โต๊ะอาหารไม้สีอ่อนสำหรับสี่คนถูกปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวลายการ์ตูนเล็กๆ ที่ลูกสาวเป็คนเลือกเมื่อหลายปีก่อน อาหารหลายอย่างถูกจัดวางไว้อย่างประณีต แกงส้มชะอมไข่ไข่ตุ๋นหมูสับ ไก่ทอดหนังกรอบ สลัดผลไม้ และผัดกุ้งหน่อไม้ฝรั่ง ทุกจานเป็เมนูโปรดของคนในบ้าน
รินรดายืนมองโต๊ะอาหารที่จัดไว้เรียบร้อยเธอเป็ผู้หญิงที่ฉลาด และเธอรู้ว่าบางครั้งการรักใครก็คือการเชื่อมั่นในเขามากพอที่จะไม่ต้องถามทุกเื่ เธอรู้ว่าสามีของเธอเป็คนดี รักครอบครัวและจะไม่ทิ้งเธอ สิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนั้นบางครั้งการรักใครก็คือการเชื่อมั่นในเขา มากพอที่จะไม่ต้องถามทุกเื่ เธอยิ้มบางเบาลงมือเตรียมรายการอาหารทั้งหมดเองแม้จะมีแม่บ้านคนสนิทที่ดูแลเธอมาั้แ่เด็กคอยช่วยเหลือ เพราะนี่คือมื้อเย็นสุดท้ายของครอบครัวก่อนทุกคนจะต้องแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองอีกครั้ง
เสียงหัวเราะดังมาจากห้องนั่งเล่น ต้นไม้กำลังนั่งเล่นเกมกับลูกชายส่วนลูกสาวตัวน้อยส่งเสียงเชียร์พี่ชายดังลั่นบ้าน
"คุณพ่อคะ ทานข้าวได้แล้วค่า"
เสียงใส ๆ ดังขึ้นก่อนเ้าตัวเล็กจะวิ่งพรวดเข้าใส่อ้อมแขนพ่อเต็มแรง ต้นไม้หัวเราะอุ้มลูกสาวขึ้นแนบอกแล้วก้มลงหอมแก้มป่อง ๆ ฟอดใหญ่
"คิดถึงพ่อขนาดนั้นเลยเหรอครับ"
เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงัก จนลักยิ้มสองข้างบุ๋มลึกเหมือนพ่อไม่มีผิดต้นไม้หันไปลูบศีรษะลูกชาย
"ไปครับ นักฟุตบอลของพ่อ"
เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง แล้วทั้งสามคนก็เดินเข้าห้องอาหารพร้อมกันภาพนั้นทำให้รินรดายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว นี่คือภาพที่เธอรักที่สุด ภาพธรรมดาแต่เป็ความธรรมดาที่มีค่ามากกว่าสิ่งใดระหว่างมื้ออาหาร เสียงพูดคุยดังสลับกับเสียงหัวเราะ ลูกสาวเล่าเื่โรงเรียน ลูกชายเล่าเื่ฟุตบอลต้นไม้คอยฟังและถามต่ออย่างตั้งใจ ราวกับ้าเก็บทุกคำพูดของลูกเอาไว้ในความทรงจำส่วนรินรดานั่งมองภาพเ่าั้เงียบ ๆ ด้วยสายตาอ่อนโยน
บางครั้งเธอคิดว่าความสุขของครอบครัว อาจไม่ใช่วันที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันแต่อาจเป็วันที่ทุกคนรู้ว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หัวใจของเรายังอยู่บ้านหลังเดียวกัน
หลังอาหารเย็น ลูกๆขึ้นไปเก็บของบนห้องนอน บ้าน ค่อย ๆกลับเข้าสู่ความเงียบ เหลือเพียงเสียงน้ำจากบ่อปลา และเสียงลมหนาวพัดผ่านต้นปีบ ต้นไม้นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ริมบ่อปลาบุหรี่มวนหนึ่งอยู่ในมือแต่ยังไม่ได้จุด รินรดาเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วโอบกอดสามีจากด้านหลังพร้อมหอมแก้มเบาๆ
"ต้องห่างกันอีกแล้วนะคะ"
น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนแต่แฝงความคิดถึงเอาไว้เต็มหัวใจต้นไม้เอื้อมมือไปจับมือภรรยาก่อนดึงเธอลงมานั่งข้าง ๆ ทั้งสองนั่งมองผิวน้ำที่สะท้อนแสงไฟจากตัวบ้าน เงียบอยู่พักใหญ่ราวกับต่างคนต่างกำลังเก็บภาพตรงหน้าเอาไว้ในหัวใจ
"เราไม่เคยห่างกันหรอก" ต้นไม้พูดเบาๆ
"แค่ทำหน้าที่คนละที่เท่านั้นเอง"
รินรดาหันมายิ้มรอยยิ้มที่ต้นไม้คุ้นเคยมาตลอดสิบปีรอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกว่าบ้านยังเป็บ้านเสมอ"ขอบคุณนะคะ" เธอพูด
"ขอบคุณที่เป็คุณพ่อที่ดีที่สุดของลูกๆ" ต้นไม้ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนยกมือขึ้นลูบผมภรรยา
"พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณ ขอบคุณที่ดูแลลูกดูแลบ้าน และดูแลพี่มาตลอด "
ดวงตาของรินรดาเป็ประกายวาววับ คล้ายมีน้ำตาซ่อนอยู่ภายในแต่เธอยังคงยิ้มเพราะตลอดชีวิตคู่ที่ผ่านมา เธอเรียนรู้แล้วว่าความรักไม่จำเป็ต้องพูดออกมาทุกครั้งบางครั้งมันอยู่ในอาหารทุกมื้อ อยู่ในเสื้อผ้าที่รีดเรียบ อยู่ในสายตาที่มองกันทุกวันและอยู่ในการรอคอยอย่างไม่เคยบ่นสักคำ
ต้นไม้โน้มตัวไปจูบหน้าผากภรรยาเบา ๆ แล้วโอบกอดเธอไว้แน่นท่ามกลางสายลมหนาวและความเงียบงันของค่ำคืน เหมือนคนสองคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน จนกลายเป็ส่วนหนึ่งของชีวิตอีกฝ่ายไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
???? ประกาศจากผู้เขียนค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านมาถึงตอนนี้นะคะ ????
เื่ราวของกานต์แก้วและต้นไม้ กำลังจะเข้าสู่่เวลาสำคัญที่สุดแล้วค่ะ
หากอยากรู้ว่าเื่จะเป็อย่างไรต่อไป สามารถอ่านต่อได้ที่ E-book"เหงาในเงาจันทร์" บน Meb ค่ะ
ซึ่งใน E-book มีสิ่งพิเศษที่ไม่มีในที่นี่...
✦ เนื้อหาครบสมบูรณ์ทั้ง 35 ตอน
✦ เนื้อหาตอนพิเศษบทสรุปกานต์แก้ว ต้นไม้ ริณรดา
✦ คำนำจากผู้เขียน เล่าเื้ัการเขียน
✦ Quote Card Collection สวยๆ แนบท้ายเล่ม
✦ อ่านได้ทุกที่ ไม่ต้องรอโหลดหน้าเว็บ ????อ่านต่อได้ที่ [https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTYyMDQ4MTQiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0NTUwOTkiO30]
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนักเขียนไทย คนหนึ่งด้วยหัวใจนะคะ ????????????