สุดยอดนักผจญภัย

หน่วยลับเทพยุทธ์

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝึกหัดด่าทอจนเหนื่อยแล้วพวกเขาก็เงียบเสียงลง 

แม้ว่าพวกเขาจะไม่พอใจแต่พวกเขาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา เพราะถ้าหากพวกเขาพลาดบอกเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องโถง พวกเขาก็คงต้องบอกลาโลกใบนี้แน่ๆ

ไลท์สั่งให้ครูฝึกนำร่างของคนที่เสียชิวิตไปทำลาย

ผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีครูฝึกก็กลับมายืนที่เดิม 

ไลท์กวาดสายตามองรอบๆและพูดขึ้นว่า “ อย่างที่ฉันบอกไปใครก็ตามที่คิดที่จะบอกเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องโถงนี้ให้กับคนนอกฟัง คนๆนั้นจะต้องตายอย่างแน่นอนเพราะฉะนั้นฉันอยากจะให้ทุกๆคนระวังตัวด้วยเพราะถ้าหากเกิดศัตรูจับตัวไปแล้วถูกตรวจสอบความทรงจำ ซึ่งนั้นก็ทำให้ตายได้เหมือนกัน ” 

เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดพากันมองหน้ากันก่อนที่จะเห็นแววตาหวาดกลัวของกันและกัน

“ เอาล่ะเดี๋ยวฉันจะถ่ายทอดเทคนิคเหล่านั้นให้กับทุกๆคน เพราะฉะนั้นขอให้ทุกๆคนนั่นสมาธิและหลับตา อ่อรวมไปถึงเหล่าครูฝึกด้วย ซึ่งนี้ถือว่าเป็นรางวัลตอบแทนที่ยอมเหนื่อยเพื่อฝึกฝนเจ้าหน้าที่ตำวจของเมืองรุ่งอรุณ ” ไลท์พูดด้วยรอยยิ้ม

เขาเป็นคนที่แบ่งแยกมิตรและศัตรูได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ได้ช่วยเหลือเขาในการฝึกฝนเจ้าหน้าที่ตำวจ เพราะฉะนั้นเขาจึงตอบแทนเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ด้วยวิถีนี้ ซึ่งวิถีนี้นับว่าเป็นค่าตอบแทนที่ล้ำค่าอย่างมาก เพราะมันอาจจะทำให้เจ้าหน้าที่บางคนพัฒนาตัวเองกลายเป็นตัวตนระดับSได้ในอนาคต

เจ้าหน้าที่ทั้งหมดภายในห้องพากันนั่งสมาธิและหลับตาตามที่ไลท์บอก

ไลท์ยื่นมือขวาไปด้านหน้าก่อนที่จะชี้นิ้วชี้ไปด้านหน้า ละอองแสงสีทองกระจายไปทั่วห้องโถง

ไม่นานละอองสีทองก็ลอยเข้าไปที่ระหว่างคิ้วของทุกๆคนภายในห้องโถง

ไลท์ยิ้มอย่างสบายๆก่อนที่จะหดมือลง

ผ่านไปกว่าสิบนาที ทุกๆคนก็ค่อยๆลืมตาขึ้น

พวกเขารู้ว่ามีข้อมูลบางอย่างที่ไหลเข้ามาในสมองของเขาแถมยังจำได้อย่างแม่นยำอีกด้วย 

พวกเขาลองทำตามข้อมูลที่ปรากฏขึ้นและก็พบว่าพวกเขาสามารถใช้ละอองมานาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพวกเขาได้ แม้ว่าจะยังไม่เห็นผลอย่างชัดเจนแต่มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกว่ามีบางอย่างภายในร่างกายของเขาพัฒนาขึ้นมา 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ พวกเขารู้ดีว่าถ้าหากพวกเขาฝึกฝนตามเทคนิคหรือที่เรียกว่าทักษะบ่มเพาะนี้ ไม่สามปีพวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก แม้กระทั้งอาจจะมีโอกาศที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับSก็ได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขามองไปที่ไลท์ด้วยแววตาเคารพและชื่นชม

ทันใดนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์หลายคนฉุกคิดบางอย่างขึ้น

‘ หรือว่าสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนก็ได้รับการฝึกฝนแบบนี้มาจากท่านไลท์ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งและทรงพลังอย่างในทุกวันนี้? ’ 

“ ท่านไลท์ครับผมมีเรื่องอยากถามครับ!! ” เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์คนหนึ่งยกมือขึ้น

ทุกๆคนต่างหันไปมองเจ้าหน้าที่คนนี้ด้วยความสงสัยและอยากรู้ว่าเขาจะถามคำถามอะไร

ไลท์พยักหน้าและบอกให้เขาถามคำถามมาได้

“ สมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนได้รับการฝึกฝนตามทักษะบ่มเพาะเหล่านี้ใช่ไหมครับ? ” เจ้าหน้าที่คนนั้นถามด้วยความสงสัยและอยากรู้ เพราะถ้าหากนี้เป็นเรื่องจริงแสดงให้เห็นว่าทักษะบ่มเพาะเหล่านี้จะกลายเป็นสิ่งที่เปลื่ยนแปลงโลกได้เลย และทุกๆคนก็จะพากันอยากได้ทักษะบ่มเพาะเหล่านี้และไม่ว่าจะต้องจ่ายมากแค่ไหนพวกเขาก็จะจ่ายเงินเพื่อให้ได้มันมา

ไลท์พยักหน้าและพูดขึ้นว่า " ใช่แล้วล่ะสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนได้รับการฝึกฝนตามทักษะบ่มเพาะเหล่านี้ เพียงแต่ทักษะของสมาชิกเดธปาร์ตี้นั้นทรงพลังกว่านี้มาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าทักษะที่ทุกคนจะฝึกมันไม่ดี มันดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว 

ทุกคนลองคิดตามสิทักษะบ่มเพาะนี้ที่ใช้เวลาไม่กี่ปีในการพัฒนาตัวเองมาถึงระดับBหรือAได้ แทนที่จะต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการพัฒนามาถึงระดับนี้ คิดว่ามันเป็นทักษะที่ไม่ดีงั้นหรอ " 

เมื่อทุกๆคนได้ยินที่ไลท์พูด พวกเขาก็พยักหน้าเห็นด้วย แม้ว่าจะเทียบของสมาชิกเดธปาร์ตี้ไม่ได้ แต่แค่นี้ก็นับว่าดีมากแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดเป็นเพียงคนธรรมดาหรือคนที่มาจากตระกูลที่ไม่ได้แข็งแกร่งอะไร แต่พวกเขาในอนาคตมีโอกาศที่จะกลายเป็นตัวตนระดับAที่ทรงพลัง 

ถ้าหากอยู่เมืองเล็กๆพวกเขาก็อาจจะกลายเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองเลยก็ได้ แต่ถ้าหากพวกเขาอยู่เมืองใหญ่ๆ พวกเขาก็ยังเป็นคนที่อยู่แนวหน้าของเมืองและพวกเขาก็ยังมีอำนาจในมืออยู่

ไม่นานก็มีหลายคนฉุกคิด 

“ พระเจ้าถ้าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนในเมืองรุ่งอรุณฝึกฝนตามทักษะบ่มเพาะที่ท่านไลท์ให้มา ไม่ใช่ว่าเมืองรุ่งอรุณจะกลายเป็นเมืองที่แข็งแกร่งสุดๆไปเลยงั้นหรอ? ”

ลองคิดดูสิเมืองรุ่งอรุณที่มีสมาชิกเดธปาร์ตี้เป็นแกนนำและเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในเมืองที่มีความแข็งแกร่งในระดับAนับหมื่นคน เพียงแค่นี้ก็ทำให้พวกองค์กรมืดไม่กล้าที่จะบุกเข้ามาโจมตีเมืองรุ่งอรุณแล้ว 

และนี้ก็เป็นเพียงแค่เจ้าหน้าที่ชุดแรกเท่านั้น ซึ่งทุกๆคนรู้ดีว่าภายในเมืองใหญ่ๆแบบนี้จะต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบสุขหรือกองกำลังทหารไม่ต่ำกว่าสองหมื่นคนเนื่องจากขนาดเมืองที่ใหญ่โต และถ้าหากเจ้าหน้าที่ทั้งหมดแข็งแกร่งในระดับAและก็อาจจะมีบางคนที่แข็งแกร่งในระดับS ไม่อยากจะคิดเลยว่าทั่วโลกเขาจะคิดอย่างไรกับเมืองรุ่งอรุณ เพราะแม้แต่สภาจอมเวทย์ก็ยังไม่กล้าที่จะทำอะไรกับเมืองรุ่งอรุณ ถ้าหากมันเป็นแบบนั้นจริงๆ 

เมื่อมีคนพูดแบบนี้ขึ้นก็ทำให้ทุกๆคนภายในห้องโถงพากันตัวสั่นและคิดตาม ไม่นานพวกเขาก็รู้สึกโชคดีที่ได้เข้าร่วมกับเมืองรุ่งอรุณและเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดแรกแบบนี้

“ ท่านไลท์ครับ ถ้าหากผมขอเข้าร่วมกับเมืองรุ่งอรุณและรับหน้าที่ครูฝึกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไหมครับ? ” เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์คนหนึ่งยกมือถามขึ้นด้วยความคาดหวัง

เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์มองไปที่มัลเดย์ที่ถามคำถามนี้ขึ้น แน่นอนว่ามันเป็นคำถามที่ทำให้เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์หลายๆคนอยากรู้ 

พวกเขารู้ดีว่าที่มัลเดย์ถามไม่ได้ผิดอะไร เพราะเมืองรุ่งอรุณที่อยู่ภายใต้การปกครองของท่านไลท์ จะสามารถพัฒนาไปได้อีกไกลกว่านี้แน่ เพราะจากที่พวกเขาดูหลายๆอย่างภายในเมืองรุ่งอรุณนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ทั่วโลกพากันสนใจและอยากที่จะมายังเมืองแห่งนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหอคอยสวรรค์ที่กำลังจะสร้างเสร็จในไม่ช้า 

และถ้าหากมัลเดย์อยู่ภายใต้การดูแลของไลท์ ดีไม่ดีเขาอาจจะได้รับเทคนิคที่แข็งแกร่งกว่านี้มาและช่วยให้เขาทะลวงเข้าสู่ระดับSได้ แค่นี้ก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากแล้ว แม้ว่าจะไม่ต้องแข็งแกร่งราวกับสัตว์ประหลาดอย่างสมาชิกเดธปาร์ตี้ก็ตาม 

ไลท์ยิ้มและพยักหน้ารับก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ แน่นอนว่าสามารถเข้าร่วมกับเมืองรุ่งอรุณได้ เพียงแต่นายจะต้องทำการลาออกจากสภาจอมเวทย์ก่อน ” 

“ เข้าใจแล้วครับ ” มัลเดย์ตอบรับด้วยความตื่นเต้น เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์หลายคนก็ตัดสินใจที่จะลาออกจากสภาจอมเวทย์แล้วกลายเป็นเจ้าหน้าที่ครูฝึกของเมืองรุ่งอรุณ

“ เอาล่ะทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้วและก็อย่าลืมว่าห้ามบอกเรื่องนี้ให้กับคนอื่นๆฟังโดยเด็ดขาด ” ไลท์พูดขึ้น

เจ้าหน้าที่ทั้งหมดตอบรับด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะพวกเขาก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าถ้าหากพวกเขาบอกสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องโถงนี้ออกไปชีวิตของพวกเขาจะเป็นอย่างไง

หลังจากนั้นไลท์ก็เรียกครูฝึกให้มารวมตัวกันที่ห้องประชุม

“ ฉันอยากจะถามว่าพวกนายมีข้อมูลของคนที่โดดเด่นภายในเจ้าหน้าที่ตำรวจฝึกหัดไหม? ” ไลท์ถามขึ้น

คนที่โดดเด่น?

ครูฝึกทั้งหมดมองหน้ากันก่อนที่จะตอบกับไลท์ว่าพอมีอยู่บ้าง

แน่นอนว่าภายในจำนวนคนมากกว่าหนึ่งหมื่นคนย่อมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝึกหัดที่โดดเด่นกว่าคนอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้เยอะมากมายอะไร

ไลท์บอกให้พวกเขานำข้อมูลของคนเหล่านั้นมาให้เขาตรวจสอบหน่อย

ไม่นานข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝึกหัดที่โดดเด่นก็ถูกวางไว้ด้านหน้าของไลท์

ไลท์ตรวจสอบดูก็พบว่ามีเพียงแค่สามสิบห้าคนเท่านั้นที่โดดเด่นกว่าคนอื่นๆ

สิ่งที่ไลท์บอกว่าโดดเด่นก็คือไหวพริบ ความเฉลียวฉลาดและความแข็งแกร่ง ที่แตกต่างจากคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด

ไลท์อ่านข้อมูลของสามสิบห้าคนด้วยความพึงพอใจ

สามสิบห้าคนนี้มียี่สิบคนที่สามารถปลุกพลังเวทย์ภายในตัวให้ตื่นขึ้นมาได้แม้ว่าจะไม่มีธาตุพิเศษแต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี 

“ พรุ่งนี้ประมาณสิบโมงบอกให้พวกเขามารวมตัวกันที่ห้องทำงานของฉัน ” ไลท์พูดขึ้น

ครูฝึกได้แต่มองหน้ากันพวกเขาอยากรู้ว่าไลท์จะนำคนเหล่านี้ไปทำอะไรกันแน่

“ เข้าใจแล้วครับ ” ครูฝึกพากันตอบรับ

หลังจากที่เสร็จจากสถานที่ฝึกเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ไลท์ก็กลับไปที่เมืองรุ่งอรุณ

ไลท์ครุ่นคิดว่าเขาจะมอบเคล็ดวิชาบ่มเพาะให้กับเจ้าหน้าที่ของเมืองดีหรือไม่ แต่คิดไปคิดมาก็เอาเป็นว่าเดี๋ยวค่อยมอบให้แล้วกัน เนื่องจากตอนนี้พวกเขากำลังยุ่งกับการบริหารเมืองอยู่ ถ้าหากพวกเขาได้รับเคล็ดวิชาบ่มเพาะไปพวกเขาก็อาจจะทิ้งการบริหารบ้านเมืองและมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนอย่างเดียว

เพราะฉะนั้นเขาจึงคิดว่ารอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อยก่อนค่อยมอบเคล็ดวิชาบ่มเพาะให้กับเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเพื่อเป็นการตอบแทน แน่นอนว่าเป็นทักษะบ่มเพาะแบบเดียวกับที่เขามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เช้าวันต่อมาที่ห้องทำงานของไลท์

ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝึกหัดที่โดดเด่นทั้งสามสิบห้าคนได้ยืนอย่างเป็นระเบียบอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของไลท์

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝึกหัดรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ท่านไลท์เรียกพวกเขามาหาโดยเฉพาะ 

ไลท์มองดูเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านหน้าด้วยรอยยิ้มและพูดขึ้นว่า “ ที่ฉันเรียกทุกคนมานี้ก็เพราะพวกคุณคือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โดดเด่นกว่าคนอื่นๆ เพราะฉะนั้นฉันจึงได้สร้างหน่วยพิเศษขึ้นมาอีกหนึ่งหน่วย ซึ่งก็คือหน่วยลับที่จะขึ้นตรงต่อเจ้าเมืองอย่างเดียวเท่านั้น ชื่อของหน่วยลับนี้จะชื่อว่าหน่วยลับเทพยุทธ์

หน้าที่ของหน่วยลับเทพยุทธ์มีด้วยกันสามอย่างหลักๆได้แก่หนึ่งตรวจสอบและจับกุม สองสังหารและสามสืบข่าว 

