ตอนที่ 149 จะกลับกันแล้วเหรอ..อยู่ต่ออีกวันสิ
ใครจะทำศึกเป็นตายก็ทำไป...แต่ร้านอาหารสามเวลาของไลท์ ที่กลับมาเปิดขายหลังจากปิดไปกว่าสองวัน
วันนี้กลับดูคึกคักเสียยิ่งกว่าวันไหนๆ แม้จะมีลูกค้าบางส่วนที่เคยเป็นลูกค้าขาประจำของเราได้ปันใจไปกินอาหารเช้ากันที่ร้านกระทะทอง ที่วันนี้อีกฝ่ายได้จัดลดราคาค่าอาหารลงให้เทียบเท่ากับราคาอาหารของร้านอาหารสามเวลาที่เป็นคู่แข่ง
อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีบางส่วนที่ขาดหายไป หากแต่วันนี้กลุ่มลูกค้าของร้านกลับอารมณ์ดีกันอย่างผิดหูผิดตา
เนื่องด้วยพวกเขาไม่ต้องออกไปเสี่ยงอันตรายเพื่อล่า สัตว์อสูรหมาป่าสีชาดกันในป่าดาราฉายอีกต่อไปแล้ว การใช้ชีวิตที่หมู่บ้านดาราฉายของพวกเขาในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนการเที่ยวเล่นครั้งสุดท้าย
ก่อนที่กลุ่มนักผจญภัยกว่าร้อยคน จะทยอยกันเดินทางกลับกันในวันพรุ่งนี้ หรือก็มีบางส่วนที่เลือกจะเดินทางกลับกันในเย็นวันนี้เลย
“วันนี้จะเป็นการมากินอาหารฝีมือของท่านไลท์เป็นครั้งสุดท้ายแล้วสินะ...พวกเรามากินกันให้เต็มที่และเก็บความทรงจำอันแสนล้ำค่านี้ด้วยกันเถอะ” หนึ่งในนักผจญภัยที่คาดว่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มได้ยืนพูดคุยกับคนอื่นๆ ภายในกลุ่ม ซึ่งกำลังต่อแถวเพื่อเข้าไปรับประทานโจ๊กกันอยู่นั่นเอง
“พวกนายจะเดินทางกลับกันวันนี้แล้วเหรอ?” แมทที่รับหน้าที่ดูแลหน้าร้านในฐานะคนเฝ้าประตู หลังจากจัดคิวให้กับลูกค้าจนครบถ้วน
ชายหนุ่มก็ได้หันมาพูดคุยกับนักผจญภัยที่เผอิญได้ยินว่า อีกฝ่ายกำลังจะเดินทางกลับกันในวันนี้แล้ว
“ใช่แล้วครับท่านแมท พวกเราจากบ้านกันมาหลายสัปดาห์แล้ว พวกเราคิดถึงหน้าลูกเมียและพ่อกับแม่ที่รออยู่กันมากเหลือเกิน” นักผจญภัยตอบกลับด้วยความสนิทสนมกับแมท
ที่ตลอดหลายสัปดาห์พวกเขาได้ฝากท้องกันที่ร้านอาหารสามเวลา จนค่อนข้างที่จะสนิทสนมกับแมทและคาห์น รวมไปถึงสองตายาย ที่คอยออกมาดูแลพวกเขา ตอนที่กำลังรอคิวอยู่ตลอดๆ ทุกวัน
ส่วนไลท์ โทมัสและพนักงานในครัวคนอื่นๆ นักผจญภัยกลุ่มนี้ก็เคยได้มีโอกาสพูดคุยกับไลท์มาบ้าง แต่ก็เป็นการสนทนากันช่วงสั้นๆ จึงพูดได้ไม่เต็มปากว่าสนิทสนมเท่ากับคาห์นและแมท ที่ได้คุยกันเป็นประจำ
“ก็จริงอยู่ที่พวกนายจากบ้านกันมานาน แต่มันออกจะน่าเสียดายไปซะหน่อยที่จะกลับกันวันนี้เลย” แมทพูดไปพร้อมๆ กับทำหน้าเสียอกเสียดายแทนนักผจญภัยกลุ่มนี้
ซึ่งแน่นอน ด้วยความสนิทสนมกันระหว่างนักผจญภัยและแมท ทำให้นักผจญภัยได้ยินถึงคำพูดของแมท ก็รู้ว่าแมทนั้นกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่นั่นเอง
“ท่านแมทอย่าได้พูดแบบนี้สิครับ พวกเราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ในกลุ่มของพวกเราก็มาฝากท้องที่ร้านอาหารของท่านไลท์อยู่ทุกๆ วัน ถ้ามีอะไรเด็ดๆ ก็บอกพวกเราเถอะครับ น่านะ?”
