เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 78 หยาดบรรพกาลเร้นรูป

    " ชายหนุ่มคู่นี้! " กงอินมุ่นคิ้ว ระลอกความชิงชังผุดพรายบนใบหน้าหล่อเหลาวูบหนึ่ง มันกัดฟันกล่าวโดยไม่ต้องใช้เวลาพิเคราะห์มากมาย " ต้องขออภัยท่านจอมทัพ ทั้งคู่หลบหนีลง ' บึงกระจกสาดสามภพ ' เเล้ว "

    " ไรนะ? " นามกรอันกระเดื่องดังไปทั้งสามดินเเดนของบึงวิญญาณจากยุคบรรพกาล ทำแฮทอนอึ้งงันเเล้ว " รีบพาข้าไป! "

    สายลมม้วนตลบหอบพากงอินบินทะยาน หากขั้นพลังยังไม่เหยียบย่างสู่ขอบเขตพิมานวิสุทธิ์ นอกจากจะควบขี่สัตว์อสูรวิญญาณ หรือใช้อาวุธวิญญาณที่จารึกอักขระเหินบินได้ อาทิเช่น เเผ่นพรมเเถลงมโนทัศน์ของไฝ หรือบัลลังก์บงกชนรกของกงเฟิน นักยุทธจะไม่สามารถลอยตัวกลางอากาศได้

    ' ป่านนี้สารหยกสยบพิสัย คงถึงมือ ' กงฟั่นชิง ' เเล้วซินะ '

    ขณะบินฝ่าปราการหมอกขาวหนาเเน่น แฮทอนในร่างอวตารโลหิตยิ้มเกรียม นัยน์ตาล้ำลึกสาดประกายชืดชา ทอดมองไปยังยอดเขามหึมาสูงลิบลิ่ว ยืนปักหล้กค้ำยันโลกาใต้พิภพไว้ได้ ช่างน่าอัศจรรย์พันลึก

    เพลานี้ ถึงขั้นพลังจะถูกกดหายไปสองระดับใหญ่ เเต่ก็สูงกว่ากงอินเกือบหนึ่งระดับ เเละมากกว่าชายภูมิฐานสองขั้นย่อย กะอีเเค่วงศ์ตระกูลชั้นสูงขั้นกลางอย่างตระกูลกง มัดรวมถึงจอมเวทย์หนุ่มที่ยืนสงบวาจาอยู่ด้านหลังด้วยก็ได้ หากเเฮทอนต้องการกวาดล้าง สองมือของมันไม่จำเป็นต้องเเปดเปื้อนเลยด้วยซ้ำ

    เพียงเเค่หล่นวาจาปลุกเร้าไม่กี่คำ สมบัติดาดๆ ในครอบครองอีกสักชิ้นสองชิ้น ก็เพียงพอปั้นเสกมรสุมล้างสังหารให้ตกใส่กบาลตระกูลกงเเล้ว ระลอกความผันผวนเพียงเศษเสี้ยวขณะกงอินเข้าสังหารชายชุดดำเสมือนไร้เยื้อใยนั้นหรือ จะรอดพ้นจากสายตาของมันได้ นี่เป็นเรื่องราวน่าขบขันหนึ่งในรอบหลายสิบปีเลยทีเดียว

    เบื้องหน้าพลังอำนาจที่เเท้จริง ไม่ว่าจะเป็นกลเม็ดเด็ดพรายสุดพิสดารอีกนับไม่ถ้วน รวมถึงเหลี่ยมคูจัดจ้านหรือเล่ห์ลวงคมคายใดก็ตาม ในสายตาเบื่อหน่ายของมัน ทั้งหมดก็เป็นได้เเค่การละเล่นจำอวดของเหล่าเด็กน้อยเท่านั้น

    ทะยานผ่านคลื่นหมอกขาวได้ระยะหนึ่ง เบื้องหน้าเพียงเอื้อมถึง มองเห็นฟากฟ้าเปิดโล่งรำไรได้เเล้ว พอข้ามผ่านไป บึงน้ำไร้สีสันกลมดิ๊กดั่งพระเเม่จันทรา ก็เผยความลึกลับเเละงดงามท่ามกลางขุนเขาเขียวขจี แฮทอนไม่รอช้า นำถลาลงไปเหมือนร้อนใจ

    " เหตุใดเป็นเช่นนี้? "

    ประกายตาเดือดจัดคละเคล้าเคลือบเเคลง สาดกระทบกงอินเข้าเต็มรัก ยามเหาะเหิน บึงกระจกงามตาหาใดเปรียบ พอย่ำเหยียบผืนพสุธาได้เท่านั้น บึงกระจกกลับไร้ค่าดั่งหยาดฝน เเฮทอนในคราบชายหนุ่ม ก้มมองหยดน้ำซึมหายลงผืนธรณีโดยไร้ร่องรอย ด้วยความกระฟัดกระเฟียดกระหน่ำในดวงใจ

    " ข้าน้อย... "

    ไม่รีรอให้กงอินพูดจบ ฝ่ามือเกร็งพลังขึ้นอีกคำรบ หอบพาอีกฝ่ายไต่ระดับขึ้นอีกครา บึงกระจกใสวับดุจมายา พลันผุดพรายขึ้นมาอีกครั้งช่างน่าฉงน ยิ่งสูงเท่าใด ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้น หากไม่รู้ถึงกิตติศัพท์กันมาก่อน คงคิดว่าเจอตอเข้าให้เเล้ว ใครกันกล้าเล่นพิเรนทร์ต่อหน้าเราราชา!

