บทที่35 ลุยแดนหิมะ
“นี่หนู ๆ ๆหนูน่ะ” เจ้าของเสียงกล่าว
มีนหันกลับไปทางต้นเสียงที่ดังมาจากทางด้านหลังของตนก่อนจะพบว่า อีกฝ่ายคล้ายเป็นผู้หญิงลักษณะสูงวัยคนหนึ่ง ซึ่งสวมใส่ชุดยาวและมีผ้าคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าเอาไว้สาเหตุที่มีนทราบว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นคนสูงวัยนั่นก็คือ ในน้ำเสียงที่อีกฝ่ายส่งออกมานั้นมีความแหบพร่าแฝงอยู่นั่นเอง
“คะ?”มีนตอบหญิงสูงวัยคนนั้นด้วยความสงสัย
“ป้าขอนั่งด้วยได้ไหมจ๊ะ?”หญิงคนดังกล่าวแจ้งเจตนาของตนต่อหญิงสาว หลังจากได้เห็นใบหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยความสงสัยของอีกฝ่าย
“ดะ...ได้ค่ะ”มีนตอบคำอย่างประหม่า เพราะถึงอย่างไร มีนก็ยังไม่รู้เจตนาในการมาที่แท้จริงของอีกฝ่ายอยู่ดีแต่ครั้นตนจะปฏิเสธก็กระไรอยู่ เพราะถึงอย่างไรเทคนิคและข้อมูลเกมที่ผู้เล่นหลายคนได้โพสต์เอาไว้ในกระทู้ฯหรือแม้แต่ที่ประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทเกมได้กล่าวออกมาในวันแถลงเปิดตัวเกมฯ ก็ได้บอกเอาไว้ตรงกันว่า“จงอย่ามองข้ามสิ่งใด...แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆเพราะนั่นอาจจะมีเบาะแสสำคัญบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่...”
ร้านค้าในสมาคมนักล่าแห่งนี้แม้จะไม่ได้ดูกว้างขวางมากนัก แต่มันก็ยังมีที่ว่างอีกมากมายให้เลือกนั่งได้ตามสะดวกโดยไม่จำเป็นต้องมาขอนั่งร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้าเช่นนี้ ดังนั้นเจตนาของหญิงสูงวัยคนดังกล่าวจึงแปลกเกินไปที่จะทำให้มีนคิดว่านี่...เป็นแค่เรื่องบังเอิญ
แต่ในความคิดแวบแรกของหญิงสาวกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น‘ขายประกันป่ะเนี่ย?’
“เชิญค่ะ”มีนตอบพร้อมกับผายมือเป็นความหมายว่า เชิญนั่ง
“ขอบใจจ้ะ” หญิงสูงวัยกล่าวขอบคุณก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านข้างของหญิงสาว
“หนูพอจะมีเวลาสักครู่ไหมจ๊ะ?”คำถามในรูปแบบที่คุ้นเคย ทำให้มีนอดคิดไม่ได้ว่า อีกฝ่ายต้องการอะไรจากตน ‘นั่นไง...จริงซะด้วย ขายประกันชัวร์’
“เอ่อ...” ขณะมีนกำลังลังเลที่จะตอบหญิงสูงวัยกลับแทรกขัดขึ้นมาว่า “ป้าไม่ได้มาขายประกันฯ อย่างที่หนูเข้าใจหรอกจ้ะ”
??????
ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามก่อนหญิงคนที่เรียกตัวเองว่า “ป้า” จะเอ่ยออกมาจนทำให้ความคิดของผู้ฟังได้เตลิดเปิดเปิงไปไกล“แต่...ป้ามาขายฝัน”
‘ขายฝัน...อ๋อๆ ธุรกิจขายตรงนี่เอง’ มีนคิดไปไกลแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่หญิงสูงวัยผู้นี้บอกหมายความว่าอย่างไรกันแน่
“ขายฝัน คืออะไรหรือคะ?”มีนถามด้วยความอยากรู้
“แน่ะ หนูเริ่มสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ...”หญิงสาวสูงวัยกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อ...ฟังได้ค่ะ”มีนกล่าวอย่างอ้อมแอ้ม
“นั่นไง คืออย่างนี้นะป้าพอรู้ข่าวมาว่า หนูน่ะ...กำลังมองหาความมั่งคั่งมั่นคงในชีวิตอยู่ใช่ไหม?”
