ตอนที่ 38
ปี 4 เทอม 2 คืนฉลองวันแจ้งจบ
เรื่องทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ บอกเล่าเรื่องราวการกระทำของใครหลายคนร้อยเรียงเล่าขานกลางร้านเหล้าอันแสนคุ้นเคย
“ พวกมึกแดกเต็มที่ ในฐานะเจ้าของร้าน กูฉลองให้พวกมึงทุกตัวที่แจ้งจบในปีนี้โว้ย ” โฟนยกแก้วเหล้าพร้อมกับตะโกนแสดงความยินดีอย่างสุดซึ้ง
“ แดกฟรีหรอครับพี่ ขอบคุณครับ ” หวยตอบอย่างไว แต่กลับโดนที่โฟนตบหัวไปหนึ่งฉาก
“ ฟรีเหี้ยอะไร กูแค่ลดราคาให้ 25% จากราคาบิลทั้งหมด และอีกอย่างกูเลี้ยงคนแจ้งจบเน๊าะ ” หวยถึงกับคิ้วชนกันเมื่อได้ยินคำพูดจากอดีตพี่สาขา เนื่องจากเขาย้ายไปเรียนโยธาและต้องบวกแจ้งจบอีกทีปี 5 เนื่องจากต้องเก็บหน่วยกิจให้ถึง
“ พูดกับอดีตน้องสาขาแบบนี้ได้ยังไงครับ ถึงผมจะจบปีหน้าแต่ว่าพี่ก็ต้องเลี้ยงให้ทั่วถึงสิ ผมไม่ยอมแน่ ”ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างเมามันก่อนที่เจ้าของหัวใจเด็กหวยจะเดินทางมาถึงงานเลี้ยงฉลอง
“ สวัสดีครับพี่โฟน สวัสดีครับทุกคน ” โค้กยกมือขึ้นสวัสดีทุกคน รู้สึกเขินหน่อย ๆ ที่ตัวเองมาช้า เนื่องจากขากลับมารถค่อนข้างติด หวยไม่รอช้ารีบโผตัวเข้าไปกอดคนของใจด้วยความคิดถึง สร้างความอิจฉาตาร้อนให้กับคนที่นั่งอยู่รอบ ๆ
“ มาช้าจังนะครับ ผมทะเลาะกับพี่โฟนจนน้ำลายเหนียวไปหมดแล้ว ” หวยทำตัวอ้อนใส่พี่ที่พึ่งเดินทางมาถึงหมาด ๆ แต่ก่อนมักรู้สึกแปลก ๆ ที่ต้องเปิดตัวว่ามีแฟนเป็นผู้ชายแต่ตอนนี้ สิ่งที่เรียกว่ายางอายมันไม่เหลือแล้วละ
“ ขอโทษ พอดีเลิกงานช้า แล้วทางมาก็มีการซ่อมถนนอีก รถติดเป็นขบวนเลย ว่าแต่ เจ้าของงานไปไหน ” โค้กชะโงกหน้าหาเพื่อนรัก ก่อนที่จะมีเสียงแทรกเข้ามากลางคัน จากเจ้าของร้านจอมแก่น
“ เดี๋ยวคงมา รอสักพักแล้วกัน ตอนนี้มันสองตัวอยู่หลังร้าน กูเดินไปหาเมื่อกี้พวกมันจูบกันอยู่ ” โฟนกระดกเหล้าเข้าปากทำสีหน้าท่าทางอิจฉาแบบสุด ๆ
“ งั้นเรามากินกันก่อนดีกว่า เอ้าโชนนนนน ” หวยทำหน้าที่ชงเหล้าเสิร์ฟให้กับทุกคน เฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนานโดยไม่รอ ไพ่กับไฮโลมาถึง
ณ หลังร้าน
“ ไพ่พอได้แล้ว พี่ว่าเรากลับเข้างานกันเถอะ ก่อนที่ทุกคนจะสงสัยดีกว่า ”
“ พี่ไม่ต้องสนใจหรอกครับ ยังไงพวกนั้นก็สงสัยอยู่แล้ว ไม่เห็นสีหน้าของพี่โฟนที่เดินมาเจอเราสองคนจูบกันรึไง ”
