“คุณชายอิงเหวยโปรดอย่ารบกวนการสนทนาของข้ากับคุณชายผู้นี้”เนี่ยชิวอวี่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างไม่ลังเล
เดิมที่นางรู้สึกยอมแพ้ต่อชะตากรรมแล้วและทำได้เพียงเลือกอิงเหวยตามเจตนาของผู้นำตระกูล แต่ตอนนี้นางได้พบแสงแห่งความหวังแม้มันจะเป็นดั่งแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ แต่นางจะลองบินเข้าไปสักครั้ง
“คุณชายผู้นี้หรือ”อิงเหวยเหลือบมองฟ่านเสวี่ยหลีอย่างเย้ยหยันแล้วพูดว่า“เจ้าเป็นเพื่อนของอิงเทาสินะ โปรดอย่ารบกวนข้ากับแม่นางเนี่ยชิวอวี่”
อิงเทาเป็นเพียงสุนัขที่กำลังจะถูกทอดทิ้งในสายตาของเขา เพื่อนของอิงเทาจึงยิ่งไม่ควรค่าแก่การสนใจ
ฟ่านเสวี่ยหลียพูดอย่างเฉยเมยว่า “ไม่ได้ยินคำพูดของแม่นางเนี่ยหรือ ยังไม่รู้ตัวอีก”เมื่อเห็นการวางท่าของอิงเหวย เขาก็ไม่รู้สึกดีด้วยแม้แต่น้อย
“เจ้า!”อิงเหวยเกรี้ยวโกรธเพราะคาดไม่ถึงว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะกล้าตอบโต้ตนเช่นนี้เขาจึงพูดอย่างเย็นชาว่า “ช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังพูดกับใคร” จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับเนี่ยชิวอวี่ว่า“แม่นางเนี่ยอย่าได้หลงกลเจ้าคนน่ารังเกียจผู้นี้”
ในจวนเจ้าเมืองและเมืองฉางซานนี้ เขาสามารถทำอะไรได้ตามอำเภอใจความยโสโอหังหลอมเป็นพลังคุกคามกระทั่งในคำพูด หากคนทั่วไปถูกเขาพูดเช่นนี้ เกรงว่าคงตกใจจนสีหน้าเปลี่ยน
เนี่ยชิวอวี่พูดอย่างเย็นชาว่า “คุณชายใหญ่ตระกูลอิงข้าขอเตือนเจ้าอีกครั้ง โปรดหลีกไป!”
เมื่อนางตัดสินใจเรื่องใดแล้ว ใครก็ไม่อาจฉุดกลับ
“เจ้า...” อิงเหวยสติหลุดและใบหน้าร้อนผ่าวไม่มีใครกล้าเตือนเขาต่อหน้าเช่นนี้มาไม่รู้นานเท่าใดแล้ว ซ้ำคำพูดนี้ยังออกจากปากหญิงสาวที่เขาชอบ
เพลิงโทสะภายในใจของเขาเดือดพล่านในทันที เขาหันไปมองฟ่านเสวี่ยหลีและระบายความโกรธ“เจ้าหนู วันนี้จวนเจ้าเมืองของข้าจัดงานประชุมฉางซานและเชิญแค่หนุ่มสาวอัจฉริยะเท่านั้น เจ้าหาได้คู่ควร!”
คำพูดของเขาแฝงด้วยจิตสังหาร และสั่นขวัญไปทั่วลานประลอง
“เจ้าเป็นตัวแทนจวนเจ้าเมืองได้หรือ” ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเฉยเมย
จิตสังหารของอีกฝ่ายหาได้มีความหมายต่อเขา
“ข้าเป็นถึงคุณชายใหญ่แห่งจวนเจ้าเมืองและเป็นผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวสำหรับตำแหน่งเจ้าเมืองคนต่อไป!” อิงเหวยแดงก่ำไปทั้งดวงตา“คำพูดในวันนี้ของข้าจึงเป็นคำแทนของจวนเจ้าเมือง!”
จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปโดยรอบอย่างหยิ่งทะนง “ข้าอิงเหวยเป็นนักปรุงยาที่อายุน้อยที่สุดของเมืองฉางซาน!”
“ตอนอายุสี่ปีข้าสามารถแยกกลิ่นระหว่างโลหิตพันมังกรและสมุนไพรจิ่วจ่วน”
“ตอนอายุห้าปี ข้าสามารถพิชิตยอดเขาต่างๆ เพื่อตามหาสมุนไพรหลากชนิด”
“ตอนอายุหกปี ข้ายังหลอมโอสถได้เตาหนึ่ง!”
“ส่วนตอนนี้ข้าก็เป็นนักปรุงยาระดับต้นแล้วกระทั่งยังได้รับการเลี้ยงดูสั่งสอนจากหอสมบัติโอสถหลังจากจบงานประชุมใหญ่เมืองฉางซาน ข้าจะฝากตัวเป็นศิษย์อาจารย์เว่ย!”
เมื่อเขาพูดถึงตรงนี้ก็พูดกับฟ่านเสวี่ยหลีอย่างเย็นชาว่า“แล้วเจ้าเล่า เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาเทียบกับข้า”
เมื่อหลายวันก่อนเขาได้รับการยอมรับจากเว่ยเจ่าและเว่ยเจ่าก็มีท่าทีจะรับเขาเป็นศิษย์ด้วยจึงเป็นสาเหตุที่ช่วงนี้เขามีความมั่นใจ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ คนอื่นๆ ที่อยู่โดยรอบก็รู้สึกตื่นเต้นเห็นได้ชัดว่าเจ้าคนที่กล้ามายุ่งกับแม่นางเนี่ยจะต้องพบกับความอับอายและถูกไล่ออกจากจวนเจ้าเมืองอย่างแน่นอน อีกทั้งยังทำให้อิงเทาเสียหน้าด้วย
ถึงเวลานั้นเขาจะต้องกลายเป็นสุนัขจรจัดและเสียใจกับสิ่งที่ตนทำลงไปแน่นอน!
เมื่อฟ่านเสวี่ยได้ยินอีกฝ่ายพูดถึง “อาจารย์เว่ย” ก็นิ่งงัน ‘หรืออาจารย์เว่ยที่อีกฝ่ายพูดถึงจะเป็นนักปรุงยาระดับกลางเว่ยเจ่า’ สำหรับเขานั้น อาจารย์เว่ยผู้นี้มีระดับฝีมือจำกัดแม้แต่ค่ายเจ็ดดาราอยู่ตรงหน้ายังไม่รู้
เมื่อเนี่ยชิวอวี่ได้ยินเช่นนี้ก็รีบยืนขวางหน้าฟ่านเสวี่ยหลีและพูดอย่างเย็นชาว่า “อิงเหวย ที่นี่คืองานประชุมใหญ่เมืองฉางซานไม่ใช่สถานที่สั่งการของเจ้า ข้ามีเรื่องต้องคุยกับคุณชายผู้นี้โปรดอย่ารบกวนพวกเรา!”
