“ข้างนอกเสียงเอะอะอะไรกัน?” หยางม่านลี่กำลังใช้สมาธิดูข้อมูลเกี่ยวกับแผนการล่าสัตว์อสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่กลุ่มของโอรสสวรรค์ส่งมาอยู่ในห้องใกล้ ๆ สนามฝึกซ้อม แต่ในขณะนั้นจู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงจากด้านนอกดังขึ้นเรื่อย ๆ
หัวหน้าทีมแม่นธนูตะโกนถามออกไปสองครั้งแต่ไม่มีใครตอบ เธอขมวดคิ้วก่อนจะเดินออกไปดูด้วยความสงสัย
ทันทีที่ออกมา หยางม่านลี่ก็เห็นว่าเหล่าสมาชิกทีมแม่นธนูทั้งหมดของเธอไปรวมตัวกันอยู่ ณ จุดหนึ่งของสนามยิงธนู พร้อมกันนั้นก็มีเสียงเชียร์ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ
คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดติดกันแน่นขึ้น เธอหยิบกล้องส่องทางไกลโบราณขนาดเล็กออกมาใช้งาน จริงอยู่ว่าผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากเทคโนโลยีส่วนใหญ่จะไร้ประโยชน์ภายในก็อดแซงก์ทัวรี แต่ในกรณีของกล้องส่องทางไกลโบราณชนิดที่ประกอบขึ้นจากเลนส์พื้นฐานไม่กี่ชิ้นนี้ยังคงใช้การได้
แม้จะส่องดูอยู่พักใหญ่ หยางม่านลี่ก็ยังไม่ได้คำตอบใด ๆ และยิ่งนานใบหน้าสวยของเธอก็ยิ่งเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ในที่สุดหัวหน้าทีมสาวก็เลือกที่จะวางกล้องลงและเดินตรงไปยังสนามยิงธนู
.
“คลั่งทะลวงก้นมันเจ๋งจริง ๆ นะ ยิงธนูมาตั้งนานแล้วยังไม่มีท่าทีจะเหนื่อยเลย”
“นั่นสิ ความอึดของเขานี่สุดยอดจริง ๆ”
“ฉันว่าโดนลงโทษให้ยิงธนูพันดอกนี่ดูน้อยนิดไปเลยถ้าเขายังยิงต่อไปท่าทางสบาย ๆ ได้แบบนี้อะ ทรงแบบนี้ ยังไม่ทันถึงมื้อเที่ยงก็ยิงเสร็จละมั้ง ฮ่า ฮ่–”
“อะแฮ่ม...แฮ่ม!”
ใครคนหนึ่งมองเห็นหยางม่านลี่จึงรีบส่งเสียงกระแอมบอกให้คนอื่น ๆ รู้การมาถึงของอันตราย
ทันทีที่สมาชิกทีมแม่นธนูทั้งหมดเห็นหยางม่านลี่เดินเข้ามาใกล้ ทั้งวงก็แตกฮือเหมือนนกแตกรัง ทุกคนต่างรีบแยกย้ายกลับไปฝึกซ้อมหรือทำหน้าที่ของตนอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่ค่อยกลัวรองหัวหน้าอย่างหลิวหงเถา และถึงแม้จะแอบตั้งฉายาแสบ ๆ คัน ๆ ให้หยางม่านลี่ แต่เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าหัวหน้าทีมสาวคนนี้ ทุกคนต่างพากันกลัวจนเรียกได้ว่าหัวหด
“ลูกธนูพวกนั้นเขายิงเองทั้งหมดเหรอ?” หยางม่านลี่เดินเข้าไปถามหลิวหงเถา
“ยกเว้นเป้าเบอร์เก้ากับสิบ ที่เหลือเขายิงทั้งหมด” หลิวหงเถาพยักหน้าด้วยท่าทีไม่อยากจะยอมรับนัก
“อืม” หยางม่านลี่ตอบรับสั้น ๆ ก่อนหันหลังเดินกลับ เธอตั้งใจจะไปที่ออฟฟิศในสถานนีเทเลพอร์ตสักหน่อย
ท่าทีของหญิงสาวทำให้หลิวหงเถางุนงง เขาไม่แน่ใจในความหมายของคำตอบรับสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่อีกฝ่ายแสดงออกมาจึงก้าวตามไปถาม
“หัวหน้าทีม คุณคิดว่าลงโทษแค่นี้มันเบาไปหรือเปล่า? โดนแค่นี้จะเป็นตัวอย่างไม่ดีให้คนอื่นเอาไปเปรียบเทียบเป็นมาตรฐาน แล้วต่อไปใครจะทำอะไรก็ลงโทษหนักไม่ได้ ผลกระทบมันจะแย่มากนะ ผมว่าควรเพิ่มโทษอีกสักพันดอกไหม?”