“ถ้าพูดกันแบบนี้ งั้นฉันบอกความลับที่ฉันรู้มาให้กับพวกนายก็ได้ เพราะไหนๆ พวกนายก็จะเดินทางกลับกันในวันนี้อยู่แล้ว ถึงจะรู้ไปก็ไม่มีผล...เอาหูมาใกล้ๆ สิ” แมททำทีเป็นยอมจำนน
ก่อนจะแสร้งเดินเข้าไปใกล้ๆ อีกฝ่ายเพื่อกระซิบกระซาบความลับที่ตัวเองได้ยินมาจากไลท์ให้กับนักผจญภัยกลุ่มนี้ได้ฟัง
“ฉันรับรู้มาว่า...วันนี้ท่านไลท์จะนำผลไม้ที่ชื่อว่า ราชาแห่งผลไม้ทั้งปวง มาขายเป็นครั้งแรก” แมทได้บอกเรื่องที่ตนเองรู้มาจากไลท์ให้กับนักผจญภัยกลุ่มดังกล่าว
‘ราชาแห่งผลไม้?’
มันคืออะไร? นักผจญภัยต่างไม่มีใครเคยได้ยินกันมาก่อน ว่าในโลกของพวกเขามี ผลไม้ที่มีชื่อนี้ด้วย
อีกทั้งชื่อของมันอย่าง ราชาแห่งผลไม้ทั้งปวง ก็ออกจะอาจหาญเกินไปเสียหน่อย กล้านิยามตนเองว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ กล้ามาก เก่งมากจริงๆ
“ท่านแมทล้อพวกเราเล่นหรือเปล่า? ราชาแห่งผลไม้อะไรกัน พวกเราไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีผลไม้เช่นนี้ด้วย”
นักผจญภัยแสดงออกถึงความไม่เชื่อ ในสิ่งที่แมทได้บอกพวกตน พลางหัวเราะประหนึ่งว่าแมทกำลังหยอกล้อพวกตนเองอยู่
“พวกนายไม่เคยได้ยิน ใช่ว่ามันจะไม่มีอยู่จริงเสียหน่อย...ฉันเอาเกียรติของการเป็น คนเฝ้าประตูร้านอาหารสามเวลาเป็นประกันเลย ฉันได้ยินเรื่องนี้จากปากของท่านไลท์ เต็มสองรูหู” แมทพ่นลมหายใจ ทำท่าทีขึงขัง เพื่อยืนกรานว่าคำพูดของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องหยอกล้อหรือเป็นการปั่นแต่งเอาสนุก
“ในเมื่อท่านแมทยืนยันแบบนี้ พวกเรามีหรือจะกล้าไม่เชื่อ เอาก็เอา...พวกเราจะอยู่ต่ออีกสักวันก็แล้วกัน” หลังจากนักผจญภัยกลุ่มนี้พูดจบ ก็ถึงคิวที่พวกเขาจะเข้าไปรับประทานอาหารในร้านกันแล้ว
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครเล่าจะรู้ว่าความลับที่พวกเขารู้มาจากแมท ประหนึ่งเป็นคนพิเศษ...ทว่าแมทกับคาห์นก็ได้นำเรื่องนี้ไปบอก นักผจญภัยกลุ่มอื่นๆ ด้วยเหมือนกัน ซึ่งทั้งสองต่างแสร้งปกปิดเป็นความลับให้มันดูน่าสนใจ ดีกว่าไปประกาศโต้งๆ ว่าไลท์จะขายผลไม้ ตามคำแนะนำของ ไลท์ที่กำลังยืนยิ้มตักโจ๊กใส่ชามอยู่ภายในครัว
“ไลท์วันนี้โต๊ะของท่านไวทเคานต์ ดูมีบางอย่างผิดปกติไปนะ ดูสิ ชามของคุณผู้หญิง ดูจะเหลืออาหารเยอะมากกว่าทุกวัน ไม่ใช่ว่าคุณผู้หญิงไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” คุณยายเฮลีย์ถือถาดชามโต๊ะของท่านไวทเคานต์เข้ามาในครัว เพื่อเตรียมแยกทำความสะอาด
ก่อนจะพบว่า ในบรรดาชามที่ใส่โจ๊กจำนวนหลายใบ มีอยู่จานหนึ่งที่ดูเหลือโจ๊กอยู่เยอะพอสมควร โดยจากปริมาณที่หายไปคาดว่า คุณผู้หญิงน่าจะกินไปได้แค่เพียงครึ่งเดียวจากจำนวนโจ๊กทั้งหมดที่ไลท์ได้ตักให้ ตามสัดส่วนที่เท่าๆ กันทุกชาม