“ดังนั้น ป้าก็เลยจะมานำเสนอสิ่งดีๆ ให้หนู รับรองว่า...หนูต้องสนใจมันอย่างแน่นอน”
‘เอิ่มอะเวย์ หรือ กู๊ฟฟี่ลินกันนะ เอ๊ะ?! หรือว่าจะเป็น...แชร์ลูกโซ่’ มีนคิดในใจยังไม่ทันจบ หญิงสูงวัยจึงขัดขึ้นมาว่า “เอ่อ...ป้าไม่ได้มาขายของหรอกนะ”
“......”มีนถึงกับเงียบงันไร้คำพูดอยู่พักใหญ่ แต่ในใจกลับรู้สึกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้มันช่างมีความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะรับคำอีกฝ่ายอย่างประหม่า “ขะ...ค่ะ”
เมื่อเห็นท่าทีที่แสดงออกของอีกฝ่ายแล้วหญิงสูงวัยยิ้มให้แก่คำตอบของหญิงสาวตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดบทเริ่มกล่าวเข้าประเด็น “เอาล่ะ มาเข้าเรื่องเลยละกัน คือ...ป้ารู้มาว่าหนูอยากจะรวยใช่ไหม? พอดีว่าตัวป้า ก็พอจะชี้ช่องทางสร้างความรวยให้หนูได้...”
“ยังไงหรือคะ?”มีนถามขอคำอธิบาย ด้วยสีหน้าที่เกิดความรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
“แน่ะเริ่มสนใจแล้วใช่ไหมล่า?” หญิงสาวสูงวัยตอบอย่างรู้ทัน
“เอ่อ...ฟังได้ค่ะ”มีนตอบอย่างกลาง ๆ อีกแล้ว
หญิงสูงวัยไม่รีบร้อนบอกเล่าเรื่องราวก่อนจะเอ่ยออกมาลอย ๆ “ป้ารู้สึกคอแห้งจังเลย...”
ได้ยินเช่นนั้น มีนจึงยื่นเมนูเครื่องดื่มของร้านให้อีกฝ่ายก่อนจะกล่าวอย่างสุภาพว่า “นี่ค่ะ...เมนูฯ เชิญคุณป้าเลือกสั่งได้เลยนะคะเดี๋ยวหนูเลี้ยงเองค่ะ”
หญิงสูงวัยส่ายหน้าพร้อมกับทำท่ายกมือเหมือนจะปฏิเสธความหวังดีของหญิงสาวก่อนที่มีนจะยืนยันเจตนาของตนอย่างสุภาพ “ไม่เป็นไรค่ะ หนูเลี้ยงได้ค่ะ”
“เปล่า ๆ จ้ะ ป้าหมายถึง...เมนูไม่ต้องจ้ะ ป้าน่ะมาร้านนี้บ่อย ป้าจำได้ทุกเมนูอยู่แล้ว” หญิงสูงวัยกล่าวกับหญิงสาวซึ่งทำหน้าเจื่อนสนิท ก่อนจะชูนิ้วบอกบาร์เทนเดอร์ตรงเคาน์เตอร์บาร์เป็นสัญญาณว่า“เหมือนเดิม 1 ที่...”
หลังจากดึงสติของตนกลับมาจากเหตุการณ์หน้าแตกได้มีนจึงรีบดึงคำถามกลับเข้าประเด็นสนทนาในทันที “เอ่อ...ที่คุณป้าบอกว่า จะชี้ช่องทางรวยให้หนูคือยังไงหรือคะ?”
หญิงสูงวัยฟังคำถามของอีกฝ่ายแล้วจึงยิ้มรับคำหนึ่งก่อนจะเริ่มเกริ่นนำออกมา “คืออย่างนี้...วันก่อนป้าไปเดินชมนกชมไม้แถว ๆภูเขาหิมะมาน่ะ แล้วทีนี้ ป้าก็มีปิ่นปักผมที่ป้ารักมากอยู่อันหนึ่ง แต่ทว่าตอนที่ป้าเดินเล่นดูนู่นดูนี่อย่างสบายใจกลับบังเอิญมีเจ้าลิงจ๋อที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งเข้ามาหา ซึ่งป้าก็เห็นว่า ท่าทางของมันน่ารักดีก็เลยเล่นกับมันอยู่ครู่หนึ่ง...”
แต่ยังไม่ทันที่หญิงสูงวัยจะได้เล่าเรื่องราวจนจบบริกรหนุ่มก็ได้นำเครื่องดื่มที่ป้าสั่งไว้มาส่ง “สเปเชียล ดริ้งลาวา ที่คุณลูกค้าสั่งได้แล้วครับ”
หลังจากที่หญิงสูงวัยรับเครื่องดื่มมาแล้วก็หยิบแก้วเครื่องดื่มที่มีสีฟ้าใสและมีไฟลุกโชนแก้วนั้น เตรียมเอาเข้าปากทันที...
หญิงสาวเห็นเช่นนั้นจึงพยายามร้องเตือนด้วยความหวังดี เพราะเกรงว่าไฟที่ลุกโชนอยู่จะไหม้ผ้าคลุมศีรษะของอีกฝ่ายเข้า“คุณป้า!!ระวังไฟนะคะ!!”
ทว่า เหตุการณ์ที่หญิงสาวเป็นกังวลกลับไม่เกิดขึ้นเพราะในขณะที่ป้ายกแก้วขึ้นมาในระดับเสมอหน้าอก ของเหลวที่อยู่ในแก้วกลับหมุนวนบิดเป็นเกลียวลอยออกมาจากแก้วอีกทั้งเปลวไฟที่ลอยอยู่ด้านบนของเหลวก็ได้บิดหมุนเคลือบอยู่บนผิวด้านนอกของเกลียวสีฟ้าก่อนไหลพุ่งเข้าปากหญิงสูงวัยไปอย่างช้า ๆ ราวกับเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์
“ยอดเยี่ยม!!”