“ไม่จำเป็น” หยางม่านลี่ตอบโดยไม่หันกลับมามองขณะก้าวฉับ ๆ จากไป
.
เมื่อกลับถึงออฟฟิศ หัวหน้าทีมแม่นธนูก็เปิดดูข้อมูลเกี่ยวกับการต่อสู้ที่ชุดฝึกต่อสู้บันทึกไว้ของหานเซิน “ความอึดของเขาน่าทึ่งแฮะ ยีนก็ดูจะพัฒนาไปได้ดีทีเดียว พละกำลังน่าจะเกือบ ๆ สิบสองจุดศูนย์ จบการศึกษาจากหลักสูตรภาคบังคับของรัฐฯ ด้วยคะแนนยอดเยี่ยม…อืม ก็ไม่เลว”
หยางม่านลี่อ่านข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “เอาละ ให้โอกาสเขาสักครั้ง ถือว่าเป็นการให้เกียรติคำขอของหัวหน้าฉินแล้วกัน”
.
.
หลังจากหานเซินยิงธนูครบห้าร้อยดอก เขาก็หยุดพักเป็นเวลาสองชั่วโมงก่อนจะกลับมาฝึกต่อ ถึงจะยิงธนูได้ต่อเนื่องโดยไม่มีปัญหาอะไร แต่เขากลัวว่าการยิงธนูพันดอกจนครบจบในคราวเดียวจะทำให้คนอื่น ๆ ในทีมตกใจเกินไป ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะยิงแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งในแต่ละดอกที่ยิงเขาก็ใช้ความเร็วในแบบที่ไม่ดูเหนือคนอื่น ๆ มากเกินไปนัก
สุดท้าย หานเซินและซูเสี่ยวเฉียวก็ยิงลูกธนูครบจำนวนสองพันดอกเสร็จก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย และแม้ว่ามากกว่าสามในสี่ของจำนวนทั้งหมดจะเป็นฝีมือของหานเซิน แต่ทั้งเขาและซูเสี่ยวเฉียวก็กลายเป็นที่รู้จักและยอมรับในทีมแม่นธนู สมาชิกในทีมเริ่มเปลี่ยนความคิดที่มีต่อหานเซินไปอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้าสามารถยิงธนูให้เข้าเป้าเกินหนึ่งพันดอกจนครบจบได้ในวันเดียว คนคนนั้นก็สมควรได้รับการยกย่องและให้เกียรติจากพวกเขาเหล่านักธนูที่ยึดถือธนูเป็นอาวุธคู่กาย
สมญา ‘ไอ้คลั่งทะลวงก้น’ ที่เคยเรียกขานอย่างคะนองปากด้วยสายตาเหยียด ๆ หลายคนก็เปลี่ยนมาใช้คำว่า ‘พี่เซิน’ ที่ฟังดูเคารพนอบน้อมแทน โดยเฉพาะเพื่อนใหม่กระเป๋าหนา–ซูเสี่ยวเฉียว
“พี่เซิน ปกติคนอย่างฉันไม่ค่อยซูฮกใครง่าย ๆ หรอกนะ แต่วันนี้ลูกพี่คือของแทร่! ข้าน้อยคารวะ!” ซูเสี่ยวเฉียวที่ล้าไปทั้งแขนทั้งตัวจากการยิงธนูจับไหล่หานเซินอย่างตื่นเต้นพร้อมทำท่าทางเลียนแบบละครกำลังภายในสมัยดึกดำบรรพ์ที่ตนเคยดู
“มิได้ ๆ น้องซูชมเกินไปแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า” หานเซินรับมุกเลียนแบบอีกฝ่ายแล้วหัวเราะก่อนถามต่อ “ว่าแต่ นายรู้ไหมว่าพรุ่งนี้ ทีมธนูจะไปล่าอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ชนิดไหน? ที่ไหน?”
