ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 157 หักขา

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 157  หักขา



            ขณะที่จินกำลังมองกลุ่มหมาป่าเวหาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์อยู่นั้น เสียงฝีเท้าถี่ๆ ก็ดังขึ้นมาจากทิศทางตรงกันข้ามกับกลุ่มอันธพาล


            ตึกๆๆๆๆ


            เป็นเสียงฝีเท้าที่ค่อนข้างหนัก แสดงให้เห็นว่าเจ้าของเสียงเร่งรีบและไม่ได้มีฐานพลังที่สูงมากนัก อย่างน้อยก็ไม่ใช่อเวกระดับสูง


            “แฮ่กๆๆ” หลังจากเสียงฝีเท้าหยุดลง ก็ตามมาด้วยเสียงหอบเหนื่อย


            “พี่ชาย! ในที่สุดท่านก็กลับมา เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว!” เมื่อจินหันกลับมามองก็พบว่าเจ้าของเสียงคือเด็กหนุ่มที่เขาเคยจ่ายเงินให้ช่วยแนะนำเขตชุมชนสายฟ้าฟาดแห่งนี้


            “ข้าได้ข่าวว่าหัวหน้ากลุ่มหมาป่าเวหาเพิ่งกลับมาจากหุบเขาสายฟ้าฟาด...เมื่อรู้ว่าท่านอยู่ที่นี่ข้าก็รีบมาหา...และพวกกลุ่มหมาป่าเวหา อ๊ะ!” เด็กหนุ่มที่รีบวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกข่าวก็ต้องตกใจเมื่อเห็นกลุ่มคนนับสิบที่เดินมาแต่ไกล


            พวกมันเดินแสยะยิ้ม ก้าวขาช้าๆ ด้วยความมั่นใจ กลุ่มนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นกลุ่มหมาป่าเวหานั่นเอง


            “โอ้ เช่นนั้นหรือ?” จินรับฟังเด็กหนุ่มชุดเหลืองเงียบๆ ดูเหมือนว่าสิ่งที่ชายชุดขาวพูดเมื่อครู่จะไม่ได้โกหก หัวหน้าของมันกลับมาแล้วจริงๆ


            แต่การมาถึงของหัวหน้ากลุ่มหมาป่าเวหามีอะไรให้กลัว? กับอีแค่อีโวลธรรมดาๆ แม้แต่ในตอนที่จินยังเป็นอเวกระดับเก้าเขายังไม่หวาดกลัวเลย นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่ชายหนุ่มก้าวข้ามมาถึงขอบเขตใหม่เรียบร้อยแล้ว


            “พวกหมาป่าเวหา!” สายตาของเด็กหนุ่มจ้องไปที่กลุ่มคนนับสิบที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเขม็ง ก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่มในชุดคลุมสีฟ้าซึ่งอยู่เบื้องหน้าตน “พวกเรารีบหนีจากที่นี่เถิดขอรับ แม้หัวหน้ากลุ่มหมาป่าเวหาจะไม่ใช่อีโวลที่แข็งแกร่งที่สุดในที่แห่งนี้ แต่ความสามารถของมันก็ไม่อาจดูแคลนได้...ถ้ามันต้องการหาเรื่องพวกเราจริงๆ บางทีเราอาจจะไม่รอด”


            หมับ


            แขนเสื้อด้านซ้ายของจินถูกฉุดด้วยแรงน้อยๆ ของอเวกระดับห้า เด็กหนุ่มพยายามดึงชายหนุ่มให้ออกจากที่นี่อย่างเต็มที่ แต่น่าเสียดายที่ร่างกายของจินนั้นมั่นคงดั่งหินผา แรงน้อยๆ เพียงเท่านี้ไม่สามารถดึงเขาให้เคลื่อนที่ไปไหนได้


            “เจ้ากลัวหัวหน้ากลุ่มหมาป่าเวหาขนาดนั้นเลยหรือ?” ร่างของชายหนุ่มมั่งคง แต่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูสงสัย เขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน


            เด็กหนุ่มที่มีใบหน้าร้อนรนกำลังจะตอบกลับไป แต่เสียงจากอีกฟากฝั่งกลับดังขึ้นมาก่อน


            “ฮ่าฮ่าฮ่า แน่นอนว่ามดปลวกอยากพวกเจ้า เพียงแค่ฝ่ามือเดียวของท่านหัวหน้าก็คงแหลกเละเป็นชิ้นเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นอเวกที่แข็งแกร่งแค่ไหน เมื่ออยู่ต่อหน้าอีโวลก็เป็นได้แค่ตัวตนเล็กจ้อย” ชายชุดขาวกล่าวไปหัวเราะไปด้วยความเฮฮา พร้อมกับกลุ่มคนด้านหลังที่คอยหัวเราะเสริม