“รสชาติยอดเยี่ยมเหมือนเคย...”หญิงสูงวัยหันไปกล่าวคำชมเชยให้แก่บาร์เทนเดอร์หนุ่มประจำบาร์ ปล่อยให้หญิงสาวอ้าปากค้างเป็นรูปตัว“0” ด้วยความทึ่งอยู่พักใหญ่
จากนั้นเมื่อหญิงสูงวัยหันกลับมาก็เอ่ยปากถามหญิงสาวต่อในทันที “เอ๊ะ...เมื่อกี้ป้าได้เล่าไปถึงไหนแล้วนะหนู?”
“อะ...เอ่อ ถะ...ถึงตอนที่คุณป้าเล่นกับลิงจ๋อน่ารักอยู่ค่ะ” มีนตอบทั้ง ๆ ที่ยังตื่นตะลึงไม่หาย
“ออ ใช่ เจ้าพวกลิงจ๋อนิสัยไม่ดีพวกนั้นนั่นแหละ...”ป้ากล่าวพลางทำท่าครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย
“เอ่อนิสัยไม่ดียังไงหรือคะ?” มีนแทรกถามด้วยความอยากรู้ในทันที
“ก็...ระหว่างที่ป้าเล่นกับพวกมันน่ะสิมันแอบขโมยปิ่นปักผมของรักของหวงของป้าไปตอนไหนก็ไม่รู้ ป้ามารู้ตัวอีกที...ก็ตอนกลับมาถึงบ้านแล้วล่ะหลังจากนั้นป้าก็ลองมาย้อนนึกดูก็คิดว่า คงเป็นเจ้าลิงจ๋อตัวนั้นนั่นแหละ...ที่เป็นคนขโมยมันไป"
“ป้าอยากได้ปิ่นของป้าคืนเพียงแต่...ช่วงนี้ป้าติดประชุมสมาคมสาวโสดอยู่ ก็เลยไม่มีเวลากลับไปทวงของรักคืนจากพวกมันอีกอย่างป้ากลัวว่า ถ้าปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไป...ปิ่นของป้าจะถูกมันเอาไปเล่นจนพังเสียหายกันพอดีดังนั้นป้าก็เลยอยากจะไหว้วานให้หนูช่วยตามหาปิ่นปักผมสุดรักของป้าคืนมาให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ?”
หลังจากหญิงสูงวัยกล่าวจบหญิงสาวก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบถึงรายการเควสที่ได้รับ
“ผู้เล่นมนตราได้รับภารกิจ‘ตามหาปิ่นปักผมที่หายไป’ ท่านต้องการรับภารกิจนี้หรือไม่?”
มีนไม่รอช้า รีบเรียกรายละเอียดเควสดังกล่าวขึ้นมาดูในทันที
ภารกิจ: [ตามหาปิ่นปักผมที่หายไป] ภารกิจลับ: ระดับ A
ปิ่นปักผมของข้า... เจ้าลิงบ้า!...
แอบขโมยของข้าไปตอนไหน ข้าแค่ไปเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ
แล้วไฉนจึงเอาไปไม่บอกกล่าว เจ้าคิดมีปัญหากับข้าหรือเปล่า
ข้าไม่ว่างพอจะเดินเที่ยวเล่นเหมือนเจ้า แล้วจะเอาเวลาไหนไปทวงคืน...
