มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 30 สตรีในโลงศพ

    ราเชนถึงกับสะดุ้งเฮือก ไม่คิดว่า คนสวยหน้าตาดี แถมมีน้ำใจกับเขามาตลอด

    จะกล้าสังหารเขาต่อหน้าผู้คนอย่างเลือดเย็นเช่นนี้ เลือดของราเชนพุ่งกระฉูดออกมา  ด้วยมีดสั้นประจำตระกูลหยาง อาจารย์ไป๋เซียงไม่สนใจราเชนที่หงายท้องผึ่งลงไปนอนกับพื้น แต่ใช้ฝ่ามือสะบัดเลือดของราเชนพุ่งขึ้นไปบนอากาศ ราดลงบนผลึกแก้วพลังงาน จนกระทั่งเพลิงเจ็ดสีนั้น ดับมอดลง อาจารย์ไป๋เซียงเดินขึ้นไปบนแท่นค่ายกลอย่างปลอดภัย ไม่สนใจร่างของราเชนที่นอนนิ่งกับพื้น

    “ เฟยหลง” เสียงร้องเรียกของต้าเฉิงร้องออกมาอย่างตกใจ แล้วรีบเข้าไปประคองร่างของหยางเฟยหลง   โดยที่เชียนเชียนจะวิ่งเข้ามาดูอาการเช่นกัน แต่ถูกอาจารย์ชิงอี้ห้ามเอาไว้

    “ เยี่ยมจริงๆ “ 

    องค์ชายสี่หลี่หมิง โยนผลกิเลนไฟให้กับ อาจารย์ไป๋เซียง แล้วเดินขึ้นไปพร้อมกับทุกๆ คน ไม่มีใครสนใจร่างอ้วนๆ ที่นอนนิ่งอยู่ ต้าเฉิงร้องไห้ฟูมฟาย เอามือกดเลือดที่หน้าอกของเขาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย

    “ เฟยหลง อย่าตายนะ เจ้าต้องไม่ตายนะเว้ย”

    “ ไม่น่าเลย เจ้าเอาตัวรอดมาตลอด ทำไมคราวนี้ถูกหญิงงามแทงกลางหัวใจเช่นนี้ คงเจ็บปวดใจมากเป็นสองทเท่า ข้าคงต้องหาองครักษ์คนใหม่แล้ว ต้าเฉิงเจ้าเป็นองครักษ์คนใหม่แทนก็แล้วกัน”

    ต้าเฉิงไม่สนใจ วิ่งเข้าไปหาอาจารย์ทั้งสามแห่งสำนักเมฆาม่วง เพื่อให้ช่วยรักษาหยางเฟยหลง แต่ถูกทหารองครักษ์ ฟาดด้วยด้ามทวนจนต้องคุกเข่าอยู่ที่พื้น แต่ยังตะโกนร้องออกไปว่า

    “ อาจารย์ได้โปรดรักษาเฟยหลงด้วย เขาเป็นศิษย์ของสำนักเมฆาม่วงนะขอรับ”

    “ ถูกแทงกลางหัวใจเช่นนี้ ไม่มีทางรอดแล้ว เจ้าทำใจเสียเถอะ”

    อาจารย์ถงเหล่า เป็นคนเอ่ยขึ้นมาเพราะรู้แล้วว่า ไม่มีทางรักษา

    “ อาจารย์ได้โปรดมอบยารักษาให้เขาด้วยเถอะ” เชียนเชียนคุกเข่าขอยารักษากับอาจารย์ชิงอี้ 

    “ ไร้ประโยชน์ ตำแหน่งหัวใจที่ถูกแทงนั้นไม่มียารักษาแล้ว”

    ส่วนศิษย์ของสำนักฟ้าพิสุทธิ์ ก็คุกเข่าขอร้องให้อาจารย์หมิงเยว่ ช่วยเหลือหยางเฟยหลงเช่นกัน พวกนางทั้งสิบได้รับการช่วยเหลือจากหยางเฟยหลง จึงไม่อาจทำใจได้ที่เขาต้องมาตายเช่นนี้

    “ นี่คือยาสมานแผลภายนอก ของสำนักเรา มันอาจจะช่วยหยุดเลือดภายนอกได้ชั่วคราว แต่ว่าอวัยวะหัวใจถูกทำลายแล้ว คงยากที่จะรักษา” อาจารย์หมิงเยว่มอบยาสมานแผลภายนอกให้กับศิษย์ไป แล้วนำไปให้ต้าเฉิงไปทารักษาแทน

    ราเชนตอนนี้คล้ายกับเสียเลือดมากไป ทำให้ร่างกายเริ่มเวียนหัว แต่พอถูกทายารักษาบาดแผลของสำนักฟ้าพิสุทธิ์ เลือดก็เริ่มหยุดไหล เขาก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา แต่ยังอ่อนเพลียไม่อาจลุกขึ้นได้

    ตอนนี้เขาได้แต่มองไปที่ใบหน้าของอาจารย์ไป๋เซียง ด้วยความโกรธ แต่ไม่อาจทำอะไรได้ เพราะร่างกายของเขาตอนนี้อ่อนแอยิ่ง

    ส่วนองค์ชายสี่หลี่หมิง ตอนนี้ยืนอยู่หน้าโลงศพ และ สั่งให้ลูกน้องเปิดโลงหินที่มีลายอักขระยันต์โบราณ ไม่มีใครรู้ว่าความหมายของมันคืออะไร แต่พอโลงหินถูกเปิดออก

    ทุกๆ คนก็ต่างตกตะลึงยิ่ง เพราะมีซากศพสตรีผู้หนึ่งนอนอยู่ แต่งกายด้วยชุดผู้สูงศักดิ์สีแดง ที่คอมีหยกสีแดงคล้องอยู่ กลางหยกมีตัวอักษรสลักคำว่าหลี่

    “ ในที่สุดข้าก็เจอ หยกลัญจกรของปฐมจักรพรรดิหลี่เทียน”

    องค์ชายสี่หลี่กำลังจะหยิบขึ้นมา แต่ว่า ถูกองค์ชายเจ็ดคว้า หยกลัญจกรกระชากขึ้นมาจากคอของ สตรีในโลงศพ แต่ทว่าไม่ทันได้ดึง มือของสตรีในโลงศพ ก็คว้าหมับ ที่ข้อมือขององค์ชายเจ็ดชีเหยียนเอาไว้

    “ เฮ้ย” องค์ชายเจ็ดร้องเสียงหลง องค์ชายสี่หลี่หมิงและทุกๆ คนต่างกระโดดถอยห่างจากโลงหิน แต่องค์ชายเจ็ดกลับไม่อาจชักมือออก แล้วร่างขององค์ชายเจ็ดก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เลือดในกายของตนก็ค่อยๆ ไหลออกมาทางมือ ถ่ายเข้าไปในร่างของสตรีในโลงศพ ร่างที่เป็นซากศพเหี่ยวแห้ง พอได้เลือดขององค์ชายเจ็ดเข้าไป ร่างกายก็ค่อยๆแปรเปลี่ยน มีเลือดไหลเวียนไปทั่วสรรพางค์กาย ตอนนี้ร่างของสตรีในโลงศพ กลายเป็นร่างของสตรีวัยเยาว์ที่งดงาม แต่ดวงตากลับเป็นสีเลือด   ร่างขององค์ชายเจ็ดก็กลายเป็นซากศพเหี่ยวแห้ง ลงไปกองอยู่กับพื้นตายอย่างอนาถ

    แล้วร่างสตรีในโลงศพก็ลุกขึ้นนั่ง แล้วก็ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากโลงหิน กวาดตามองไปรอบๆ ห้องโถงปิรามิด มองผู้คนมากมายคล้ายกับมองมดปลวก

    “ แม่นางท่านนี้พวกเรามาดี ขอได้โปรด มอบหยกลัญจกรของปฐมจักรพรรดิหลี่เทียนให้องค์ชายของเราด้วยเถิด”  จ้าวเหล่ยเทียน รวบรวมความกล้าแล้วพูดออกไป

    “ อืม..พวกเจ้าคงเป็นทายาทของหลี่เทียนซินะ ดีที่มันทำสัญญา ส่งลูกหลานของมันมาสังเวยให้กับข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    สตรีในโลงศพ หัวเราะอย่างยินดี ยกมือมาที่จ้าวเหล่ยเทียน มีกลุ่มควันพุ่งเข้ามาแต่ว่าจ้าวเหล่ยเทียนเร็วปานวอก มันใช้ทหารองครักษ์มาขวางเอาไว้ กลุ่มควันดึงร่างของทหารองครักษ์มาอยู่ในมือของ สตรีในโลงศพ นางแค่สูดลมหายใจลงไป ร่างขององครักษ์กลายเป็นซากศพเหี่ยวแห้งไปในทันที

