ตอนที่ 53 อัพเกรดสกิล
ริวจิ : จอดห่างๆ จากค่ายสักหน่อยนะ
ริวจิก็บอกให้คนขับฮอให้จอดห่างๆจากค่ายเขาไม่อยากเป็นจุดสนใจ คนขับรับคำสั่งและเตรียมที่จะกลับไป แต่ริวจิก็ขวางไปเอาก่อน
ริวจิ : นายรับจ๊อบชั่วคราวรึเปล่า
คนขับฮอ : คุณหมายความว่ายังไงอย่างงั้นหรอ ผมไม่เข้าใจ ?
ริวจิ : ก็ง่ายๆ ฉันจะจ้างนายเป็นเวลา 14 วันก่อนฝูงซอมบี้จะมาถึง
คนขับฮอ : ถ้าผมทำแบบนั้นหัวหน้าทานากะฆ่าผมตายแน่เลยครับ
ริวจิ : อ๋อหรอ อาหารตั้งมากมายเลยน่ะที่ฉันจะมอบให้ และถ้านายมีครอบครัวละก็ พวกเขาจะกินอยู่สบายเลยน่ะในช่วง 1 เดือน
ริวจิได้ตุนอาหารไว้มากมายทุกที่ที่เขาไป อาหารไม่ใช้ปัญหาสำหรับเขาในตอนนี้ เขาต้องการคนขับฮอเพื่อไปทำอะไรบางอย่าง
เมื่ออ้างถึงครอบครัว เขาก็ครุ่นคิดอยู่สักพัก แต่ริวจิก็พูดขึ้นมาอีก
ริวจิ : เอ่อลืมไป ถ้าเผื่อฉันเข้าไปข้างในละก็ ในนั้นอาจจะมีฮอก็ได้น่ะ นายอาจจะพลาดโอกาสทองครั้งนี้ไปเลยก็ได้
คนขับฮอ : เออแต่ผมมีข้อแม้ 1 อย่าง
ริวจิ : ไหนลองว่ามาสิ
คนขับฮอ : คุณต้องไปส่งผมที่ค่ายเพื่อบอกกับหัวหน้าทานากะและบอกเขาให้ห้ามทำโทษผม เพราะผมบอกคุณบังคับ และผมจะขับฮอมาส่งคุณอีกรอบ และน้ำมันทั้งหมด คุณจะต้องเป็นคนออกด้วย รวมถึงอาหารที่ตกลงกันไว้
ริวจิ : นี่มันฟังดูเหมือนข้อเดียว แต่มีข้อย่อยเยอะจริงนะ แต่ก็ไม่มีปัญหา ฉันสามารถทำตามที่นายต้องการได้
เมื่อได้ยินแบบนั้นคนขับฮอก็โล่งใจเป็นอย่างมาก เขาได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก ในเรื่องนี้เขาแค่ขับฮอเฉยๆ และยังได้รับผลตอบแทนมากมายมหาศาลโดยไม่ต้องเสียอะไร แถมเขาไม่ต้องโดนหัวหน้าของเขาต่อว่าอีกด้วย นี่มันยิ่งกว่าถูกหวยเสียอีก
ริวจิ : เอาล่ะ งั้นชนายชื่ออะไรล่ะฉันจะได้เรียกถูก
คนขับ : ผมชื่อโทชิโอะ แต่คุณไม่ต้องแนะนำตัวก็ได้ ผมรู้จักพวกคุณทั้ง 2 คนอยู่แล้ว
ริวจิ :โอเคเข้าล่ะ แต่ก่อนอื่น ตอนนี้นี่มันก็เที่ยงแล้ว งั้นกินข้าวกันก่อนเถอะ
จากนั้นพวกเขาก็กินข้าวกัน ในระหว่างกินข้าวเขาก็หยิบแหวนมิติขึ้นมา แต่เขาก็ไม่สามารถอัพเกรดมันได้
