ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 40

    “แน่นอนค่ะ บางคอนโดที่ราคาสูงหน่อยก็มีพื้นที่จอดรถต่อห้องได้ถึงสองคันเลยนะคะ.. หากคุณภาวินสนใจอยากจะรับชมข้อมูลเบื้องต้น ดิฉันสามารถเปิดโครงการต่างๆให้รับชมได้เลยในทันทีค่ะ..” แม้ว่าตอนนี้กิ๊กจะดำรงตำแหน่งผู้จัดการสาขา แต่วิญญาณแห่งการขายก็ยังคงติดตัวของเธอมาตลอด ส่วนโอ๊ตเขาไม่สนใจห้องคอนโดเลยแม้แต่นิดเดียว เขาสนเพียงแค่ที่จอดรถเท่านั้น เขาเชื่อว่าถึงเขาจะพูดไล่กิตติ และให้เขาเอาทุกอย่างกลับไป แต่เขาก็รู้ดีว่าคนพวกนั้นมักจะมีลูกเล่นให้เขาได้รับสิ่งของเหล่านั้นกลับมาอยู่ดี หรือบางทีถ้าเขาคัดค้านอะไรมันอาจจะมีสิ่งของปริศนาที่ทำให้ปวดหัวเพิ่มมาก็เป็นไปได้“ถ้าอย่างนั้นก็ขอดูเอาไว้ประกอบการตัดสินใจสักหน่อยก็ได้ครับ ยังพอจะมีเวลาอยู่ราวๆ 15 นาทีน่ะครับ..” โอ๊ตกล่าวตอบ หลังจากนั้นก็เป็นการเชียร์การขายของผู้จัดการกิ๊กที่พูดถึงข้อดีของโครงการคอนโดที่ธนาคารมีส่วนร่วมในการลงทุนอย่างมืออาชีพ แน่นอนว่าด้วยสกิลของเธอมันทำให้โอ๊ตถึงกับใจอ่อนยอมตกลงไปแบบงงๆตามที่เธอแนะนำมา“คอนโดตึก A ห้อง KING จำนวน 1 ห้อง พื้นที่ใช้สอย 45 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องนั่งเล่น ราคา 8.99 ล้านบาท คอนโดตึกเดียวกัน ห้องมาตรฐาน จำนวน 3 ห้อง พื้นที่ใช้สอย 27 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องนั่งเล่น ราคา 3.49 ล้านบาทต่อหนึ่งห้อง ราคารวมทั้งหมด 19.45 ล้านบาท.. ดำเนินการซื้อ-ขายเสร็จสิ้นค่ะ..” ผู้จัดการกิ๊กเอ่ยกล่าว ในตอนแรกโอ๊ตแค่พูดว่ามันน่าสนใจ และพยักหน้าพิจารณาเรื่องของห้อง ระหว่างจะซื้อห้องเดียวที่เป็นห้องใหญ่สุด ในอนาคตก็หวังจะใช้ห้องนั้นเพื่ออยู่อาศัย กับห้องธรรมดา และปล่อยเช่าตามคำแนะนำของผู้จัดการกิ๊ก 2 ห้อง และใช้อาศัยเองอีก 1 ห้อง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจโอ๊ตผิดไป กลายเป็นว่าเขาได้ซื้อห้องคอนโดนี้ถึง 4 ห้องในราคา 19.45 ล้านบาทแบบงงๆไปเสียแล้ว มันทำให้เขาถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว“โดยการที่คุณภาวินซื้อคอนโดเป็นเงินสด และชำระในคราวเดียว ทางคอนโดยินดีจะมอบเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานทุกชนิดที่จำเป็นให้กับคุณด้วยนะคะ..ขอบคุณที่อุดหนุนในนามของธนาคารด้วยค่ะ”ผู้จัดการกิ๊กกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างดีอกดีใจ แน่นอนมันเป็นเพราะว่าวันนี้เธอขายคอนโดไปได้มากถึง 4 ห้อง ราคาก็ไม่ใช่เล่นๆ โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็จนใจ จะมาแก้ไขอะไรตอนนี้เขาก็กลัวว่าเธอจะเสียหน้า เขาจึงเลือกที่จะช่างมันไป ถึงยังไงเขาก็ยังได้กำไรจากการปล่อยเช่าอยู่ดี ซึ่งไม่ได้เสียหายอะไรมากนัก อีกอย่างเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนรีบใช้เงินก้อนในตอนนี้ด้วย และเป้าหมายสำหรับที่จอดรถก็ประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี“..