            คราวก่อนจินทำให้มันเสียหน้าเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าพวกมันรู้ตัวดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายหนุ่มตรงหน้า แต่จินก็ไม่น่าจะเป็นคู่ต่อสู้ให้กับหัวหน้าพวกมันได้เช่นกัน เป็นเหตุให้พวกมันยังกล้ายืนหน้าระรื่นอยู่ตรงนี้ได้


            “จะบอกอะไรเอาไว้ให้นะ ข้าส่งคนไปรายงานหัวหน้าแล้ว การหลบหนีไปตอนนี้ไม่มีประโยชน์ ข้าว่าเจ้ารีบคุกเข่าลงเลียรองเท้าข้าดูดีกว่า เผื่อข้าจะใจดีอ้อนวอนขอให้หัวหน้าไว้ชีวิตพวกเจ้าได้บ้าง ฮ่าๆๆ” ชายชุดขาวยื่นเท้าขวาออกมาเบื้องหน้าเล็กน้อย


            เห็นการกระทำเช่นนี้ของชายชุดขาว กลุ่มคนอีกนับสิบที่เดินตามมาด้านหลังก็หัวเราะชอบใจ หากอีกฝ่ายที่เป็นถึงอเวกระดับเก้ายอมทำตามจริง คงจะเป็นภาพที่น่าดูไม่น้อย นี่ถึงกับมีบางคนในกลุ่มด้านหลังยื่นเท้าออกมาล้อเลียนชายหนุ่มชุดฟ้าด้วยเช่นเดียวกัน


            ทั้งจินและกาวิลหันไปมองกลุ่มหมาป่าเวหา กาวิลกำมือแน่น ขมวดคิ้วมุ่นไม่พอใจ แต่ไม่ได้ทำอะไรอีก ส่วนจินนั้นเหลือบสายตาไปมองอีกฝ่าย ใบหน้ายังคงนิ่งเฉย


            แม้ใบหน้าจะยังนิ่งเฉย แต่สายตาเริ่มจะไม่เป็นมิตรเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ความจริงเขาสามารถสังหารมันด้วยความคิดเพียงวูบเดียว เพียงแต่ที่นี่คือเขตชุมชนสายฟ้าฟาด มีอีโวลแฝงตัวอยู่ไม่ใช่น้อยๆ หากเขาฆ่าใครสักคนหนึ่งกลางที่สาธารณะเช่นนี้ เท่ากับสร้างปัญหาให้กับทุกคน


            จินยับยั้งความต้องการฆ่าของตนเองเอาไว้ แน่นอนว่าที่นี่ไม่ได้ แต่หากเป็นที่อื่นก็ไม่แน่ ชายหนุ่มกำลังคิดว่าจะล่อพวกนี้ไปจัดการที่อื่นอย่างไรดี


            ขณะนั้นเองก็มีชายคนหนึ่งวิ่งมาทางนี้ พร้อมกับรีบพูดขึ้นว่า “ท่านหัวหน้ากำลังมา!”


            ทุกคนหันหน้าไปมองชายคนดังกล่าว ก่อนที่กลุ่มหมาป่าเวหาจะหันหน้ากลับมาแสยะยิ้มให้กับชายหนุ่มชุดฟ้า


            พวกมันแสดงสีหน้ากวนอารมณ์อย่างยิ่ง คิดว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่กล้าลงมือกับพวกมัน ไม่ว่าจะเพราะที่นี่เป็นเขตชุมชน หรือเพราะเกรงกลัวต่อหัวหน้าที่อยู่ในระดับอีโวลก็ตาม


            อึดใจเดียว เสียงลมหวีดหวิวก็ดังขึ้นมาตามทาง ก่อนจะปรากฏร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาหยุดอยู่ไม่ไกล


            พรึ่บ


            เป็นร่างในชุดคลุมสีดำ แม้สีหน้าจะดูซีดเซียว แต่ก็ไม่สามารถบดบังความหยิ่งผยองบนนั้นได้เลย


            “ไหน มันอยู่ที่ไหน!” เพิ่งจะมีถึง อีกฝ่ายก็ตะโกนเสียงดังทันที ทั้งน้ำเสียงเอย ใบหน้าเอย ล้วนแต่ดูไม่ดีนัก แค่มองไปก็พอจะรู้ว่าอยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียว


            หัวหน้ากลุ่มหมาป่าเวหาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่ดี ก่อนหน้าที่มันจะออกจากหุบเขาสายฟ้าฟาด มันได้พบกับประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก อารมณ์โกรธที่มีจึงยังคุกรุ่นอยู่ในอก และต้องการจะหาที่ระบายโดยเร่งด่วน โชคดีที่มันได้ข่าวจากลูกน้องของตนว่าพบอริเก่าที่เคยหาเรื่องกลุ่มหมาป่าเวหาของมัน จึงรีบมุ่งหน้าตามมาในทันที


            “นี่ขอรับ มันคือชายผู้นี้!” ชายชุดขาวรีบปรี่เข้าหาชายชุดดำทันที ชี้ไม้ชี้มือไปทางที่จินยืนอยู่


            เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของชายชุดดำก็มองตามนิ้วของอีกฝ่ายไปก่อนจะพบเป้าหมาย มันเป็นชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดสีฟ้าเรียบๆ ด้านข้างเป็นเด็กหนุ่มชุดเหลืองกำลังจับแขนเสื้อชายคนแรกอยู่


            ชายชุดดำกะพริบตาหลายครั้งหลายหน ก่อนจะเบิกตากว้าง สิ่งที่เห็นทำให้มันตัวแข็งทื่อไปในทันที คราแรกมันเองก็ไม่เชื่อสายตาและคิดว่าตนสติไม่อยู่กับตัวจึงพยายามเพ่งมองให้ชัดๆ แต่ยิ่งมองเท่าไหร่ ประสบการณ์เลวร้ายที่เคยประสบก็ยิ่งกลับมาหลอกหลอนตัวมันมากเท่านั้น


            ในขณะที่ชายชุดดำมองมาที่จิน จินเองก็สังเกตอีกฝ่ายเช่นเดียว และแน่นอนว่ามันคือบุคคลที่เขาคุ้นเคย แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันนานนัก แต่เหตุการณ์ก็เพิ่งจะผ่านมาไม่นาน ไม่มีทางที่อีโวลซึ่งมีความทรงจำยอดเยี่ยมจะจดจำไม่ได้


            ชายชุดดำตรงหน้านี้ก็คือตัวทดลองพลังหลังจากที่จินลงมาจากเขานั่นเอง เป็นอีโวลระดับหนึ่งที่ค่อนข้างแข็งแกร่งในด้านร่างกาย เพียงแต่ยังอ่อนแอกว่าจินอยู่เล็กน้อย 


            ส่วนในด้านจิตวิญญาณ เรียกว่าเทียบไม่ติดฝุ่น แค่แรงกดดันเพียงอย่างเดียวของจินก็บีบคั้นอีกฝ่ายจนปางตายได้แล้ว


            ชายในชุดดำยืนแข็งทื่อ ช่วงขาสั่นเทา ความรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงยังคงจดจำได้ไม่เลือนราง มันตั้งใจจะมาระบายอารมณ์เนื่องจากความคับข้องใจที่ถูกข่มเหงอย่างไร้ทางสู้ และที่ตนแย่งชิงสมุนไพรล้ำค่าไม่สำเร็จ แต่สุดท้ายมันกลับมาพบฝันร้ายอีกครั้ง


            จินจ้องมองชายชุดดำนิ่งๆ เขาก็แปลกใจเล็กน้อยที่ได้มาเจออีกฝ่ายที่นี่ ไม่น่าเชื่อว่าดวงจะสมพงศ์อะไรกันได้ขนาดนี้ ที่แท้อีกฝ่ายก็คือหัวหน้ากลุ่มหมาป่าเวหานี่เอง


            หลังจากสบตากันอยู่หลายวินาที ในที่สุดชายชุดดำก็มีสติรู้ตัว ข่มร่างกายอันสั่นเทาได้ แต่แล้วเสียงที่น่ารำคาญก็ดังแทรกเข้ามาในหู


            “ท่านหัวหน้ารีบจัดการมันเลยขอรับ ต่อไปภายภาคหน้าพวกมดปลวกตัวอื่นๆ จะได้ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่าง” ชายชุดขาวกระซิบกระซาบ พยายามสุมไฟเข้าไปให้หนักมากขึ้น


            เหมือนคำพูดนั้นจะได้ผล แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม หัวหน้ากลุ่มหมาป่าเวหารีบหันไปหาชายชุดขาวด้านข้างของตนด้วยใบหน้าถมึงทึง พร้อมกับสาดสายตาอาฆาตไปหาลูกน้องของตนแทนที่ ยิ่งฟังมากเท่าไหร่ ความโกรธภายในใจของชายชุดดำก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น


