บทที่ 150
ต่อสู้ใต้แสงจันทร์
ชายผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าคนจากนัดทิประหลาดที่ปรากฏกายออกมาเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งในยามราตรี
เดย์นำเอาอาวุธของตนเองออกมาจากภายในกระเป๋ามิติของที่เขานำออกมาจากภายในกระเป๋ามิติดาบจันทรา
ดาบเล่มนี้เขานำออกมามันเป็นไอเทมระดับโกลด์แน่นอนว่ามีพลังและก็มีความสามารถมากกว่าเจ้าดาบเวทย์ชั้นสูง
โดยความสามารถของมันยามต่อสู้ยามราตรีสามารถดึงพลังของตนเองออกมาได้สูงขึ้นอีกการที่ตัวของเดย์ได้นำเอามันออกมาก็แสดงว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับนั้น
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามองเห็นเขาเปลี่ยนอาวุธมันเองก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมาหลังจากที่มันเห็นว่าเขานั้นเปลี่ยนอาวุธจนเสร็จเรียบร้อยมันพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
มีดสั้นภายในมือของมันโจมตีเขามาใส่อีกครั้งมีดสั้นพุ่งทะยานมีสันสีดำสนิทมีพลังเวทย์แฝงเร้นเอาไว้เป็นจำนวนมาก
มองดูแล้วน่าจะเป็นอาวุธที่มีอยู่ในระดับเดียวกับดาบของเขานั่นคือเป็นไอเทมที่อยู่ในระดับโกลด์เดย์ใช้ดาบภายในมือของตนเองตั้งรับการโจมตี “ เพล้ง!!! ”
การปะทะกันอีกครั้งพลังเวทย์จำนวนมากปลดปล่อยออกมาพลังเวทย์ที่ปลดปล่อยออกมากระจายไปบริเวณรอบๆ
หลังจากนั้นการต่อสู้และการแลกกระบวนท่าก็ได้เริ่มขึ้นพวกเขาทั้งสองแลกการโจมตีกันอย่างดุเดือด
การโจมตีของทั้งสองสัตว์ระดมใส่เข้าหากันต่างฝ่ายต่างปล่อยการโจมตีอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยเสียงปะทะกันของอาวุธ และก็มีประกายไฟที่มันปรากฏขึ้นมาจากการโจมตี
ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยเสียงของการต่อสู้การต่อสู้ยามราตรีภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างหลังจากที่ดำเนินผ่านพ้นไปประมาณสิบนาที
ไม่แลกการโจมตีเริ่มหนักมากขึ้นเรื่อยๆเดย์หลังจากที่ปะทะกับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามาสักพักตัวของเขาเองก็ประเมินได้ว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้ามีความสามารถการต่อสู้ระยะประชิดที่ล้ำเลิศ
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีความสามารถด้านเวทมนตร์มันน่าจะถนัดใกล้การต่อสู้ระยะประชิด
หลังจากที่ต่อสู้กับมันมาสักพักตัวของเขาเองก็คิดภายในใจ’ “สไตล์การต่อสู้แบบนี้ ถ้ารักษาระยะห่างเป็นการต่อสู้ระยะกลางน่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ”
คนที่อยู่บริเวณด้านหน้าน่าจะมีความสามารถที่อยู่ในระดับที่มากกว่าพวกนักผจญภัยระดับเออย่างแน่นอนอาจจะอยู่สูงกว่านักผจญภัยระดับเอแต่ไม่ถึงกับนักผจญภัยระดับเอส
