เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หวงเยี่ยก็ยืนนิ่งอยู่ริมขอบโพรงเพียงชั่วลมหายใจ ก่อนที่ดวงตาจะเปล่งประกายแน่วแน่
พลังวิญญาณภายในร่างถูกกระตุ้นให้ไหลเวียนอย่างรวดเร็ว เส้นชีพจรโลหิตทุกสายสั่นสะท้านรับคำสั่งจากเจตจำนงของเขา กระแสพลังธาตุไฟหมุนวนเป็นชั้นๆโอบล้อมอวัยวะภายใน คล้ายเกราะที่ไร้รูปแต่เปี่ยมด้วยความมั่นคง
เปลวเพลิงรอบกายตอบสนองต่อเขาอย่างประหลาด ราวกับรับรู้ถึงสายเลือดมังกรที่หลอมรวมอยู่ภายใน
เมื่อการไหลเวียนเข้าสู่จังหวะที่สม่ำเสมอ หวงเยี่ยก็ก้าวกระโดดไปข้างหน้าโดยไม่ชะงักเพียงเศษเสี้ยว
ร่างของเขากระโจนลงสู่บ่อลาวาเบื้องหน้าในทันที
ผิวลาวาสีส้มแดงกระเพื่อมเป็นคลื่นกว้าง ความร้อนพวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนราวกับกำลังต้อนรับผู้มาเยือน
อุณหภูมิภายในนั้นสูงล้ำจนหินยังหลอมละลาย ทว่าตัวของเขาเป็นผู้กลืนกินมังกร เปลวไฟวิญญาณระดับต่ำไม่อาจทำร้ายได้แม้เพียงปลายผม ชายหนุ่มจึงไม่เกรงกลัวหรือไม่ลังเลที่จะดิ่งลงไปเลยสักนิดเดียว
ทันทีที่ร่างจมเข้าสู่ลาวา ความรู้สึกหนักอึ้งก็ถาโถมเข้ามา
คลื่นหนืดสีแดงส้มปกคลุมทั่วกาย หากแทนที่จะเผาผลาญ มันกลับไหลผ่านผิวหนังราวกับสายน้ำร้อนที่ซึมซาบเข้าสู่เส้นชีพจร
ภายในบ่อลาวา หวงเยี่ยเริ่มหายใจเข้าออกผ่านผิวกายอย่างช้าๆ พลังวิญญาณถูกดูดซับเข้าไปอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย เส้นชีพจรโลหิตทำหน้าที่เป็นระบบไหลเวียนที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
จังหวะชีพจรของชายหนุ่มคล้ายเต้นไปพร้อมกับการเดือดพล่านของลาวา
เขาแหวกว่ายลงไปอย่างสม่ำเสมอ มือทั้งสองกรีดผ่านมวลลาวาที่หนืดหน่วง คล้ายกำลังว่ายอยู่ในทะเลเพลิงอันไร้ขอบเขต
หนึ่งเมตร
ห้าเมตร
สิบเมตร
ยี่สิบเมตร
หรือกระทั่งสามสิบเมตร ทำให้แสงจากด้านบนค่อยๆเลือนหาย เหลือเพียงความเรืองรองสีแดงที่ล้อมรอบตัว
ร่างของเขาเริ่มจมลึกลงไปยังบ่อน้ำลาวาอันไร้ที่สิ้นสุดนี้อย่างช้าๆ
ความเงียบภายในนั้นแตกต่างจากภายนอก ไม่มีเสียงคำรามของเปลวไฟ มีเพียงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นตามความลึก
หวงเยี่ยอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดขึ้นมาในใจ
“ไอ้บ่อน้ำนี้มันลึกมากแค่ไหนเนี่ยคนสวย ทำไมรู้สึกว่ายิ่งลงมาก็ยิ่งไม่เห็นถึงจุดสิ้นสุดของมัน?”
เสียงของเขาส่งผ่านความคิดไปยังระบบโดยตรง ทำให้คำตอบดังขึ้นแทบจะในทันที
【อีกประมาณหนึ่งร้อยเมตรค่ะโฮสต์ ลงไปอีกหน่อยก็น่าจะถึงแล้ว】
น้ำเสียงของระบบยังคงมั่นใจ
หวงเยี่ยรับฟังและเชื่อใจในระบบกลืนกินเป็นอย่างมาก เขาไม่ได้ตั้งคำถามซ้ำซ้อน เพียงพยักหน้ากับตนเองในความมืดแดงเรือง
“หนึ่งร้อยเมตรสินะ”
“ไม่มีเหตุผลให้ชะลอ!”
