นั่นเป็นเพราะเฟยหลงได้รู้เรื่องราวต่างๆจากองค์ชายสามมาก่อนหน้าแล้วว่ามีใครบ้างที่ร่วมมือกับเฟยอ้าวซวงในการลอบสังหารบิดาของเขานั่นเอง
“ขอบใจลูกมากที่ทำให้พ่อและแม่ของเจ้ากลับมาที่นี่ได้อีกครั้ง”
“ท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านสมควรได้รับการแต่งตั้งโดยเร็วที่สุดในตอนนี้อาณาจักรกาลเวลาต้องการให้ท่านพ่อท่านแม่ทำอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะเจ้าเมืองทั้งหมดต่างรอการกลับมาของพวกท่านทั้งสอง”
“เจ้าพูดจริงหรือเฟยหลงพ่อและแม่ของเจ้าคิดว่าพวกเขาคงจะลืมพวกเราทั้งสองคนไปแล้วตลอดเวลาพวกเขาคิดว่าพ่อกับแม่ของเจ้าถูกสังหารไปแล้ว”
“เรื่องนั้นท่านพ่อท่านแม่ไปยังท้องพระโรงท่านพ่อท่านแม่จะทราบเองว่าสิ่งที่ลูกกล่าวนั้นเป็นจริงหรือไม่”
เฟยหลงเดินนำบิดาและมารดาของเขาไปยังท้องพระโรงอาณาจักรกาลเวลาซึ่งในตอนนี้มีเหล่าขุนนางที่ไม่เกี่ยวข้องและเจ้าเมืองใหญ่ทั้งสามสิบห้าเมืองเดินทางมาทันทีหลังจากรู้ผลของสงครามในครั้งนี้
เมื่อเฟยหลงเดินนำเฟยอู่หลานและหลิวเซียงมาถึงที่ท้องพระโรงทุกคนต่างคุกเข่าพร้อมกับเอ่ย
“ถวายบังคมองค์รัชทายาท”
“ทุกคนลุกขึ้นก่อน”เฟยอู่หลานยังคงให้ความเป็นกันเองกับเจ้าเมืองทั้งหลายเหมือนดังสิบหกปีที่แล้ว
“ขอบพระทัยองค์รัชทายาท”
“ขอบใจที่พวกท่านยังคงจงรักษ์ภักดีกับเราอยู่ ตลอดระยะเวลากว่าสิบหกปีที่ข้าและภรรยาถูกจองจำอยู่ในตำหนักไม่สามารถออกไปไหนได้ ที่สำคัญคือบุตรชายของข้าไม่รู้ชะตากรรมว่าอยู่หรือตาย ทำให้ข้าและภรรยาไม่สามารถดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านได้ข้าเสียใจจริง ๆ ที่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนเพราะความอ่อนแอของข้า”
“ไม่ใช่ความผิดของผ่าบาทหรอกพะยะค่ะทุกอย่างเกิดเพราะความโลภของน้องชายของฝ่าบาทเองตอนนี้เฟยอ้าวซวงน้องชายของฝ่าบาทถูกจับกุมเอาไว้แล้ว รอให้ฝ่าบาทตัดสินโทษของเขาพะยะค่ะ”อู๋ซวงกล่าว
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสอู๋ซวงเป็นอย่างมากหากไม่มีท่าน ลูกชายของเราเฟยหลงคงไม่มีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้อย่างแน่นอน”
“ฝ่าบาทที่ทุกอย่างสำเร็จได้เพราะเจ้าเมืองใหญ่ทั้งหมดร่วมแรงร่วมใจกันสงครามในครั้งนี้จึงทำให้พวกเราสามารถเอาชนะเฟยอ้าวซวงได้ ขอฝ่าบาทโปรดพิจารณา”
“พวกท่านไม่ต้องกังวลตำแหน่งของทุกท่านยังอยู่เช่นเดิม ข้าไม่รู้ว่าเฟยอ้าวซวงเคยเก็บภาษีหรือตั้งกฎเกณฑ์ใด ๆ กับพวกท่าน แต่นับจากวันนี้ไป ภาษีที่พวกท่านจะเก็บจากชาวบ้านให้เก็บเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้นส่วนกฎเกณฑ์อื่น ๆ ให้กลับไปใช้ของเมื่อสิบหกปีที่แล้วแทน”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
