ฉัวะปังฟ่อฟุบยอมรับเลยว่าเขานั้นไม่ได้ช่ำชองหรือมีประสบการณ์เชิงการรบแบบนี้เสียเท่าไหร่ โดยเฉพาะการควบคุมกองกำลังจำนวนมาก ยิ่งแผนการณ์และการจัดกระบวนทัพครั้งนี้ เขายังต้องปรึกษากับคนอื่นๆ โดยเฉพาะพวกราชการทหารตำรวจที่มีประสบการณ์ควบคุมคนมาก่อนถึงทำให้การรบออกมาในรูปแบบที่ดูเป็นระเบียบเช่นนี้ได้
หากเปลี่ยนให้เขาสู้เพียงลำพัง ถึงเขาจะสามารถพลิกแพลงสถานการณ์และสู้รบได้อย่างอิสระเสรีก็ตาม แต่สงครามไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ไม่อาจชนะได้ด้วยคนคนเดียวเสมอไป
“นานะ หยก ระวังด้านข้างกันด้วย”หลินตะโกนบอกสมาชิกในกลุ่มของเธอ การเดินทางครั้งนี้พวกเธออาสาออกมาด้วย เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และอัพความสามารถของตัวเอง
ในกลุ่มของพวกเธอประกอบไปด้วย หยก หลิน นานะ แก้ม มุกและหมวย ทั้ง 6 คนจะทำหน้าที่แตกต่างกัน โดยหลินและนานะจะเป็นคนรับแรงปะทะ เนื่องด้วยพวกเธอมีค่าสถานะโดดเด่นไปทางพละกำลังและความเร็วเป็นหลัก
แก้มและหยกจะทำหน้าที่โจมตีระยะไกล เนื่องจากพวกเธอทั้งสองมีทักษะจำพวกการโจมตีเป็นวงกว้าง และการโจมตีทางเวทย์มนตร์เป็นหลัก
นอกจากนั้นหยกยังใช้อาวุธจำพวกธนู แก้มใช้คถา ทั้งสองจะคอยช่วยเติมเต็มช่องว่างและหาโอกาสช่วยหลินและนานะในยามขับขันเสมอ
ทางด้านหมวยเธอมีความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ที่ดี ด้วยทักษะที่ได้รับไปคือ เน้นไปทางซัพพอร์ตเป็นหลัก เช่น ทักษะพวกชะลอ จับ หรือคำสาป ด้วยทักษะเหล่านี้ทำให้หมวยช่วยเพิ่มโอกาสให้คนอื่นๆสามารถเผด็จศึกและหลบหนีได้อย่างต่อเนื่อง
และมุกเธอเป็นหน่วยซัพพอร์ตที่ได้รับทักษะจำพวกฟื้นฟูและรักษาอาการต่างๆ แม้ทักษะทางด้านรักษาของเธอจะไม่ใช่ขั้น 2 ทว่ามันก็มีระดับอยู่ที่ระดับ 5 ซึ่งอีกไม่นานก็จะยกระดับเป็นขั้นใหม่
ด้วยการสอดประสานกันของพวกเธอทั้ง 6 คนทำให้การต่อสู้เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงแรกจะติดขัดอยู่บ้าง ทว่าพอเวลาผ่านไปด้วยการช่วยเหลือจากเขาเป็นครั้งคราวทำให้พวกเธอเริ่มสร้างทีมเวิร์คและสอดประสานกันได้อย่างลงตัวมากขึ้น
ส่วนคนอื่นๆ แม้ว่าพวกเขาจะประสานงานกันได้ดีกว่า เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมา เขามักจะให้ทุกคนจับกลุ่มกันออกกวาดล้างซอมบี้มากกว่าปล่อยให้พวกเขาออกไปต่อสู้เพียงลำพัง ด้วยจำนวนคนที่มีอย่างจำกัดการปล่อยปละละเลย ถึงขั้นสูญเสียกำลังคนไป เขาไม่อาจยอมรับได้
ด้วยเหตุนี้ข้อกำหนดภายในกองกำลังของเขาคือ ทุกคนต้องมีกลุ่มเป็นของตัวเองเพื่อฟอร์มทีมช่วยเหลือกันและกัน รวมทั้งเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปให้แก่กัน ในยามที่ต้องเผชิญกับอันตราย