เขาเร่งจังหวะการเคลื่อนไหวทันที พลังวิญญาณภายในร่างหมุนวนรวดเร็วขึ้น เปลวไฟรอบตัวดูคล้ายโค้งคำนับเปิดทางให้ดำดิ่งลงไป กระแสลาวาร้อนระอุไหลสวนขึ้นมาตามแรงดันใต้พิภพ ทว่าหวงเยี่ยกลับว่ายทวนกระแสนั้นอย่างมั่นคง
แขนขาเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะ ทุกการผลักดันคือการเข้าใกล้เป้าหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง
สี่สิบเมตร
ห้าสิบเมตร
เจ็ดสิบเมตร
แรงกดดันเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ลาวารอบกายหนืดแน่นกว่าเดิม สีของมันเข้มขึ้นราวกับเข้าใกล้หัวใจแห่งอัคคี
“ยิ่งลึกลงมาพลังวิญญาณธาตุไฟก็ยิ่งบริสุทธิ์!”
“ที่นี่ต้องมีบางอย่างแน่นอน!”
เขาพึมพำออกมาในลำคอ แม้เสียงจะถูกกลืนหายไปกับลาวารอบด้านอยู่ก็ตาม
แปดสิบเมตร
เก้าสิบเมตร
ความมืดแดงเข้มปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นระยะไกล มีเพียงแสงเรืองรองจากร่างที่สะท้อนออกมาเป็นวงแคบๆ
【อีกนิดเดียวค่ะโฮสต์】
เสียงระบบกระซิบในจิตสำนึก ทำให้หวงเยี่ยเร่งแรงอีกครั้ง ร่างของเขาดำดิ่งผ่านชั้นลาวาหนืดราวกับลูกศรที่มุ่งตรงสู่เป้าหมาย
หนึ่งร้อยเมตร
เมื่อระยะดังกล่าวผ่านพ้นไป แรงกดดันรอบด้านกลับเปลี่ยนแปลงอย่างแปลกประหลาด คลื่นลาวาที่เคยไหลสวนขึ้นมากลับเริ่มนิ่งสงบลงเล็กน้อย เหมือนเข้าสู่เขตแดนที่แตกต่าง จนต้องหยุดชั่วขณะหนึ่ง ปล่อยให้ร่างลอยนิ่งท่ามกลางมวลเพลิง
“นั่นมัน..”
ก่อนที่หัวใจของหวงเยี่ยจะกระตุกวูบหนึ่งราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัด จังหวะการเต้นซึ่งมั่นคงสม่ำเสมออยู่ก่อนหน้านี้กลับสะดุดลงในชั่วเสี้ยววินาที ลมหายใจที่ไหลเวียนผ่านผิวกายพลันชะงัก นัยน์ตาคมที่เคยสงบนิ่งเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เพราะใต้ก้นบ่อน้ำลาวาอันมืดลึกและหนืดข้นนั้น มีบางสิ่งกำลังงอกเงยอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิง
ลักษณะของมันมีขนาดเพียงเท่ากำมือหนึ่ง แผ่รัศมีเรืองรองจนทำให้บริเวณโดยรอบส่องประกายคล้ายฟ้ารุ่งอรุณ
ดอกบัวแปดแฉกนั้นตั้งตระหง่านอยู่บนผืนลาวาที่ราวกับหยุดนิ่งรอบตัวมัน
กลีบใบทุกกลีบมิได้เป็นเพียงเนื้อพืชธรรมดา หากก่อตัวเป็นริ้วแสงที่สลักลวดลายเพลิงและอัสนีไว้อย่างประณีต เส้นสายของเปลวไฟและสายฟ้าพาดผ่านกันเป็นชั้นๆ ดุจตราประทับแห่งธรรมชาติที่บ่มเพาะพลังมานานนับศตวรรษ
ไอพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากมันแฝงประกายอัสนีที่วูบวาบอยู่ภายใน
ทุกครั้งที่ริ้วแสงกระเพื่อม จะเห็นสายฟ้าขนาดจิ๋วแลบผ่านกลางกลีบ คล้ายอำนาจสองขั้วกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่ปะทะกัน
“บัวเพลิงอัสนีแก่นพิภพ?!”