“ท่านพ่อมีอีกเรื่องหนึ่งข้าอยากจะขอท่านพ่อ”
“เรื่องอะไรหรือเฟยหลงเจ้ากล่าวมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ครั้งนี้เจ้าทำผลงานได้ดีความจริงพ่อต้องตบรางวัลให้เจ้าด้วยซ้ำไป”
“ท่านพ่อข้าอยากจะให้ท่านพ่อคืนเงินและโอสถทั้งหมดที่ท่านลุงเฟยอ้าวซวงเรียกเก็บจากเมืองใหญ่และเมืองเล็กทั้งหลายให้พวกเขานำไปพัฒนาบ้านเมืองต่อไป”
“ได้สินั่นเป็นส่วนที่พวกเขาไม่ควรจะสูญเสียและไม่ควรจะนำมาเป็นของส่วนตัวอยู่แล้ว”
“ขอบพระทัยฝ่าบาทนับเป็นบุญของพวกเราแล้วที่ฝ่าบาททรงทวงบัลลังก์กลับคืนมาได้และเป็นบุญของประชาชนในอาณาจักรกาลเวลาแห่งนี้ด้วย”
“ท่านพ่อสิ่งที่เป็นของอาณาจักรกาลเวลา ลูกจะคืนทุกอย่างกลับไปให้ทั้งหมด”
“ขอบใจเจ้ามากเฟยหลง”
“ท่านผู้อาวุโสตำหนักคลังหลวงรบกวนท่านพาลูกชายของเราไปยังตำหนักคลังหลวงของท่านด้วย”
“พะยะค่ะฝ่าบาท”
เมื่อเฟยหลงไปถึงยังตำหนักคลังหลวงเขาคืนทรัพย์สินทั้งหมดที่เหลืออยู่ให้กับตำหนักคลังหลวงผู้อาวุโสตำหนักคลังหลวงทำได้เพียงอ้าปากค้างเมื่อเห็นทรัพย์สินทั้งหมดได้กลับคืนมาตอนนี้เขารู้แล้วว่าคนที่ปล้นตำหนักคลังหลวงนั้นไม่ใช่ใครอื่นคือองค์ชายเฟยหลงนั่นเองแต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าองค์ชายเฟยหลงนั้นใช้วิธีการใดในการปล้นตำหนักคลังหลวง
“องค์ชายท่านพอจะบอกพวกเราได้ไหมว่าท่านใช้วิธีการใดปล้นคลังหลวงของพวกเราได้อย่างง่ายดายเช่นนี้”
“เรื่องนี้พวกท่านไม่ต้องรู้หรอกว่าง ๆ ข้าอาจจะมาปล้นพวกท่านใหม่อีกครั้งก็ได้หากพวกท่านทรยศท่านพ่อของข้า”
“เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้หรอกองค์ชายพวกเราไม่รู้เรื่องที่เฟยอ้าวซวงและครอบครัวรวมถึงขุนนางพวกนั้นทำกับพระบิดาขององค์ชายจริงๆ”
“ข้าเชื่อพวกท่านและขอบใจพวกท่านที่ยังคงจงรักษ์ภักดีต่อบิดาของเราพวกเราไปกันเถอะหมดธุระของเราแล้ว”
หลังจากนั้นหนึ่งเดือนพิธีสถาปนาเฟยอู่หลานให้เป็นกษัตริย์อาณาจักรกาลเวลาจึงได้ถูกจัดขึ้นในงานสถาปนาเฟยอู่หลานขึ้นเป็นกษัตริย์อาณาจักรกาลเวลาได้รับความสนใจและเชิญกษัตริย์ทุกอาณาจักรเข้าร่วมงานในครั้งนี้
โดยเฉพาะกษัตริย์อาณาจักรรุ่งอรุณที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอดเฟยอู่หลานได้ทำพันธสัญญาเป็นมิตรกับอาณาจักรรุ่งอรุณในทันทีที่ได้รับการแต่งตั้ง
อู๋ซวงและเสิ่นจิ้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโหวของอาณาจักรกาลเวลาในเวลาต่อมารวมถึงองค์ชายใหญ่องค์ชายรอง องค์หญิงฮุ่ยหลิง ยู่จินเซียง เฉินคง และเพื่อน ๆของเฟยหลงทั้งสามคนเองก็ถูกแต่งตั้งด้วยเช่นกัน เพราะทุกคนล้วนเป็นคนสนิทของเฟยหลงทุกคนต่างได้รับการยอมรับจากทั้งสองอาณาจักรเช่นเดียวกัน