เดย์เริ่มรักษาระยะห่างเข้าทำการก้าวถอยหลังมาชายคนนั้นสังเกตถึงการต่อสู้ของเขาได้ว่าเปลี่ยนไป
มันรู้ดีว่าตัวของเขาจะรักษาระยะห่างเพื่อเปลี่ยนระยะในการต่อสู้แน่นอนว่ามันที่ถนัดในการต่อสู้ระยะประชิดไม่ยอมให้อีกฝ่ายนั้นใช้โอกาสนั้นอย่างแน่นอน
มันทำการก้าวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็วพุ่งทะยานเข้ามาประชิดร่างกายพยายามไม่ให้เขานั้นออกห่างร่างกายของมัน
เดย์คิดในใจ “ คนคนนี้เจ้าเล่ห์… ”
หลังจากมองเห็นท่าทางการต่อสู้ก็รู้ได้ในทันทีว่ามันตั้งใจที่จะรักษาระยะห่างให้เขานั้นไม่สามารถหลุดจากมันได้
แต่ว่าเขาเองก็ทำกันคงความได้เปรียบนั้นเอาไว้แน่นอนว่าไม่ยอมปล่อยให้มันอยู่ใกล้
เดย์ได้ใช้เวทมนตร์ออกมาเขาใช้สกิลเวทสายลมผลักดันร่างกายของตนเองออกมาจากจุดนั้นโดยการแปรเปลี่ยนสกิลเวทมนตร์สายลมผลักดันลงไปที่พื้นทำให้เกิดคลื่นอากาศดันร่างกายของเขาแล้วมันให้กระเด็นออกห่างจากัน
เดย์สามารถรักษาระยะห่างได้สำเร็จร่างกายของพวกเขาออกห่างกันประมาณสิบเมตร
หลังจากที่ร่างกายของพวกเขาห่างออกจากกันเดเริ่มทำการใช้เวทอีกครั้ง“ แปรเปลี่ยนพื้นที่ ”
แต่เปลี่ยนพื้นที่ถูกใช้งานออกมาพื้นที่บริเวณเท้าของมันเกิดการแปรเปลี่ยนยุบตัวลงทำให้คนผู้นั้นหยุดนิ่ง
มันมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วแต่ในตอนนี้ร่างกายของมันหยุดนิ่งเพราะว่าพื้นที่บริเวณพื้นเปลี่ยนไป
พื้นที่บริเวณพื้นเปลี่ยนไปทำให้ร่างกายของมันไม่สามารถขยับได้เดย์ออกไปอีกครั้ง พลังเวทย์ถูกไล่ออกมากลายเป็นสายฟ้าจำนวนมาก
ก้อนสายฟ้าลอยอยู่บริเวณรอบๆร่างกายของเดย์ “ก้อนอัสนีพิโรธ!!!”
พลังเวทย์ถูกแปรเปลี่ยนออกมากลายเป็นเวทย์สายฟ้าที่รวมตัวกันกลายเป็นก้อนบอลขนาดใหญ่จำนวนประมาณสิบลูกลอยล้อมอยู่บริเวณรอบๆร่างกาย
การโจมตีถูกปล่อยออกไปพุ่งทะยานใส่ร่างกายของชายผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าลูกบอลสายฟ้าพุ่งทะยานสายร่างกายของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ลูกบอลสายฟ้านับสิบลูกพุ่งตรงเข้าไปอัดกระแทกใส่ร่างกายของมันชายผู้นั้นทำการปัดป้องการโจมตีมันใช่มีดสันภายในมือของมันปัดป้องการโจมตีพวกนั้นได้บางส่วน
แต่ว่าการโจมตีจากลูกบอลสายฟ้าเร็วมากเวทย์สายฟ้ามีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านความเร็วไม่แพ้กับเวทสายลม
เพราะแบบนั้นการโจมตีที่พุ่งทะยานเข้าไปมันเลยสามารถปัดป้องได้บางส่วนแต่บางส่วนก็โดนโจมตีเข้าไปภายในร่างกาย“ ตรึง!!! ”
การโจมตีอัดกระแทกเข้าไปภายในร่างกายชายผู้นั้นแสดงใบหน้าเจ็บปวดเล็กน้อยร่างกายของมันหยุดนิ่ง
ร่างกายโดนเวทย์สายฟ้าส่งผลทำให้ร่างกายนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ช้าลงประสาทสัมผัสทั้งร่างกายด้านชานั่นคือผลของเวทย์สายฟ้าที่โดนเข้าไป