ขอบคุณที่เป็นธุระให้นะครับ ถ้าอย่างนั้นคุณผู้จัดการช่วยติดต่อเรื่องการเช่าคอนโดห้องธรรมดา 3 ห้องนั้นให้ด้วยนะครับ ราคาเช่าก็เอาเป็นตามมาตรฐานการคำนวณของทางคอนโดเลยก็ได้ครับ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม วันนี้เขาสูญเสียเงินมากเกินไปแล้ว เหมือนกับว่าตัวของเขาเบาหวิวเลยในตอนนี้“ได้ค่ะคุณภาวิน.. นี่คือเอกสารยืนยันในการซื้อกับทางธนาคาร คุณสามารถเข้าไปยื่นเอกสารนี้ได้ที่คอนโดในเวลาทำการกับแผนกบุคคลนะคะ.. เรื่องของการปล่อยเช่าดิฉันจะแจ้งความประสงค์ของคุณไว้กับพวกเขาก่อน คุณสามารถรับฟังรายละเอียดได้ที่แผนกบุคคลอีกครั้งหนึ่งค่ะ..” ผู้จัดการกิ๊กกล่าว“เข้าใจแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรรบกวนอีกผมจะ(ไม่)มาอีกครับ..” แม้ในใจจะคิดอีกอย่าง แต่ปากก็ต้องกล่าวไปอีกอย่าง เขาต้องยอมรับเลยว่าเธอคนนี้เป็นบุคคลที่น่ากลัวของแท้ เพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ยุยงให้เขาซื้ออสังหาจากเธอมาเป็นสิบล้านบาท ถ้าเลือกได้เขาจะไม่มาอีกเด็ดขาด หรือถ้ามันจำเป็นจริงๆเขาก็ควรที่จะไปใช้บริการธนาคารสาขาอื่น“แน่นอนว่าทางธนาคารสาขาของเรายินดีต้อนรับคุณภาวินเสมอค่ะ.. ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณภาวินที่ไว้ใจให้ โฮมแบงก์ของเราได้รับใช้..” ผู้จัดการกิ๊กก้มหัวเคารพให้กับลูกค้าวีวีไอพีของเธออย่างดีใจ ส่วนโอ๊ตก็ได้แค่โบกมือปัดๆ พร้อมกับรอยยิ้มแห้ง และเดินจากไปในทันที“สงสัยว่าวันนี้คงไม่ได้ไปขายแพนเค้กแล้วล่ะมั้ง รีบไปจัดการเรื่องพวกนี้ให้เสร็จดีกว่า.. ไม่ได้! เงินในบัญชีก็แทบจะหมดอยู่แล้ว ยิ่งวันนี้มันหายไปเยอะด้วย เราจะหยุดทำมาหากินได้ยังไง..”โอ๊ตกล่าวพร้อมกับมองไปยังนาฬิกาที่มันแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลากว่า 15.10 น. แล้ว เขากลัวว่าจะไปขายไม่ทัน อีกอย่างก็ต้องทำแพนเค้กให้คุณตาอีก 200 ชิ้น มันไม่ใช่งานที่ง่ายเลย แต่ทันใดนั้นที่คิดว่าจะยกเลิกการขายของวันนี้ เขาก็นึกถึงเงินที่ถูกสูบหายไปในวันนี้ ดวงตาของเขาก็เริ่มมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง โอ๊ตรีบวิ่งไปหาพี่วินมอเตอร์ไซค์ให้เขาไปส่งอย่างด่วนจี๋ ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีเขาก็เดินทางมาถึงหอพักของตัวเองแล้ว ก่อนที่เขาจะยกแป้งแพนเค้ก จัดเตรียมอะไรเล็กน้อย และรีบเข็นรถแผงลอยออกไปจากหอพักในทันที ..