บทที่ 24
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
หลังจากฝึกภายในป่าวันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งสัปดาห์ คืนแรกๆทีมดันเต้ และทีมของฮาน ไม่ได้วัตถุดิบเพิ่มเลยแม้แต่น้อยเพราะรักษาธงไว้ไม่ได้ แถมยังหาไม่เจออีกต่างหาก ถึงพวกนั้นจะมีน้ำและพวกผัก ผลไม้ป่าไว้ทานกันก็เถอะแต่ขาดเนื้อ และโปรตีนทำให้พวกเค้าอ่อนกำลังลง
แต่หลังจากคืนที่ 3 พวกเค้าก็รักษาธงไว้ได้สำเร็จ วันต่อมาพวกเค้าจึงได้รับเนื้อไปทีมละ 1 กิโลกรัมเหมือนเดิม ดูเหมือนการฝึกทำให้ทหารทั้ง 2 ทีมมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกคนทำงานร่วมกัน รู้จักแบ่งปัน รู้จักความสามัคคี และแบ่งหน้าที่กันชัดเจน จนในที่สุดพวกเค้าก็เริ่มแย่งธงจากอีกทีม ทั้งสองทีมผลัดกันครอบครองธง ถึงบางครั้งผมจะไปขโมยออกมาแต่ก็หาเจอได้อย่างรวดเร็ว จนถึงวันสุดท้ายทั้งสองทีมต่างครอบครองธงของอีกทีมทำให้เสมอกัน
“เอาล่ะ วันนี้เป็นวันสิ้นสุดการฝึกแล้ว ผลคือเสมอกันผมพอใจมากสำหรับการฝึกนี้” ผมค่อยๆมองไล่ไปทีละคน ตอนนี้ทหารทุกคนมีสายตาเฉียบคม และยืนกันเป็นระเบียบ ผมล่ะชื่นใจฝึกเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้นก็ได้ขนาดนี้ ได้เวลาฝึกหลักสูตรต่อไปแล้ว
“พวกเราจะเริ่มฝึกกันในวันมะรืน พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของทุกคนขอให้ใช้มันให้คุ้มค่า เจอกันวันมะรืน แยกย้ายได้” ผมสั่งทหารทั้งหลายทันที
“รับทราบ !!” เสียงทหารทั้งหมดตอบเสียงดังฟังชัด
“เจอกันวันมะรืนนะผู้กอง” ผมบอกผู้กองด้านข้าง
“ตามนั้นเลยคลาวด์ แล้วนั่นของอะไรเยอะแยะ ตอนเข้าไปฝึกไม่เห็นมีเยอะขนาดนี้เลย” ผู้กองถามผม
“แหะๆพอดี มันว่างๆ เลยสำรวจไปเรื่อยๆเลยเจอพวกพืช พวกผักที่ผมสนใจน่ะครับ” ของที่ผมเจอนั้นส่วนใหญ่เป็น พวกพืช พักผลไม้ และสมุนไพรต่างๆ ซึ่งที่ผมเจอก็คือมะละกอป่า พริกไทยป่า และก็กระเทียมป่า ผมเก็บพวกมันมาก่อนหลังจากนั้นค่อยหาวิธีมานำต้นมันไปปลูกอีกที
จากนั้นผมก็เดินทางกลับบ้านพร้อมข้าวของในมือทันที
“กลับมาแล้วคร้าบบ!!!” ผมตะโกนลั่นบ้านหลังจากกลับมาถึง
“กลับมาแล้วหรอจ๊ะคลาวด์ บาดเจ็บตรงไหนมั้ย” ท่านแม่จับตัวผมหมุนดูรอบๆ