" เฮ้อดูเหมือนว่าจะอัพเกรดไอเทมไม่ได้สินะ " ริวจิอยากลองอัพเกรดมันและเพิ่มขนาดช่องเก็บของเขา ให้มันเยอะมากกว่านี้เพราะตอนนี้มันมีขนาดแค่กล่องลูกบาทศ์ 10x10x10 เท่านั้นเอง หลังจากกินข้าวเสร็จโทชิโอะนั้นเขาตกใจเป็นอย่างมากที่คนแข็งแกร่งอย่างริวจิ จะอนุญาตให้เขากินข้าวด้วยโดยไม่แบ่งแยกเลยสักนิดเดียว ทำให้เขาประทับใจในตัวริวจิเป็นอย่างมาก เพราะปกตินั้นคนที่แข็งแกร่งนั้นจะมีอีโก้ ก็เหมือนกับคนรวยๆ สมัยก่อนเกิดยุคมืดนี้ขึ้น
ริวจิ : อายูงั้นเธอลองใช้สกิล Steal เข้าไปหาพ่อของเธอก่อนน่ะ เดี๋ยวฉันจะรออยู่ข้างนอกฉันมีอะไรต้องทำนิดหน่อยหน่ะ
อายู : อย่าบอกน่ะว่านายจะไปโอซาก้า
ริว : ไม่ใช่ๆ ฉันมีอะไรที่ต่องทำอยู่นี่และ ฉันไม่ไปไหนหรอก
หลังจากที่ริวจิตอบว่าไม่ได้คิดจะไปไหนเธอก็พยักหน้าและใช้สกิล Steal ก่อนที่จะหายไป
ริวจิ : เอาล่ะงั้นมาต่อดีกว่า
[เพลงดาบนภา ขั้น 1 ระดับสูงสามารถอัพเกรดได้ใช้ 100,000 Exp เพื่ออัพเกรดเป็นระดับต่ำขั้นที่ 2]
" อัพเกรด "
[ติ๊ง ทำการอัพเกรดสกิล เพลงดาบนภา ขั้นที่ 1 ระดับสูงกลายเป็น ขั้นที่ 2ระดับต่ำเสร็จสิ้น ]
ริวจ : เอาล่ะงั้นสกิลดาบนภาพอแค่นี้ก่อนล่ะกัน
จากนั้นริวจิก็จิ้มสกิลใหม่ขึ้นมา
[ Skill ประเมิน สกิลติดตัวระดับต่ำขั้นที่ 2 ต้องการ 500,000 Exp ในการอัพเกรดเป็นระดับกลาง ]
" อัพเกรด "
[ติ๊ง ทำการอัพเกรดสกิล ประเมินขั้นที่ 2ระดับต่ำกลายเป็น ขั้นที่ 2 ระดับกลางเสร็จสิ้น]
หมายเหตุ : สามารถมองเห็นอายุของเป้าหมายได้
ริวจิ : หะ อัพเกรดเสียตั้ง 500,000 Exp มองเห็นแค่อายุงั้นหรอจะบ้าตาย
ถึงเขาจะไม่พอใจแต่ก็กดอัพเกรดอีกครั้ง
[ติ๊ง ทำการอัพเกรดสกิล ประเมิน ขั้นที่ 2 ระดับกลางกลายเป็น ขั้นที่ 2 ระดับสูงเสร็จสิ้น]
หมายเหตุ : สามารถมองเห็นอารมณ์ของเป้าหมายได้
ริวจิ : ฉันเสียไป 1 ล้าน Exp เพื่อสิ่งนี้อย่างงั้นหรอ
แต่เมื่อเขาคิดดีดี ถ้าเขาสามารถมองอารมณ์ของเป้าหมายจะรู้ได้ว่าคนไหนความมุ่งร้ายต่อเขา และคนไหนที่จะหักหลังเขา เขาสามารถรู้ได้โดยแค่การมองอารมณ์ของอีกฝ่าย จากนั้นริวจิก็กดคลิ๊กอัพเกรดอีกครั้ง
- 5,000,000 Exp
[ติ๊ง ทำการอัพเกรดสกิล ประเมิน ขั้นที่ 2 ระดับสูงกลายเป็น ขั้นที่ 3ระดับต่ำเสร็จสิ้น]
หมายเหตุ : สามารถมองจุดอ่อนของเป้าหมายที่ต่ำระดับกว่าผู้ใช้ 2 ระดับ
ริวจิ : น้อยกว่าฉันสองระดับแบบนี้ฉันก็แค่มองจุดอ่อนแค่ Hunter ขั้นที่ 1 กับ ซอมบี้ G2 อย่างงั้นหรอ เห้อ
ริวจิได้ถอนหายใจออกมาอย่างแรงเขาเสีย 6 ล้าน Exp เพื่อมองจุดอ่อนของ Hunter ขั้นที่ 1 ที่มีขั้นต่ำกว่าเขาถึง 2 ระดับแล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไร เพราะคนพวกนี้ริวจิฟันแค่ทีเดียวก็สามารถฆ่าได้อย่างสบายๆ รวมถึงซอมบี้ G2 ก็เช่นกัน ริวจิได้คิดต่อถ้าเขาสามารถอัพเกรดมันไปเรื่อย ๆ เขาอาจจะมองเห็นจุดอ่อนในระดับสูงขึ้นไป แต่ถึงไม่เป็นอย่างงั้นถ้าริวจิเลื่อนละดับไปเรื่อย ๆ มันก็มีผลเช่นเดียวกัน
Exp ที่เขาได้มาทั้งหมดจากซอมบี้ 1 ล้านตัวนั้นเขาได้ 11,080,000 ตอนนี้เขาใช้ไปแล้ว 6,120,000 ยังเหลืออีก 4,960,000 Exp เขาเลือกอัพไปที่สกิลลบตัวตนและสกิลRed Zone จากระดับ2 ขั้นต่ำเป็นระดับ 2 ขั้นสูง และเหลือจากนั้นเขาก็อัพเกรดสกิลดาบนถาเป็นขั้นที่ 2 ระดับสูงเช่นกัน ซึ่งรวมกันแล้ว 3 ล้านExp ซึ่งเหลืออีก 1,960,000 แต่เขานั้นอัพเกรดอะไรไม่ได้แล้ว และตอนนี้เลเวลของเขาลดลงจาก 108 เหลือแค่ 102 ลดลงถึงหกเลเวลเลยทีเดียว แต่ค่าสถานะที่ได้มานั้นก็ไม่ได้หายไปแต่อย่างใด
ในระหว่างที่ริวจินั้นอยู่ในโลกส่วนตัวอยู่นั้นโทชิโอะก็ได้มองอยู่ไกล ๆ เขาสงสัยว่าริวจิทำอะไร เขาบอกอายูว่าเขามีอะไรต้องทำ แต่ริวจินั้นนั่งอยู่เฉยๆ และไม่ไปไหนและโวยวายและดีใจสลับกันไปมา ทำให้เค้าคิดว่าริวจิ นั้นเป็นใบโพล่าารึเปล่า (โรคสองอารมณ์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ) แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไป โทชิโอะนั้นยังมองอยู่เงียบๆ
ริวจิ : เอาล่ะเสร็จแล้ว ทำไมอายูเธอไม่กลับมาสักทีน่ะ เกิดเรื่องอะไรมั้ยน่ะ
ส่วนทางด้านอายู เธอใช้สกิล Steal เข้าไปในค่าย Tokyo เนื่องจากค่ายขนาดใหญ่ทำให้เธอต้องใช้เวลาหาพ่อของเขาพอสมควร เธอไม่เลือกที่จะถามคนเพราะว่า เธออาจจะเป็นจุดสนใจและทำให้โดนคิดว่าเป็นผู้บุกรุกก็เป็นได้ และเธอก็ยังเป็นคนแปลกหน้าอีกด้วย เธอได้หาไปหาละเต้น ของค่ายและเธอหาทุกเต้นของคนธรรมดารวมถึงพวกที่ไม่มีที่นอน เธอก็ยังไม่เห็นพ่อของเธอ ทำให้เธอเข้าไปในห้องทำงานของพวกระดับสูง แต่ว่าในขณะที่เธอจะเดินผ่าน ซามูไรผมยาวมีรวบผมไว้ด้านหลังนั้นเอง
" เธอเป็นใครเข้ามาในนี้ได้ยังไง แถมยังปกปิดตัวตน"
ชายหนุ่มถือดาบซามูไรได้พูดท้วงขึ้นมา ทำให้อายูนั้นหน้าเสียเป็นอย่างมากเพราะนอกจากริวจิแล้วยังไม่มีใครรู้ถึงตัวตนของเธอได้
อายู : ฉันไม่ได้มีเจตนาร้าย ฉันแค่มาตามหาพ่อของฉัน
หนุ่มผู้ถือดาบซามูไร : แล้วทำไมเธอต้องปกปิดตัวตน เธอไม่ใช่คนของทีนี้ใช่มั้ย
อายูเธอไม่ได้ปฏิเสธ เธอก็บอกไปตามความจริง
อายู : พ่อของฉันชื่ออากินายรู้จักรึเปล่า
หนุ่มผู้ถือดาบซามูไร : เธออาจจะเป็นนักฆ่า หรืออาจจะเป็นคนของค่ายอื่นที่ส่งมาขโมยอาหารของเราก็ได้ ฉันไม่สามารถบอกเธอได้หรอก
อายู : ฉันเข้าใจ แต่ช่วยบอกได้มั้ยว่าเขาสบายดีรึว่ายังมีชีวิตอยู่
ปกติอายูนั้นเธอจะไม่พูดกับคนแปลกหน้าเยอะขนาดนี้แต่นี้เป็นสถานณ์การจำเป็น ถ้าเธอไม่พูดอะไรจะโดนเข้าใจผิดได้ แถมเธอยังแอบลักลอบเข้ามาอีก ยิ่งจะโดนกล่าวหาเข้าไปใหญ่ เธออยากรู้ว่าพ่อของเธอนั้นสบายดีรึป่าวหรือเขาตายไปแล้ว เมื่อหนุ่มถือดาบซามูไรได้ยินเสียงของเธอ เขาก็คิดว่าเธอนั้นอาจจะโกหกก็ได้ แต่เขาก็ได้คิดว่าเเค่บอกสารทุกข์สุกดิบคงไม่เป็นไรเขาจึงไม่ปฏิเสธที่จะบอกไป
หนุ่มผู้ถือดาบซามูไร : เขายังมีชีวิตอยู่ และสบายดี
อายู : ขอบใจงั้นฉันไปล่ะ
หลังจากที่เธอบอกนั้น อายูก็หายไป เธออยากจะไปหาพ่อของเธอในตอนนี้แต่ตอนนี้แค่รู้ว่าพ่อของเธอนั้นสบายดี ก็ทำให้เธอนั้นโล่งอกเป็นอย่างมากแล้ว แต่เธอก็พอเดาได้ว่าพ่อของเธอนั้นไม่ได้เป็นผู้นำของทีนี่แน่นอน เพราะว่าถ้าเป็นพ่อของเธอจริงนั้น การที่เธอบอกว่าเป็นลูกสาวของเขานั้น ชายหนุ่มซามูไรก็ต้องตกใจมากกว่านี้ แต่เขากลับไม่ได้มีอาการอะไร
ชายหนุ่มซามูไรหลังจากที่อายูหายตัวไป เขาก็ได้คิดในประโยคที่เธอพูด
" เธอบอกว่าพ่อของเธอชื่ออากิ หรือว่าเป็นอากิที่เป็นหัวหน้าหน่วยคนนั้นงั้นหรอ เคยเห็นเค้าบ่อย ๆ แต่ไม่ยักรู้ว่าเขามีลูกสาวด้วยแฮ่ะ ... แต่เดี๋ยวเราค่อยไปถามเขาก็ได้ "
จากนั้นเด็กหญิงสาวผมสีเหลืองก็เดินออกมาเธอคาดธนูไว้ทีด้านหลังของเธอ และตัวของเธอก็เล็กกระทัดลัดไม่เหมือนคนที่ยิงธนูเป็นเลยสักนิด
เด็กสาวผมเหลือง : มีอะไรรึเปล่าค่ะ คุณสุซาคุ
สุซาคุ : เปล่าไม่มีอะไรหรอกริเอะ ว่าแต่หัวหน้าไปไหนแล้วอย่างงั้นหรอ
ริเอะ : เอ่อรู้สึกว่าจะออกไปเดินเล่นข้างนอกค่ะ
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