    “ ดูดชีพกลืนวิญญาณ”

    จ้าวเหล่ยเทียน กับ อาจารย์ไป๋เซียง รู้จักวิชานี้เป็นอย่างดี ถึงกับร้องออกมาอย่างตกใจ อาจารย์ไป๋เซียง รีบเก็บซากศพแม่ทัพเข้าไปในแหวนมิติของตน และดีดตัวออกจากค่ายกลเพลิงเจ็ดสี

    ทหารองครักษ์ขององค์ชายสี่ ก็ต่างระดมยิงธนูหน้าไม้เข้าใส่ สตรีในโลงศพ แต่ทว่า ลูกศรธนูหน้าไม้ กลับหยุดนิ่งกลางอากาศ ไม่อาจเข้าใกล้ร่างของนางได้

    “ พวกสวะ คิดหรือว่าจะหยุดข้าได้ ข้ากำลังต้องการโลหิตของพวกเจ้าอยู่พอดี”

    สตรีในโลงศพ สะบัดมือออกพัดเอาลูกศรธนูหน้าไม้ กระเด็นกลับไปใส่กองทหารองครักษ์ที่ยิงเข้ามา แต่ละคนล้วนถูกอาวุธของตนย้อนกลับมาทะลุร่างของตนตายกันเป็นใบไม้ร่วง พอตายไปเลือดก็ไหลถูกดูดเข้ามาเป็นสาย  สตรีในโลงศพอ้าปากกลืนกินโลหิตเข้าไป อย่างมีความสุข

    “ รีบหนีก่อนเร็ว”

    จ้าวเหล่ยเทียนไม่รอช้า รู้ตัวสู้ไม่ได้ จับแขนองค์ชายสี่หลี่หมิง พุ่งตัวออกไปจาก ห้องโถงใหญ่แห่งนี้ทันที

    ส่วนเจ้าสำนักหยูจี กับหยวนจง ก็รู้เช่นเดียวกันว่า สตรีในโลงศพนั้นหาใช่มนุษย์ทั่วๆไปไม่ ขืนสู้ต่อมีหวังตายสถานเดียว จึงดีดตัวพุ่งตามองค์ชายสี่ไปอย่างกระชั้นชิด ส่วนทหารองครักษ์ที่เหลือ เห็นอย่างนี้ก็ไม่มีใจจะต่อสู้ต่างวิ่งหนีกันเอาตัวรอด

    อาจารย์สำนักเมฆาม่วงทั้งสามก็รีบพาลูกศิษย์หนีออกไป เชียนเชียนแม้จะอยากจะเข้าไปช่วยหยางเฟยหลง แต่ถูกอาจารย์ชิงอี้ ดึงแขนจนต้องรีบหนีออกไป

    ในขณะที่สตรีในโลงศพตอนนี้ กำลังดูดเลือดเหล่าทหารองครักษ์อย่างมีความสุข 

    “ พี่ใหญ่หนีเร็ว” เสี่ยวฉีรีบตะโกนบอกต้าเฉิง 

    “ ไม่ ข้าจะพาเฟยหลงไปด้วย” ต้าเฉิงไม่ยอมหนีไป พยายามพยุงร่างของเฟยหลงที่อ้วนใหญ่กว่าตนสองเท่า เพื่อหนีไปด้วยกัน

    “ ต้าเฉิงเจ้าไปเถอะ ปล่อยข้าเอาไว้นี่ คุ้มครององค์ชายรองหลี่คังแทนข้าด้วย”

    “ ไม่  เจ้าต้องไปด้วยกันกับข้า”

    “ เฟยหลง ไม่รอดแล้ว อย่าเสียเวลาไปกันดีกว่า” องค์ชายรองหลี่คังตบไหล่ต้าเฉิง แล้วพุ่งตัวออกไปเช่นกัน

    “ พี่ใหญ่ ท่านพ่อฝากความหวังเอาไว้กับพี่ อย่าทำอย่างนี้เลยนะ” เสี่ยวฉีไม่ยอมไปเหมือนจะยอมตายด้วยกัน

    “ ไปกันให้หมดเลย ไม่ต้องเป็นห่วงข้า” ราเชนกัดฟันลุกขึ้นแล้วผลักร่างของต้าเฉิงไป แต่ว่าตอนนี้ร่างของสตรีในโลงศพ ไปยืนขวางทางทุกคนเอาไว้ จนไม่มีใครกล้าออกไปแม้แต่คนเดียว

    “ พวกเจ้าคิดจะหนีไปไหน เอาเลือดของพวกเจ้ามาสังเวยให้กับข้าซะดีดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    สตรีในโลงศพตอนนี้กลายเป็นปีศาจดูดเลือดไปแล้ว ฟันของนางมีเขี้ยวงอกออกมาด้วย

    “ พวกเราโจมตีพร้อมกัน พวกเจ้ารีบหนีไปอย่างชักช้า” อาจารย์ถงเหล่า เอ่ยพร้อมกับพยักหน้าให้กับ อาจารย์ซ่งหลิง และ อาจารย์ชิงอี้ ทั้งสาม พุ่งเข้าโจมตีพร้อมกัน อาจารย์ถงเหล่า ใช้ ทวนยาวทิ่มใส่ อาจารย์ชิงอี้ดีดพิณเจ็ดสาย มีปราณกระบี่พุ่งออกไป อาจารย์ซ่งหลิง ใช้กระบี่คู่ปล่อยออกไปพร้อมกัน

    แต่ทว่า อาวุธของทั้งสาม ถูกสตรีในโลงศพ ปล่อยพลังปราณออกมา อาวุธของทั้งสามล้วนหักสะบั้น กลายเป็นผุยผงไปในทันที พลังที่ปล่อยออกมายังทำให้ปรมาจารย์ทั้งสาม ต่างถูกอัดกระเด็นไป ศิษย์แต่ละคนเลยไม่อาจหนีรอดรีบเข้าไปดูอาการของอาจารย์ทั้งสามคน

    “ พลังขั้นราชันปราณยุทธ์?”  ทั้งสามคนรู้เลย ตัวตนระดับนี้ต้องอยู่เหนือพลังปรมาจารย์อย่างพวกเขาและ อยู่ในขั้นราชันปราณยุทธ์อย่างแน่นอน ซึ่งในแผ่นดินมีเพียงแค่ ไม่กี่คนเท่านั้น ที่สามารถฝึกฝนได้ถึงระดับนั้น

    “ เจ้าพวกโง่” สตรีในโลงศพเอ่ยออกมา เพราะพลังของตนนั้น สูงกว่าพลังขั้นราชันทั่วๆ ไป แต่พวกเขาหาได้รู้จักพลังที่แท้จริงของนางไม่

    แล้วก็ยกมือขึ้นปล่อยพลังของตนออกไปตรึงร่างของ อาจารย์ทั้งสามและศิษย์สำนักเมฆาทุกคน ต่างไม่อาจขยับตัวได้และ มีหยดเลือดค่อยไหลซึมออกมาจากร่างกายของทุกๆ คน 

    รวมทั้งขององค์ชายรองหลี่คัง ต้าเฉิง เชียนเชียน และ เสี่ยวฉี ยกเว้นราเชนเพียงคนเดียว ที่รู้สึกแปลกใจไม่น้อย  แต่ทันใดนั้นเอง เขาเกิดมีความคิดจะช่วยคนเหล่านี้ โดยยอมเสียสละร่างของตนเองแทน ทั้งๆ ที่ในหัวคิดนักฆ่าเลือดเย็นอย่างเขา ไม่เคยคิดอยากจะช่วยคนอื่นๆ นอกจากตัวเอง  ดังนั้นเขาจึงกัดฟัน ใช้ท่าร่างวายุเหิน กระโดดเข้าไปกอดร่างของ สตรีในโลงศพเอาไว้จนแน่น

     “ เฮ้ย !!   ไอ้อ้วนบ้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” สตรีในโลงศพพยายามจะผลักร่างของราเชนออกไป แต่ทว่ากลับไร้เรี่ยวแรง ไม่รู้เป็นเพราะอะไร

    “ ทุกคนหนีไปจากที่นี่เร็ว” ราเชนตะโกนบอกทุกๆ คน 

    “ หยางเฟยหลง ขอบใจเจ้ามาก” อาจารย์ถงเหล่าเข้ามาแล้วเอ่ยขอบคุณ แล้วพาศิษย์สำนักเมฆาม่วงออกไป แต่ละคนกล่าวขอบคุณหยางเฟยหลง อย่างใจจริง

    แม้แต่อาจารย์ชิงอี้ ก็ยังขอบคุณเช่นกัน

    “ เฟยหลง ทำไมต้องทำเช่นนี้” เชียนเชียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำตานองหน้า เพราะเห็นร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดของราเชน

    “ รีบไปเถอะ อย่าสนใจข้าอีกเลย” ราเชนเอ่ยพร้อมกับสะดุ้งเฮือก เพราะนางปีศาจใช้คมเขี้ยวกัดมาที่คอของราเชน แล้วดูดเลือดของเขาอย่างหื่นกระหาย 

    “ นังผีบ้า นี่เจ้ากัดข้าเร๊อะ” ราเชนเอ่ยออกมาอย่างเจ็บปวดไม่สนใจเชียนเชียนอีก อ้าปากกัดเข้าที่คอของ สตรีปีศาจแล้วดูดเลือดเข้าปากตัวเองบ้าง

    “ เฟยหลง” ต้าเฉิงเห็นเพื่อน ยอมกอดรัด กัดกับนางปีศาจ เสียสละยอมตายเพื่อตนและคนอื่นๆ  ก็ร้องไห้โฮ จะเข้าไปหา แต่ถูกเสี่ยวฉีกับ องค์ชายรองหลี่คังลากตัวไป แล้วออกไปจากประตูเป็นกลุ่มสุดท้าย

    อาจารย์ชิงอี้ รีบปิดประตูหิน แล้วอาจารย์ถงเหล่า ก็ใช้ดาบฟันกลไกเปิดประตู ทำให้ประตูหินขนาดใหญ่นั้นปิดตาย ไม่อาจเปิดได้อีก

    “ เฟยหลง เฟยหลง” ต้าเฉิงร้องไห้โฮ  ทุบประตูหินจนมือมีเลือดไหลซึมออกมา

    “ เขาช่างเป็นคนที่เสียสละที่ยิ่งใหญ่ หากข้าได้เป็นรัชทายาท ข้าจะสร้างป้ายผู้เสียสละให้กับเขา ดูแลครอบครัวของเขาให้อยู่ดีมีสุขตลอดไป” องค์ชายหลี่คังเอ่ยออกมา

    ทุกคนได้แต่ประสานมือ แล้วก้มหัวให้กับการเสียสละของ หยางเฟยหลง แล้วก็ทยอยกันเดินออกไป ในมุมหนึ่งของปิรามิด อาจารย์ไป๋เซียงยังคงยืนอยู่ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย น้ำตาหลั่งไหลออกมา 

    “ ขอโทษนะ เกิดชาติหน้ามีจริง ข้าจะเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์และภักดีกับเจ้าตลอดไป” อาจารย์ไป๋เซียงกล่าวจบก็เช็ดน้ำตาแล้ว พุ่งตัวจากไปในทันที

    ในห้องโถงใหญ่ ตอนนี้ร่างของทั้งสองคนต่างล้มไปกับพื้น หากมองดูจากที่ห่างไกล ต้องคิดว่าทั้งสองกำลังไซร์ซอกคอกันและกัน อย่างเมามันแน่

    แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองต่างก็กัดซึ่งกันและกัน แต่ทว่า เลือดของราเชนที่สตรีในโลงศพดูดเข้าไปนั้น ยิ่งทำให้ร่างของนางอ่อนแอลง ไร้พลังลงไป จนนางเองต้องหยุดดูดเลือดของราเชน พร้อมเอ่ยออกมาอย่างตกใจ

    “ ไอ้เจ้าอ้วนนี่ เจ้ามีเลือดหยางสุริยันหรือนี่?” 

    ส่วนของราเชนนั้น กลับตรงกันข้าม หลังจากดูดเลือดของนางเข้าไป อาการบาดเจ็บที่หัวใจ กลับค่อยๆ หายดี มีแรงเหมือนคนปกติ ทำให้ราเชนยิ่งดูดเลือดของนางไม่หยุด

    “ ไอ้อ้วนบ้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ”

    สตรีในโลงศพไม่อาจใช้แรงผลักร่างของราเชนออกไปได้ เพราะตอนนี้ร่างที่อ้วนใหญ่ราวกับหมูตอนได้กดทับร่างที่บอบบางของนางจนแทบจะหายใจไม่ออก………

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกห้าแผ่นดิน ที่คุณอ่าน