ตระกูลเฉินและบิดาของยู่จินเซียงเมื่อได้รับข่าวพวกเขาต่างพากันจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างใหญ่โต โดยเฉพาะตระกูลเฉินที่พวกเขามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะบุตรชายของเขาที่บังเอิญโชคดีได้คบกับเฟยหลงทำให้เรียกได้ว่าตระกูลเฉินอยู่ในจุดสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งตระกูลมาเลยทีเดียว
ทางด้านสถาบันฟ้าครามเมื่อทราบข่าวว่าเฟยหลงเป็นถึงองค์ชายอาณาจักรกาลเวลาพวกเขาต่างพากันตกตะลึงโดยเฉพาะเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายมีเพียงแค่ผู้อาวุโสซุนหวู่เท่านั้นที่ยังคงนิ่งเฉยกับข่าวคราวที่ได้รับรู้
หลังจากนั้นสามเดือนทุกอย่างกลับมาอยู่ในสถานการณ์ปกติอาณาจักรกาลเวลาที่เคยเดือดร้อนจากการปกครองของเฟยอ้าวซวงถูกเฟยอู่หลานแก้ไขปัญหาทุกอย่างจนหมดเฟยหลงเองก็กลับไปฝึกฝนตามปกติ
ส่วนทางด้านเฟยอ้าวซวงถูกลงโทษให้ไปใช้แรงงานตลอดชีวิตพร้อมกับลูกชายและครอบครัวพวกเขาถูกทำลายจุดตันเถียนจนไม่สามารถที่จะฝึกฝนพลังเวทและพลังยุทธ์ได้อีกต่อไปส่วนขุนนางที่ให้ความร่วมมือทั้งหมดถูกประหารต่อหน้าชาวเมือง
เฟยหลงเริ่มออกเดินทางหาประสบการณ์อีกครั้งครั้งนี้เขาตั้งใจฝึกฝนเวทชั้นสูงอย่างหนักเพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้เขาไม่ได้เป็นเพียงเด็กชายตัวเล็ก ๆ อีกต่อไปภาระหน้าที่ของเขาที่จะต้องรับต่อจากบิดาในภายภาคหน้านั้นเรียกได้ว่าเป็นภาระอันหนักหน่วงที่แท้จริง
การปกครองอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลกนับเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเฟยหลงเป็นอย่างมากเขาแทบไม่เชื่อว่าตัวเขาเองจะมายืนในจุดนี้ได้ จากเด็กชายธรรมดาคนหนึ่งตอนนี้เขากลับเป็นองค์ชายของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
“เฟยหลงพ่อมีเรื่องบางอย่างอยากจะบอกเจ้า เจ้ารู้ไหมว่าทำไมอาณาจักรนี้ถึงเรียกว่าอาณาจักรกาลเวลา”
“ท่านพ่อลูกไม่รู้จริง ๆ ลูกโตที่อาณาจักรรุ่งอรุณท่านพ่อช่วยบอกลูกหน่อยได้ไหมว่าอาณาจักรกาลเวลาเป็นอย่างไร”
“ที่เรียกว่าอาณาจักรกาลเวลาเพราะมีสถานที่แห่งหนึ่งหากเจ้าสามารถทำความเข้าใจได้ เจ้าสามารถควบคุมมิติและกาลเวลาได้แต่ว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เป็นคนตระกูลเฟยของเราสามารถทำความเข้าใจมิติและเวลาได้”
“ท่านพ่อหมายความว่าตระกูลเฟยของเรานั้นสืบทอดพลังของมิติและเวลาทางสายเลือดเช่นนั้นหรือ?”