อีกด้านหนึ่ง ณ คฤหาสน์สกุลชุน..จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มทำให้พวกผู้มีอำนาจในเมืองเชียงใหม่หันมาให้ความสนใจมากขึ้น ชื่อของคุณชายตระกูล ณ สุวรรณภูมิดังไปทั่ว ในเวลานี้ตระกูลชุนผู้ออกหน้าเป็นผู้สนับสนุนคุณชายใหญ่ภาวิน ก็จัดประชุมกับผู้ร่วมเหตุการณ์ที่ภัตตาคารเจิ้นทันทีหลังจากรอดวิกฤตมาได้“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข่าวลือสมัยก่อนนั้นจะเป็นเรื่องจริง..” ชวลิตลูกเขยของชุนตงกล่าวออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ดูตะลึงไม่น้อย“นั่นสินะ! ช่วงนั้นพวกเราทำได้แค่ตื่นตัวกันพอสมควร แต่ก็ไม่คิดเลยว่าข่าวลือที่ว่าทายาทแห่งสุวรรณภูมิจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองของเรา..” นายพลเสรีกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าเครียดออกมาอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้ตระกูลของเขานับว่ายังอยู่ในขั้นวิกฤต เสี่ยงที่จะถูกล้มล้างตระกูลได้“ตอนนี้ผมคิดว่าเราไม่น่าจะต้องมากังวลเรื่องข่าวลืออะไรนั่น เพราะทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริงแล้ว.. คำถามง่ายๆของเราในตอนนี้คือจะทำยังไงต่อดีต่างหาก..” ปีเตอร์เองก็กล่าวออกมาด้วยความกังวลใจเช่นกัน“ฉันคิดว่าทุกๆท่านควรจะสงบสติอารมณ์สักเล็กน้อย จริงอยู่ที่ดูเหมือนว่าเราจะรอดจากเหตุการณ์ร้ายแรงนั้น แต่เราก็ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้เช่นกัน เพราะถึงยังไงความผิดของพวกท่านทั้งสองตระกูลมันก็ยังไม่ได้ถูกลบเลือนหายไป.. เราควรจะมาตั้งคำถามถึงเหตุผลที่เรายังสามารถนั่งอยู่ตรงนี้จะดีกว่า” ชุนตงกล่าว“ใช่! เราแค่ต้องใจเย็น.. หากผมได้ยินไม่ผิด เหตุผลที่เรารอดมาจากที่นั่นได้เป็นเพราะคุณหญิงเปรม.. แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องคุยกับเธอเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติม คงต้องรอเธอเดินทางมาถึง และถามเอาจากเธอ” เสรีกล่าว คนอื่นๆเองก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน“ขออนุญาตขอรับคุณท่าน.. คุณหญิงเปรมเดินทางมาถึงที่คฤหาสน์แล้วขอรับ..”และแล้วเสียงสวรรค์ที่ดังมาจากข้ารับใช้ประจำตระกูลก็ดังขึ้น ทำให้สีหน้าของพวกเขาทั้ง 4 คนที่กำลังรอคอยการมาถึงของเธอคนนี้ดีขึ้น ประตูห้องรับแขกแบบจีนโบราณถูกเลื่อนเปิดออกมา ปรากฏเป็นชาย-หญิงคู่หนึ่ง แน่นอนว่าหญิงคนนั้นก็คือคุณหญิงเปรมปรีดา ส่วนชายอีกคนก็คือสามีของเธอ สภาผู้แทนราษฎรประจำจังหวัดเชียงใหม่ ‘สส.เสกสรรค์’“ขอต้อนรับท่านสส.