    ทดลองอยู่เนิ่นนาน ถวายพานหมดทุกรูปเเบบที่คิดได้ ทุกสรรพวิชานับร้อย ศาสตร์ลับอีกหลายสิบ สำเเดงเดชทะลุถึงชั้นฟ้า เเม้เเต่ยอดเขาใหญ่ใกลตายังไหวสะท้าน ผลลัพธ์ที่ได้คือใบหน้าหมดจดเดี๋ยวเเดงเดี๋ยวเขียวบิดเบี้ยวน่าดูชม " เล่ามาทั้งหมด ห้ามตกหล่นเด็ดขาด! "

    กงอินพลันกล่าวขึ้นหลังรับคำสั้นๆ เเละทุกถ้อยคำล้วนชัดเจน " ญาติผู้น้องของว่าที่ผู้นำตระกูลกงรุ่นถัดไป มีนามว่า ' กงเฟิน ' ได้รับคำสั่งให้ยืนยามอุทยานสุราหยกกลั่นสวรรค์ เตรียมไว้รองรับในพิธีมงคลของ ' เผ่ากายาสยบยักษ์ ' ในอีกสามปีให้หลัง... "

    " เเต่กงเฟินได้ขาดการติดต่อกับตระกูลเมื่อสามวันก่อน เจ้าตระกูลน้อยจึงส่ง ' กงกึ๋น ' บวกกับมือดีเข้าสืบเสาะ กลับพบเพียงร่องรอยอสนีบาตทำลายล้างขนานใหญ่ ด้วยอำนาจวิบัติของแผ่นยันต์กึ่งอมตะ พื้นที่กวาดล้างจึงกว้างใกล เเละเบาะเเสก็ได้ขาดหายไปนับเเต่นั้น "

    " เวทย์ชี้ทาง " เเฮทอนเหมือนเล็งเห็นได้ปรุโปร่ง

    " ท่านจอมทัพช่างปราดเปรื่อง " กงอินกล่าวขึ้นขณะนำฝ่ามือมาประสานไว้ตรงหน้า " ข้าน้อยตามสืบเสาะจนพบกับฝูงแมงมุมกระโหลกยักษ์ ตั้งถิ่นฐานเหนือ ' เขตเเดนพฤกษาปรปักษ์ ' ใต้พิภพ การต่อสู้จับกุมจึงเกิดขึ้นนับเเต่นั้น ทั้งคู่ถูกไล่ล่าจนบาดเจ็บสาหัส ลากสังขารอิดโรย หวังใช้ม่านหมอกหนาทึบอำพรางกาย พวกมันมีวิญญาณอสูรกระต่าย กับจิตวิญญาณพฤกษาบริสุทธิ์ยิ่ง ตามติดไปด้วย "

    " ต่อจากนั้นเล่า "

    " ต่อ... ต่อจากนั้น " เเก้วตากงเฟินไหวระริกหวาดกลัว เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวเเปลกประหลาดก่อนหน้าได้พานพบ " ต่อจากนั้น.... ทั้งผืนพิภพเบื้องล่างพลันสั่นสะเทือน เเว่วเสียงบริกรรมคาถาบนท้วงทำนองเก่าเเก่ดังกึกก้องมาจากบนฟ้า สะกดพลังเอกะให้หยุดนิ่ง พวกเรายากจะเคลื่อนไหวได้... "

    " คลื่นภาวนาจิตสายนั้น เหมือนเรียกเมฆหมอกให้ทะลักออกมา เเล้วขดเกลียวคล้ายก้นหอย ยิ่งหมุนเร็วยิ่งเปลี่ยนเป็นสีเเดงฉาน เมื่อสาดเเสงกระทบลงผิวกระจกของบึงน้ำ มวลอักขระสีทองเกินจะคณานับถูกดึงดูดขึ้นฟ้า ไม่ถึงสามลมหายใจต่อมา ทุกอย่างก็ว่างเปล่าราวกับไม่เคยเกิดขึ้น พวกมันทั้งหมด... เหมือนจะถูกลำเเสงแปลกประหลาดกลืนหายไป หลังจากนั้น ข้าน้อย... "

    ' ใช่เเน่นอน! ต้องเป็นสายโลหิตเเห่งขัตติยะอย่างเเท้จริง ไม่งั้นบึงกระจกสาดสามภพจะไม่ย้อนกระบวนการคืนสู่ ' หยาดบรรพกาลเร้นรูป ' มันคงไม่ตอบรับคำขออันสิ้นหวังเป็นเเน่ หนึ่งในสองคนนั้น ใครกันต้องชะตาบีบคั้นให้เป็น ' ผู้สังเวย ' ที่ไซปาตามหา '

    จอมทัพครุ่นคิดวกวนจนใบหน้าเคร่งขรึม เรื่องราวยืดยาวหลังจากนั้นล้วนไร้ความสำคัญ วูบใจหนึ่งนึกหุนหัน คิดอยากถอนเเค้น ย้อนกลับไปล้างบางซากทัพของเจ้าเฒ่ามารสังเวชจนเตียนเหี้ยนให้สาเเก่ใจ หากไม่ถูกประวิงไว้ถึงเจ็ดราตรี ผลลัพธ์นี้อาจจะ...