“จะพูดอย่างนั้นก็ได้เพราะนอกจากตระกูลเฟยของเราคนอื่นไม่สามารถทำความเข้าใจความหมายของมิติและเวลาได้เลยแม้แต่คนเดียว”
“ท่านพ่อท่านคิดว่าข้าจะสามารถเข้าใจความหมายของมิติและเวลานั้นได้มากน้อยเพียงใด”
“นั่นก็แล้วแต่ตัวของเจ้าพ่อเองก็ยังไม่สามารถเข้าใจความหมายของมิติและเวลาได้เลยแม้แต่น้อย เจ้าเองก็อย่าได้ตั้งความหวังไว้มากนัก”
“ขอรับท่านพ่อแล้วสถานที่ที่ท่านพ่อกล่าวมานี้อยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือ?”
“อยู่ในสุสานบรรพบุรุษของพวกเราเรื่องนี้มีเพียงปู่และพ่อเท่านั้นที่รู้ หากเจ้าต้องการที่จะไปที่นั่นพ่อเองก็จะพาเจ้าไปเอง เพราะหากไม่มีสายเลือดของตระกูลเฟยก็ไม่สามารถเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นได้”
“แล้วท่านลุงเฟยอ้าวซวงไม่รู้เรื่องนี้เลยหรือท่านพ่อ?”
“ถึงรู้เฟยอ้าวซวงก็ไม่คิดจะสนใจเพราะว่าทุกวันนี้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปเขาเองยังไม่เคยคิดเหลียวแลกลับไปเซ่นไหว้แม้แต่ครั้งเดียว”
“เป็นไปได้ยังไงท่านพ่อที่พวกเขาไม่เคยไปไหว้บรรพบุรุษเลยสักครั้ง”
“ก็เพราะพวกเขามีความโลภมากกว่าทำไมเหล่าขุนนางที่ถูกประหารถึงได้สนับสนุนลุงของเจ้าทั้ง ๆที่พวกเขารู้อยู่แล้วว่าลุงของเจ้าเป็นคนอย่างไร?”
“ก็จริงอย่างที่ท่านพ่อกล่าวมาหากพวกเขาสามารถบริหารบ้านเมืองดีจนชาวบ้านทุกคนอยู่อย่างไม่เดือดร้อนลูกก็คงไม่ต้องทำแบบนี้ ลูกไม่ต้องการทรัพย์สินเงินทองใด ๆ แต่ที่ลูกต้องการคือความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความยากจน”
“เจ้าคิดเช่นเดียวกับพ่อทุกวันนี้ชาวบ้านที่ยากจนยังมีอยู่อีกจำนวนมาก หากเราสามารถทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากความยากจนได้เป็นสิ่งที่พ่อของเจ้าและแม่ได้หวังเอาไว้ว่าหากได้เป็นกษัตริย์ของอาณาจักรกาลเวลาพ่อและแม่ของเจ้าจะอุทิตตน เพื่อทำให้ชาวบ้านตาดำ ๆ ได้อยู่ดีกินดี ทุกครัวเรือน”
“ท่านพ่อลูกมีความคิดดี ๆ ท่านพ่ออยากให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทำไมท่านพ่อไม่ทำเหมือนกับเกาะที่ลูกเคยอาศัยอยู่ ท่านปู่รู้ดีที่สุดว่าจะทำยังไงเพียงแค่เปลี่ยนจากเกาะเล็ก ๆ เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่านั้น”
“ที่ลูกพูดหมายความว่าจะให้อาณาจักรของเราปลูกสมุนไพรเช่นนั้นหรือ?”