“ผมแข็งแรงดีครับท่านแม่” ผมเบ่งกล้ามโชว์
“แล้วนั่นขนอะไรมาเยอะแยะเลยให้มัลโก้เอาไปเก็บไว้ก่อนแล้วกัน” ท่านแม่บอกผม
“นี่ครับคุณมัลโก้ ฝากเอาไปเก็บไว้ในห้องครัวด้วยครับ” ผมส่งของให้คุณมัลโก้ทันที
“ไปอาบน้ำก่อนเถอะคลาวด์แล้วเรามาทานข้าวเช้ากันเถอะ” ท่านพ่อบอกผมหลังเห็นเสื้อผ้าผมสกปรกไปหมด ก็นะทั้งสัปดาห์ไม่ได้อาบน้ำเลย แถมอยู่แต่ในป่า รู้สึกตัวเน่าจริงๆ
“ครับท่านพ่อ” ผมรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องเพื่ออาบน้ำทันที
ตอนนี้ผมเข้าใจเลยว่าพวกที่หลงในทะเลทรายแล้วเจอโอเอซิสเป็นยังไง ได้อาบน้ำสบายๆนี่มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากๆ วันนี้ผมใช้เวลาอาบน้ำค่อนข้างนาน หลังจากเสร็จผมแต่งตัวลงมาที่ห้องอาหารทันที
“ทานข้าวกันเถอะจ๊ะคลาวด์ อาหารเสร็จแล้วมีแต่ของโปรดลูกทั้งนั้น” ท่านแม่บอกผม
“ครับ” จากนั้นพวกเราก็ทานข้าวเช้ากัน เมื่อทานเสร็จท่านพ่อก็ถามผมถึงผลการฝึก
“การฝึกเป็นอย่างไงบ้างลูก เล่นหายไปตั้งสัปดาห์ ถึงลูกจะส่งผู้กองออกมารายงานทุกๆเช้าก็เถอะ” ใช่ผมส่งผู้กองออกมารายงานท่านพ่อทุกๆเช้าเพราะยังต้องออกมาเอาเสบียงอีกด้วย และแจ้งท่านพ่อว่าถ้ามีเหตุการณ์ฉุกเฉินให้ส่งคนไปตามทันที
“การฝึกตอนนี้ได้ผลดีครับท่านพ่อ เอาไว้อีก 3 เดือนท่านพ่อค่อยรอดูผลการฝึกดีกว่าครับ” ผมรายงานกับท่านพ่อ
“อืมเอาไว้พ่อจะรอดูผลนะ”
“ท่านพ่อครับเดี๋ยวผมขอคุยธุระด้วยหน่อยนะครับ” ผมบอกท่านพ่อ
“ได้สิเดี๋ยวไปเจอกันที่ห้องทำงานพ่อแล้วกัน” จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไป ส่วนผมและท่านพ่อเดินขึ้นไปบนห้องทำงาน
“เอาล่ะมีอะไรว่ามาเลยลูก” ท่านพ่อผมเข้าเรื่องทันที
“คือผมอยากให้ท่านพ่อหาช่างไม้ สร้างของบางอย่างให้ผมหน่อยครับ” ผมบอกกันท่านพ่อ
“สร้างอะไรล่ะลูก แล้วต้องการเยอะมั้ย” ท่านพ่อถามผม
“ของที่ผมต้องการตอนนี้คือนี่ ครับส่วนช่างก็สัก 3-4 คนก็พอครับท่านพ่อ” ผมยื่นแบบให้ท่านพ่อดู
“นี่มันเก้าอี้นี่ลูก แต่ทำไมมันรูปร่างแปลกๆ” ท่านพ่อถามขึ้นหลังจากเห็นแบบที่ผมยื่นให้ดู
“ผมเรียกมันว่าเก้าอี้ชายหาดครับท่านพ่อ” ผมบอกชื่อของมันไป