เสกสรรค์ และคุณหญิงเปรมปรีดา สู่คฤหาสน์สกุลชุนของเรา.. ต้องขออภัยที่เรียกตัวมาอย่างกะทันหันเช่นนี้ แต่ทางเรามีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องการรับรู้จากปากของพวกท่าน.. เชิญนั่งก่อนขอรับ” ชุนตงกล่าวต้อนรับในฐานะเจ้าบ้านที่ดี แต่สีหน้าของทั้งเสกสรรค์ และคุณหญิงเปรมดูเหมือนจะหนักใจอะไรสักอย่างอยู่ แต่พวกเขาก็ยังนั่งเก้าอี้ตามคำเชื้อเชิญของชุนตง“คุณหญิงเปรม ผมขอเสียมารยาทเข้าเรื่องเลยจะได้ไหมครับ ทั้งๆที่ท่านทั้งสองเพิ่งจะเดินทางมาถึงแท้ๆ แต่พวกเราเองก็ร้อนใจกับเรื่องนี้เอามากๆเลย..” เสรีกล่าวถามอย่างร้อนใจกับคุณหญิงเปรมในทันที“คือจะว่ายังไงดีล่ะคะ.. ฉันก็ยังประมวลผลตามไม่ทันกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกันค่ะ” คุณหญิงเปรมกล่าวกลางวงสนทนา ตามจริงแล้วเธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ จู่ๆเรื่องทุกอย่างก็คลี่คลายลงเพราะเธอ ทั้งยังมีเรื่องที่ท่านกิตติพ่อบ้านตระกูล ณ สุวรรณภูมิเดินทางมาพบกับเธอด้วยตัวเองอีก“คือเรื่องราวมันเป็นอย่างนี้ครับทุกท่าน ก่อนที่เราจะได้รับคำเชิญจากทุกท่าน พวกเราสองสามีภรรยาก็ได้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ทว่าจู่ๆท่านกิตติก็เดินทางมาพบกับพวกเราด้วยตัวเองถึงที่บ้าน ในครั้งแรกเราเองก็หวั่นใจไม่น้อยเช่นกัน แต่ทุกอย่างมันกลับผิดจากที่เราคาดเอาไว้ ท่านกล่าวขอบคุณภรรยาของผม และยังได้กล่าวว่าตระกูล ณ สุวรรณภูมิยินดีที่จะช่วยเหลือพวกเรา 1 เรื่องไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม.. พวกเราก็เลยสับสนไปตามๆกันอยู่ในตอนนี้น่ะครับ”เสกสรรค์กล่าวไทม์ไลน์ของทางฝั่งตัวเองเพื่อขยายความข้อความของภรรยาอีกต่อหนึ่งให้กับคนอื่นได้รับฟัง แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่เข้าใจก็ตามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ชุนตงที่ได้ยินอย่างนั้นก็ลูบคางของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะที่เขาจะหยิบสิ่งของบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อด้านในของตน“คุณหญิงเปรม.. คุณเคยพบ หรือเคยคุยกับชายที่อยู่ในรูปนี้หรือไม่ มันอาจจะเป็นเพียงแค่ภาพสเก็ต ดังนั้นค่อยๆมองมันให้ชัดๆก็ได้.. เชิญ”ชุนตงวางรูปเสมือนของโอ๊ตบนโต๊ะ แน่นอนว่าคนอื่นก็เห็นภาพนี้ด้วยเช่นกัน คิ้วของพวกเขาขมวดเข้าหากัน พยายามจะนึกว่าพวกเขาเคยเจอชายคนนี้ที่ไหนหรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครนึกออกเลยแม้แต่น้อย แต่ผิดกับคุณหญิงที่นำมือกุมปากด้วยความตกใจ เพราะมันเป็นภาพของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะพบเมื่อช่วงบ่ายนี้นี่เอง“นี่มัน.. โอ๊ต ไม่ใช่เหรอ?..”

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน