ย่างเข้าสู่ฤดู ซึ่งเม็ดฝนตกลงมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวและธัญพืชที่ชาวนาปลูกฝนตกติดต่อกันทุกเช้าทำให้อี้หงไม่สบายเพราะถูกละอองฝนว่านเจาซินจึงเข้าครัวทำข้าวต้มลูกเดือยสำหรับแม่สามีนางเดินนำหน้าสาวใช้ที่ยกถาดข้าวต้มไปยังห้องของอี้หงหวังปรนนิบัติแม่สามีในฐานะลูกสะใภ้แต่ระหว่างทางได้พบกับหลางรั่วอิ๋งเข้าเสียก่อน
“นั่นจะยกไปที่ใดรึ”
“ของท่านแม่เ้าค่ะแม่รอง”แม้อายุห่างจากภรรยารองพ่อสามีไม่มาก ว่านเจาซินซึ่งเป็คนหัวอ่อนสุภาพเรียบร้อย ก็ให้ความเคารพนอบน้อมตามมารยาทที่ถูกสอนมา
ทุกสิ่งสำหรับอี้หงช่างยั่วกิเลสนางนัก“ดี...ยกไปให้ข้าที่ห้อง ข้ารู้สึกไม่สบายได้กินข้าวต้มร้อนๆ ก็น่าจะดี”
ผู้เป็สะใภ้มีสีหน้าแปลกใจก็นางบอกหลางรั่วอิ๋งแล้วว่าจะยกไปให้แม่สามีสาวใช้ที่ติดตามมาจากบ้านจึงกล่าวแทรกขึ้น
“ข้าวต้มลูกเดือยถ้วยนี้สำหรับนายหญิงอี้หงเ้าค่ะ”
คิ้วเรียวดั่งกิ่งหลิวของหลางรั่วอิ๋งเลิกขึ้นข้างหนึ่งริมฝีปากที่ทาชาดสีแดงสดแสยะแย้มเล็กน้อย นางพยักหน้าให้ซานไฉ
“เ้าไม่ให้ความเคารพนายหญิงได้อย่างไรช่างบังอาจนัก” ซานไฉตรงดิ่งเข้ามาตบหน้าสาวใช้อายุน้อยที่อาจหาญขัดความ้าของนายหญิงส่งผลให้ถาดหลุดมือ ถ้วยข้าวต้มแตกกระจาย
“เสี่ยวเยี่ยนไม่ได้ทำผิดอะไรเหตุใดท่านแม่รองต้องสั่งให้ลงมือกับนางด้วย” ว่านเจาซินถลันกายเข้ามาปกป้องบ่าว
“มีคำสั่งจากข้าให้ยกข้าวต้มไปที่ห้องแต่สาวใช้ของเ้าไม่ปฏิบัติตาม ในความคิดพวกเ้า ข้าไม่ใช่นายหญิงของบ้านไม่ได้อยู่ในฐานะแม่ผัวของเ้าอีกคนหรอกหรือ”
“แต่คนที่้าอาหารตอนนี้คือท่านแม่นะเ้าคะ”ลูกสะใภ้ยังยืนกรานว่าสิ่งที่นางทำนั้นถูกต้องหากแม่รองของสามี้าข้าวต้มอย่างเดียวกัน นางจะกลับไปต้มให้หญิงสาวใหม่อีกชาม
“ดี...ดีเลยในเมื่อเ้ายืนกรานเช่นนี้ก็ดี ซานไฉ...ไป!” แล้วสองนายบ่าวก็กระแทกเท้าเดินจากไปพร้อมกับพายุอารมณ์ที่คุกรุ่นสร้างความกังวลใจให้ว่านเจาซินเป็อย่างมากเพราะหญิงสาวรู้ดีว่าพายุอารมณ์ของหลางรั่วอิ๋งจะหยุดอยู่กับผู้ใดนางต้องปั้นน้ำเป็ตัวฟ้องท่านพ่อสามีเป็แน่
“ข้าวต้มของนายหญิงหกหมดแล้ว”สาวใช้กุมแก้มบวมตุ่ยของตนเองร้องไห้น้ำตาคลอ
“ช่างเถอะในหม้อยังพอมีเหลือ เรากลับไปตักถ้วยใหม่ให้ท่านแม่กัน”
“คุณหนูจะทำอย่างไรต่อเ้าคะ”ผู้เป็บ่าวไม่อยากให้นายของตนจำยอมกับการถูกกลั่นแกล้ง
ว่านเจาซินส่ายหน้า“อย่าสร้างปัญหาให้ท่านพี่วางตัวลำบาก และเื่ที่เกิดขึ้นก็อย่าไปบอกให้ท่านแม่รู้”
เสี่ยวเยี่ยนจำใจรับปากเมื่อนายไม่ออกหน้าบ่าวเช่นนางก็จำต้องเก็บความแค้นใจที่ถูกตบอย่างไร้เหตุผลไว้ในอกหลังจากนั้นสองนายบ่าวก็กลับไปที่โรงครัวเพื่อตักข้าวต้มถ้วยใหม่
ล่วงเข้าสู่ยามห้าย[1]หวงจื่อฉินก็พกพาสีหน้ากลัดกลุ้มเข้ามายังห้องนอน
“ท่านพ่อเรียกท่านพี่ไปด้วยเื่ของข้าใช่หรือไม่”หลังกินข้าวที่ห้องโถงสามีนางถูกบิดาเรียกเข้าไปคุยเป็การส่วนตัวในห้องหนังสือ
หวงจื่อฉินอ้ำอึ้งความไม่สบายใจที่เขามีจะทำให้ภรรยารักพลอยมีเื่ให้คิดตามไปด้วย แต่ว่านเจาซินไม่ใช่ภรรยาที่จะนิ่งเฉยร่วมเสพแต่ความสุขนางจับมือชายหนุ่มมากุมไว้ พลางเอ่ยคำ
“เราเป็ผัวเมียกันแล้วท่านพี่อย่าปิดบังข้าเลย”
ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วพยักหน้าในที่สุด
“ท่านพ่อเชื่อทุกอย่างที่นางพูด”
ในเมื่อสามีรู้เื่ดีแล้วว่านเจาซินก็ไม่ปิดบังเื่ราวเช่นกัน
“ข้าทำข้าวต้มสำหรับท่านแม่แท้ๆหากนางอยากได้จริงๆ ข้าก็คิดว่าหลังจากนำข้าวต้มไปให้ท่านแม่ดูแลนางกินเสร็จเรียบร้อยแล้วจะกลับไปที่ครัว เพื่อตักหรือต้มถ้วยใหม่ให้นางแต่นางกลับไม่พอใจ กล่าวหาว่าข้าไม่เคารพไม่ให้เกียรตินางที่เป็นายหญิงของบ้าน”
สกุลว่านอบรมนางมาดีแต่การกระทำของหลางรั่วอิ๋งทำให้นางกระดากที่จะเรียกขานสตรีนางนั้นว่าท่านแม่รองอีก
“นางเอาอะไรมาคู่ควรให้ตนเองหยิ่งผยองได้ปานนั้น”หวงจื่อฉินกำหมัดแน่น “ท่านแม่ข้าก็ยังอยู่นางมาทีหลังควรจะนอบน้อมกว่านี้ด้วยซ้ำ ข้าไม่เข้าใจท่านพ่อจริงๆ เหตุใดถึงหลงใหลนางนักยิ่งนางคลอดลูกชาย ท่านพ่อก็ยิ่งไม่เห็นข้ากับท่านแม่อยู่ในสายตาข้าสงสัยเหลือเกินว่าตนเองยังเป็ลูกชายเขาอยู่หรือไม่”
เื่วุ่นวายในบ้านทำให้คิดไปถึงงานในโรงทำน้ำมันปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดเขามั่นใจว่ามาจากคนของถังเจี๋ยที่พยายามจะทำให้ความไว้วางใจของบิดาที่เคยมีต่อเขาลดความน่าเชื่อถือลงเขาระมัดระวังทุกขั้นตอน ั้แ่เริ่มกระบวนการทำน้ำมัน การบรรจุ การขนส่งไปขายแต่สุดท้ายปัญหาก็ยังเกิด เขาดุด่าทั้งยังไล่คนงานที่สะเพร่าออกแต่คนใหม่ก็กลับเข้ามาทำแบบเดิม ถังเจี๋ยกำลังบ่อนทำลายกิจการของหวงเสียงเป่าซึ่งเขากำลังหาเหตุผลอยู่ว่าฝ่ายนั้นทำไปเพราะเหตุใด กิจการสกุลหวงรุ่งเรืองมิใช่ว่าหลานชายฝ่ายนั้นจะได้รับส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นหรอกหรือ
“อย่าเก็บเื่นี้มาเป็อารมณ์อีกเลยนะท่านพี่ต่อไปข้าจะระวังให้มาก ไม่เปิดโอกาสให้นางหาเื่กระทบถึงท่านพี่ได้อีก”
เพราะถือตนว่าเป็ผู้น้อยสองสามีภรรยาจึงเลือกปิดปากเงียบ แต่ปากของซานไฉไม่ได้เป็เช่นนั้นนางคุยโตในกลุ่มบ่าวไพร่ ยกยอนายหญิงของตนว่ากำราบสะใภ้จนหงอเื่การแย่งชิงข้าวต้มจึงดังไปถึงหูอี้หงในที่สุด ในฐานะแม่สามีที่้าปกป้องสะใภ้อี้หงสั่งให้เหนียงเซียงทำข้าวต้มให้หนึ่งชามเมื่อเหม่ยเสี้ยวยกถาดเดินตามไปถึงห้องของหลางรั่วอิ๋งนางก็คว้าถ้วยข้าวต้มมาจากถาดแล้วขว้างลงพื้นจนข้าวต้มเละกระจายเกลื่อนห้อง
“เ้าอยากกินนักใช่ไหมก้มลงกินสิ กินแบบที่เ้าเคยกิน กำพืดแต่เดิมเ้าเป็อย่างไรก็กินอย่างนั้น”เสียงเกรี้ยวกราดของอี้หงทำให้หลุนจี้ที่นอนอยู่ใตื่นเด็กน้อยร้องไห้จ้า มารดาจึงอุ้มลูกขึ้นมากอด
“เ้าดูถูกข้าเกินไปแล้วระวังเถอะจะเจอดี” เ้าของห้องประสานตาไม่กะพริบมองอย่างท้าทาย
“เ้าจะทำอะไรข้าได้ข้าเป็เมียที่ท่านพี่สู่ขอถูกต้องตามประเพณีท่านพ่อกับท่านผู้เฒ่าในสกุลหวงต่างต้อนรับข้า แล้วเ้าเล่าหอบผ้าผ่อนเข้ามาอยู่บ้านข้าเพราะปล่อยตัวท้องโย้ มียางอายเสียบ้างเถอะเป็น้อยแต่ริผยองไม่ยำเกรงผู้ใด สะใภ้ข้ามีชาติตระกูลสูงส่งผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเ้าไม่มีสิทธิ์ิ่แคลนนางเด็ดขาด”
“นางไปฟ้องเ้ารึ”ลับหลังสามี หลางรั่วอิ๋งไม่มีคำว่า ‘ท่าน’ไม่มีคำว่า ‘พี่สาว’
“ไม่ต้องให้มีใครฟ้องเขาก็รู้กันทั่วเพราะบ่าวชั้นต่ำของเ้ามันเหลิงลมเที่ยวพล่ามไปทั่วเพราะเก็บความชั่วตัวเองไว้ไม่อยู่”
หลางรั่วอิ๋งนึกโกรธสาวใช้อยู่บ้างแต่คิดว่าไม่เป็ไร อี้หงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางอยู่แล้วอีกไม่นานนางจะส่งเมียหลวงที่ไม่ดูเงาหัวตัวเองออกไปให้พ้นบ้านสกุลหวงเอาให้ตายก็ไม่ได้อยู่ก็อับอายผู้คนจึงจะสาสม
“เ้าพูดจบแล้วใช่ไหมถ้าจบแล้วก็ออกไปเถอะ ข้ากับอาจี้้าพักผ่อนเื่วันนี้ข้าจะไม่ถือสาเอาความใดๆ” กิริยาเชิดหน้าอวดตนว่าเป็คนโปรดของสามีทำให้อี้หงเก็บความโกรธไว้ไม่อยู่นางปราดเข้าไปตบหน้าหลางรั่วอิ๋งทั้งที่อีกฝ่ายยังอุ้มลูกน้อยอยู่
“จองหอง ลืมตัวหน้าด้านไร้ยางอาย หญิงแพศยาอย่างเ้าเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยพบเคยเจอ” อี้หงยังบริภาษด่าทออีกชุดใหญ่ ก่อนจะถอยออกจากห้องหลางรั่วอิ๋งนางรู้สึกตัวเบาเมื่อได้ระบายสิ่งที่เก็บไว้นานร่วมปี
ค่ำของวันนั้นหลังจากถังเจี๋ยพาหวงกว่างฝูไปหาความสำราญที่เรือนร้องรำแห่งหนึ่งชายผู้ปกครองบ้านสกุลหวงก็กลับมาพบใบหน้าขาวนวลของเมียรักมีรอยฝ่ามือปื้นใหญ่หลางรั่วอิ๋งที่รอจังหวะฟ้องสามีมาั้แ่บ่ายก็พ่นน้ำคำใส่ร้ายป้ายสีอี้หงพร้อมน้ำตาเพื่อเรียกร้องความสงสาร
“พี่สาวมาต่อว่ารั่วเอ๋อร์เื่ตำหนิสะใภ้ของนางเ้าค่ะเจาซินทำตัวไม่เหมาะสม รั่วเอ๋อร์ในฐานะฟูเหรินของท่านพี่จะปล่อยปละได้อย่างไรแต่พี่สาวกลับกล่าวว่ารั่วเอ๋อร์ทำข้ามหน้าข้ามตานาง ดุด่ารั่วเอ๋อร์ว่าก็แค่หญิงสาวชาวบ้านชาติตระกูลต่ำต้อยกว่าว่านเจาซิน หนำซ้ำยังบอกว่ารั่วเอ๋อร์กับลูกเป็ตัวอัปมงคลเข้ามาอยู่บ้านสกุลหวงก็มีแต่เื่ร้อนใจทำให้จื่อเอ๋อร์ถูกใส่ร้ายนางยังว่าอาจี้เป็เด็กกาลกิณีเกิดมาเพื่อจะแย่งทุกอย่างไปจากพี่ชายเขา”
“นางพูดอย่างนั้นจริงรึ”ใครหยามบุตรชายตัวน้อยก็เท่ากับหยามตัวเขาด้วย
“ท่านพี่ว่ารั่วเอ๋อร์โกหกพกลมหรือไรใช่สิ ข้ามันเกิดในตระกูลต่ำ ไม่เป็ที่รู้จัก ใครจะมาเชื่อน้ำคำ” นางหันหน้าหนีด้วยท่าทีปั้นปึ่ง ร้องไห้สะอึกสะอื้น “หากท่านพี่รังเกียจข้ากับลูกนัก ข้าจะพาอาจี้กลับไปอยู่บ้านเกิดไม่อยู่ให้รกหูรกตาท่านพี่อีก”
[1]๒๑.๐๐น. – ๒๓.๐๐น.