บางครั้งการออกไปสู้เพียงลำพัง อาจทำให้พวกเขาพลาดพลั้งได้ง่ายกว่าการที่ออกไปสู้เป็นกลุ่ม ซึ่งพวกเขาจะคอยช่วยระวังหลังให้แก่กันได้
และข้อบังคับอีกอย่างคือ หากคนในกลุ่มตาย พวกเขาทุกคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งบทลงโทษขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความเหมาะสมอีกที
ฉัวะตึงเสียงปะทะยังดังขึ้นต่อเนื่อง ยิ่งพวกเขาเดินรุดหน้าเข้าไปไกลโกดังผลิตรถถังมากเท่าไหร่ จำนวนของพวกเขี้ยวกระชากศพยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น
ฟุบๆๆๆตึงๆๆย๊ากฉัวะที่สำคัญพวกขั้น 3 เริ่มทยอยกันออกมาโจมตีบ้างแล้วประปราย ทว่าส่วนใหญ่พวกมันจะโดนเขาจัดการก่อนได้ทำอะไรกองกำลังของเขาเสมอ
สำหรับเขาขั้น 4 เท่านั้นที่ควรระมัดระวัง ด้วยค่าสถานะที่โดดเด่นของพวกกระชากศพและเขี้ยวมรกต ซึ่งเป็นชื่อของพวกขั้น 3 ทำให้เขาประเมินระดับสถานะของขั้น 4 ไว้สูงไม่น้อย และเกรงว่ามันอาจจะใกล้เคียงกับเขาก็เป็นไป
ฉัวะฟ่ออ๊าก“ถอยมา”“หน่วยซัพพอร์ทรักษาที”“ไว้เป็นหน้าที่ฉันเอง”
เสียงปะทะและเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังไปทั่วสนามรบ เลือดและศพของพวกงูกลายพันธุ์กระจัดกระจายไปทุกหย่อมหญ้า พื้นที่ต่างชโลมไปด้วยเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อ มีบ้างที่กองกำลังของเขาพลาดพลั้งจนกระทั่งโดนพิษ และเกือบต้องทิ้งชีวิตเอาไว้
แต่ด้วยการซัพพอร์ตที่รวดเร็วทำให้สามารถรักษาชีวิตและบรรเทาอาการเจ็บปวดชองพวกเชาลงได้ในที่สุด ในส่วนของคนที่บาดเจ็บและไม่อาจฟื้นตัวมาช่วยต่อสู้ได้ในระยเวลาอันสั้น พวกเขาล้วนถูกโยกย้ายเข้ามายังส่วนในของรูปขบวน และถูกหน่วยพยาบาลของหมอนิ่มเข้าทำการรักษาเพิ่มเติมทันที
และในส่วนทีมของผู้บาดเจ็บจะถูกสับเปลี่ยนกับอีกทีมที่รอจังหวะอยู่แล้ว ทำให้รูปขบวนของเขาไม่ต่างจากคลื่นน้ำที่สาดสัดอย่างไม่หยุดหย่อน และมีความต่อเนื่องสม่ำเสมอ
สมครามย่อมไม่อาจหลีกหนีการล้มตาย แม้เวลานี้กองกำลังของเขาจะยังรักษาชีวิตกันเอาไว้ได้ครบหมดทุกคน ทว่าอาการบาดเจ็บที่พวกเขาได้รับ ทักษะจากพิษและรอยขีดข่วน ย่อมเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน
ยังดีที่ทักษะรักษาส่วนใหญ๋จะมีอัตราการฟื้นฟูและอัตราการต่อต้านเชื้อช่วยด้วยอีกระดับหนึ่ง ทำให้คนส่วนใหญ่ที่โดนข่วนและติดเชื้อไม่มากนัก จะถูกรักษาให้หายกลับเป็นปกติได้ ภายในไม่กี่นาที
ทว่าความเหนื่อยหล้าที่มีย่อมเกิดขึ้นกับพวกเขา ซึ่งจุดนี้เองที่เขาค้นพบว่า เนื้อสัตว์ของพวกเกรมเบิลพิกและแบ๊บเบิลดั๊กนั้นช่วยเยียวยารักษาและฟื้นฟูได้ดีทีเดียว