“คุณน้าไม่สบายเหรอคะ?” เอลล่าที่ได้ยินก็เข้ามาดู ชามอาหารที่เหลืออยู่ ด้วยความเป็นห่วง เพราะถึงอย่างไร ภรรยาของท่านไวทเคานต์ก็เป็นเหมือนเพื่อนสนิทของแม่ตัวเอง
“คงจะอย่างนั้น ปกติแล้วภรรยาของท่านไวทเคานต์ ดูจะกินเก่งจะตาย” โทมัสได้แทรกกลางเข้ามา พร้อมกับคาดคะเนว่าคุณผู้หญิงน่าจะป่วยหรือไม่สบาย
“คุณผู้หญิงไม่ได้ป่วยอะไรหรอก เธอปกติดี”
ไลท์หันมามองโจ๊กในชามที่เหลืออยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะหันหน้ากลับไปทำงานในส่วนของตัวเองต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ราวกับว่า การที่คุณผู้หญิงกินโจ๊กของเขาเหลือในวันนี้ มันเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีอะไรให้คนอื่นๆ ต้องกังวล
“ไม่ได้ป่วยตรงไหนจริงๆ เหรอคะ/ครับ” เอลล่าและแอล ถามขึ้นมาพร้อมๆ กัน
ไลท์พยักหน้า “พวกเธอลองสังเกตในชามดูดีๆ ว่าอาหารที่เหลือมีอะไรที่เหลืออยู่บ้าง?”
หมูเด้งถูกกินไปจนหมด ผักชีหรือขิงที่โรยหน้าก็กินไปจนหมดเช่นเดียวกัน ส่วนไข่ที่คุณผู้หญิงสั่งเป็นไข่ต้มก็เหลือเฉพาะไข่แดง กับ โจ๊กจำนวนครึ่งหนึ่ง
ถ้าหากดูจากสิ่งที่ได้กินเข้าไปแล้ว คุณผู้หญิงน่าจะไม่ได้ป่วยอะไร เธอยังคงเพลิดเพลินกับรสชาติของโจ๊กที่แสนอร่อยเฉกเช่นเดิม เพียงแต่เธอกำลังควบคุมอาหารให้ลดน้อยลงจากปกติต่างหาก
“ฉันคิดว่า ภรรยาของท่านไวทเคานต์ กำลังควบคุมอาหารอยู่” ถ้าวัดจากรูปร่างและน้ำหนัก ในก่อนหน้าที่คุณผู้หญิงเดินทางมายังป่าดาราฉาย กับ ตอนนี้ หากใครที่จดจำเธอได้ก็คงจะสังเกตได้ว่า ช่วงนี้คุณผู้หญิงดูอวบอิ่มขึ้นมากทีเดียว
ด้วยความอร่อยของอาหารและรสชาติที่แปลกใหม่ ทำให้ในหลายๆ วันที่ผ่านมานี้ คุณผู้หญิงได้ตามใจปาก จนกินไปมากกว่าปกติและ
แน่นอน ผลจากการตามใจปากมากจนเกินไปนี้เอง
ก็ทำให้น้ำหนักของคุณผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับร่างกายที่เคยผอมแห้งได้แปรเปลี่ยนเป็นคนอวบอิ่มที่มีน้ำมีนวล จนไวทเคานต์หลงหัวปักหัวปำจนไม่เป็นอันนอนนั่นเอง
ไวทเคานต์นิคดูจะชื่นชอบรูปร่างของภรรยาในตอนนี้มากกว่าที่เคยผอมแห้ง เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะจับไปตรงส่วนไหน ก็มีผิวหนังที่เด้งสะท้าน นุ่มนิ่มหน้ากอดไปเสียหมด
แต่สำหรับคุณผู้หญิงที่เคยผอมแห้ง การเปลี่ยนแปลงของรูปร่างจากเดิม มันดูจะทำใจได้ยาก
ผู้หญิงไม่ว่าจะประเทศใด พวกเธอย่อมซีเรียสกับการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างเพียงนิดเดียวได้อยู่แล้ว
ขนาดมีสิวขึ้นบนใบหน้า ก็ยังต้องรีบไปหาหมอหรือหาซื้อครีมมาบำรุง เพื่อให้กลับมาเป็นปกติในเร็ววันเลย เหตุไฉนการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่อวบอิ่มขึ้นของเธอ จะถือเป็นเรื่องเล็กๆ
คุณผู้หญิงคงจะหมดความอดทนกับรูปร่างที่เปลี่ยนไปของเธอนั้นไม่ไหวแล้ว แต่ด้วยอาหารของไลท์ที่มันยั่วยวนเธออยู่ตลอดๆ ก็ทำให้เธออดใจไม่ได้ไปเสียทุกครั้ง ในวันนี้จึงจำเป็นต้องตัดใจกินให้พอประมาณ จนเหลืออย่างที่เห็น
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ๆ เอง เชฟไลท์สุดยอดไปเลย เรื่องแบบนี้ก็ยังรู้ด้วย” โทมัสยกนิ้วโป้ง พลางแสดงออกว่าไม่ได้กังวลกับเรื่องของคุณผู้หญิงอีกต่อไป
กลับกันคนที่ดูจะเป็นกังวลมากกว่าเดิมเห็นจะเป็น เอลล่า ที่ยืนเคร่งเครียด เพราะช่วงนี้เธอก็รู้สึกได้นิดหน่อยว่าตัวเองดูอวบอิ่มมากขึ้นจริงๆ และเธอก็ไม่ต้องการที่จะเสียรูปร่างและหุ่นของเธอไป
“ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกเอลล่า ขอแค่เธอใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกๆ วันก็พอ ส่วนรูปร่างของเธอจะเป็นยังไง แต่ถ้าเธอไม่มีความสุขมันก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ” ไลท์สังเกตเห็นเอลล่าที่กำลังยืนกังวล พลางเหลือบมองร่างกายที่โตเป็นสาวมากขึ้นด้วยใบหน้าที่ดูกังวล
“ค่ะ” เอลล่าดูคลายกังวลลงไปได้เล็กน้อย เมื่อได้ยินถึงคำพูดของไลท์ ที่อยากให้เธอนั้นเป็นคนที่มีความสุข
แต่ถึงกระนั้น ในส่วนลึกของเด็กสาวที่กำลังจะโตเป็นผู้หญิงเต็มตัว เรื่องรูปร่างก็ยังคงสำคัญมากอยู่ดี
“พี่บอกว่าไม่ต้องกังวลไง อย่าแคร์รูปร่างเพียงเพราะสายตาของคนอื่น อย่าทำร้ายความสุขของตัวเองด้วยการทรมานร่างกาย แล้วอีกอย่างถ้าเธอยังกังวลกับเรื่องนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก พี่สามารถทำอาหารอร่อยๆ ให้เธอกินโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าน้ำหนักจะขึ้นได้สบายๆ” ไลท์ส่งยิ้มให้กับเอลล่า ด้วยรอยยิ้มของเขานี้เองก็ทำให้เด็กสาวเชื่ออย่างสนิทใจว่า เธอไว้ใจและเชื่อใจของเขาได้
พี่ไลท์ไม่ใช่คนธรรมดา พี่ไลท์เนรมิตอาหารให้ออกมามีรสชาติที่แสนอร่อย เพราะฉะนั้นลำพังอาหารที่ช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก เอลล่าก็เชื่อว่าไลท์จะต้องทำออกมาได้แน่ๆ
“พวกนายทั้งสองคนด้วย กินให้เต็มที่ กินให้มีความสุข เพราะนอกจากฉันจะทำอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนักให้กับเอลล่าได้แล้ว ฉันยังสามารถทำอาหารที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและความแข็งแกร่งให้กับพวกนายทั้งสองคนได้อีกด้วย”
“เชฟทำได้จริงๆ เหรอครับ!” โทมัส จิม มองหน้ากันด้วยสายตาลุกวาว ก่อนจะโถมเข้าไปกอดไลท์ ด้วยความดีอกดีใจ เหมือนน้องชายที่มีพี่ชายคอยตามใจอย่างไรอย่างนั้น
ส่วนทางด้านของเอลล่า เมื่อรู้ว่าไลท์จะช่วยดูแลหุ่นของเธอ เด็กสาวก็ยิ้มหน้าบาน...ก่อนจะรีบวิ่งไปบอกเรื่องนี้กับ ภรรยาของท่านไวทเคานต์ที่กำลังประสบปัญหาแบบเดียวกันอยู่นั่นเอง
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy