามารถใช้โอสถ 1 ดาวขั้นพื้นฐานที่ความบริสุทธิดูมากโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงกินเหมือนขนมแบบนั้นได้พวกเขาล้วนอิจฉาทั้งสิ้น 


            แม้การประลองจะดูสนุกสนานหรือดูน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่นั้นมันก็สำหรับคนปกติทั่วไปเท่านั้น


            “ ต่อไป 10 คนสุดท้ายพวกเจ้านั้นขึ้นมาบนลานประลองได้ ” เสียงของเนี่ยลี่ได้ดังออกไป


            ไม่ถึง 1 นาทีตอนนี้นั้นคนบนลานประลองทั้ง 5 แทนที่จะมีคนอยู่ทั้งสิ้น 10 คนแต่ตอนนี้มีเพียง 9 คน เท่านั้น


            สายตาของคนทั้งหอแห่งการต่อสู้ต่างเหลือบมองดูว่าเป็นใครกันแน่ที่ขึ้นลานประลองช้า


            และแล้วสายตาของคนทั้งห้องนั้นก็ได้มาจับจ้องชายผู้นี้อีกครั้ง


            “ หมิงฉี !!!! เจ้ากล้าเสียมารยาทต่อหน้าท่านประมุขอีกแล้วหรือ ” เสียงเซี้ยถูได้ปลุกจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงที่กำลังหลับอยู่ให้ตื่นแม้รอบนี้นั้นน้ำลายจะยังไม่ได้ไหลยืด แต่การที่ตาของเขานั้นได้บวมอยู่นั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขานนั้นได้หลับไปจริงๆ


            หาววววววว


            “ ก็การต่อสู้ของพวกเจ้าทุกคนนั้นมันไม่น่าสนใจเหตุใดข้าจะนอนรอไม่ได้และนี้ก็ไม่ใช้การเสียมารยาท ที่ข้านอนรอก็เพื่อทำให้พลังของข้านั้นสงบนิ่งที่สุด ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงกล่าวคำพูดดูแคลนทุกคนพร้อมทั้งกล่าวคำแก้ตัวออกมาน้ำขุ่นๆ 


            แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ทุกคนในหอแห่งการต่อสู้ชั้น 3 นี้ก็ทำได้เพียงหันไปมองประมุขกวางชุนว่าเขาจะทำเช่นไร


            ประมุขกวางชุนเลือกจะนิ่งเงียบนั้นทำให้ทุกคนไม่สามารถทำอะไรได้อีก


            จักพรรดสรรค์ฉีหมิงหลังจากตื่นแล้วก็ได้เดินขึ้นไปบนเวทีการประลอง


            คู่ต่อสู้ของเขาครั้งนี้คือชายหนุ่มอายุ 12 ปีระดับการฝึกตนนั้นอยู่ที่รวบรวมปราณขั้นที่ 5 


            เมื่อเซี้ยถูเห็นอย่างนี้ ตัวของเขาก็อดที่จะกลัวไม่ได้ ตัวของเขากลัวว่าถ้าหากชายหนุ่มผู้นี้เอาชนะหมิงฉีได้เขาก็คงไม่โอกาศในการรับเงิน 5000 เหรียญทองแดงแล้ว 


            “ พวกเจ้าทุกคนนั้นเริ่มการต่อสู้ได้ ” หลังจากที่เนี่ยลี่เห็นคนบนลานประลองครบ 10 คน เขาก็ได้กล่าวให้เริ่มประลองโดยทันที


            “ ข้ายอมแพ้ ”

    คล้ายกับเรื่องข้ากลับมาเพื่อเป็นราชาเทพเจ้า ( The Return of God ) ที่คุณอ่าน