เงื่อนไข
-ตามหาทางเข้าถ้ำหิมะ
- สังหารลิงหิมะ จำนวน 100 ตัว (0/100)
- สังหารราชาลิงหิมะ จำนวน 1 ตัว (0/1)
- ได้รับปิ่นปักผมของป้า... จำนวน 1 อัน (0/1)
- กลับมาหาข้าโดยเร็ว...ข้าอยากให้รางวัลฯ
รางวัลภารกิจ
-100,000 เหรียญทอง
- 100,000 คะแนนนักล่า
- ได้รับการเพิ่มค่าสถานะ 3 เท่า เป็นเวลา 7 วัน
- ได้รับค่าประสบการณ์คูณ 3 เป็นเวลา 7 วัน
บทลงโทษ
-ป้าจะโกรธ
- ถ้ำหิมะจะหายไปจากแผนที่ดินแดนมนุษย์ตลอดกาล
หลังจากมีนได้อ่านรายละเอียดของเควสเสร็จแล้วกลับรู้สึกอึ้งไม่น้อยเพราะจู่ ๆ ตัวเองก็ได้รับเควสลับระดับสูงโดยบังเอิญฯ แถมวิธีการได้รับภารกิจก็ยังสุดประหลาดเพราะมันมาแบบไม่คาดฝัน อีกทั้งภารกิจที่ว่านี้ ยังเป็นภารกิจที่ไม่มีผู้เล่นคนใดนำมาโพสต์ลงในกระทู้ของเกมมาก่อนอีกด้วย
จากนั้นมีนจึงตอบอีกฝ่ายไปว่า“ตกลงค่ะ หนูจะช่วยตามหาปิ่นปักผมของคุณป้าให้เองค่ะ”
“ดีจ้ะน่ารักที่สุดเลย ป้ารู้อยู่แล้ว ว่าหนูคงไม่ใจร้ายปฏิเสธคำขอร้องของคนแก่อ่อนแอน่า สงสารอย่างป้าได้ลงคอหรอก จริงไหม?” หญิงสูงวัยเรียกคะแนนความสงสารจากหญิงสาวตรงหน้าอีกชุดใหญ่
“ขะ...ค่ะ”มีนรับคำเพียงสั้น ๆ อย่างประหม่า
จากนั้นหญิงสูงวัยจึงย้ำเตือนอีกฝ่ายถึงข้อความที่สำคัญในภารกิจแก่หญิงสาว“ถ้าหนูได้ปิ่นปักผมแล้ว หนูจงรีบนำมันกลับมาให้ป้าในทันทีเลยนะ...เอ่อ...ป้าใจร้อนน่ะ”
“ค่ะคุณป้า...” มีนตอบคำอย่างว่าง่าย
“เอาล่ะหนูไปได้แล้ว และก็รีบกลับมาไว ๆ นะ...ป้าจะรอ” หญิงสูงวัยกล่าว พร้อมกับโบกมือไล่อีกฝ่ายให้รีบออกไปทำภารกิจที่ตนมอบให้
หลังจากมีนลุกขึ้นและกำลังจะเดินออกจากโต๊ะหญิงสูงวัยเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงกล่าวกับหญิงสาวอีกครั้ง “อ้อ...แล้วอย่าลืมจ่ายค่าสเปเชียล ดริ้งลาวา ให้ป้าด้วยล่ะจ๊ะ”
“ค่ะคุณป้า...” มีนรับคำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปจ่ายเงินค่ากาแฟของตนและค่าเครื่องดื่มของคุณป้าสูงวัยคนนั้นจากนั้นจึงเรียกเสื้อกันหนาวอันหนาเตอะออกมาสวมใส่ และเดินออกจากประตูสมาคมนักล่าไป
หลังจากที่หญิงสาวเดินออกจากร้านไปแล้วหญิงสูงวัยที่นั่งอยู่ก็พึมพำกับตัวเองขึ้นมาว่า “ตามไปดูนังหนูสักหน่อยดีมั้ยน้า เฉพาะเจ้าลิงจ๋อพวกนั้น...คงไม่เท่าไหร่แต่หากนังหนูนี่...เกิดเปิดไปเจอห้องนั้นเข้าเวลานี้ มันจะแย่เอาได้”
…………
หญิงสาวในชุดนวมเดินทางออกจากเมืองหิมะขึ้นไปทางเหนือเรื่อยๆ ซึ่งตลอดทางก็จะมีสัตว์อสูรระดับ 150–200 อยู่ประปราย แต่กระนั้นก็ไม่ได้มีผู้เล่นคนไหนมาต่อสู้หรือเก็บประสบการณ์เพิ่มระดับจากพวกมันแต่อย่างใด
แต่เมื่อมีนได้ลองเข้าไปในดันเจี้ยนแต่ละแห่งตามที่มีการระบุพิกัดเอาไว้ในกระดานข่าวฯ กลับพบว่า ในดันเจี้ยน ก็จะมีผู้เล่นทำการต่อสู้กับสัตว์อสูรและเก็บระดับอยู่ภายในซึ่งจำนวนผู้เล่นในแต่ละดันเจี้ยนจะมากบ้างน้อยบ้างก็ขึ้นอยู่กับระดับของดันเจี้ยนและจำนวนของรางวัลที่อยู่ในดันเจี้ยนเหล่านี้ว่าล่อตาล่อใจเหล่าผู้เล่นได้มากน้อยแค่ไหน
มีนพอจะเดาได้ถึงสาเหตุที่ไม่ค่อยมีผู้เล่นเก็บระดับในพื้นที่ด้านนอกดันเจี้ยนกันเลย นั่นก็เพราะว่า สภาพอากาศด้านนอก...ค่อนข้างโหดร้ายต่อผู้เล่นมากเกินไปนั่นเอง