นางรังเกียจความหยิ่งผยองของอิงเหวยมาก เมื่อพูดจบ นางก็พูดกับฟ่านเสวี่ยหลีต่อว่า“คุณชาย งานประชุมใหญ่เมืองฉางซานแบบนี้ไม่เข้าร่วมก็ไม่เสียหายอะไรพวกเราไปกันเถอะ”
เห็นได้ชัดว่านางยอมละทิ้งงานประชุมใหญ่เมืองฉางซานครั้งนี้เพื่อฟ่านเสวี่ยหลี
“เจ้า...” เมื่อเห็นเนี่ยชิวอวี่ปกป้องฟ่านเสวี่ยหลีเช่นนี้ความโกรธภายในใจของอิงเหวยก็เดือดพล่านยิ่งขึ้น สายตาที่มองฟ่านเสวี่ยหลีในตอนนี้ยิ่งเปี่ยมด้วยความดูถูก“ลูกผู้ชายกลับหลบอยู่หลังสตรี แบบนี้หมายความว่าอย่างไร”
วันนี้เขาจะแสดงอำนาจ และไม่ปล่อยฟ่านเสวี่ยหลีไปโดยง่ายเด็ดขาด
ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มอย่างเฉยเมย ด้วยสถานะของเขาในตอนนี้เขามีหลายสิบวิธีในการสั่งสอนอีกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นการมองทะลุจุดบกพร่องการบ่มเพาะของอีกฝ่าย หรือจะเป็นการใช้หัตถ์เอาชนะ
ขณะที่เขากำลังจะพูด ทันใดนั้นพลันมีชายวัยกลางคนที่สวมชุดเกราะสีทองและมีจิตสังหารรุนแรงเดินเข้ามาพร้อมกับกระบี่ฟางเทียนในมือแต่สายตากลับอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก
“ผู้ใดมาก่อความวุ่นวายที่นี่ ไม่รู้หรือว่าตอนนี้กำลังบูชาฟ้าอยู่”เขาก็คือรองแม่ทัพจั๋วเจิ้นเจียงแห่งจวนเจ้าเมือง เขาเป็นถึงรองแม่ทัพของจวนเจ้าเมืองผู้ดูแลกฎมีสถานะเป็นรองเพียงแม่ทัพเยี่ย อีกทั้งยังมีวาจาสิทธิ์ในจวนเจ้าเมือง
ผู้คนโดยรอบตกใจเล็กน้อยและพูดกันอย่างเสียงเบา “แม่ทัพจั๋วมาแล้วเห็นทีเจ้าหมอนั่นคงแย่แล้ว ถูกไล่ออกจากจวนเจ้าเมืองแน่นอน” พวกเขาต่างรู้ดีว่าจั๋วเจิ้นเจียงสนิทสนมกับคุณชายอิงเหวย
“แม่ทัพจั๋ว ข้าสงสัยว่าชายผู้นี้สมรู้ร่วมคิดกับเผ่าปีศาจแอบแทรกซึมเข้ามาในจวนเจ้าเมืองของพวกเรา และมีแผนการร้ายต่อเจ้าเมืองหวังว่าแม่ทัพจั๋วจะคุมตัวชายผู้นี้และไต่สวนให้ละเอียด!” อิงเหวยพูดอย่างเย้ยหยันในเมื่อจะสั่งสอนฟ่านเสวี่ยหลี เขาก็ไม่เกรงใจที่จะลงมือโหดเหี้ยมเสียหน่อย
จั๋วเจิ้นเจียงพูดอย่างเคารพว่า “คารวะคุณชายใหญ่”จากนั้นสายตาของเขาก็เคร่งขรึมขึ้น จับจ้องไปที่ฟ่านเสวี่ยหลีแล้วพูดว่า“ในเมื่อเจ้ามีความเกี่ยวข้องกับเผ่าปีศาจ โปรดตามข้าไปที่ศาลบังคับใช้กฎด้วย!”
เมื่อครู่นี้เขารู้แล้วว่าฟ่านเสวี่ยหลีเป็นคนของอิงเทาหลังจากจบงานประชุมใหญ่เมืองฉางซาน อิงเทายังจะเอาตัวไม่รอด แล้วจะมีเวลาสนใจคุณชายผู้นี้ได้อย่างไรขอเพียงจับตัวฟ่านเสวี่ยหลีไปยังศาลบังคับใช้กฎและไต่สวนเสียหน่อยการจะโยนความผิดให้ฟ่านเสวี่ยหลีก็หาใช่เรื่องยาก
ทั้งหมดนี้ต้องโทษที่ฟ่านเสวี่ยหลีเข้าใกล้แม่นางเนี่ยต่อหน้าอิงเหวย!