“ไม่อะ แต่! นี่ใครครับ…ซูเสี่ยวเฉียว–เหยี่ยวข่าวผู้รอบรู้ จะมีข่าวไหนที่ ’จารย์ซูคนนี้ไม่รู้บ้าง? ตอนเรียนฉันนี่แหละสำนักข่าวประจำสายชั้น ใครอยากได้ข่าวไหนอยากปล่อยข่าวอะไรต้องติดต่อที่พี่ ธุรกิจขับเคลื่อนข้อมูล ข้อมูลขับเคลื่อนธุรกิจ ในทุก ๆ ที่มีสายข่าวของฉัน อย่างในสนามซ้อมยิงธนูนี่แค่ยักคิ้วให้ครั้งเดียว ผู้ช่วยคนสวยของหัวหน้าหยางก็พูดทุกอย่างหมดเปลือกแล้ว” ซูเสี่ยวเฉียวพูดพลางยืดอกทำเท่
“เออ! ตกลงมันเป็นอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ชนิดไหน?” หานเซินไม่อยากเสียเวลาฟังซูเสี่ยวเฉียวโม้อีกแล้วจึงรีบถามรวบรัด
“ฉันได้ยินมาแค่ว่ามันเป็นอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่บินได้ แต่รายละเอียดอื่น ๆ สายของฉันก็ไม่รู้ชัด กลุ่มของโอรสสวรรค์มีคนที่ยิงธนูเก่ง ๆ อยู่ไม่กี่คน พวกเขาเลยมาขอให้เราร่วมมือด้วย เพราะเห็นว่ากำลังของทีมแม่นธนูมีประโยชน์” ซูเสี่ยวเฉียวอธิบาย
“อสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่บินได้? งานหินเลยนะนั่น” หานเซินขมวดคิ้วแน่น อย่างที่รู้กันดีว่า ลำพังเป็นสัตว์อสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์เดินดินธรรมดาก็ยากที่จะจัดการอยู่แล้ว ยิ่งเป็นตัวที่บินได้ การล่าก็จะยิ่งลำบากมากกว่าเดิมหลายเท่า ซึ่งใครที่ถนัดใช้แต่อาวุธประเภทประชิดตัวก็ลืมไปได้เลย เพราะคงหมดสิทธิ์รับมือกับมันโดยสิ้นเชิง
การล่าครั้งนี้ใช้กำลังของเหล่านักแม่นธนูถือเป็นเรื่องถูกต้อง แต่ปัญหาคือ แม้จะเป็นธนูที่ทำจากโลหะผสมระดับสูงที่สมรรถนะดีที่สุดก็ยังมีระยะยิงไกลแค่หนึ่งพันถึงหนึ่งพันแปดร้อยเมตรเท่านั้น ที่สำคัญ ในก็อดแซงก์ทัวรีสเปซที่หนึ่งนี้ แทบไม่มีใครสามารถดึงคันธนูระดับสูงที่ว่าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเลย ยิ่งไปกว่านั้น การยิงธนูขึ้นฟ้าจะทำให้ประสิทธิผลของการยิงลดลง ซึ่งถ้าหากอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ตัวนั้นบินสูงเกินไป หรือบินในตำแหน่งที่บีบให้นักธนูต้องเล็งเป้าในองศาที่กว้างเกินไป ลูกธนูก็จะไม่มีพลังเพียงพอที่จะทำอะไรมันได้เลย
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเฉพาะของลูกธนูอีกหนึ่งเรื่องนั่นคือ แม้แต่ลูกธนูที่ทำจากโลหะผสมระดับโหด ๆ อย่าง ‘สไปร์อัลลอย (Spire Alloy)’ ก็อาจไม่สามารถเจาะทะลุผิวหนังของสัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์ได้