เสียงอุทานดังขึ้นในห้วงความคิดโดยมิได้ผ่านริมฝีปาก
ความตื่นตะลึงผสานเข้ากับความเหลือเชื่อ จนแม้แต่ผู้ที่ผ่านประสบการณ์มามากมายถ้ามาเห็นก็ยังต้องหยุดนิ่ง
ไม่คิดเลยว่าเส้นทางดิ่งลึกลงมาในทะเลเพลิงนี้ จะพาเขามาพบกับสมุนไพรวิญญาณแห่งตำนานซึ่งแทบไม่ปรากฏให้เห็นในโลกภายนอก
เนื่องจากภายหลังการขยายตัวของโลกที่เพิ่มพูนขนาดขึ้นนับพันเท่า พลังวิญญาณลึกลับได้แผ่ซ่านไปทั่วผืนดินและท้องฟ้า ไม่ใช่เพียงมนุษย์เท่านั้นที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง ต้นไม้ พืชพันธุ์ และสิ่งมีชีวิตบางจำพวกก็ซึมซับกระแสนั้นเข้าไปเช่นเดียวกัน
รากของพวกมันดูดกลืนพลังวิญญาณจากแผ่นดิน ลำต้นรับไอพลังจากอากาศ ใบรับประกายจากแสงฟ้า
หล่อเลี้ยงตนเองอย่างยาวนานจนเกิดการกลายพันธุ์ที่ยากจะอธิบายด้วยสามัญสำนึก
บางชนิดสะสมพลังอันมหาศาลไว้ภายในเนื้อเยื่อเล็กๆ กลายเป็นสมบัติที่สามารถผลักดันให้ทะยานข้ามขีดจำกัดของตนเอง บางชนิดปรับเปลี่ยนโครงสร้างจนกลายเป็นแก่นธาตุบริสุทธิ์ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายทนทาน หรือแรงกดดันจากธรรมชาติได้เหนือมนุษย์ทั่วไป
ว่ากันว่าสมุนไพรวิญญาณเหล่านี้ไม่ได้เติบโตตามป่าเขาหรือหุบเขาที่อุดมสมบูรณ์
หากพวกมันถือกำเนิดขึ้นในสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย สถานที่ซึ่งชีวิตธรรมดาไม่อาจหยั่งถึง
บ้างงอกเงยในเหวลึกที่แสงอาทิตย์ไม่อาจส่องผ่าน
บ้างหยั่งรากอยู่ในแดนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยงไม่หยุดยั้ง
บ้างเติบโตกลางทะเลเพลิงที่ร้อนระอุจนหินยังหลอมละลาย
และดอกบัวเพลิงอัสนีแก่นพิภพก็ถือเป็นหนึ่งในนั้น
ว่ากันว่าสมุนไพรวิญญาณชนิดนี้ คือผลลัพธ์จากการหลอมรวมของเพลิงและสายฟ้าใต้แก่นพิภพ เมื่อพลังทั้งสองธาตุประจันหน้ากันในสภาวะสมดุลอันละเอียดอ่อน จึงก่อเกิดเป็นดอกบัวแปดแฉกที่บ่มเพาะอำนาจทั้งสองไว้ภายใน
มันมิใช่เพียงพืช หากเป็นสัญลักษณ์ของการผสานธาตุอย่างสมบูรณ์แบบ
ผู้ที่ครอบครองเจตจำนงธาตุไฟหรือสายฟ้าในระดับสูง หากสามารถดูดซับแก่นพลังจากมันได้อย่างสมบูรณ์
ว่ากันว่าจะสามารถยกระดับเจตจำนงของตนเองให้ทะยานขึ้นสู่ระดับราชาได้โดยตรง
ดอกบัวเพลิงอัสนีแก่นพิภพจึงถูกขนานนามว่าเป็นสมุนไพรแห่งตำนาน
นานๆครั้งจึงจะปรากฏขึ้นสู่โลกภายนอก และทุกครั้งที่มันถูกพบมักก่อให้เกิดการแย่งชิงอย่างดุเดือด จึงทำให้มูลค่าของมันมหาศาลยิ่งนัก