โดยเนื้อของพวกเกรมเบิลพิกจะช่วยฟื้นฟูในส่วนของพละกำลัง และเนื้อของแบ๊บเบิลดั๊กจะช่วยในเรื่องของความเร็ว เมื่อพวกเขาที่พลัดเปลี่ยนเข้ามารับเนื้อเหล่านี้
เพียงเวลา 5-10 นาทีค่าสถานะทั้งสองจะถูกฟื้นฟูกลับมาได้มากถึง 7 ใน 10 ส่วน ส่งผลให้พวกเขาสามารถออกรบได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต่างจากพวกบ้าสงคราม
“ย๊าก”ฉัวะฟุบ
ในส่วนของเขาที่ต้องคอยป้องกันรูปขบวนและตัดระยะเข้าสังหารพวกกลายพันธุ์ขั้น 3 ที่หวังฉวยโอกาสลอบโจมตีกองกำลังของเขานั้นแทบไม่มีเสียพลังงานสักเท่าไหร่
เพราะไม่เพียงแค่สถานะที่โดดเด่น แต่ยังรวมถึงอาวุธและทักษะที่ดีเยี่ยม ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องใช้แรงมากมายเท่าไหร่นักก็สามารถจัดการพวกมันลงได้ภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ประมาณว่าตัดระยะและกระสวกคือจบ แข็งแกร่ง รวดเร็ว เฉียบขาดและดุดัน นั่นคือนิยามของเขาที่ทุกๆคนตั้งไว้ให้ พวกเขาต่างเชิดชูและเคารพความแข็งแกร่งของเขาไม่ต่างจากเทพสงคราม
แม้ท่าทีของเขาจะเฉยชาและไม่ได้สะทกสะท้านใดๆ ทว่าในใจเขากลับเริ่มหวั่นวิตก เมื่อคิดว่าทำไมขั้น 4 ถึงยังไม่ออกโรง ทั้งๆที่เผ่าพันธุ์ของมันกำลังโดนพวกเขาไล่สังหารอยู่ฝ่ายเดียว
ถึงรูปแบบการโจมตีของพวกงูกลายพันธุ์จะดูผิดแปลกไปจากปกติที่เขาคิดว่าพวกมันควรจะกระโจนเข้ามาพร้อมกันเพื่อกำจัดพวกเขา แต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้น เมื่อพวกมันดันทยอยโจมตีตามจุดต่างๆของรูปขบวนเขาแทน
ยิ่งตำแหน่งเหล่านั้น ที่พวกมันเข้าโจมตี เขามีความรู้สึกว่าพวกมันมีแผนการณ์บางอย่างอยู่ในใจ และสิ่งนั้นเองที่ทำให้เขาอดที่จะหวั่นวิตกกับสถานการณ์ที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเช่นนี้ไม่ได้
โครมฟ่อ
เมื่อพวกเขาเขยิบเข้าไปใกล้โกดัง จนเหลือระยะห่างเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ปรากฏเสียงโตรมตรามดังขึ้นมาจากสองทิศทาง คือ หนึ่งทางประตูเข้าโกดัง และสองคือด้านหลังของขบวนรบพวกเขา
“งานหยาบแล้วไง”
อสูรกลายพันธุ์ขั้น 4 ระดับวิวัฒนาการขั้นต้น เขี้ยวพิษเร้นกาย ระดับ 30พื้นป่าที่กว้างไกล ผลักดันให้ดิ้นรนอยู่รอดจากสงครามเผ่าพันธุ์ ทั้งเร้นกายไร้เงา และกลืนกินกันและกัน หลอมรวมก่อเกิดพิษกัดกร่อนอันร้ายกาจ คมเขี้ยวพิษโค้งงอ กัดทำลายได้แม้เหล็กกล้า จุดเด่นคือ มีสติปัญญาและเร้นกายได้ จุดอ่อน เปลวเพลิง- พละกำลัง 100 เท่า- ความเร็ว 150 เท่า- ระดับสติปัญญา 50 จุดความสามารถพิเศษ- พิษกัดกร่อนระดับสูง- เร้นกาย
"เหวอ""อสูรกลายพันธุ์ขั้น 2 จำนวน 2 ตัว เป็นไปได้ไง" "เร้นกาย!!!""บ้าเอ้ย"
เขาสบถเสียงดังออกมาอย่างลืมตัว ด้วยทักษะเร้นกายของพวกมันทำให้เขาจับสัมผัสได้เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น ไม่คิดว่าผืนป่าแห่งนี้จะกลายเป็นดังสนามเด็กเล่นของพวกมัน ความเร็วที่พุ่งเข้ามานั้นนับว่าเหนือชั้นกว่าระดับ 4 ทั่วๆไปอย่างเห็นได้ชัด
แม้สถานะจะต่ำกว่าเขา แต่จำนวนของพวกมัน และความสามารถชวนน่าปวดหัว ย่อมทำให้เขามีโอกาสพลาดพลั้งได้ ยิ่งกว่านั้น กองกำลังของเขาอาจจบเห่ หากถูกพวกมันรุมเข้าโจมตี
"จัดขบวนใหม่ รูปแบบปราการสะท้อนกลับ""โอ้ว"
กองกำลังที่เห็นงูกลายพันธุ์ทั้ง 2 ตัว ซึ่งมีขนาดลำตัวกว้างถึง 2 คนโอบ แถมความยาวเกือบ 10 เมตร และเขี้ยวโค้งง้อ ที่เห็นหยดน้ำสีเขียวหยดติ๋งๆชวนหวาดเสียวนั้น ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที
แต่ด้วยการฝึกฝนที่ผ่านมายังทำให้พวกเขามีสติและปฏิบัติตามคำสั่งแปรขบวนกองกำลังตามคำสั่งของเขาได้อย่างทันทีทันใด
รูปแบบขบวนถูกจัดวางใหม่ ปรับเปลี่ยนเป็นแนวสี่เหลี่ยมจตุรัสเน้นความหนาแน่นที่มุมทั้ง 4 อาวุธหลากหลายต่างถูกนำมาจัดวาง หน่วยระยะไกลจัดขบวนทัพใหม่เป็นรวมกันและมุ่งเป้าไปทิศทางเดียว
ใช่แล้วเวลานี้ป้อมปราการขบวนทัพใหม่ของเขา คือสภาพป้องกันรูปแบบเคลื่อนที่ดังรถถังศึก ที่พร้อมรวมพลังโจมตีผนึกกำลังไปยังเป้าหมายที่เล็งไว้
"เล็งด้านตะวันออก ส่วนตะวันตก เดี๋ยวจัดการเอง""ล็อคเป้า""โอ้วววว"
สำหรับกรอบทั้งสี่ด้านสี่มุมจะเป็นหน่วยปะทะที่คอยยันพวกเขี้ยวกระชากศพไม่ให้เล็ดลอดเข้าวงในมาได้ ส่วนด้านในหน่วยโจมตีระยไกลเริ่มล็อคเป้าหมายไปที่งูกลายพันธุ์ขั้น 4 ตัวที่กำลังเลื้อยเข้ามาทางด้านทิศตะวันออกตามคำสัั่งของเขา
ความเร็วในการเลื้อยของมันนั้นรวดเร็วมาก จากระยะห่างด้านหลังร่วม 5 กิโลเมตรหดสั้นลงเหลือเพียง 1.5 กิโลในเวลาไม่กี่นาที และเท่าที่สังเกตหากมันพุ่งเข้ามาเป็นเส้นตรงเกรงว่าเพียงกี่วินาทีเท่านั้นมันคงมาถึงตำแหน่งพวกเขา
ฟ่อสวบๆๆๆๆๆด้วยความฉลาดของมันทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเจ้าเลห์และชาญฉลาด มันมักจะเลี้ยวหลบซ้ายขวาสลับไปสลับมา และมีกระทั่งเร้นกายขึ้นไปเลื้อยตามต้นไม้ ถึงความเร็วจะลดระดับลงกว่าความเป็นจริง แต่ก็ทำให้พวกเขาไม่อาจจับการเคลื่อนไหวและล็อคเป้าหมายได้อย่างแน่นอน
ส่วนอีกตัว หลังพุ่งออกมามันทำเพียงแค่เลื้อยไปมากับทีแล้วขู่ฟ่อๆเท่านั้น ซึ่งเขาคิดว่ามันคงจะรอให้อีกตัวเข้ามาในระยะและโจมตีพร้อมกัน น่าจะเกิดผลสำเร็จมากที่สุด
แต่ว่ามีหรือที่เขาจะยอม
ฟุบฟ่อฟู่พรึบเพลิงพิภพ
End