แฟรนไชส์อาหารเปิดให้บริการแล้ว
หลังจากที่จบคดีความของอาธาลงเพเนียสก็เบาใจไปได้หน่อย แต่ตอนนี้ก็ต้องเตรียมตัวสำหรับขึ้นศาลเพื่อเป็นฝ่ายโจทก์บ้างเพราะเคย์ล่าทนายสาวจอมขยันได้ฟ้องกลับแล้วเรียบร้อย ไม่ได้แค่เขาคนเดียวที่ฟ้องแต่อาธาเองก็เอาด้วยตามที่เคย์ล่าชักชวนอยู่เหมือนกัน เพราะสำหรับคนที่ทำงานอยู่บ้านไม่ได้มีงานประจำเหมือนคนอื่นๆ การขึ้นศาลแบบนี้ ก็ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงแต่อย่างไรแต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เพราะกำหนดไปศาลอีกทีก็ช่วงปลายเดือนหน้าตอนนี้ก็กลับมาตั้งใจทำงานก่อนก็แล้วกัน
อุปกรณ์สำหรับแฟรนไชส์แต่ละร้านเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้วและตอนนี้ก็ถูกยานขนส่งสินค้าเข้ามารับของพาออกไปแล้วเพเนียสและพนักงานคนอื่นที่ว่างอยู่ก็ออกมาส่งด้วยตนเองกันทั้งนั้นเพราะนี่คือความหวังสำหรับความก้าวหน้าของบริษัทอีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว ถ้าไม่กลัวว่าจะขายหน้าจนเกินไปก็อยากจะยกมือขึ้นโบกลาเสียด้วยซ้ำรีบๆถึงที่หมายนะ จะได้ประกาศให้คนรู้จักอาหารของบริษัทพวกเขากันทั้งเซเรนิออสเลย
อุปกรณ์ร้านแฟรนไชส์ส่งถึงมือทั้งแฟรนไชส์ซีแล้วก็ลูกจ้างแฟรนไชส์ซอร์แล้วในเวลาหลังจากที่ส่งจากต้นทางช้าเร็วแตกต่างกันไปเมื่อทุกคนได้ของครบแล้ว จะมีติวเข้มอีกครั้งหนึ่งก่อนการเปิดขายรอบนี้ก็คือมีวัตถุดิบเหมือนขายจริงไปด้วยหนึ่งชุดเพื่อให้หัดทำก่อนส่วนวัตถุดิบที่จะใช้สำหรับขายนั้นทางบริษัทได้ทำทางฝากส่งกับทางรัพเพลโล่ไว้แล้วเรียบร้อยพวกเขาจะไปส่งของทุกเมื่อที่ได้รับคำสั่งซื้อและก็จะเป็นตัวกลางรับจ่ายเงินด้วยเช่นกัน เหมือนขายของให้ลูกค้าอื่นๆนั่นแหละเพียงแต่บริการนี้สำหรับลูกค้าที่มีรายชื่อเท่านั้น
แต่ก่อนที่จะถึงวันเปิดร้านแฟรนไชส์นั้นตอนนี้สินค้าใหม่ของยี่ห้อแฮงกรี้อิงค์กี้กำลังเป็นที่พูดถึงกันเลยทีเดียวหนึ่งรสชาติเปรี้ยวนำ และอีกหนึ่งเค็มนำ มันเริ่มเป็นที่รู้จักและถูกใจใครหลายคนเข้าให้แล้วและคนที่ซื้อไปก็เริ่มออกมาโพสต์รีวิวการกินแบบฉบับตัวเองกันแล้วเช่นกันอย่างเช่นว่า
[ สินค้ายี่ห้อแฮงกรี้อิงค์กี้ออกใหม่ต้องจัดสักหน่อยแล้วอย่างไข่เค็มเอามาต้มแล้วคลุกกินกับข้าวสวยร้อนๆหรือกินกับอาหารสังเคราะห์รสจืดก็เข้ากัน ส่วนแตงกวาดอง ต้องนี่เลยเห็นสตรีมเมอร์กินแล้วอยากลองของจริงมากแตงกวาดองกับสามชั้นร้อนๆที่สตรีมเมอร์ลงคลิปสอนแยกไว้ให้ อร่อยมากกก *ภาพอาหาร* ]