“ รู้แบบนี้แล้วก็หยุดสักที วันนี้เรามาฉลองแจ้งจบกันนะ ออกไปเจอเพื่อน ๆ ก่อน กลับห้องแล้วค่อยทำ ”
“ จริงนะครับ พี่ห้ามเบี้ยวเหมือนที่ผ่านมาละ ไม่อย่างนั้นละก็ผมไม่ยอมแน่ ”
“ อะ อืม ” ใบหน้าอันร้อนผ่าวของทั้งคู่สัมผัสกัน ลมหายใจแผ่ว ๆ กระเพือบไหว หน้าอกเต้นระรัวตึกตักด้วยความตื่นเต้น ริมฝีปากยกขึ้นหน่อย ๆ สัมผัสกันและกันแลกหาความหวานในนั้นอย่างหิวกระหาย จนได้ยินเสียง แจ๊ะ ๆ จ๊วบ จ๊าบ ตามแรงปรารถนาของทั้งคู่ โดยที่ไพ่ก้มลงไปจูบกับพี่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กแผ่นหลังพิงผนังร้านเหล้าจนเสื้อสีขาวเปื้อนไปหมด
“ พี่แม่งโคตรเช็กซี่เลยครับ ”
“ พอแล้ว ”
“ ผมอยากจับพี่กดลงตรงนี้เลย ”
“ ก็บอกว่าไม่ได้ไง ฟังพี่หน่อยสิ ” ถึงจะปฏิเสธออกไปแบบนั้น แต่ก็ยังตอบรับรสจูบด้วยความเต็มใจ ความคลั่งไคร้ในตัวเด็กบ้านี่ก็มีมากพอไม่ต่างกัน
“ นิดเดียวก็ไม่ได้หรอครับ แค่เอาลิ้นแตะ ๆ เฉย ๆ ก็ได้ ”
“ ไม่ได้ คิดว่าไพ่จะหยุดแค่นั้นรึไง ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ”
“ ใจร้ายมากครับ ทั้ง ๆ ที่พี่ก็แข็งแล้วแท้ ๆ ” ไพ่ทำทีเป็นไม่พอใจที่พี่เอาแต่ปฏิเสธเขาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว คอยดูเถอะกลับห้องเมื่อไหร่จะตะครุบเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนเลย อย่างหวังว่าจะได้ลุกออกจากเตียงก่อนได้รับอนุญาต ไพ่คิดอยู่ภายในใจขณะที่กำลังสร้างสัญลักษณ์สีแดงจากรอยดูดแสนเย้ายวนไว้ที่ซอกคอสีขาวนวล
“ อืออ บอกให้หยุดไง พะไพ่ ฟังกันบ้างสิ ” มือปลาหมึกค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงผ่านกางเกงที่หลวมนิดหน่อย คนถูกกระตุ้นสะดุ้งตัวโยน รีบผลักคนดื้อให้ออกห่างทันที “ ไอ้บ้าเอ่ย พูดดี ๆ ฟังไม่รู้เรื่องรึไง บอกให้พอได้แล้ว ”
“ นิดเดียว นะครับ นะนะ ” ไพ่เริ่มอ้อนพี่อีกครั้ง ทำตาหมาน้อยใส่อย่างน่าสงสาร มีหรือที่พี่คนนี้จะเห็นใจ เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้เขาได้สร้างภูมิคุ้มกันจากใบหน้าอันน่ารักของเจ้าน้องเอาไว้แล้ว