เมื่อผู้คนได้ยินเช่นนี้ก็ถึงกับฮือฮาพวกเขาคาดไม่ถึงว่าจั๋วเจิ้นเจียงกับอิงเหวยจะน่ารังเกียจเช่นนี้แค่ไม่ถูกใจกันก็ชี้ความเป็นตายผู้อื่น หากเป็นเช่นนี้ฟ่านเสวี่ยหลีคงได้แก่ตายในคุกเจ้าเมือง
“ไม่แม้แต่จะถามก็ตัดสินความผิดเสียแล้วที่แท้รองแม่ทัพของแม่ทัพเยี่ยก็มีคุณธรรมเช่นนี้เองหรือ” เนี่ยชิวอวี่พูดเสียงดังอย่างอดใจไม่ได้สายตาเปี่ยมด้วยความโกรธเกรี้ยว
นางคาดไม่ถึงว่าจวนเจ้าเมืองที่รักษากฎอย่างเข้มงวดมาโดยตลอดกลับมีคนใช้กฎในทางที่ผิดเช่นนี้!
ผู้คนโดยรอบที่ได้ยินเช่นนี้ต่างเผยสีหน้าตกใจ ในสายตาของพวกเขาถึงแม้จั๋วเจิ้นเจียงจะทำเกินไปเสียหน่อย แต่การที่เนี่ยชิวอวี่พูดเช่นนี้ในที่สาธารณะจะยิ่งทำให้อิงเหวยโกรธเกรี้ยว!
ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆอิงเหวยหันไปพูดอย่างเย็นชาต่อองครักษ์หญิงของเนี่ยชิวอวี่ที่รีบเดินเข้ามา “คุณหนูของพวกเจ้าถูกผู้อื่นมอมเมาแล้วเชิญพาคุณหนูของพวกเจ้าไปพักผ่อนเถิด”
สายตาเขาพลันประกายแสงเย็นเยือก ในเมื่อทำถึงขั้นนี้แล้วเขาก็จะไม่ยอมอ่อนข้อเด็ดขาด
ทันใดนั้น จั๋วเจิ้นเจียงก็ชักกระบี่ฟางเทียนออกจากฝักคมดาบแหลมคมและจิตสังหารพลุ่งพล่าน เห็นได้ชัดว่ากำลังจะลงมือแล้ว
องครักษ์หญิงเหล่านั้นรีบเดินมาตรงหน้าเนี่ยชิวอวี่และกำลังจะโน้มน้าวนางแต่สายตาของเนี่ยชิวอวี่กลับเผยความโกรธออกมา “อะไรกัน พวกเจ้าไม่ฟังคำสั่งข้า แต่เชื่อฟังคำสั่งของอิงเหวยอย่างนั้นหรือ”
“คุณหนู พวกข้า...” ตอนนี้เหล่าองครักษ์หญิงขี่หลังเสือแล้วลงยาก ทำได้เพียงคุกเข่าลง“คุณหนู โปรดอย่าทำให้ผู้น้อยลำบากใจเลย...” พวกนางไม่มีทางปฏิเสธอิงเหวยได้
เมื่อผู้คนโดยรอบเห็นเช่นนี้ก็ถึงกับส่ายหน้า ไม่มีใครคาดคิดว่าเมื่ออิงเหวยแสดงอำนาจมันจะทรงพลังถึงขั้นนี้ ดูเหมือนว่าฟ่านเสวี่ยหลียากจะหนีรอดแล้ว
“คุณชายผู้นี้ตามข้ามาแต่โดยดีเถิด มิเช่นนั้นดาบไร้หูกระบี่ไร้ตาหากเผลอทำให้แม่นางเนี่ยบาดเจ็บเข้าจะไม่ใช่เรื่องดี”จั๋วเจิ้นเจียงเดินบีบเข้าหาฟ่านเสวี่ยหลีทีละก้าวๆจิตสังหารของเขาในตอนนี้รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการก้าวเดินของเขา
การโจมตีนี้ของเขามีอำนาจแห่งการผนึกแปดทิศไม่ว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะไปทางใดก็ไม่สามารถหนีกการโจมตีนี้พ้น
เนี่ยชิวอวี่ถึงกับกัดริมฝีปากจนเลือดไหลสีหน้าของนางทั้งโกรธทั้งสับสน วันนี้โลกช่างโหดร้ายกับนางยิ่งนัก นางรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่สามารถปลุกสายเลือดนักปรุงยาให้ตื่นขึ้น
หากปราศจากพลังก็ไร้ซึ่งความยุติธรรมและทำได้เพียงยอมให้ผู้อื่นข่มเหง!
เมื่อเห็นจั๋วเจิ้นเจียงไปถึงตรงหน้าระยะหนึ่งก้าวจากฟ่านเสวียหลี่สายตาของผู้คนโดยรอบก็เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันและสังเวชคุกบังคับใช้กฎของจวนเจ้าเมืองไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายอันบอบบางของฟ่านเสวี่ยหลีจะทนรับไหวไม่แน่คืนนี้ก็ถูกเฆี่ยนตีจนตายทั้งเป็นแล้ว
ชายหนุ่มคนก่อนหน้านี้ที่ชวนเนี่ยชิวอวี่คุยไม่สำเร็จ สีหน้าของเขายิ่งเปี่ยมด้วยความสุขใครใช้ให้เจ้าหมอนั่นคารมคมคายเล่า สมน้ำหน้า!
ส่วนอิงเหวยก็ยิ้มมุมปากอย่างได้ใจการจับขังฟ่านเสวี่ยหลีเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงแต่เขาสามารถใช้เรื่องเล็กน้อยนี้ข่มขวัญอิงเทา เนี่ยชิวอวี่และทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้
มีเพียงการอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่พลังเท่ากันเท่านั้นจึงมีสิทธิ์พูดถึงความยุติธรรม!
จากนั้นเขาก็ปัดฝุ่นออกจากหัวไหล่ตนแล้วพูดกับฟ่านเสวี่ยหลีว่า“เดิมทีข้าแค่อยากไล่เจ้าออกไปจากที่นี่ แต่เจ้าไม่ยอมเชื่อฟังตอนนี้สืบรู้ว่าเจ้าสมรู้ร่วมคิดกับเผ่าปีศาจ เสียใจแล้วสินะแต่น่าเสียดายที่โลกใบนี้ไม่มียาแก้ความเสียใจให้กิน!” สีหน้าของเขาดูมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
เหตุการณ์ในวันนี้แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นเจ้าของจวนเจ้าเมืองไปครึ่งหนึ่งแล้วส่วนอนาคตเขาจะควบคุมทั้งจวนเจ้าเมือง เมื่อถึงเวลานั้น หากเขาออกคำสั่งอย่าว่าแต่แต่งงานกับเนี่ยชิวอวี่เลย ต่อให้เนี่ยชิวอวี่เป็นอนุภรรยาตระกูลเนี่ยก็ไม่อาจปฏิเสธได้!
ตอนนี้แม้แต่พุทธองค์ก็ไม่สามารถช่วยฟ่านเสวี่ยหลีได้
แต่ทันใดนั้น พลันมีเสียงดุจราชสีห์คำรามดังขึ้นจนสะเทือนแก้วหูทุกคน“เหยียดหยามกฎหมายเมืองฉางซาน กลับผิดเป็นถูก เจ้ากลายเป็นผู้มีสิทธิ์ออกเสียงแต่เพียงผู้เดียวของจวนเจ้าเมืองตั้งแต่เมื่อใดคุณชายใหญ่สกุลอิง”