“คงทำไม่ยากเท่าไร ส่วนเบาะนั่งมันใช้ผ้าใช่มั้ยลูก แล้วต้องการจำนวนเท่าไรล่ะ” ท่านถามถึงจำนวน
“ภายใน 3 เดือนผมต้องการ 100 ตัวครับ มันคงยุ่งยากแค่ตอนแรกๆที่ต้องแปรรูปไม้แต่ถ้าแปรรูปเสร็จที่เหลือก็แค่ประกอบ ส่วนผ้าที่ใช้ปูรองนั่ง ผมรบกวนท่านพ่อช่วยหาให้ด้วยนะครับ เย็บตามแบบที่เขียนไว้เลยครับท่านพ่อ” ผมอธิบาย
“แล้วลูกจะใช้มันไปทำอะไรล่ะตั้ง 100 ตัว” ท่านพ่อถามผม
“ผมจะใช้รองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาพร้อมพวกพ่อค้าในอีก 3 เดือนครับ” ผมบอกเป้าหมายออกไป
“ลูกมั่นใจได้ยังไงว่าพวกนั้นจะมา พ่อยังไม่เห็นว่าเมืองเรามันน่าเที่ยวตรงไหน มีแต่ทะเล กับแดดร้อนๆ” ท่านพ่อผมพูด
“ผมมั่นใจครับท่านพ่อ เชื่อใจผมเถอะ” ผมเอ่ยบอกอย่างมั่นใจ ต้องมีคนมาเที่ยวอยู่แล้วส่วนที่ท่านพ่อบอกว่ามีแต่ทะเล เพราะท่านพ่อเกิดและโตที่เมืองนี้ยังไงล่ะ มันเป็นธรรมดา คนที่ไม่เคยเห็นทะเลจะต้องรู้สึกชอบและตื่นเต้น ยกตัวอย่างชาวบ้านที่อยู่ในทะเลทรายจะไม่รู้จักหิมะหรือน้ำแข็ง หรือคนที่อยู่ในป่าในเขา ก็ไม่รู้จักทะเลเช่นกัน ความอยากรู้อยากเห็นมันทำให้คนอยากเดินทางอย่างไงเล่า
“งั้นเอาตามที่ลูกว่าแล้วกัน ส่วนค่าวัสดุ พ่อยังมีเหลือจากการขายเครื่องปรุงอยู่” ท่านพ่อผมบอก
“ครับ ถ้าเก้าอี้ชายหาดเสร็จแล้วผมอยากให้ท่านพ่อ เอาไปตั้งไว้บนชายหาดเลย ตั้งในจุดที่น้ำทะเลขึ้นไม่ถึงนะครับ จากนั้นผมจะให้ชาวบ้านไปตั้งร้านขายของบริเวณนั้น ปีแรกผมอยากให้ท่านพ่อให้ตั้งฟรีไปก่อน อย่าลืมสงวนสิทธิให้เฉพาะประชากรในเมืองเรานะครับ ส่วนปีถัดไปท่านพ่อค่อยจัดเก็บภาษีในการตั้งร้านก็ได้ครับ” ผมบอกออกไปเพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ คงมีพ่อค้าจากที่อื่นเข้ามาหาผลประโยชน์แน่ๆ
“อืมพ่อจะทำตามที่ลูกว่าแล้วกัน” ผมพยักหน้า
“เดี๋ยวผมขอตัวไปคุยกับท่านแม่ก่อนนะครับ พอดีมีเรื่องจะขอร้อง” ผมบอกท่านพ่อและออกจากห้องทำงานท่านไปทันที
ผมเดินลงมาที่ห้องสมุดทันที แน่นอนท่านแม่อยู่แต่ในห้องสมุดนั่นล่ะ ช่วงนี้ผมไม่ได้เข้าห้องสมุดเลย เพราะนับวันหนังสือ BL ของท่านแม่มันยิ่งเยอะๆ เข้าไปทุกที ตอนนี้ 90% มีแต่หนังสือประเภทนั้น ผมสูดหายใจก่อนเปิดประตูเข้าไปในห้องสมุดทันที
“ท่านแม่ครับผมมีเรื่องจะขอร้องหน่อย” ผมบอกท่านแม่ที่นั่งเขียนหนังสืออยู่
“ขอร้องอะไรจ๊ะคลาวด์” ท่านแม่หยุดมือและเงยหน้าถามผม
“คือถ้าจำไม่ผิดพรุ่งนี้ท่านแม่มีประชุมกับสมาคมแม่บ้านใช่มั้ยครับ” ผมถามท่าน
“ใช่จ๊ะ แหมจำได้ด้วยนะเนี่ย” ท่านแม่ยิ้มให้ผม
“ถ้าอย่างงั้นตอนกลางวันผมจะแวะไปหานะครับ ฝากบอกทุกๆคนด้วยผมจะไปทำอาหารกลางวันให้ทาน เป็นเมนูใหม่ผมเอง” ผมยิ้มตอบท่านแม่
“แล้วทำไมไม่ไปพร้อมแม่ตั้งแต่เช้าเลยล่ะลูก” ท่านแม่ชวนผม
“อะ.อะ.อะ.เอ่อ คือผมต้องเตรียมวัตถุดิบน่ะครับท่านแม่” ผมหน้าซีดเมื่อนึกถึงตอนไปฟังท่านแม่เล่านิยายของท่านแม่หลายปีก่อนตอนไปประชุมพร้อมท่าน
“งั้นผมขอไปหาคุณอามีน่าก่อนนะครับ” ผมรีบชิ่งหนีทันที
“รีบจังเลยนะสงสัยวัตถุดิบที่ว่าคงเยอะแน่ๆเลย” ท่านแม่บ่นไล่หลังและเขียนนิยายในมือต่อ
ผมเดินมาหาคุณอามีน่าที่ห้องครัวทันที คุณอามีน่าส่วนมากอยู่แต่เฉพาะห้องครัว ผมเจอคุณอามีน่ากำลังสำรวจข้าวของที่ผมเจอจากในป่าทันที ดูเหมือนคุณอามีน่าจะเห็นผมเดินเข้ามาพอดี
“นายน้อยมาพอดีเลย ของพวกนี้มันอะไรกันคะนายน้อย” คุณอามีน่าถามผมขณะกำลังดมเมล็ดพริกไทยอยู่
“เครื่องปรุงชนิดใหม่น่ะครับ คุณอามีน่า พอดีผมเจอมาตอนไปฝึกกับพวกทหารในป่าเลยเก็บๆมาครับ” ผมบอกคุณอามีน่า
“นายน้อยนี่ขยันจริงๆเลยนะคะกับพวกของกิน เฮ้ออยากให้นายน้อยขยันในเรื่องผู้หญิงบ้างจัง ดิฉันอยากเห็นเด็กๆวิ่งเล่นในบ้านอีกครั้ง” คุณอามีน่าแหย่ผม
“ฮะๆ ผมยังเด็กอยู่เลยคุณอามีน่าเรื่องผู้หญิงผมยังไม่คิดหรอกครับ” ผมยิ้มแหยๆ ก็นะเกิดมา 2 ชาติผมยังไม่มีแฟนสักคน แถมจะให้มีแฟนตัวผมในตอนนี้คงรู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกโลลิค่อนแน่ๆ
“แล้วเครื่องปรุงพวกนี้ใช้ยังไงคะนายน้อย” คุณอามีน่าถามผม
“ครับเครื่องปรุงพวกนี้ใช้ได้หลากหลายเมนูครับ แล้วแต่จินตนาการ เมล็ดเล็กๆนี่เรียกว่าพริกไทย ส่วนที่เป็นกลีบแบบนี้คือกระเทียมครับ ส่วนลูกเขียวๆ นั่นเรียกมะละกอครับ แต่ถ้าสุกมันจะเป็นสีส้มๆเอาไว้ทานเป็นผลไม้ครับ แต่ถ้าดิบๆผมจะใช้ทำอาหาร มะละกอผมว่าจะใช้ในวันพรุ่งนี้ครับ” ผมอธิบายขณะที่คุณอามีน่าหยิบสมุดมาจดตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“งั้นเดี๋ยวผมทำเมนู จากเครื่องปรุงให้ดูแล้วกันครับ” ผมบอกคุณอามีน่า
“แล้วนายน้อยจะทำอะไรคะ” คุณอามีน่าถาม
“ผมจะทำไก่ย่างครับ แต่ผมไม่ได้ย่างเฉยๆ ผมจะหมักมันก่อนครับ” ผมบอกจากนั้นผมหยิบครกหินออกมาทันที
“อันดับแรกนะครับ นำกระเทียม และพริกไทยโขลกให้ละเอียดนะครับ” ผมใส่ลงไปในครกหินและโขลกทันที
“คุณอามีน่าช่วยเตรียมน่องไก่ และปีกไก่ให้ผมด้วยครับเอาสัก 5 กิโล นะครับ” ผมหันไปบอกคุณอามีน่า
“ได้เลยค่ะ” คุณอามีน่าหันไปเตรียมทันที
ผมค่อยๆโขลกสมุนไพรในครกต่อไป ไม่นานคุณอามีน่าก็เตรียมไก่เสร็จพอดี
“แล้วทำยังไงต่อคะนายน้อย” คุณอามีน่าหันมาถามผม
“ผมจะเอาซีอิ้วมาและน้ำตาลมะพร้าวมาใช้หมักครับ” ผมบอกคุณอามีน่า
“ทำไมไม่ใช้น้ำปลาล่ะคะนายน้อย” คุณอามีน่าถามอย่างสงสัย
“เพราะเวลาเรานำไปย่างมันจะหอมกว่าครับ” ผมบอกเหตุผล
จากนั้นผมเทน้ำปลาลงไปในหม้อที่เตรียมไว้จากนั้นใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไปและละลายให้เข้ากันจากนั้นผมค่อยเท เครื่องปรุงที่โขลกเสร็จแล้วลงไป คนให้เข้ากัน ผมใส่เกลือลงไปเล็กน้อย เฮ้ออยากได้พวกรากผักชีจังเลย แต่ยังไม่พบมันเลย
จากนั้นผมค่อยๆเรียกไก่ยางลงไปโดยเรียงเป็นวงกลมรอบหม้อ ผมค่อยๆตักน้ำหมักมาราดลงไปให้ทั่วไก่ ทำเป็นชั้นๆไปจนเรียงไก่หมดจากนั้นผมปิดหม้อไว้
“ไก่นี่ผมจะหมักทิ้งไว้ 1 วันนะครับคุณอามีน่าเพื่อให้มันเข้าเนื้อ” ผมบอกส่วนคุณอามีน่าก็จดอย่างเดียว
“แล้วสูตรหมักนี่มันสามารถปรับแต่งได้ใช่มั้ยคะนายน้อย” สมกับเป็นคุณอามีน่าเซ้นต์ดีจริงๆ
“ใช่ครับแล้วแต่เราจะใช้เครื่องปรุงหรือสมุนไพรอะไรมาหมัก มันเป็นสูตรแล้วแต่บุคคลครับ” ผมบอกคุณอามีน่า
“พรุ่งนี้เช้าผมฝากคุณอามีน่าไปหาซื้อปลาหมึกกับแมลงสาบทะเลมาด้วยนะครับ” ผมขอให้คุณอามีน่ามาซื้อให้
“แมลงสาบทะเลงั้นหรอคะ ปกติไม่มีใครขายหรอกนะคะนายน้อย ต้องไปบอกพวกชาวประมงไว้เพราะปกติได้มาชาวประมงก็ทิ้งกันหมดเพราะหนักเรือ” คุณอามีน่าบอก
“ถ้าอย่างงั้นผมฝากคุณอามีน่าด้วยครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปพักผ่อนหน่อย นอนป่ามาหลายวันรู้สึกเพลียนิดหน่อยครับ” ผมขอตัวและขึ้นห้องเพื่อพักผ่อนสักหน่อยถึงจะพึ่งเที่ยงๆก็เถอะ
จบ...