หญิงสาวแวะเวียนเข้าไปสำรวจและเก็บข้อมูลในทุกดันเจี้ยนตามเส้นทางที่ตนมุ่งหน้าไปสาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะว่า มีนต้องการพัฒนาทักษะ [ค้นหา] ของนักสำรวจฝึกหัด ซึ่งตอนนี้ มันได้มาอยู่ในขั้นสูงเรียบร้อยแล้วโดยทักษะค้นหาขั้นสูงนี้ จะสามารถส่งข้อความแจ้งเตือนแก่ผู้เป็นเจ้าของทักษะได้ในระยะทางที่ไกลมากขึ้นอีกทั้งเมื่อเป้าหมายอยู่ในรัศมีการทำงานของทักษะฯ ก็จะมีลูกศรนำทางปรากฏขึ้นมาให้เจ้าของทักษะได้เห็นอีกด้วย
ยิ่งมีนเดินขึ้นเหนือมากเท่าไหร่อากาศก็ยิ่งเย็นเยียบจนเสียดกระดูกมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อมีนเดินเข้ามาใกล้อาณาเขตของภูเขาหิมะมากขึ้นเรื่อยๆ ความหนาวเย็นที่สัมผัสได้ก็เริ่มหนักหน่วงรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้หญิงสาวจึงอดที่จะคิดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดคุณป้า? ถึงเรียกการมาเยือนสถานที่แห่งนี้ว่า“มาเดินเล่น”
มีนเดินทางใกล้จะถึงภูเขาหิมะที่เป็นเป้าหมายแล้วจากที่เคยมองเห็นภูเขาเป็นเพียงลูกเล็ก ๆ แต่เมื่อได้มาถึงจริง ๆ ความใหญ่โตอลังการของมันกลับทำให้ตัวหญิงสาวเกิดความรู้สึกตื่นตาตื่นใจอย่างบอกไม่ถูก นอกจากความสูงเสียดฟ้าและกว้างใหญ่สุดสายตาแล้วสีของมันยังขาวโพลนไปหมดทั้งลูก จึงทำให้ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของหญิงสาวในเวลานี้สามารถบอกได้เพียงสั้น ๆ ว่า “งดงามตระการตา” ยิ่งกว่าภูเขาใด ๆที่ตนเคยเห็นมาเสียด้วยซ้ำ หากไม่ติดว่า สภาพอากาศของที่นี่หนาวเย็นแบบสุดขั้วมีนคิดว่าสถานที่แห่งนี้ คงจะสามารถผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเกมได้ไม่ยาก...
ทันใดนั้นหลังจากมีนได้เพ่งมองความเคลื่อนไหวในจุดหนึ่ง ซึ่งอยู่ไกลลิบ ๆ ก็พบว่า บริเวณตีนเขามีตัวอะไรบางอย่างที่มีสีขาว ยืนล้อมวงเหมือนกับกำลังมุงดูอะไรอยู่ด้วยความอยากรู้มีนจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ อย่างระมัดระวัง จนมากพออยู่ในระยะที่ตัวเองจะมองเห็นได้ชัดก่อนจะพบว่า เป็นเจ้าลิงเผือกฝูงหนึ่ง ซึ่งมีขนยาวรุงรัง ความสูงร่วม 2 เมตร จำนวนประมาณ20-30 ตัว กำลังถืออาวุธและโอบล้อมมนุษย์จำนวน 5 คนอยู่
โดยคนทั้ง5 ซึ่งถูกลิงเผือกล้อมอยู่นั้น พวกมันทั้งหมดอยู่ในท่านั่งหันหลังชนกันในมือไร้อาวุธมีสภาพเหมือนคนหมดแรงจะต่อสู้ขัดขืน...หลับตารอความตายเพียงเท่านั้น
ได้เห็นดังนั้นมีนจึงเรียกดูรายละเอียดของลิงกลุ่มนี้ทันที
สัตว์อสูร:ลิงหิมะ ระดับ: 235 เผ่าพันธุ์: ลิงหิมะ
HP: 40,500 MP: 5,000 BP= 22,550
“โอ๊ะ!! ในที่สุดก็เจอเป้าหมาย” มีนอุทานออกมาเบา ๆ เมื่อเจอกับเป้าหมายโดยไม่จำเป็นต้องออกตามหาก่อนจะกล่าวออกมาอย่างวิเคราะห์ฯ เพื่อทำความเข้าใจกับสัตว์อสูรตรงหน้า “เป็นสายปราณสินะอืม...ถึงว่าล่ะ พลังชีวิตถึงได้เยอะขนาดนี้”
‘เอ...พวกมันธาตุอะไรน้า’ มีนพยายามหาจุดอ่อนของพวกมัน
แต่หลังจากพบว่าทักษะตรวจสอบของตน ยังไม่ถึงขั้นที่จะสามารถหาจุดอ่อนและรายละเอียดของเป้าหมายได้มากกว่านี้มีนจึงได้แต่กล่าวออกมาอย่างปลง ๆ “อืม...ช่างเถอะ ลองโจมตีดูเดี๋ยวก็รู้เองว่าพวกมันธาตุอะไร...”
มีนเรียกบอลเวททั้ง8 ธาตุออกมาหน่วงเอาไว้ ก่อนจะผนึกพลังเวทลงไปบนอาวุธและชุดเกราะอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงเดินหน้าเข้าไปหาเจ้าจ๋อกลุ่มนั้นในทันที
ลิงหิมะตัวหนึ่งเมื่อเห็นผู้บุกรุกเดินตรงเข้ามาจึงรีบส่งสัญญาณฯ บอกให้พรรคพวกของมันรับทราบอย่างรวดเร็ว จากนั้นลิงหิมะจำนวน 5ตัว ซึ่งถือง้าวอันใหญ่อยู่ในมือก็เดินแยกออกจากกลุ่ม พร้อมกับมุ่งตรงมาทางหญิงสาวด้วยท่าทีที่ดุร้าย
มีนหยุดและรอให้เจ้าลิงจ๋อทั้ง5 ตัวเดินเข้ามาใกล้ จนอยู่ในรัศมีทำการของบอลธาตุ ซึ่งลอยวนอยู่รอบกาย ก่อนจะปลดปล่อยบอลธาตุเข้าโจมตีศัตรูตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดในทันที
บอลเวททั้ง 8พุ่งออกไปทีละลูก โดยระยะห่างของพวกมัน เพียงพอที่จะทำให้ผู้เรียกใช้งานทักษะฯ ได้เห็นความแตกต่างของค่าความเสียหายที่ปรากฏขึ้นบนร่างของเป้าหมายฯ
ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ
‘อ่าฮะ เจ้าพวกนี้...ก็ยังคงเป็นธาตุน้ำสินะ’ มีนคิดในใจ หลังจากได้เห็นตัวเลขความเสียหายบนร่างของฝ่ายตรงข้าม
แต่กระนั้น พลังชีวิตของเจ้าลิงตัวที่ตกเป็นเป้าทดสอบของมีนกลับลดลงไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น “หนังเหนียวกว่าที่คิดแฮะ...”
แม้จะพอประเมินได้ว่าศัตรูตรงหน้านั้นแข็งแกร่ง แต่หญิงสาวกลับไม่กล้าเรียกสัตว์อสูรของตนออกมาช่วยต่อสู้ในตอนนี้เพราะเมื่อมีคนนอกอยู่ด้วย มีนจึงคิดว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะให้ผู้อื่นได้รับรู้ว่าตนอยู่ในเผ่าพันธุ์ใด
“ท่านจอมเวท!! หนีไป!!” เสียงตะโกนดังขึ้นมาจากชายคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ใจกลางวงล้อมของลิงหิมะ
สาเหตุที่ชายคนดังกล่าวร้องบอกแก่มีนเช่นนี้ก็เพราะชายผู้นั้นคิดว่า อีกฝ่ายเป็นนักเวท และยังเห็นว่าหญิงสาวเดินทางมาคนเดียวไร้การสนับสนุนจากพวกพ้องอีกต่างหากนั่นก็เพราะ ไม่ว่านักเวทจะเก่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางจะรับมือลิงหิมะสายปราณที่ทั้งอึดทั้งทนฝูงใหญ่ได้...ด้วยตัวคนเดียวได้เป็นแน่
พัวะ!!
อั่ก!!
ลิงหิมะตัวที่อยู่ใกล้กับชายหนุ่มผู้ตะโกนแจ้งเตือนนักเวทสาวใช้ด้ามง้าวในมือฟาดไปยังใบหน้าชายคนนั้นอย่างรุนแรง เหมือนเป็นการบอกว่า “เอ็งอยู่เฉยๆ เถอะ เดี๋ยวข้าจะลากมันมาลงนรกไปพร้อมกับเอ็ง...”
มีนเอื้อนเอ่ยบทร่ายเวทมนตร์ธาตุสายฟ้าด้วยความรวดเร็วพร้อมกับใช้เท้าข้างหนึ่งขีด ๆ เขียน ๆ อะไรบางอย่างลงไปบนพื้นหิมะที่ขาวโพลนในเวลาเดียวกัน
จอมอาคมสาวกำหนดสมรภูมิการต่อสู้เอาไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่...ลงอักขระในวงเวทให้ครบตามจุดที่ได้กำหนดเอาไว้แค่นั้น...