แม้ว่าจะเป็นนักผจญภัยระดับสูงหรือว่าคนที่มีพลังเวทย์ระดับสูงขนาดไหนก็ต้องได้รับผลนี่แค่ว่ามันจะมากหรือน้อยเท่านั้นเมื่อก่อน
คนที่มีปริมาณพลังเวทย์จำนวนมากภายในร่างกายจะได้รับผลกระทบจากเวทย์สายฟ้าหรือว่าส่งผลน้อยลง
ยิ่งมีพลังเวทย์มากผลที่ได้รับก็จะน้อยลงนั่นคือหลักการที่สามารถเข้าใจได้ในทุกๆด้านโดยหลักการในข้อนี้สามารถใช้ได้ในหลากหลายเวทย์
คำสาปเองก็เช่นเดียวกันใครถ้าคนที่โดนมีพลังเวทย์ภายในร่างกายจำนวนมากมันก็จะทำให้คนๆนั้นได้รับผลกระทบน้อยลงตามไปด้วย
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าได้รับผลจากการโจมตีร่างกายของมันขยับได้ช้าลงประสาทสัมผัสในร่างกายตอบสนองได้เชื่องช้าจากการโจมตีของเวทย์สายฟ้า
คนคนนี้มีความสามารถโดดเด่นในด้านความเร็วทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของมันและก็หลายๆอย่างโดยในตอนนี้เมื่อผนึกการเคลื่อนไหวของมันเรียบร้อยแล้วเขาเองก็จะมีโอกาสมากกว่าเดิม
เดย์รู้ดีว่าคนที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีการเคลื่อนไหวที่ช้าลง“ เอาล่ะ.. ”
เดย์ปลดปล่อยเวทอีกหนึ่งอย่างออกมาเข้าทำการยกฝ่ามือของตนเองขึ้นสร้างเวทย์แสง “ แสงสว่าง!!! ”
แสงสว่างเจิดจ้าส่องแสงสว่างไสวออกมาบริเวณด้านหน้าเขาทำการสร้างเวทย์แสงออกมาเวทย์แสง
เมื่อแสงสว่างไสวมันส่องแสงสว่างไสวขึ้นมามันทิ่มแทงเข้าดวงตาของคนผู้นั้น
หลังจากที่แสงสว่างทิ่มแทงเข้าที่ดวงตาดวงตาทั้งสองข้างของมันพับปิดลงเดย์ถือโอกาสนั้นในการพุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็วดาปภายในมือของเขาร่ายร่ำร่างกายของมัน“ ฉึบ!!! ฉึบ!!! ฉึบ!!!”
บาดแผลมากมายปรากฏขึ้นการโจมตีที่ทะลวงไส้ร่างกายทำให้ชายผู้นั้นได้รับบาดเจ็บบาดแผลที่ปรากฏขึ้นโจมตีมุ่งเน้นไปยังจุดสำคัญตามสวนต่างๆ
ขาทั้งสองข้างแขนทั้งสองข้างและก็บริเวณกลางลำตัวเพียงแค่พริบตาเดียวที่แสงสว่างไสวนั้นปรากฏขึ้นมาร่างกายของชายผู้นั้นเต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมาก
ร่างกายของมันมีบาดแผลนับสิบแห่งปรากฏขึ้นขาทั้งสองข้างทรุดต่ำลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นหลังจากโดนการโจมตีนั้นเข้าไปเต็มๆ
มันกัดฟันแน่นอดทนกับความเจ็บปวดที่ตนเองนั้นได้รับ “ บาดแผล…”
เดย์ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าไม่ได้จบการโจมตีเขายกดาบของตนเองขึ้นมา “ ยังไม่จบแค่นั้นหรอกนะ ”
พลังเวทย์จำนวนมากแปรปรวนบริเวณด้านหน้าพลังเวทย์เหล่านั้นสถิตเข้าที่ดาบจันทราชายวัยสี่สิบที่กำลังคุกเข่าอยู่บริเวณด้านหน้ามันเงยหน้าขึ้นมามอง
ดวงตาของมันเบิกกว้างสิ่งที่ตัวของมันพบเห็นในตอนนี้พลังเวทย์จำนวนมหาศาลปลดปล่อยออกมาหลอมรวมเข้าที่ดาบเล่มนั้นจนเกิดปรากฏการณ์
จบบท
บทที่ 150
ต่อสู้ใต้แสงจันทร์
ชายผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าคนจากนัดทิประหลาดที่ปรากฏกายออกมาเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งในยามราตรี
เดย์นำเอาอาวุธของตนเองออกมาจากภายในกระเป๋ามิติของที่เขานำออกมาจากภายในกระเป๋ามิติดาบจันทรา
ดาบเล่มนี้เขานำออกมามันเป็นไอเทมระดับโกลด์แน่นอนว่ามีพลังและก็มีความสามารถมากกว่าเจ้าดาบเวทย์ชั้นสูง
โดยความสามารถของมันยามต่อสู้ยามราตรีสามารถดึงพลังของตนเองออกมาได้สูงขึ้นอีกการที่ตัวของเดย์ได้นำเอามันออกมาก็แสดงว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับนั้น
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามองเห็นเขาเปลี่ยนอาวุธมันเองก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมาหลังจากที่มันเห็นว่าเขานั้นเปลี่ยนอาวุธจนเสร็จเรียบร้อยมันพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
มีดสั้นภายในมือของมันโจมตีเขามาใส่อีกครั้งมีดสั้นพุ่งทะยานมีสันสีดำสนิทมีพลังเวทย์แฝงเร้นเอาไว้เป็นจำนวนมาก
มองดูแล้วน่าจะเป็นอาวุธที่มีอยู่ในระดับเดียวกับดาบของเขานั่นคือเป็นไอเทมที่อยู่ในระดับโกลด์เดย์ใช้ดาบภายในมือของตนเองตั้งรับการโจมตี “ เพล้ง!!! ”
การปะทะกันอีกครั้งพลังเวทย์จำนวนมากปลดปล่อยออกมาพลังเวทย์ที่ปลดปล่อยออกมากระจายไปบริเวณรอบๆ
หลังจากนั้นการต่อสู้และการแลกกระบวนท่าก็ได้เริ่มขึ้นพวกเขาทั้งสองแลกการโจมตีกันอย่างดุเดือด
การโจมตีของทั้งสองสัตว์ระดมใส่เข้าหากันต่างฝ่ายต่างปล่อยการโจมตีอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยเสียงปะทะกันของอาวุธ และก็มีประกายไฟที่มันปรากฏขึ้นมาจากการโจมตี
ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยเสียงของการต่อสู้การต่อสู้ยามราตรีภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างหลังจากที่ดำเนินผ่านพ้นไปประมาณสิบนาที
ไม่แลกการโจมตีเริ่มหนักมากขึ้นเรื่อยๆเดย์หลังจากที่ปะทะกับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามาสักพักตัวของเขาเองก็ประเมินได้ว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้ามีความสามารถการต่อสู้ระยะประชิดที่ล้ำเลิศ
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีความสามารถด้านเวทมนตร์มันน่าจะถนัดใกล้การต่อสู้ระยะประชิด
หลังจากที่ต่อสู้กับมันมาสักพักตัวของเขาเองก็คิดภายในใจ’ “สไตล์การต่อสู้แบบนี้ถ้ารักษาระยะห่างเป็นการต่อสู้ระยะกลางน่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ ”
คนที่อยู่บริเวณด้านหน้าน่าจะมีความสามารถที่อยู่ในระดับที่มากกว่าพวกนักผจญภัยระดับเออย่างแน่นอนอาจจะอยู่สูงกว่านักผจญภัยระดับเอแต่ไม่ถึงกับนักผจญภัยระดับเอส
เดย์เริ่มรักษาระยะห่างเข้าทำการก้าวถอยหลังมาชายคนนั้นสังเกตถึงการต่อสู้ของเขาได้ว่าเปลี่ยนไป
มันรู้ดีว่าตัวของเขาจะรักษาระยะห่างเพื่อเปลี่ยนระยะในการต่อสู้แน่นอนว่ามันที่ถนัดในการต่อสู้ระยะประชิดไม่ยอมให้อีกฝ่ายนั้นใช้โอกาสนั้นอย่างแน่นอน
มันทำการก้าวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็วพุ่งทะยานเข้ามาประชิดร่างกายพยายามไม่ให้เขานั้นออกห่างร่างกายของมัน
เดย์คิดในใจ “ คนคนนี้เจ้าเล่ห์… ”
หลังจากมองเห็นท่าทางการต่อสู้ก็รู้ได้ในทันทีว่ามันตั้งใจที่จะรักษาระยะห่างให้เขานั้นไม่สามารถหลุดจากมันได้
แต่ว่าเขาเองก็ทำกันคงความได้เปรียบนั้นเอาไว้แน่นอนว่าไม่ยอมปล่อยให้มันอยู่ใกล้
เดย์ได้ใช้เวทมนตร์ออกมาเขาใช้สกิลเวทสายลมผลักดันร่างกายของตนเองออกมาจากจุดนั้นโดยการแปรเปลี่ยนสกิลเวทมนตร์สายลมผลักดันลงไปที่พื้นทำให้เกิดคลื่นอากาศดันร่างกายของเขาแล้วมันให้กระเด็นออกห่างจากัน
เดย์สามารถรักษาระยะห่างได้สำเร็จร่างกายของพวกเขาออกห่างกันประมาณสิบเมตร
หลังจากที่ร่างกายของพวกเขาห่างออกจากกันเดเริ่มทำการใช้เวทอีกครั้ง“ แปรเปลี่ยนพื้นที่ ”
แต่เปลี่ยนพื้นที่ถูกใช้งานออกมาพื้นที่บริเวณเท้าของมันเกิดการแปรเปลี่ยนยุบตัวลงทำให้คนผู้นั้นหยุดนิ่ง
มันมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วแต่ในตอนนี้ร่างกายของมันหยุดนิ่งเพราะว่าพื้นที่บริเวณพื้นเปลี่ยนไป
พื้นที่บริเวณพื้นเปลี่ยนไปทำให้ร่างกายของมันไม่สามารถขยับได้เดย์ออกไปอีกครั้ง พลังเวทย์ถูกไล่ออกมากลายเป็นสายฟ้าจำนวนมาก
ก้อนสายฟ้าลอยอยู่บริเวณรอบๆร่างกายของเดย์ “ก้อนอัสนีพิโรธ!!!”
พลังเวทย์ถูกแปรเปลี่ยนออกมากลายเป็นเวทย์สายฟ้าที่รวมตัวกันกลายเป็นก้อนบอลขนาดใหญ่จำนวนประมาณสิบลูกลอยล้อมอยู่บริเวณรอบๆร่างกาย
การโจมตีถูกปล่อยออกไปพุ่งทะยานใส่ร่างกายของชายผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าลูกบอลสายฟ้าพุ่งทะยานสายร่างกายของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ลูกบอลสายฟ้านับสิบลูกพุ่งตรงเข้าไปอัดกระแทกใส่ร่างกายของมันชายผู้นั้นทำการปัดป้องการโจมตีมันใช่มีดสันภายในมือของมันปัดป้องการโจมตีพวกนั้นได้บางส่วน
แต่ว่าการโจมตีจากลูกบอลสายฟ้าเร็วมากเวทย์สายฟ้ามีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านความเร็วไม่แพ้กับเวทสายลม
เพราะแบบนั้นการโจมตีที่พุ่งทะยานเข้าไปมันเลยสามารถปัดป้องได้บางส่วนแต่บางส่วนก็โดนโจมตีเข้าไปภายในร่างกาย“ ตรึง!!! ”
การโจมตีอัดกระแทกเข้าไปภายในร่างกายชายผู้นั้นแสดงใบหน้าเจ็บปวดเล็กน้อยร่างกายของมันหยุดนิ่ง
ร่างกายโดนเวทย์สายฟ้าส่งผลทำให้ร่างกายนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ช้าลงประสาทสัมผัสทั้งร่างกายด้านชานั่นคือผลของเวทย์สายฟ้าที่โดนเข้าไป