ตรวจสอบและจับกุม คือการที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ทุกๆคนภายในเมืองรุ่งอรุณหรือบุคคลภายนอกว่าพวกเขาได้ทำการวางแผนร้ายต่อเมืองรุ่งอรุณหรือไม่และถ้าหากพวกเขาได้ทำการวางแผนร้ายต่อเมืองรุ่งอรุณก็จะเข้าทำการจับกุมเจ้าหน้าที่คนนั้นทันที 

สองสังหาร คือการที่เจ้าหน้าที่หรือบุคคลภายนอกทำการต่อต้านหรือขัดขืนและตอบโต้ก็สามารถสังหารทิ้งได้เลย หรืออีกอย่างก็คือบุคคลนั้นมีความคิดที่จะลงมือทำลายเมืองก็สามารถสังหารทิ้งได้ทันที

สามสืบข่าว คือหน่วยพิฆาตแฝงตัวอยู่ที่ภายในอาณาจักรรอบๆเมืองรุ่งอรุณไม่ใช่แค่สามอาณาจักรที่ล้อมเมืองรุ่งอรุณเอาไว้แต่เป็นอาณาจักรที่อยู่ในทวีปวอเตอร์ไดซ์ทั้งหมด 

ด้วยเหตุนี้จำนวนของหน่วยลับเทพยุทธ์จะต้องมีจำนวนมากแต่พวกเธอคือรุ่นแรกที่จะได้รับการฝึกฝนจากฉันโดยตรงและฉันจะรับรุ่นที่สองมาหลังจากที่ฉันฝึกฝนพวกเธอจนชำนาญแล้ว " ไลท์พูดขึ้น

เมื่อได้ยินว่าท่านไลท์จะทำการฝึกฝนให้กับพวกเขาโดยตรงก็ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดพากันตื่นเต้น 

“ ท่านไลท์ครับ ผมขอเข้าค่ายกลสัตย์สาบานอีกครั้งได้ไหมครับ” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ไลท์มองดูและก็จำได้ทันทีว่าชายหนุ่มคนนี้ชื่อว่าเวอร์โก้ ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่ฉลาดและมีไหวพริบกว่าเด็กคนอื่นๆมาก

ไลท์รู้ได้ทันทีว่าเวอร์โก้ต้องการทำอะไร ซึ่งเขาเองก็ต้องยอมรับเลยว่าเวอร์โก้ฉลาดที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นคนแรก เพราะถึงอย่างไรไลท์ก็ต้องให้ทุกๆคนเข้าไปที่ค่ายกลสัตย์สาบาน และการที่เวอร์โก้พูดขึ้นมาก่อนนั้นก็จะทำให้ไลท์ประทับใจและจดจำเขาได้ ซึ่งนับว่าเป็นการลงมือที่ฉลาดอย่างมาก 

“ แน่นอนว่าได้ ” ไลท์พยักหน้ารับ

ไลท์โบกมือเบาๆก่อนที่เขาจะทำการวางค่ายกลสัตย์สาบานขึ้นที่ห้องของเขา ในเมื่อห้องทำงานของเขามีขนาดเล็กทำให้เขาสามารถวางค่ายกลสัตย์สาบานได้อย่างรวดเร็ว 

หลังจากนั้นทุกๆคนก็ทำการสาบานว่าพวกเขาจะจงรักภักดีต่อเมืองรุ่งอรุณและจะทำหน้าที่หน่วยลับเทพยุทธ์อย่างซื่อสัตย์ไม่คิดที่จะทรยศเมืองรุ่งอรุณ 

หลังจากที่สาบานเสร็จแล้ว ไลท์ก็ให้ทุกๆคนไปยังลานฝึกฝนที่ไลท์ได้สร้างขึ้นมาใหม่เป็นการส่วนตัว

ลานฝึกฝนแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่อยู่ใกล้กับภูเขาที่เป็นที่พักของไลท์ 

ลานฝึกฝนแห่งนี้เป็นลานฝึกฝนแบบปิด ซึ่งอยู่ภายในอาคารแห่งหนึ่ง 

ลานฝึกฝนมีขนาดใหญ่พอๆกับสนามฝึกบอล ด้านบนสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน 

เมื่อมาถึงไลท์ก็ทำการฝึกฝนหน่วยลับเทพยุทธ์ทันที