เพียงแค่นั้นเอง...แค่สำเสร็จไป1 จากทั้งหมด 12 จุด
ในการนี้หญิงสาวเลือกใช้กลไกวงเวทในรูปแบบที่ 2 นั่นก็คือ “รูปแบบดาว 6 แฉก” ซึ่งมันเป็นหนึ่งในรูปแบบของกลไกเวท “โจมตี” ขั้นต้น ที่ใช้เวลาในการสร้างน้อยที่สุดจากกลไกวงเวททั้งหมด3 รูปแบบแล้ว
ใจจริงมีนก็คิดอยากจะเลื่อนขั้นทักษะ [สร้างวงเวท] ให้อยู่ในระดับเชี่ยวชาญเสียที แม้ว่าตนจะหมั่นฝึกฝนสลักอักขระเวทลงในอุปกรณ์สวมใส่เป็นจำนวนหลายพันชิ้นแล้วก็ตามแต่ความเร็วในการเลื่อนระดับของทักษะฯ กลับไม่เป็นไปตามที่ตนคิดหวังแม้แต่น้อย เพราะระดับของทักษะก็ยังคงติดแหงกที่ขั้นสูงอยู่เช่นเดิม
ขอบเขตการทำงานของวงเวทที่มีนกำหนดในครั้งนี้มีความกว้างประมาณ 10 เมตรเห็นจะได้ เพราะมีนคิดว่า พื้นที่ดังกล่าวคงจะกว้างพอให้เจ้าลิงจ๋อจำนวนเกือบ30 ตัว ซึ่งมีขนาดเกือบ 2 เมตร อยู่รวมกันในวงเวทได้อย่างไม่แออัดยัดเยียดมากนัก อีกทั้งด้วยขนาดของกับดักวงเวทวงนี้ก็ยังเป็นขอบเขตสูงสุด ซึ่งตนจะสามารถจะจ่ายพลังเวทให้แก่มันได้...โดยไม่สะดุด
แม้ว่ากลไกเวทขั้นต้นวงนี้จะมีพลังโจมตีต่ำกว่ากลไกเวทขั้นกลางอยู่มากโข แต่ข้อดีของมันอยู่ที่ ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการทำงานของวงเวทได้อย่างเบ็ดเสร็จส่วนกลไกเวทขั้นกลางนั้น ในตอนนี้ มีนยังไม่สามารถที่จะเรียกใช้งานมันได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเนื่องจากพลังทำลายที่สูง...ย่อมแลกมากับการดูดพลังเวทออกไปจากตัวผู้เรียกใช้งานเป็นจำนวนมหาศาลด้วยเช่นกัน
“เจ้าลิงพวกนี้นี่นะหรือ?ลิงจ๋อที่คุณป้าเรียก นอกจากมันจะอึดแล้ว ยังดูแคล่วคล่องว่องไวอีกต่างหาก...ไม่เห็นมันจะจ๋อเหมือนชื่อเลยอ่ะ”มีนบ่นออกมา เมื่อได้เห็นการเคลื่อนที่ของเจ้าลิงหิมะทั้ง 5 ซึ่งเร็วกว่าที่ตัวเองคิดเอาไว้เยอะ
มีนพยายามเคลื่อนร่างของตนเข้าใกล้กับจุดลงอักขระตามภาพร่างวงเวทในหัวให้มากที่สุดด้วยการขยับตัวหนีอย่างช้า ๆ พร้อมกับยิงทักษะเวทมนตร์ธาตุลมแบบเป็นวงกว้าง คอยโจมตีตอดพลังชีวิตของพวกมันทั้ง5 ไปทีละนิด
เหตุใด?หญิงสาวถึงไม่ใช้การโจมตีด้วยธาตุสายฟ้า ไหนว่า? พวกมันแพ้ทางธาตุสายฟ้ายังไงล่ะ
สาเหตุที่ไม่ใช้ธาตุสายฟ้าในการ“ลากสัตว์อสูร*” ก็เพราะว่า ข้อดีของธาตุสายฟ้า คือ มันจะมีโอกาสเล็กน้อยที่ทำให้เป้าหมายอยู่ใน“สถานะมึนงง” หรือ “อัมพาตชั่วคราว” และนั่น...กลับเป็นข้อเสียของธาตุสายฟ้าในเวลานี้ด้วยเช่นกันเพราะหากใช้ธาตุสายฟ้าในการลากสัตว์อสูร ก็จะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “มอนแตก**”ดังนั้นมีนจึงเลือกใช้พลังเวทธาตุอื่น ซึ่งไม่มีคุณสมบัติแฝงที่จะทำให้เกิดอาการผิดปกติดังกล่าวต่อเป้าหมายในการลากสัตว์อสูรครั้งนี้
มีนพยายามประคับประคองกลุ่มของลิงหิมะที่ไล่ล่าตนเพื่อให้พวกมันเกาะกลุ่มรวมกันให้มากที่สุด และเมื่อมีโอกาส มีนก็จะยิงบอลธาตุหลากชนิดเข้าโจมตีลิงหิมะกลุ่มใหญ่ซึ่งทำหน้าที่ล้อมคนทั้ง 5 เอาไว้
เมื่อลิงหิมะถูกโจมตี...ย่อมเกิดอาการโมโหจนทำให้มันละทิ้งหน้าที่ฯ และเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นการล็อกเป้าโจมตีหญิงสาวแทน
ชายทั้ง5 เมื่อเห็นเช่นนั้น ก็ได้แต่พยายามตะโกนร้อง เพื่อให้หญิงสาวหนีไป
แต่มีนก็ยังคงลากสัตว์อสูรอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนใจในสิ่งที่พวกมันร้องบอกแต่อย่างใด
หลังจากมีนค่อยๆ ลากศัตรูกลุ่มใหญ่ ไปพร้อม ๆ กับการลงอักขระกลไกเวท...เวลาก็ผ่านไปนานพอสมควร
‘เหนื่อยจังแฮะ…วิธีลากยิงแบบนักเวทเนี่ยอยากจะรู้นักว่า นักเวทตัวบาง ๆ ซึ่งมีค่าความอดทนต่ำ จะรู้สึกยังไงกันบ้างนะ...’ มีนคิดในใจ
ยังโชคดีที่ทักษะ[เดินทน] ของอาชีพนักสำรวจอยู่ในขั้นสูงแล้ว จึงทำให้มีนสามารถ“วิ่ง” ได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ค่าความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นน้อยกว่าปกติถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียวอีกทั้งเมื่อหญิงสาวได้กลับมาอยู่ในท่าทางของการ “เดิน” อัตราการฟื้นฟูเรี่ยวแรงฯ ก็ยังจะเพิ่มขึ้นถึง50 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้การที่หญิงสาวสามารถ “เดิน วิ่ง และยิงเวท”ได้อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ความดีความชอบส่วนหนึ่ง ก็ต้องยกให้...ทักษะอาชีพนักสำรวจทักษะนี้
ผ่านไปเกือบ10 นาที ในที่สุด...การลงอักขระตัวสุดท้ายในวงเวทฯ ก็สำเร็จลงอย่างงดงาม
“มาทีละตัวมันช้าไปพวกเจ้ามากันทั้งฝูงเลยแล้วกัน” มีนขยับเข้าใกล้กลุ่มของลิงหิมะที่ล้อมรอบชายทั้งห้าเอาไว้พร้อมกับร่ายเวทกำหนดเป้าหมายเป็นลิงหิมะทั้งฝูง ก่อนจะหน่วงมันเอาไว้เช่นเคย
และเมื่ออยู่ในระยะโจมตีหญิงสาวจึงตะโกนปลดปล่อยบทเวทดังกล่าวในทันที “[โซ่อัสนี]!!”
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ
สายฟ้าเส้นใหญ่จำนวน3 เส้น พุ่งออกจากปลายใบหอกฯ ตรงไปยังลิงหิมะกลุ่มใหญ่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเส้นสายฟ้าได้กระทบร่างลิงหิมะเป้าหมายตัวหนึ่งพร้อมกับลดพลังชีวิตของมันลงอย่างต่อเนื่องแล้วเส้นสายฟ้าเส้นเดิมก็ทะลุผ่านร่างเจ้าลิงเป้าหมายตัวนั้น ก่อนจะพุ่งไปโจมตีลิงหิมะอีกตัวที่อยู่ใกล้ด้วยความรวดเร็ว
จากตัวหนึ่งไปยังอีกตัว...อีกตัว...อีกตัวและอีกตัวจนครบทั้งกลุ่ม
เมื่อเห็นว่า เป้าหมายทั้งหมดถูกโซ่อัสนีของตนโจมตีจนครบแล้วมีนจึงหยุดจ่ายพลังเวทให้แก่โซ่สายฟ้าเส้นนั้น
เจ้าลิงหิมะกลุ่มใหญ่ถูกโจมตีพวกมันจึงเกิดอาการโมโห ก่อนจะละทิ้งหน้าที่ฯ และมุ่งตรงเข้าหาผู้ทำการโจมตีพวกมันอย่างรวดเร็วโดยไม่แยแสสนใจว่า เวลานี้พวกมันกำลังคุมตัวเชลยทั้ง 5 อยู่
มีนเริ่มรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เป็นไปตามที่ตัวเองคิดเอาไว้ ก่อนจะกล่าวกลับลิงหิมะทั้งฝูงอย่างท้าทายว่า“มาเลยเจ้าลิงจ๋อ เราจะทำให้พวกเจ้าได้พบกับความตื่นเต้น จนต้องร้องขอชีวิต...อิอิ”
มีนพยายามเคลื่อนที่เป็นวงเพื่อบีบระยะให้พวกมันทั้งหมดรวมกลุ่มกันมากที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ ประคองให้ฝูงลิงติดตามตนเข้ามาอยู่ในอาณาเขตการทำงานของวงเวทซึ่งได้สลักเตรียมเอาไว้
มีนคอยตะล่อมลิงหิมะฝูงนี้ให้พวกมันรวมกลุ่มอยู่พักใหญ่จนทำให้ชายทั้ง 5 ต่างเกิดความมึนงงสงสัยว่า “จอมเวทผู้นั้น กำลังทำอะไรอยู่?”
จนกระทั่งลิงหิมะทั้งฝูงเข้ามาอยู่ในพื้นที่สมรภูมิฯ ซึ่งหญิงสาวได้กำหนดเอาไว้แล้ว...
............
* การลากสัตว์อสูร คือ การทำให้สัตว์อสูรเป้าหมายมารวมกลุ่มกันเพื่อจัดการสังหารในทีเดียว
** มอนแตก คือ เมื่อผู้เล่น ทำการลากสัตว์อสูรอยู่แต่มีเหตุความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้น จนทำให้สัตว์อสูรที่ลากอยู่นั้นหลุด หรือแยกตัวออกจากกลุ่มไป