หานเซินรู้อยู่ว่าทีมแม่นธนูจะต้องมีทั้งธนูและลูกธนูที่เป็นวิญญาณอสูร และน่าจะมีลูกธนูที่ดีกว่าสไปร์อัลลอยมาก แต่ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร จะหาเหตุผลอะไรมาเจรจา หยางม่านลี่ก็คงไม่ยอมแบ่งอาวุธวิญญาณอสูรที่ว่าให้เขาใช้งานแน่
ถ้าไม่สามารถเจาะทะลุผิวหนังของสัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์ได้ ต่อให้เขาอยากจะใช้โอกาสนี้ฉวยเอาประโยชน์ก่อนใครเหมือนครั้งก่อนก็คงไม่มีทางเป็นไปได้แน่
‘แบบนี้คงต้องหาลูกธนูโลหะ Z พกไว้สักดอกแล้ว’ หานเซินครุ่นคิดแล้วสรุปกับตัวเองเงียบ ๆ
โลหะ Z ไม่ใช่โลหะประเภทที่มนุษย์นิยมใช้อย่างเหล็กหรือไทเทเนียม แต่เป็นแร่ผสมชนิดใหม่ที่มนุษย์เพิ่งค้นพบเมื่อครึ่งศตวรรษก่อน คุณสมบัติของมันคล้ายกับเหล็กกล้า* แต่ความแข็งและความยืดหยุ่นของมันเหนือกว่าเหล็กกล้าอย่างเทียบไม่ได้
(*เหล็กกล้า (steel) คือโลหะผสมชนิดหนึ่งซึ่งประกอบด้วยธาตุหลัก ๆ คือ เหล็ก (Fe) คาร์บอน (C) แมงกานีส (Mn) ซิลิคอน (Si) และธาตุอื่น ๆ อีกเล็กน้อย เหล็กกล้าเป็นวัสดุโลหะที่ไม่มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่ถูกผลิตขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการปรับปรุงเหล็ก (Fe/iron) ให้มีคุณสมบัติโดยรวมดียิ่งขึ้น เช่นแปรเปลี่ยนรูปได้ตามที่ต้องการ แข็งแรง ยืดหยุ่น ทนทานต่อแรงกระแทกหรือสภาวะทางธรรมชาติ สามารถรับน้ำหนักได้มาก ไม่ฉีกขาดหรือแตกหักง่าย เป็นต้น)
เพียงแค่ผสมแร่โลหะ Z เข้าไปในโลหะผสมเพียง 0.XX เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถเพิ่มความแข็งและความยืดหยุ่นของโลหะผสมได้อย่างมหาศาล ปัจจุบัน โลหะผสมระดับสูงสำหรับผลิตอาวุธในท้องตลาดล้วนมีส่วนผสมของโลหะ Z
เช่นเดียวกับคันธนูดูมส์เดย์โซลและดาบสตีลคัตติงของหานเซินที่มีโลหะ Z ผสมอยู่ส่วนหนึ่ง แม้จะมีเปอร์เซ็นต์ที่น้อยแต่ก็ช่วยในเรื่องความทนทานและยืดหยุ่นของเนื้อโลหะในอาวุธทั้งสองได้อย่างดี โดยดาบสตีลคัตติงนั้นมีโลหะ Z เป็นส่วนผสมประมาณศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์ คันธนูดูมส์เดย์โซลมีประมาณศูนย์จุดสี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนสายธนูนั้นมีเปอร์เซ็นต์มากที่สุดคืออยู่ที่ศูนย์จุดห้าเปอร์เซ็นต์
หานเซินได้ยินมาว่า อาวุธเนื้อโลหะที่มีโลหะ Z เป็นส่วนผสมมากกว่าสิบเปอร์เซ็นต์ ความแข็งจะเทียบเท่ากับกระดูกของสัตว์อสูรระดับกลายพันธุ์ ซึ่งถ้าปริมาณโลหะ Z สูงถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ เนื้อโลหะของอาวุธนั้น ๆ ก็จะมีความแข็งเทียบเท่ากับกระดูกของสัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม อุปทาน (supply) ของโลหะ Z ในสหพันธ์ดวงดาวนั้นต่ำมาก ราคาจึงสูงลิ่ว อีกทั้งการผลิตและแปรรูปโลหะ Z ยังเป็นอุตสาหกรรมที่ถูกควบคุมโดยรัฐบาลกลางแห่งสหพันธ์ดวงดาว การจะหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโลหะ Z มากเกินหนึ่งเปอร์เซ็นต์ตามท้องตลาดทั่ว ๆ ไปจึงแทบเป็นไปไม่ได้
แม้ว่าสไปร์อัลลอยจะมีโลหะ Z ผสมอยู่บ้าง แต่อย่างมากที่สุดก็น่าจะแค่ศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่ว่านี้ก็อาจเป็นเพียงการโฆษณาเกินจริงเสียด้วยซ้ำ … ‘จะให้ลูกธนูแบบนี้เจาะเข้าเนื้อหรือแม้แต่บาดแผลของอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์จากระยะไกลก็คงเป็นไปไม่ได้’
ลูกธนูในอุดมคติของหานเซินคือ ลูกธนูโลหะ Z ระดับท็อปของตลาด ที่มีส่วนผสมของโลหะ Z สูงถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องจากราคาแพงหูฉี่ หานเซินที่มีเงินอยู่แค่สองแสนกว่าเหรียญ พอซื้อได้แค่ลูกธนูโลหะ Z ศูนย์จุดห้าถึงศูนย์จุดหกเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
หานเซินกลับบ้านในตอนกลางคืนและเข้าเว็บฯ ฟอรัม Extreme Night เพื่อตามหาธนูโลหะ Z มือสอง เขาทำใจไว้แล้วว่าถ้าไม่เจอของที่ต้องการ ก็คงต้องไปซื้อของแท้จากร้านแบรนด์ดัง ซึ่งด้วยเงินสองแสนกว่า ๆ ที่มีก็คงต้องยอมรับว่า จะซื้อได้แค่ลูกธนูเกรดรองลงมาจากที่อยากได้
หลังจากค้นหาข้อมูลในฟอรัมอยู่พักใหญ่ ในที่สุดหานเซินก็เจอโพสต์ที่บอกว่า มีอาวุธที่มีโลหะ Z หนึ่งจุดสองเปอร์เซ็นต์วางขาย เขาคลิกเข้าไปดูและพบว่า เป็นโพสต์จากร้านค้าปลีกรายหนึ่ง
ร้านค้านี้เป็นร้านอาวุธแฮนด์เมด (ทำด้วยมือ) แต่เป็นร้านใต้ดินที่ผิดกฎหมายและไม่มีใบอนุญาต แถมยังมีเฉพาะออนไลน์ ไม่มีที่ตั้งหน้าร้าน ยิ่งกว่านั้น หน้าร้านค้าบนเว็บไซต์ก็ดูลึกลับแปลก ๆ ข้อมูลผู้ขายมีแค่หมายเลขติดต่อกับภาพฮอโลแกรมของผลิตภัณฑ์บางส่วนเท่านั้น
.
.
.