“ ไม่ได้ ” ไฮโลถอนหายใจออกมาเบา ๆ ลุกออกจากเก้าอี้เจ้ากรรมที่พอได้นั่งลงแล้วก็ยากที่จะลุกออก กูไม่น่าออกมาเข้าห้องน้ำเลย แล้วก็ไม่ควรตามเจ้าหมอนี่ออกมาหลังร้านจริง ๆ ล่อซื้อเก่งชิบหาย ไอ้เราก็นึกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ที่ไหนได้ หลอกเรามาเยิ้บ ๆ นี่หว่า ไฮโลครุ่นคิดอย่างหัวเสียเมื่อนึกถึงพฤติกรรมของไพ่เมื่อครู่ ก่อนที่จะมองไปที่หน้าจอมือถือ เสียงครืน สั่น ๆ กับไฟกระพริบถี่ ๆ เผยให้เห็นข้อความของคนรู้จักส่งเข้ามา
ข้อความจากโค้ก
//กูมาถึงร้านพี่โฟนจะ 1 ชั่วโมงละนะ เมื่อไหร่มึงจะเข้ามาในงานสักที
//หรือมึงจะฉลองกันแค่สองคน
//ถ้าจะแซ่บกันก็รองานเลี้ยงเลิกสิวะ กูอุตส่าห์ลางานมาแสดงความยินดีเลยนะเว่ย
//โอเค โทษที กูกำลังไป
ไฮโลตอบเพื่อนด้วยประโยคสั้น ๆ
“ ใครหรอครับ ”
“ ไอ้โค้กมาถึงแล้ว เราออกไปกันเถอะ ” ผมไม่รอช้าเมื่อโอกาสมาถึง รีบคว้าแขนคนเจ้าเลห์นั่นพาเดินออกไปหน้าร้านทันที โดยไม่มองใบหน้าผิดหวังนั้นเลยสักนิด บ้าเอ่ย จะติดสัตว์ก็ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะ ผมคิดอยู่ภายในใจ
เมื่อเดินเข้ามาถึงโต๊ะที่จองไว้ สายตาทุกคู่ก็มองมาประหนึ่งเห็นของแปลก มองผมจูงเจ้าหมาน้อยออกมาจากหลังร้าน ถึงจะหน้าอาย แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา เพราะหมอนี่คือแฟนของผม
“ แหม กว่าจะเสด็จมาได้ คิดจะแดกกันที่หลังร้านกูเลยรึไง ” พี่โฟนบ่นเป็นการใหญ่ พร้อมกับยื่นแก้วเหล้าที่หวยได้ชงไว้แล้วให้กับเราทั้ง 2 คน
“ ก็คนมันรักกัน ช่วยไม่ได้นี่ ” ผมพูดออกไปด้วยความมั่นใจ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของของไพ่อย่างเต็มที่
“ เออ รู้แล้วน่าว่ารักกัน เล่นทำรอยไว้เต็มคอขนาดนั้น ” เมื่อได้ยินเพื่อนทักแบบนั้น คนมั่นหน้าถึงกับหันไปมองตัวต้นเรื่องตาขวาง เปิดกล้องหน้ามือถือมองดูตัวเอง เชี่ย ไอ้บ้านั่นทำรอยไว้เยอะขนาดนี้เชียว กล้าดียังไง บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำรอยในที่ที่มองเห็นไม่ฟังกันเลยสักนิด
“ กลัวแล้วครับ อย่ามองผมแบบนั้นสิ ” ปากก็บอกว่ากลัว แต่ร่างกายกลับโอบกอดคนของใจเอาไว้แน่น พลันซบไหล่จากทางด้านหลัง ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์แซวกันสนุกปาก
“ ง้อวววว เอาว่ะ ไอ้ไพ่มึงนี่มันแน่จริง ๆ ที่สามารถปราบแมวเป้าหิมะอย่างเจ้าไฮโลได้ ” พี่โฟนยิ้มกรุ่มกริ่ม ก่อนที่จะขอตัวออกจากร้านไปรับโทรศัพท์ สายที่โทรเข้ามาไม่ได้บันทึกชื่อเอาไว้ด้วยตัวอักษร แต่เป็นอิโมจิดอกไม้สีเหลืองและรูปหัวใจดวงเล็ก ๆ โชว์ขึ้นมาแทน “ พวกมึงแดกกันไปก่อนนะ กูไปรับโทรศัพท์แป๊บ ” คำว่าแป๊บนึงไม่มีทางเป็นจริง เมื่อเจ้าของร้านเดินออกไปขึ้นรถเก๋งสีดำแสนคุ้นเคยที่จอดรออยู่หน้าร้าน และสักพักก็เคลื่อนตัวออกไปทันที
“ พี่ไฮโลว่ารถคันนั้นคุ้น ๆ มั้ยครับ ”
“ นั่นสิคุ้นมากเลย แม้แต่ทะเบียนรถยังคุ้น ”
ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วยิ้ม เหมือนเข้าใจกันแค่สองคนปล่อยให้โค้กและหวยสงสัยอยู่แบบนั้น ว่าพี่โฟนไปไหนกับใคร
สถานการณ์เริ่มครึกครื้นเมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู้กระแสเลือด จากที่พากันโวยวายว่าใครเปิดเพลงไม่เข้าหู ตอนนี้กลับรู้สึกชอบใจเป็นพิเศษโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างเมามัน เมื่อเวลาผ่านไปคนร่วมสนุกก็ยิ่งเยอะขึ้น แม้แต่จีโอกับแมชชีนก็เข้าร่วมสนุกด้วย ดูจากสภาพจีโอคงพึ่งไปรับนักศึกษาแพทย์ปีสี่ออกมาจากโรงพยาบาลแหง ๆ เพราะเจ้าตัวยังสวมชุดนักศึกษาอยู่เลย แต่ยังดีที่ใส่เสื้อฮูทตัวโตทับเอาไว้
“ เมาไม่รอพวกกูเลยนะ ” จีโอทักทายเพื่อน ๆ พร้อมกับเตรียมเก้าอี้ให้กับหวานใจ “ บี๋นั่งตรงนี้นะ บี๋เอาเหล้าหรือเบียร์เดี๋ยวเค้าทำให้ ” จีโอหยิบแก้วขึ้นมาแล้วคีบน้ำแข็งใส่อย่างผู้ชำนาญ
“ เอาเบียร์แล้วกัน เค้าเอาน้ำแข็งก้อนเดียวพอนะ ” แมชชีนออกคำสั่งพร้อมกับนั่งลงในที่ที่ถูกเตรียมไว้ให้
“ โอเคครับบี๋ ”
“ พี่ไฮโลครับ ผมอยากมีชื่อเรียกพิเศษ ๆ แบบนั้นบ้างอะมันคงจะฟินน่าดู ” ไพ่หันไปกระซิบข้างหูของไฮโลเบา ๆ ขณะที่มือข้างหนึ่งยังถือแก้วเหล้าอยู่
“ ไม่เอาขนลุก เรียกพี่กับไพ่แบบเดิมน่ะดีแล้ว ” ไฮโลพูดพร้อมกับเทเบียร์ลงไปที่แก้วของตัวเองจนเต็ม
“ ไม่ขนลุกสักหน่อยออกจะน่ารัก คิดตามผมนะครับ ตอนที่เรากำลังเยิ้บ ๆ กัน แล้วพี่ก็เรียกผมด้วยชื่อพิเศษแบบนั้นไง แบบว่า อ่ะ เบ๊บ อาห์ เค้าชอบมากเลย เบ๊บของเค้า กระแทกแรง ๆ เลยพี่ชอบ แบบนี้อ่ะ ” ทุกคำพูดของน้องทำให้พี่จินตนาการไปถึงไหนต่อไหน บวกกับอาการมึนเมาจากแอลกอฮอล์ที่ผ่านคอทองแดงไปแล้วหลายแก้ว
“ มันเหมือนจะดีนะ....มะไม่ใช่ ๆ แบบนั้นมันน่าอายเกินไป พี่ไม่เอาด้วยหรอก ”
“ พี่ไม่ต้องอายไปนะครับ ทำบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินไปเองแหละ ”
“ ไม่โว้ย ออกไปห่าง ๆ เลย ไปคุยกับเพื่อนคนอื่น ๆ บ้าง ติดพี่แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน ”
“ ก็ได้ แต่อย่าลืมคืนนี้ของเรานะครับ อย่าเมาจนหมดสติก่อนล่ะ ” ไพ่หอมแก้มไฮโลฟอดใหญ่ก่อนที่จะเดินออกไปจากโต๊ะนั้นเพื่อไปสนุกสนานกับเพื่อน ๆ ตามที่พี่บอก ส่วนพี่ก็นั่งนิ่งหลบสายตาของเพื่อนที่มองเขาแล้วยิ้มตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว
“ แหม ตั้งแต่เปิดตัวว่าคบกัน หวานไม่พักเลยนะมึงอะ ” โค้กทำหน้าทำตาหยอกล้อเพื่อนสุดซึนของเขาที่กำลังทำตัวไม่ถูก
“ ว่าแต่กู มึงก็ไม่ต่างจากกูนักหรอก แถมล้อซื้อเด็กก่อนกูด้วย ”
“ มันล้อซื้อกูครับ กูคือเหยื่อเถอะ ”
“ งั้นก็เลิกแซว ”
“ ก็ได้ ว่าแต่มึงจะเอาไงต่อ เรียนจบแล้วนิ แต่งงานมีลูกเลยมั้ย ” โค้กพูดติดตลกเพราะเห็นเพื่อนของเขากำลังมองเด็กไพ่ที่นั่งอยู่โต๊ะไกล ๆ อย่างมีความสุข
“ ไม่รู้สิ แต่กูคิดว่ากูจะกลับไปทำสวนทุเรียนกับตาแก่ สร้างเว็บ เพจ และอื่น ๆ เพิ่มช่องทางขายของ กูคิดว่ากูน่าจะไปดีด้านนี้ได้นะ เพราะตอนนี้ผู้ติดตามกูก็เยอะพอตัว ”
“ ไม่คิดเรียนต่อโทกับน้องมันรึไง ได้ข่าวว่าไพ่ได้ทุนเรียนโทหนิ ”
“ ปริญญาตรีกูก็จะตายห่าอยู่แล้ว พอเถอะ กลับไปรับมรกดกน่าจะง่ายกว่า ”
“ แล้วมึงไม่คิดจะไปทำงานหาประสบการณ์สักปีสองปีก่อนรึไง สวนทุเรียนมันไม่หายไปไหนหรอกนะ แต่ช่วงชีวิตที่จะหาประสบการณ์ทำงานหลังเรียนจบมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น มึงคิดดี ๆ ” โค้กพูดเตือนสติเพื่อนที่เดินทางมาถึงเส้นทางชีวิตที่แยกเป็นสองฝั่ง
“ กูคิดดีแล้ว และกูก็รู้ตัวเองตั้งแต่ไปฝึกงานแล้วด้วย ว่ากูแม่งไม่มีความสุขกับการทำงานโรงงาน แล้วมึงละ ”
“ กูก็ไม่ชอบงานโรงงานเหมือนกัน คิดว่าน่าจะเก็บเงินอีกสัก 10 ปี ระหว่างทาง 10 ปีก็เปิดคาเฟ่เล็ก ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางหาเงิน จากนั้นก็ลาออก ใช้ชีวิตเป็นเมียวิศวกรโยธาไปวัน ๆ ก็พอแล้ว ”
“ มึงถามมันรึยัง ว่าจะแต่งงานกับมึงรึเปล่า ” ไฮโลพูดแซวเพื่อนที่กำลังพูดอ้อยอิ่งไม่หยุด
“ แน่นอนสิ กูฝังมนตราไว้ที่หัวใจของมันแล้ว แม่งหนีกูไปไหนไม่รอดหรอก แค่เห็นกูเดินกับผู้จัดการสองคนมันยังเก็บมาคิดมากจนร้องไห้น้ำตาซึมเลยเถอะ ” ทั้งคู่พูดคุยกันตามประสาเพื่อนรุ่นเดียวกันจากแรก ๆ คุยเกี่ยวกับสารทุกข์สุขดิบ ไม่รู้เป็นไงมาไงดันมาพูดจายกยอ ขิงแฟนตัวเองให้กันและกันฟังซะได้