เสียงคีย์บอร์ดที่ดังเป็จังหวะสม่ำเสมอภายในห้องทำงานชั่วคราวของฉันที่ Pluvia ไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่ฟุ้งซ่านสงบลงได้เลย ฉันพยายามเพ่งสมาธิไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจเช็คระบบความปลอดภัยไซเบอร์ ทว่าภาพเหตุการณ์เฉียดจูบกับชินที่เซฟเฮาส์ และััเอาแต่ใจของเคียวยะเมื่อวานนี้ยังคงตามหลอกหลอนจนสมองตื้อไปหมด
ชินยังคงทำหน้าที่บอดี้การ์ดอารักขาอย่างเคร่งครัด ร่างสูงใหญ่ของเขายืนสงบนิ่งอยู่ตรงมุมห้องดุจรูปสลัก ใบหน้าหล่อคมคายเรียบเฉยเ็าจนแทบเดาอารมณ์ไม่ได้ ราวกับระหว่างเราไม่เคยมีความตึงเครียดหรือการล้ำเส้นเกิดขึ้นเลยสักนิด
"คุณมิกะครับ... มีคนมาขอพบครับ บอกว่าเป็เพื่อนจากมหาวิทยาลัย" พนักงานประชาสัมพันธ์เดินเข้ามาแจ้ง
ฉันเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มรูปร่างโปร่งหล่อเหลาในชุดลำลองเนื้อดีจะก้าวเข้ามาในห้อง ใบหน้าสะอาดสะอ้านและรอยยิ้มสุภาพที่เป็เอกลักษณ์ทำให้ฉันจำได้ทันที
"วิน!" ฉันร้องเรียกเสียงหลงพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความดีใจ
"มิกะ! ในที่สุดก็เจอตัว" 'วิน' นาวิน เพื่อนสนิทแสนดีจากมหาวิทยาลัยก้าวเข้ามาหาฉันด้วยแววตาเป็ห่วงเป็ใยอย่างปิดไม่มิด "มิกะหายไปไหนมา? วินโทรหาก็ติดต่อไม่ได้ ไปถามที่คณะเขาบอกว่ามิกะดร็อปเรียน วินเป็ห่วงมิกะมากเลยนะ"
"มิกะขอโทษนะวิน... พอดีที่บ้านมีปัญหาด่วนนิดหน่อย มิกะเลยต้องมาจัดการเื่ Pluvia ก่อน" ฉันตอบพลางยิ้มให้เขาอย่างซาบซึ้งใจ ความสดใสและสุภาพของวินทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับไปสู่อ้อมกอดของโลกใบเดิมที่แสนปลอดภัยและไม่มีอันตรายใด ๆ
"มีอะไรให้วินช่วยบอกได้เลยนะ วินไม่อยากเห็นมิกะต้องเหนื่อยคนเดียว" วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางเอื้อมมือมาตบบ่าฉันเบา ๆ ก่อนจะใช้นิ้วมือเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มของฉันทัดใบหูอย่างทะนุถนอม ััที่คุ้นเคยในฐานะเพื่อนสนิททำให้ฉันไม่ได้ขยับหนี ทว่าส่งยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไป
ฉันไม่ได้สังเกตเลยว่า... รังสีความเย็นเยือกจากบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนอยู่มุมห้องพลันแผ่ซ่านขึ้นมาทันที ชินจ้องมองััของวินบนตัวฉันด้วยั์ตาคมปลาบที่เข้มขึ้น นิ้วมือแกร่งของชินขยับกำแน่นข้างลำตัว
"มิกะไปกินกาแฟข้างล่างกับวินหน่อยไหม? วินมีเื่จะคุยด้วยเยอะแยะเลย" วินเอ่ยชวน
"ขออภัยครับคุณนาวิน ตอนนี้คุณมิกะไม่สะดวกออกไปด้านนอกด้วยเหตุผลความปลอดภัยครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับน้ำแข็งของชินดังขัดขึ้นมาทันที ชินก้าวเข้ามาขวางระหว่างฉันกับวิน ร่างสูงใหญ่กำยำและแผงอกกว้างของบอดี้การ์ดหนุ่มกดดันจนวินต้องก้าวถอยหลังด้วยความแปลกใจ
"มิกะ... คนนี้คือใครเหรอ?" วินถามพลางมองชินอย่างระแวง
"เอ่อ... นี่คือคุณชิน บอดี้การ์ดที่คอยดูแลมิกะ่นี้ มิกะไม่สะดวกจริง ๆ ไว้เราคุยกันทางแชตนะ" ฉันรีบแก้สถานการณ์เพื่อไม่ให้วินต้องมารับเคราะห์จากคนของมาเฟีย วินมองฉันสลับกับชินอย่างแคลงใจลึก ๆ ก่อนจะจำใจเอ่ยลาและเดินออกไป
---
ทว่าความโล่งใจของฉันอยู่ได้ไม่นาน...
ไม่นานนัก บานประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มประณีตของเคียวยะก้าวเข้ามา กลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวและรังสีอัมหิตแผ่กระจายจนอากาศในห้องเย็นเฉียบเฉียบพลัน แววตาดุจเหยี่ยวของเขาจ้องมองตรงมาที่ฉันอย่างไร้ความปรานี
"กลับเพนต์เฮาส์!" เคียวยะสั่งเสียงเฉียบขาดพลางกระชากข้อมือของฉันให้เดินตามเขาออกไปทันที โดยไม่ฟังเสียงทัดทานใด ๆ
เมื่อกลับมาถึงห้องทำงานส่วนตัวที่เพนต์เฮาส์ เคียวยะเหวี่ยงร่างของฉันลงบนโซฟาตัวใหญ่ช้า ๆ ชินก้าวตามเข้ามาล็อคประตูและยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องทำงาน ใบหน้าของชินก้มลงต่ำเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงแรงกดดันของเ้านาย
เคียวยะถอดสูทตัวนอกโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี เขาปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดพลางย่างสามขุมเข้าหาฉัน แววตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะและโทนเสียงของเขาเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"เธอลืมสถานะตัวเองไปแล้วเหรอมิกะ? หรือคิดว่าการดร็อปเรียนมาอยู่ที่นี่ทำให้เธอมีสิทธิ์พานายบำเรอหน้าอ่อนนั่นมาเล่นชู้ในบริษัทของฉันได้ตามใจชอบ?" เคียวยะคำรามต่ำอย่างน่ากลัว
"นั่นแค่วิน... เขาเป็เพื่อนร่วมรุ่นมิกะนะคะ! เขาแค่เป็ห่วงมิกะเฉย ๆ!" ฉันพยายามโต้แย้งทั้งน้ำตาคลอเบ้า ใและสับสนที่เขาจู่ ๆ ก็กลับมาร้ายและเฉยชาใส่ฉันขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อวานยังกอดปลอบฉันอยู่แท้ ๆ
"เพื่อนร่วมรุ่นงั้นเหรอ? คลอเคลีย ลูบไหล่ลูบหัวกันขนาดนั้น... มันอยากได้เธอใจจะขาดแล้วมั้งยัยหนู!" เคียวยะเหยียดยิ้มร้ายกาจกระชากท่อนแขนของฉันดึงร่างบางขึ้นมาคร่อมทับบนหน้าตักสอบของเขาอย่างรุนแรงและเผด็จการ
"ปล่อยนะคุณเคียวยะ! มิกะเจ็บ!" ฉันประท้วง พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดแกร่ง
"จำไว้ว่าเธอคือนักโทษและหลักประกันหนี้ห้าสิบล้านของฉัน! ร่างกายนี้... ทุกตารางนิ้วของเธอเป็สิทธิ์ของฉันคนเดียว!" เคียวยะเค้นเสียงต่ำชิดริมฝีปากของฉัน ก่อนจะกดจูบลงมาอย่างรุนแรง จาบจ้วงบดขยี้เรียวปากบางของฉันอย่างไร้ความปรานีเพื่อสั่งสอนและลงโทษ ความอุ่นร้อนปนเปความดิบป่าเถื่อนทำให้สมองของฉันขาวโพลนไปหมด
เคียวยะผละริมฝีปากออก ลากไล้ปลายลิ้นร้อนไซ้ซอกคอระหงและลาดไหล่เนียน มือหนาแกร่งของเขาสอดแทรกเข้าไปใต้กระโปรงทำงานของฉัน บีบเคล้นสะโพกมนและต้นขาอ่อนอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นความซ่านเสียว ร่างกายของฉันทรยศสมองโดยการตอบสนองััของเขา ลมหายใจเริ่มขาดห้วงและครางแ่เสียงหวานอย่างหมดทางสู้
ระหว่างที่ฉันกำลังบิดเร้ากายด้วยความรัญจวนปนทรมาน เคียวยะก็ผละใบหน้าออกและกวาดสายตาคมกริบไปสบประสานเข้ากับบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนตัวเกร็งอยู่มุมห้อง แววตาของเคียวยะฉายแววเคลือบแคลงและเยาะหยันลึกล้ำ เขาจับสังเกตลมหายใจที่หอบหนักและกำปั้นที่กำแน่นของชินได้ั้แ่ตอนที่พวกเขากลับมาจากเซฟเฮาส์ และภาพเมื่อกี้ที่ชินมองไอ้เด็กวินนั่นลื่นมือแตะตัวมิกะ มันทำให้เคียวยะอยากจะทดสอบขีดจำกัดความภักดีของคนรักและควบรวมสิทธิ์เหนือผู้หญิงคนนี้ไปพร้อมกัน
"ชิน... เดินเข้ามานี่" เคียวยะเอ่ยสั่งเสียงพร่าต่ำแต่ทรงอำนาจสะกดทุกสิ่ง
ชินก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเราสองคนช้า ๆ ใบหน้าหล่อคมคายพยายามรักษาความนิ่งสนิทดุจศิลา ทว่าหน้าอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจถี่กระชั้นปัดเป่าความเยือกเย็นนั้นไปจนหมดสิ้น แววตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองร่างของฉันที่สวมเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยคร่อมทับอยู่บนหน้าตักเ้านายด้วยความสั่นระริก
"ในเมื่อยัยหนูของฉันจะยินยอมให้ผู้ชายหน้าไหนจับต้องตัวเธอก็ได้... ชิน นายก็ทำกับเธอได้เหมือนกัน" คำพูดของเคียวยะสร้างความตกตะลึงให้ฉันจนเบิกตากว้าง
"คุณเคียวยะ... ไม่... อย่า..." ฉันสั่นเสียงประท้วง หัวใจเต้นระรัวด้วยความกลัวปนความอับอายที่รุนแรงที่สุดในชีวิต ฉันพยายามขยับตัวหนีจากตักเขา แต่เคียวยะจับสะโพกฉันตรึงไว้แน่นด้วยมือเดียว
"หุบปากยัยหนู... หรืออยากให้ฉันลงโทษหนักกว่านี้อีก?" เขากระซิบขู่เข็ญชิดหูฉัน ลมหายใจร้อนเป่ารดผิวที่บอบบาง
ชินขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน แววตาคมกริบของเขาสั่นระริกฉายแววความขัดแย้งรุนแรงระหว่างความภักดีต่อเคียวยะและความกระสันอยากในตัวมิกะที่กักเก็บไว้ ฝ่ามือหนาของชินไม่ได้แตะนิ่งเฉยตามหน้าที่อีกต่อไป
เคียวยะคว้าข้อมือแกร่งของชินดึงลงมา กดทาบฝ่ามือหนาสากของบอดี้การ์ดหนุ่มลงบนต้นขาเนียนด้านในของฉันโดยตรง "แตะสิชิน... ลูบไล้เธอสิ ห้ามขัดคำสั่งฉัน"
"อึ่ก..." ชินสบถต่ำในลำคอ ร่างสูงใหญ่สะท้านวาบยามที่ผิวเนื้อแกร่งปะทะเข้ากับความนุ่มหยุ่นเปียกชื้นของฉัน
ฉันตัวสั่นเทา "ชิน... อย่าแตะ... มิกะ... อ๊ะ..." แต่คำพูดของฉันอ่อนแรงลงเมื่อนิ้วเรียวยาวร้อนผ่าวของชินเริ่มขยับ ลากผ่านรอยแยกของกระโปรงทำงานขึ้นสูงช้า ๆ ััของชินร้อนระอุดุจไฟลามทุ่งและเต็มไปด้วยความสั่นสะท้านที่ส่งผ่านมือของเขามาถึงฉัน
เคียวยะยกกระโปรงฉันขึ้นสูงยิ่งกว่าเดิม จนเผยให้เห็นแพนตี้ลูกไม้สีครีมที่เปียกชุ่มแล้ว เขายิ้มมุมปากอย่างพอใจ "ดูสิ... ยัยหนูอยากขนาดนี้แล้ว... จากการที่นายวินมาคลอเคลีย หรือเพราะรู้ว่าชินจะมาแตะ?"
"ไม่ใช่... ไม่ใช่อย่างนั้น..." ฉันสะอื้นเสียงแ่ น้ำตาคลอเบ้า แต่ร่างกายกลับทรยศอย่างรุนแรงเมื่อเคียวยะดึงแพนตี้ฉันลงมาถึงเข่าในรวดเดียว เปิดเผยช่องทางรักที่บวมแดงและเปียกแฉะให้สายตาทั้งสองคนเห็นชัดเจน
ชินหอบหายใจรุนแรงจนน่ากลัว ดวงตาสีเข้มฉ่ำปรือจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเอ่อล้นน้ำตาของฉันด้วยอารมณ์เสน่หาอันบาปหนาและดิบเถื่อนที่พุ่งสูงปรี๊ด เขากำลังมีอารมณ์ร่วมกับฉันอย่างรุนแรงต่อหน้าเคียวยะ ขาแกร่งของชินขยับเบียดกระแซะเข้าหาโซฟา ลมหายใจอุ่นจัดของบอดี้การ์ดหนุ่มเป่ารดหน้าขาของฉันยามก้มตัวลูบคลำ
นิ้วหัวแม่มือหนาของชินไล้เบา ๆ ที่ต้นขาด้านใน ขึ้นสูงช้า ๆ จนถึงรอยแยกที่เปียกชื้น เขากดนิ้วกลางร้อนผ่าวลงบนเนินเนื้อนุ่มที่บวมตุบ ๆ ของฉัน วนเป็วงกลมช้า ๆ ก่อนจะเลื่อนลงไปแตะที่กลีบเนื้อนุ่มด้านนอกที่แฉะไปด้วยน้ำรัก
"อ๊ะ... ชิน... ฮื้อ... ร้อน... อย่า... " ฉันแอ่นสะโพกโดยไม่รู้ตัว