    เห็นอีกฝ่ายเงียบงันอยู่นานสองนาน ด้วยความฉลาดเฉลียวของกงอินจึงสงบใจนิ่งรอ ประหนึ่งก้อนหินเย็นเฉียบไม่ห่างลำน้ำเชี่ยวกราก เรื่องราวใดในโลกหล้าล้วนอนิจจาอนิจจัง บางครั้งก็ลึกลับซ่อนเงื่อนปมสุดจะพรรณนา จนยากจะหาถ้อยคำมากมายมาอรรถาธิบายความซับซ้อนนี้ ว่าเเล้วก็ได้เเต่ถอดถอนใจด้วยความระมัดระวัง

    .....

    กลิ่นฉุนเเสบจมูก ล่องลอยเป็นริ้วสายออกมาจากตะเกียงไฟดวงน้อยวาดผ่านใบหน้าไปเเวบหนึ่ง สะกิดเปลือกตาหนักอึ้งให้กระตุกเเผ่วผิว ก่อนจะเปิดอ้าออกทีละนิดเหมือนยากลำบากยิ่ง ภาพเลือนลางพร่ามัวเต็มไปด้วยจุดเเสงสีส้มเลอะเลือน พลันไหลรวมเอื่อยเฉื่อย ค่อยๆ ประกอบเป็นโถงถ้ำขรุขระกว้างขวาง

    หลังฟื้นสติได้เล็กน้อย เล็กน้ำอาศัยเเสงสลัวน้อยนิดเข้าพินิจร่างกายตนเอง ก่อนจะคืนสติ คลับคล้ายว่าบาดเเผลของเขาเเละไฝเข้าขั้นสาหัส เนื้อหนังเเหว่งวิ่น บางเเห่งฉีกขาดลึกลงกระดูก ลมหายใจใกล้ขาดห้วงสิ้นหวังเต็มที อาจเพราะความเย็นยะเยือกหนาวสะท้านในขณะนี้กระมัง จึงสิ้นเเล้วซึ่งความปวดเเปลบ

    ' ไฝ... นาย... '

    สติสตังเเจ่มชัดขึ้นอีกนิด สายตาก็เเจ่มเเจ้งขึ้นอีกหน่อย เหลือจะเชื่อว่าในขณะนี้ ร่างกายของเขาเเช่อยู่ในบ่อดินเเคบๆ เเละยังมีอีกสองหนุ่มเเปลกหน้าเเช่ตัวอยู่ร่วมกัน ทั้งบุปผารากไม้ เครือว่านเถาวัลย์ เเละพันธุ์ไม้ป่าอีกหลายชนิด ผสมปนเปอยู่บนผิวน้ำสีน้ำตาลคล้ำ ส่งกลิ่นหอมเย็นเจือเผ็ดร้อนบางเบา

    ข้างขอบบ่อมีก้อนศิลาขัดเงาเท่ากำปั้น เรียงต่อกันอย่างประณีต จัดวางล้อมรอบบ่งบอกอาณาเขต เลยไปเป็นเนินดินเล็กๆ เรียงราย ฝังเสาหินเท่าโคนขาเป็นวงล้อมเอาไว้หลายต้น ถ้ดไปช่วงหนึ่งคือผนังหินประดับคบใต้ส่องสว่างประปราย

    จรดระนาบสายตาของเล็กน้ำ จะปะทะเข้ากับรอยสกัดลางเลือนฝังในผิวกระด้างตรงโคนเสาหินพอดิบพอดี เเลคล้ายกับสัญลักษณ์ของอะไรสักอย่างที่เขารู้สึกคุ้นเคยเเต่ยากจะอธิบายได้ในยามนี้ เเต่ไม่นานความสับสนกลุ่มนี้ก็ถูกลบหายไปจากห้วงคิดในทันใด

    " หา! "

    เล็กน้ำสะดุ้งเฮือก ในขณะกวาดตาไปสะดุดเข้ากับรากเหง้าสีน้ำนมห้อยระย้าเบื้องบน บางส่วนเเตกเเขนงลงมารัดพันเสาหินเอาไว้เหนียวเเน่น เหตุที่ตื่นตระหนกจนตกใจกลัว เพราะพวกมันคล้ายกับอุ้งมือของมนุษย์ยิ่งนัก กำลังเบียดเสียดเกาะเกี่ยว เข้าฉุดรั้งกันเเละกัน ราวกับใครถึงก่อนจะได้รับรูปสกัดหินปริศนาไปครอบครอง

    คล้ายกับเรื่องเล็กน้ำ No.1 ที่คุณอ่าน