            มันพยายามข่มความโมโหภายในใจเต็มที่ก่อนจะหันกลับมาหาชายหนุ่มในชุดสีฟ้า และสิ่งที่กลุ่มหมาป่าเวหาทุกคนต้องตกใจก็เกิดขึ้น


            ร่างอันสง่าผ่าเผยของชายชุดดำค่อยๆ ค้อมตัวลง แผ่นหลังตั้งตรงก้มลงจนสุด ไม่หลงเหลือความภาคภูมิในฐานะอีโวลแม้แต่น้อย


            “ขออภัยนายท่าน! ข้าน้อยหาได้มีความเฉลียวไม่ กลับถูกพวกเวรนี่พามาที่นี่ได้ ต้องขออภัยอย่างสุดซึ้งกับอากัปกิริยาที่ไม่เหมาะสมของข้าและลูกน้องของข้า” ชายชุดดำรีบตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง กลัวว่าตนเองจะต้องพบจุดจบอย่างน่าสังเวช


            เมื่อพูดจบชายชุดดำก็คงโค้งตัวค้างอยู่อย่างนั้น ในขณะที่กลุ่มหมาป่าเวหาทั้งหมดต่างอ้าปากค้างไปตามๆ กัน สมองของพวกมันอื้ออึงไปหมด ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนได้ยินนั้นถูกต้องหรือไม่


            “น่ะ...นี่” ชายชุดขาวพยายามพูดบางอย่าง แต่ชายชุดดำเร็วกว่ามาก ด้วยความโมโหที่มีอยู่ในใจอยู่แล้ว มันรีบเหวี่ยงฝ่ามือเข้าปะทะใบหน้าของอีกฝ่ายทันที


            เพี๊ยะ!


            แม้ชายชุดดำจะออมแรงไว้แล้ว แต่กำลังกายของอีโวลก็มหาศาลอย่างยิ่ง ส่งร่างของชายชุดขาวไปนอนกองที่พื้นทันที


            “อั่ก...” ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วใบหน้า ชายชุดขาวไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป


            “บัดซบ เลี้ยงเสียข้าวสุก! พวกเจ้าทุกคนกล้าดีอย่างไรมาดูหมิ่นนายท่าน อยากตายมากนักหรืออย่างไร!?” ชายชุดดำยืดหลังกลับมาพร้อมกับตะโกนด่ากลุ่มหมาป่าเวหาทุกคน


            “พวกเจ้าเสียมารยาทกับนายท่านผู้นี้ได้เช่นไร? หักข้าตนเองคนละข้างเดี๋ยวนี้!” ชายชุดดำตะโกนออกคำสั่ง


            กลุ่มหมาป่าเวหาที่เหลือยืนนิ่งมองหัวหน้าของตนที่กำลังเกรี้ยวกราด พวกมันไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวเช่นไร ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น


            หลังผ่านไปครู่หนึ่งยังไม่มีใครทำตามคำสั่ง ชายชุดดำก็ยิ่งโมโหมากเข้าไปใหญ่ ก่อนจะเตะตัดขาชายฉกรรจ์ที่อยู่ใกล้ตนเองที่สุด ได้ยินเสียงแตกเกรียวกราวของกระดูกหน้าแข้งมาจากด้านใน ชายผู้โชคร้ายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด


            “ถ้าไม่หักเองหนึ่งข้าง ข้าจะหักให้พวกเจ้าคนละสองข้างไปเลยเป็นเช่นไร?” ชายชุดดำข่มขู่


            เมื่อเห็นดังนั้นทุกคนยิ่งตกตะลึงมากเข้าไปใหญ่ ก่อนที่ชายชุดขาวจะรีบหักขาตัวเองหนึ่งข้างทันที


            “อ๊ากกกก” แม้จะทำใจไว้แล้วแต่ก็ยังเจ็บปวด ชายชุดขาวรู้ตัวดีว่าตนเองทำเรื่องผิดพลาดลงไปแล้ว หากยังไม่รีบจัดการตนเอง ผลร้ายที่ตามมาอาจยิ่งใหญ่จนมันรับไม่ไหว


            เมื่อมีคนแรก กลุ่มหมาป่าเวหาคนอื่นๆ ก็รีบหักขาตนเองคนละข้างทันที ก่อนจะมีเสียงกรีดร้องตามมามากมาย


            อารมณ์โกรธของชายชุดดำเหมือนคลายลงบ้าง ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวช้าๆ หันมาทางชายหนุ่มในชุดสีฟ้า พยายามฉีกยิ้มออกมา แต่สีหน้าของมันก็ดูแข็งขืนฝืนทนเหลือเกิน

    คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน