บทที่137 คุณยังอ่อนหัดเกินไป
ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทชี้เข้ามาหาแบบนี้ถ้าบอกว่าเย่จื่อเฉินไม่กลัว มันก็ดูจะอวดดีเกินไปหน่อย
เขาหรี่ตาลงมองฮ่าวเหวิน ดูเหมือนหมอนี่จะไม่พอใจเขาเอามากๆดูจากดวงตาที่แดงก่ำของฮ่าวเหวินก็รู้แล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะบ้านเมืองมีขื่อมีแป เขาก็อาจจะลั่นไกไปแล้ว
"เย่จื่อเฉิน ฉันจำแกได้"
ฮ่าวเหวินหน้าตาดุดัน รอยยิ้มเหี้ยมเต็มใบหน้า
"แกนอนกับนังผู้หญิงแพศยาเซียวอี้เหม่ยแล้วสินะ เป็นไงบ้างล่ะ น่าจะลีลาไม่เลวเลยใช่ไหม"
"ตอนเรียนมหาลัย เซียวอี้เหม่ยชอบคุณไปได้ยังไง?" เย่จื่อเฉินเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วพูด "ดูแล้วคุณมันก็ไม่ต่างจากหมา หรือว่าตอนเรียนมหาลัยคุณเป็นคนขี้อายไม่รู้จักเรื่องอย่างว่าเหรอ?"
"ไอ้เวรเอ๊ย!"
ยกเท้าขึ้นถีบเย่จื่อเฉิน เย่จื่อเฉินกุมท้องทรุดลงกับมุมกำแพง
ปลายกระบอกปืนของฮ่าวเหวินจ่ออยู่ที่ศีรษะของเขา นิ้วมือค่อยๆเหนี่ยวไก ราวกับกำลังลังเลว่าจะยิงเขาดีไหม
"เหอะ แรงเยอะดีนี่"
สองมือพยุงตัวลุกขึ้น เย่จื่อเฉินปัดเศษฝุ่นตามตัวออก แล้วยกมือทั้งสองขึ้นพร้อมกับพูด
"ครั้งนี้ถือว่าคุณเป็นต่อ ปล่อยเพื่อนผมซะ ถ้าจะฆ่าก็มาฆ่าผม"
"ฮะฮะ...ยอมแพ้แล้ว?"
ฮ่าวเหวินหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง แต่แป๊บเดียวเท่านั้น เขาก็หรี่ตาลงแล้วพูดขึ้น
"แกคิดว่าฉันโง่หรือไง ปล่อยเพื่อนแกไป แล้วฉันจะรอดเหรอ?"
"คุณเลยจะไม่ปล่อยสินะ?" เย่จื่อเฉินยิ้มขบขันแล้วชี้ไปทางตงฟางเหวินอี้ที่โดนคุมตัวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น "นั่นคือคุณชายใหญ่ของตระกูลตงฟาง ตงฟางเหวินอี้คุณแน่ใจนะว่าคุณกล้าฆ่าเขา หรือคุณคิดว่าคนที่หนุนหลังคุณจะกล้ามีเรื่องกับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลตงฟางเพื่อคนตัวเล็กๆ อย่างคุณ?"
ตงฟางเหวินอี้?
ฮ่าวเหวินตากระตุก ก่อนจะหันไปส่งสายตาให้คนที่อยู่ด้านข้างเมื่อควบคุมตัวเย่จื่อเฉินไว้แล้ว
เขาจึงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าตงฟางเหวินอี้
"แกเป็นหลานชายของตงฟางฉง?"
"ชื่อตงฟางฉง เป็นชื่อที่คนอย่างคุณเรียกได้เหรอ?"
ตงฟางเหวินอี้เลิกคิ้วขึ้น
ตงฟางฉงคือผู้อาวุโสในตระกูลตงฟางของพวกเขา ทั้งยังเป็นปู่ของเขาพูดได้ว่าถ้าเอ่ยถึงชื่อตงฟางฉงในเมืองหลวง ทุกคนล้วนให้ความเคารพยำเกรง
"หึ จะมาเสแสร้งทำไม?" ฮ่าวเหวินตบหน้าตงฟางเหวินอี้แล้วพูดขึ้น "ไม่ว่าแกจะเป็นคนของตระกูลตงฟางหรือไม่แกก็จำเอาไว้ ว่าตอนนี้แกอยู่ในกำมือฉันแล้ว"
"คุณ..."
"หืม?"
ตงฟางเหวินอี้ยังไม่ได้พูดอะไร ฮ่าวเหวินก็ได้จ่อปืนใส่ขมับเขาก่อนแล้ว
"คุณชายใหญ่ตงฟาง ถ้าไม่อยากลำบากก็อย่าพูด เข้าใจไหมตกเป็นรองก็ต้องก้มหัว เหตุผลนี้ คุณเข้าใจใช่ไหม?"
ตงฟางเหวินอี้จ้องมองเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ดวงตาคู่นั้นแฝงไว้ด้วยความแค้นที่ปิดไม่มิดราวกับหมาป่าผู้โหดร้าย
"โอ๊ะ! โกรธแล้วเหรอ?"
ฮ่าวเหวินยกมือขึ้นตบหน้าตงฟางเหวินอี้ไปสองทีแล้วหันไปส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องที่อยู่ด้านข้าง
"ให้คุณชายตงฟางได้ผ่อนคลายหน่อยสิ"
ตุบ
ลูกน้องที่อยู่ทางด้านข้างตวัดกำปั้นเข้าใส่ท้องของตงฟางเหวินอี้ชายร่างบึกบึนสองคนที่เขาพามาด้วยขัดขืนจะลุกขึ้นแต่กลับโดนคนของฮ่าวเหวินกดเอาไว้
"ฮ่าวเหวิน คุณอย่าได้ใจไปหน่อยเลย"
ความเยือกเย็นฉายวาบขึ้นในดวงตาของเย่จื่อเฉิน ฮ่าวเหวินเลิกคิ้ว ไหวไหล่ยิ้ม
"ทำไม ที่นี่ฉันเป็นใหญ่ แกคิดว่าแกจะสามารถพลิกเกมได้เหรอ?"
มันก็จริง ลูกน้องสิบกว่าคนของฮ่าวเหวินต่างก็มีปืนอยู่ในมือกันคนละกระบอกเมื่อได้เผชิญหน้ากับเย่จื่อเฉินที่ไร้ซึ่งอาวุธแบบนี้ เขาก็ย่อมจองหองเป็นธรรมดา
แต่ว่า...
"ประธานฮ่าว วางปืนลงซะ"
จู่ๆ ผู้ชายที่คุมตัวบอดี้การ์ดของตงฟางเหวินอี้เอาไว้ในตอนแรกก็ได้หันปลายกระบอกปืนไปทางฮ่าวเหวิน
"เจ้าหก ทำอะไรของแก?"
"แม่แกสิเจ้าหก"
เจ้าหกเดินถือปืนไปหยุดอยู่ตรงหน้าฮ่าวเหวินแล้วจึงยกมือขึ้นตบหน้าเขา
"แกดูสิว่าฉันเป็นใคร?"
เจ้าหกกระชากหน้ากากบนหน้าออกอย่างแรง ฮ่าวเหวินพอเห็นคนตรงหน้าก็ตะลึงไปทันที
"หลี่หมิงหู่"
"จำฉันได้แล้วเหรอ?"
แปะๆ
เมื่อผู้ชายคนนั้นปรบมือลูกน้องเกือบทั้งหมดของฮ่าวเหวินก็หันปืนไปทางคนอื่น
เพียงครู่เดียว ลูกน้องทั้งหมดของฮ่าวเหวินก็โดนคุมตัว
ตงฟางเหวินอี้งุนงง ทำไมจู่ๆ ถึงได้กลับตาลปัตรแบบนี้ล่ะ?
แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว...
ตงฟางเหวินอี้เลียริมฝีปากแล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของฮ่าวเหวินก่อนจะสะบัดมือตบปากเขาไปหนึ่งที
"บัดซบ กล้าตบฉันเหรอ?"
ตุบ
ยกเท้าขึ้นถีบ จนฮ่าวเหวินทรุดลงกับพื้น
"ฉันจะอัดแก ฉันจะอัดแก"
ตงฟางเหวินอี้สู้อยู่กับฮ่าวเหวินเย่จื่อเฉินจึงเดินสะบัดไหล่ไปยิ้มให้กับหลี่หมิงหู่ แล้วพูดขึ้น
"พี่หู่ ลำบากพี่แล้วครับที่ให้เล่นเป็นสายลับอยู่ตั้งนาน"
"โธ่คุณ! มีเงินเราก็ทำ" หลี่หมิงหู่แสยะยิ้ม แล้วพูด "แต่คุณนี่เหมาะกับประธานเซียวจริงๆทำอะไรใจถึง แต่ผมมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ยังไม่เข้าใจผมมาเป็นสายลับอยู่ที่นี่ตั้งหลายวันแล้ว ทำไมคุณถึงเพิ่งลงมือแถมยังจงใจให้ผมแจ้งข่าวให้เขาอีก"
"ลองถามคนนั้นดูสิ"
เย่จื่อเฉินปรายตาไปทางตงฟางเหวินอี้ หลี่หมิงหู่ลูบหัวโล้นของตัวเอง
"เฮ้อ แผนของพวกคุณนี่ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ"
"ฮ่าฮ่า พี่หู่แค่รับเงินไปก็พอแล้ว"
"จริงด้วย ผมก็แค่รับเงิน แหะๆ ช่วงนี้ผมค่อนข้างมีโชคลาภพอสมควรแต่ก็ต้องขอบคุณ คุณกับประธานเซียวแหละนะ คุณสองคนทำให้ผมได้พักผ่อนไปสักระยะหนึ่ง"
หลี่หมิงหู่ยืนลูบหัวยิ้มร่าส่วนทางฮ่าวเหวินก็โดนตงฟางเหวินอี้กระทืบจนจะตายอยู่แล้วเย่จื่อเฉินจึงรีบปรี่เข้าไป เพื่อไม่ให้ใครเป็นอะไรถึงชีวิต
"พอแล้วคุณชายตงฟาง หยุดได้แล้ว เกิดตายขึ้นมาเราจะต้องมารับผิดชอบนะ"
"เหอะ ถ้าไม่ติดว่าคุณชายเย่ยังจะเก็บมันไว้ใช้งานล่ะก็ถึงมันตายไปผมก็ไม่เห็นมันอยู่ในสายตาหรอก"
ตงฟางเหวินอี้พูดเสียงห้วนเยือกเย็น ให้ตายโตมาตั้งขนาดนี้เขายังไม่เคยโดนใครตบมาก่อน
แต่วันนี้กลับต้องมาโดนเจ้านี่ตบ
"พอแล้วน่า เลิกโมโหได้แล้ว"
เย่จื่อเฉินตบบ่าของตงฟางเหวินอี้เล็กน้อย ก่อนจะนั่งยองลงข้างฮ่าวเหวิน
"ไง คิดจะเล่นกับผม คุณยังอ่อนหัดเกินไปนะ"
คำพูดเดิมได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ฮ่าวเหวินถ่มเลือดในปากออกมาพร้อมกับกัดฟันด่า
"เย่จื่อเฉิน ทางที่ดีแกอย่าแตะต้องฉันจะดีกว่า"
"โอ๊ะ! ขอร้องเหรอ?"
"แกอย่าคิดนะว่าไป๋ต้าไห่มันเต็มใจยกร้านจิวเวลรี่ให้แกฉันนี่แหละที่ให้มันทำ ถ้าแกไม่อยากโดนดีก็ปล่อยฉันซะ ไม่อย่างนั้น..."
เย่จื่อเฉินหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วกดโทรหาไป๋ต้าไห่ต่อหน้าฮ่าวเหวิน
"ไป๋ต้าไห่"
‘คุณชายเย่ เป็นยังไงบ้าง!’
...
วินาทีนั้น ฮ่าวเหมือนทำหน้าเหมือนคนจะตายทันที
"ไป๋ต้าไห่ แกหักหลังฉันเหรอ แกไม่อยากให้เมียกับลูกสาวแกมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม!"
ฮ่าวเหวินตะคอกด้วยเสียงเกรี้ยวกราด เย่จื่อเฉินพูดกับไป๋ต้าไห่อยู่อีกไม่กี่ประโยคแล้วก็วางสายไป ก่อนจะกดเบอร์ของเซียวไห่
"พี่ไห่ ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง"
‘ฉันช่วยภรรยากับลูกสาวของไป๋ต้าไห่ออกมาได้แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่บ้านฉัน’
หันไปยิ้มพร้อมกับยักคิ้วใส่ฮ่าวเหวินเมื่อเห็นท่าทางตะลึงงันของเขา เย่จื่อเฉินจึงตัดสายจากเซียวไห่แล้วตบหน้าเขาเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้น
"ฮ่าวเหวิน ถ้าจะเล่นกับผม คุณยังอ่อนหัดเกินไปนะครับ"
พูดจบ เขาก็เตะฮ่าวเหวินไปทางตงฟางเหวินอี้
"ถึงตาคุณแล้ว ไว้ชีวิตเขาด้วยล่ะกระจายข่าวออกไปว่าฮ่าวเหวินอยู่ในกำมือผมแล้วถ้าต้องการตัวเขาก็ให้คนที่หนุนหลังเขาอยู่มาหาผม"