[ สามชั้นย่างกับแตงกวาดองคือดีมากกกขอบคุณที่ลงคลิปสอนย่างสามชั้นให้ด้วย กินไปนั่งกอดกระปุกแตงกวาดองไป มีความสุขที่ได้กิน*ภาพอาหาร* ]
[ ไข่แดงเค็ม ฉันเลิฟสิ่งนี้ต้มแล้วก็ตักกินแต่ไข่แดงเค็ม ส่วนไข่ขาวโยนเข้าเครื่องทำอาหารเหลวไปซะรอให้น้องออกไข่แดงเค็มขายไม่ไหวแล้ว ]
[ สามชั้นคู่แตงกวาดองเข้ากับเหล้าเป็นที่สุดนี่คือนั่งกินกับคนที่บ้านจนเมา เป็นกับแกล้มชั้นเลิศอีกอย่างของบ้านเลย ]
[ คนที่กินตามสตรีมเมอร์ไม่มีความคิดแปลกใหม่เลยนี่ต้องฉัน ไข่เค็มผสมกับข้าวลงทอดแบบที่น้องเคยสอนแต่ได้รสชาติออกมาดีกว่าแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มส่วนแตงกวาดองฉันก็เอาไปต้มจืดแบบที่น้องสอน จากต้มจืดกลายเป็นต้มเปรี้ยว แต่ก็กินได้นะฉันมั่นใจ ฉันเก่ง ไม่มีเททิ้งแม้แต่อย่างเดียว *ภาพอาหาร*]
[ไข่เค็มเอาไปทำไข่ต้มทอดซอสมะขามก็อร่อยนะซอสข้างนอกคือเปรี้ยวหวานนำส่วนไข่มีความเค็ม รวมๆแล้วก็มีรสชาติครบถ้วน *ภาพอาหาร* เมนูนี้ต้องลองนะทุกคน คือเลิศ ]
[ เมื่อไหร่น้องจะสอนทำอาหารจากไข่เค็มกับแตงกวาดองรออยู่นะเนี่ย ]
1 – 5 – 3762
วันแรกของการเปิดการแฟรนไชส์ทั้งสามร้านพร้อมกันในทุกที่ แต่จะเปิดก่อนหลังก็แล้วแต่ละเขตเวลากันไปหรือร้านไหนขยันหน่อยก็เปิดตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น หรือบางร้านก็เริ่มเปิดตอนสายๆหรือไม่ก็เปิดเฉพาะตอนกลางคืนก็มี ซึ่งสิ่งนี้แล้วแต่พวกเขาที่อยู่หน้าร้านจะจัดการเลย ทางเจ้าของแฟรนไชส์ไม่มีสิทธิไปกำหนดอย่างเช่นร้านหนึ่งในดวงดาวระดับซี แห่งนี้
“เตรียมของพร้อมแล้วใช่ไหมคะแม่”เจริก้าหญิงสาววัยรุ่น ที่หลังจากเรียบจบมัธยมปลายก็ไม่ได้เรียนต่อเธอจบมาก็ออกมาทำงานเป็นลูกจ้างทั่วไปอยู่สองปีก่อนจะเจอกับสตรีมเมอร์ช่องทำอาหารอย่างเพเนียสที่ชักชวนมาร่วมทำธุรกิจปกติแฟรนไชส์ก็จะต้องซื้อเป็นเจ้าของไปเลย แต่นี่ถึงกับใจดีให้เป็นลูกจ้างแต่สามารถจัดการร้านได้ทั้งหมดวันนั้นเธอก็ไม่ลังเลเลยที่จะรีบสมัครไป ถึงทำเลของบ้านเธอจะไม่ใช่เมืองใหญ่นักแต่ผู้คนก็มีอยู่ไม่น้อย เธอจึงได้ตัดสินใจที่จะลองทำดูด้วยความหวังที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นเธอเลือกร้านข้าวมันไก่ เพราะเป็นอาหารหลัก น่าจะขายได้ดี
“เสร็จแล้วลูก ข้าวก็สุกแล้ว” คนเป็นแม่ที่ตกลงออกจากงานค่าจ้างถูกแถวบ้านออกมาช่วยลูกสาวเอ่ยขึ้นเจริก้าบอกว่างานนี้จะทำให้พวกเธอสองคนแม่ลูกมีกินมีใช้กันแล้วตอนแรกเธอก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ทำยังไงได้ล่ะเธอมีลูกแค่คนเดียวก็ต้องเชื่ออยู่แล้วและยอมออกมาช่วยเพราะงานแบบนี้คงทำคนเดียวไม่ไหว
“งั้นหนูเปิดร้านเลยนะคะ”เจริก้าที่ยืนอยู่หน้าร้านแบบซุ้มชั่วคราวที่เช่าที่ข้างตึกแห่งหนึ่งขายว่าขึ้นสั่งให้เครื่องฉายโฮโลแกรมฉายขึ้นภาพโฆษณาพร้อมคำว่าร้านเปิดแล้วตรงด้านบนหลังคาซุ้มร้านเพื่อที่จะหาเงินได้ให้มากขึ้น เจริก้าเลยเลือกเปิดตั้งแต่เช้าก่อนผู้คนออกไปทำงานจุดที่เธอเลือกคือข้างตึกหัวมุมที่ออกไปก็จะเป็นถนนเส้นหลักแล้วส่วนในซอยนี้สามารถจอดรถได้ด้วย
“ได้ลูกแม่พร้อมแล้ว” คนเป็นแม่เอ่ยตอบเธอประจำอยู่ในร้าน ส่วนเจริก้าเดินออกไปเรียกลูกค้าตรงฟุตบาทถนนใหญ่ที่ห่างจากร้านไม่ถึงร้อยเมตร
“ข้าวมันไก่ค่ะ ข้าวมันไก่อาหารปรุงประกอบราคาไม่แพง เชิญทางนี้เลยค่ะ พี่สาวคะกินข้าวเช้าหรือยังร้านหนูมีอาหารปรุงประกอบเมนูข้าวมันไก่ราคาไม่แพงนะคะร้านอยู่ตรงมุมนี้เอง(ชี้ไปยังร้านที่เห็นอยู่นิดหน่อยจากส่วนที่ไม่ถูกตึกบัง)ร้านเราเปิดตั้งแต่เช้าก่อนเวลาเข้างานจนถึงเย็นหลังเวลาเลิกงานเลยนะคะ”เจริก้ายังไม่หยุด ยืนเรียกลูกค้าอยู่อีกพักใหญ่ เพราะเป็นวันแรก ยังไม่มีคนรู้จักหรือไม่ก็คนยังไม่มั่นใจ ยังไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไหร่ที่อาหารปรุงประกอบจะมาอยู่ตรงนี้ถ้าใช่จริง แล้วรสชาติล่ะจะเป็นยังไง สุดท้ายแล้ว เจริก้าก็ต้องตัดสินใจสั่งข้าวมันไก่ให้แม่จัดการทำให้มาหนึ่งจานแล้วมายืนถือร้องเรียกลูกค้าอีกครั้ง เธอเชื่อว่ากลิ่นอาหารหอมๆจะต้องดึงดูดผู้คนแน่ และก็ใช่จริงๆ หลังจากที่เธอใช้กลยุทธ์นี้ไม่นาน เธอก็รีบกลับมาร้านมาช่วยแม่ขายแล้ว เพราะเธอไม่ได้มีทุน เลยไม่ได้สั่งหุ่นยนต์มาช่วยงานฉะนั้นทุกอย่างต้องทำเอง อย่างตอนนี้เธอก็เปลี่ยนกับผู้เป็นแม่มาสับไก่เอง ส่วนแม่ตักน้ำซุปใส่ถ้วยแล้วก็จัดอาหารลงกล่องวันแรกเธอสั่งสำหรับขายได้ 150 ชุดตอนนี้ขายหมดแล้ว เอาเป็นว่าช่วงคนเลิกงานเธอกับแม่จะมาขายอีกรอบก็แล้วกัน ตอนนี้เธอต้องสั่งของก่อนของที่ได้มาก็ไม่ต้องยุ่งยากอะไร น้ำจิ้มก็บรรจุอยู่ในถ้วยเล็กพร้อมใช้ ไก่ต้มก็นำมาอุ่นนิดหน่อยผักก็หั่นไม่ยาก น้ำซุปก็เอาใส่หม้อต้มให้ร้อนไว้ตลอด ที่จะต้องทำเองก็มีแค่ข้าวที่ให้ข้าวสารกับส่วนที่ใส่ในข้าวตอนหุงมาให้ แต่ก็ไม่มีอะไร เอาทุกอย่างใส่หม้อหุงข้าวก็คือจบ
และดูเหมือนเจริก้าจะคิดถูกเธอและแม่ต่อไปก็คงจะมีชีวิตที่ดีขึ้นและน่าจะได้เป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ในเร็วๆนี้ เพราะถึงแม้ว่าการเป็นลูกจ้างร้านแฟรนไชส์เธอจะได้เป็นเงินเดือนแต่ก็มีส่วนแบ่งจากที่ขายได้ด้วย ยิ่งเธอขายได้เยอะ เธอก็จะได้ส่วนแบ่งเยอะขึ้นด้วย
“เราไม่ได้กินข้าวนอกบ้างนานแล้วนะครับเนี่ย”เพเนียสว่าขึ้นระหว่างที่เดินอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ตอนนี้ทั้งสามอยู่ย่านเมืองแห่งหนึ่งที่ไม่ห่างจากบ้านนักรอบๆเป็นตึกสูงต่ำสลับกันไป เดินไปอีกหน่อยก็เป็นย่านการค้าให้เดินเล่นกินเที่ยวกันแล้ว
“ถึงจะว่ากินข้าวนอกบ้านแต่ก็เหมือนเราห่อข้าวมากินอยู่ดีนะลูก” เพเรน่าว่า
“คุณก็พูดไปนานๆทีจะได้พาลูกออกมาเดินเล่นบ้าง” สิวัชขัด คุณพ่อพร้อมเอาใจคุณลูกชายเต็มที่
“เสียดายก็แต่พี่เพวิสนะครับ ที่ติดงานแม้แต่บ้านก็ยังไม่ได้กลับ”เพเนียสว่าขึ้นเมื่อนึกถึงพี่ชาย ที่ตอนนี้ก็น่าจะทำงานหรืออยู่ระหว่างรอทำงานต่อไปอยู่
“วันหลังก็ค่อยมาใหม่ก็ได้ลูก”เพเรน่าลูบแขนลูกชายเบาๆ
“ครับ ไปกันเถอะผมอยากกินข้าวมันไก่แล้ว” เพเนียสว่า พร้อมกับลากแขนทั้งสองไปยังร้านอาหารที่ว่าบ้านเขาเช่าที่ห้องหนึ่งก่อนจะแบ่งลงซุ้มร้านแฟรนไชส์ทั้งสามไว้เรียงกันใช่แล้วล่ะ ที่ว่ามากินอาหารนอกบ้าน แต่ก็มากินอาหารที่พวกเขาทำขายอยู่ดีเพเราน่าจึงได้ว่าเหมือนห่ออาหารมากินนอกบ้านยังไงล่ะ
“หูววว ดูแถวสิครับ”แต่ละร้านมีคนต่อแถวอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบ
“วันแรกก็ขายดีเลยนะเนี่ย”เพเรน่าว่าอย่างอารมณ์ดี ขอให้ร้านสาขาอื่นๆขายดีแบบนี้เหมือนกันด้วยทีเถอะ
“เห็นแบบนี้เราจะเข้าไปแย่งซื้อกับคนอื่นอยู่ไหมล่ะ”สิวัชถามออกมาพร้อมมองไปยังร้านทั้งสามด้วย ไม่ใช่มีแค่คนที่ยืนรอซื้อเท่านั้นยังมีโดรนสั่งอาหารอีกหลายลำที่จอดเรียงรออยู่อย่างเป็นระเบียนในชั้นที่ทำไว้เฉพาะมีทั้งโดรนของบริษัทจัดขนสินค้า แล้วก็โดรนส่วนตัวที่สั่งให้มารับอาหารแทนเจ้าของ
“โอ้ย พ่อก็จริงๆผมก็แค่อยากมาดูเฉยๆแหละครับ” เพเนียสที่ถูกแซวจนสุดท้ายเลยบอกความจริงออกมาตอนแรกบอกว่าจะมาลองอาหารที่คนอื่นทำ ว่าจะได้รสชาติที่กำหนดไว้ไหมแต่ตอนนี้คงต้องเก็บไว้ก่อน ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันถ้าคนจำหน้าได้เดี๋ยวถูกล้อว่ามาแย่งอาหารลูกค้า
“แล้วไหนว่าหิว” เพเรน่าถาม
“แฮร่ๆๆ ก็ ตอนนี้ไม่เท่าไหร่แล้วครับแต่อุตส่าห์ได้มาเดินเล่นทั้งที เราไปซื้อของสักหน่อยก็ดีนะครับผมอยากซื้อเสื้อผ้าให้พ่อกับแม่ด้วยไม่ได้มีโอกาสแบบเอาเสื้อมาทาบๆเพื่อลองนานแล้ว”เพเนียสว่าก่อนจะลากทั้งสองไปยังอีกด้านที่เป็นส่วนของแผนกสินค้าประเภทอื่น มีร้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมากมายเรียงรายอยู่เสน่ห์ของการซื้อที่ร้านก็คือได้เห็นของจริงนี่แหละ ก็ใช่อยู่ว่าสั่งซื้อก็สามารถทดลองใช้แบบระบบสัมผัสห้ามิติได้แต่นานๆทีได้มาซื้อเองแบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบเพราะมันมีเสน่ห์ในตัวมันเองไม่เช่นนั้นคนก็คงสั่งซื้อจากที่บ้านหมด ที่ว่าสนุกข้อแรกเลยก็คือได้ออกร้านนู้นเข้าร้านนี้อย่างไรล่ะ
“อะ กระโปรงร้านนั้นเหมาะกับแม่มากเลยครับ เข้าไปดูกันเถอะ” เพเนียสชี้มือไปยังกระโปรงสีเข้มยาวคลุมถึงน่องทรงบาน(FlaredSkirt)
“ไปสิลูก ไหนตัวไหนสวย เอาสีไหนดี”เพเรน่าไม่ทำให้ลูกชายผิดหวังรีบเดินเข้าร้านไปหยิบจับเลือกดูทันที
“นั่นๆ ที่หุ่นตัวนั้นใส่อยู่เสื้อตัวนั้นพ่อใส่ต้องดูดีมากแน่ๆครับ” หลังจากออกมาจากร้านกระโปรง(ที่ได้มาสามตัว)เพเนียสก็ชี้ไปยังร้านที่ห่างจากร้านแรกแค่ไม่กี่ก้าว
“เอาสิลูก เอาทุกสีเลยไหม”สิวัชเองก็ไม่ทำให้ลูกชายผิดหวัง เดินตามเข้าไปในร้านแล้วหยิบขึ้นมาทายตัวทันที
“อะของตกแต่งเล็กๆพวกนี้น่ารักจังเลยครับ เราซื้อไปตกแต่งบ้านเพิ่มดีไหม”
“เอาสิลูก ชอบชิ้นไหนก็เลือกเอาเลยตกแต่งเพิ่มทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว แล้วก็ห้องนอนเลยดีไหม”
“ดูร้านนี้สิครับพ่อแม่ทำเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิม เราลองเข้าไปหน่อยดีไหมครับ”
“เอาสิลูก ไปนั่งปั้นดินเผากันเถอะ”
วันนี้ไม่ว่าเพเนียสชักชวนเข้าร้านไหน ทั้งสิวัชและเพเรน่าล้วนแล้วแต่เดินตามเข้าไปทันทีและพอออกมาอย่างน้อยก็ต้องได้ติดมือมาสักชิ้น ไปๆมาๆ จากที่มาเดินเล่นธรรมดาตอนนี้ต้องเรียกใช้บริหารหุ่นยนต์ช่วยขนของแล้ว เพราะซื้อเยอะเสียเหลือเกินแต่สองสามีก็สนุกดีนะ นานๆที่จะได้ออกมาทำอะไรแบบนี้กับลูกชายก่อนหน้านี้เพเนียสต้องเครียดอยู่กับเรื่องคดีไม่มีเวลาหาเรื่องสนุกสมวัยทำ วันนี้ทั้งสองก็เลยตามใจเขาอย่างเต็มที่และยังจดไว้ในใจแล้วด้วย ว่าต่อไปต้องหากิจกรรมครอบครัวแบบนี้ทำอีก กิจกรรมที่นอกเหนือจากเก็บผักด้วยกันหรือทำงานด้วยกันน่ะนะ