แม้ว่าจะเป็นนักผจญภัยระดับสูงหรือว่าคนที่มีพลังเวทย์ระดับสูงขนาดไหนก็ต้องได้รับผลนี่แค่ว่ามันจะมากหรือน้อยเท่านั้นเมื่อก่อน
คนที่มีปริมาณพลังเวทย์จำนวนมากภายในร่างกายจะได้รับผลกระทบจากเวทย์สายฟ้าหรือว่าส่งผลน้อยลง
ยิ่งมีพลังเวทย์มากผลที่ได้รับก็จะน้อยลงนั่นคือหลักการที่สามารถเข้าใจได้ในทุกๆด้านโดยหลักการในข้อนี้สามารถใช้ได้ในหลากหลายเวทย์
คำสาปเองก็เช่นเดียวกันใครถ้าคนที่โดนมีพลังเวทย์ภายในร่างกายจำนวนมากมันก็จะทำให้คนๆนั้นได้รับผลกระทบน้อยลงตามไปด้วย
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าได้รับผลจากการโจมตีร่างกายของมันขยับได้ช้าลงประสาทสัมผัสในร่างกายตอบสนองได้เชื่องช้าจากการโจมตีของเวทย์สายฟ้า
คนคนนี้มีความสามารถโดดเด่นในด้านความเร็วทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของมันและก็หลายๆอย่างโดยในตอนนี้เมื่อผนึกการเคลื่อนไหวของมันเรียบร้อยแล้วเขาเองก็จะมีโอกาสมากกว่าเดิม
เดย์รู้ดีว่าคนที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีการเคลื่อนไหวที่ช้าลง“ เอาล่ะ.. ”
เดย์ปลดปล่อยเวทอีกหนึ่งอย่างออกมาเข้าทำการยกฝ่ามือของตนเองขึ้นสร้างเวทย์แสง “ แสงสว่าง!!! ”
แสงสว่างเจิดจ้าส่องแสงสว่างไสวออกมาบริเวณด้านหน้าเขาทำการสร้างเวทย์แสงออกมาเวทย์แสง
เมื่อแสงสว่างไสวมันส่องแสงสว่างไสวขึ้นมามันทิ่มแทงเข้าดวงตาของคนผู้นั้น
หลังจากที่แสงสว่างทิ่มแทงเข้าที่ดวงตาดวงตาทั้งสองข้างของมันพับปิดลงเดย์ถือโอกาสนั้นในการพุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็วดาปภายในมือของเขาร่ายร่ำร่างกายของมัน“ ฉึบ!!! ฉึบ!!! ฉึบ!!!”
บาดแผลมากมายปรากฏขึ้นการโจมตีที่ทะลวงไส้ร่างกายทำให้ชายผู้นั้นได้รับบาดเจ็บบาดแผลที่ปรากฏขึ้นโจมตีมุ่งเน้นไปยังจุดสำคัญตามสวนต่างๆ
ขาทั้งสองข้างแขนทั้งสองข้างและก็บริเวณกลางลำตัวเพียงแค่พริบตาเดียวที่แสงสว่างไสวนั้นปรากฏขึ้นมาร่างกายของชายผู้นั้นเต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมาก
ร่างกายของมันมีบาดแผลนับสิบแห่งปรากฏขึ้นขาทั้งสองข้างทรุดต่ำลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นหลังจากโดนการโจมตีนั้นเข้าไปเต็มๆ
มันกัดฟันแน่นอดทนกับความเจ็บปวดที่ตนเองนั้นได้รับ “ บาดแผล…”
เดย์ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าไม่ได้จบการโจมตีเขายกดาบของตนเองขึ้นมา “ ยังไม่จบแค่นั้นหรอกนะ ”
พลังเวทย์จำนวนมากแปรปรวนบริเวณด้านหน้าพลังเวทย์เหล่านั้นสถิตเข้าที่ดาบจันทราชายวัยสี่สิบที่กำลังคุกเข่าอยู่บริเวณด้านหน้ามันเงยหน้าขึ้นมามอง
ดวงตาของมันเบิกกว้างสิ่งที่ตัวของมันพบเห็นในตอนนี้พลังเวทย์จำนวนมหาศาลปลดปล่อยออกมาหลอมรวมเข้าที่ดาบเล่มนั้นจนเกิดปรากฏการณ์
จบบท