จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 32 ดูดซับพลังวิญญาณ

    ตอนที่ 32

    ดูดซับพลังวิญญาณ 

    หลิงเฉินได้สร้างความประหลาดใจให้กับหวังเซียนเป็นอย่างมากในการที่เขานั้นสามารถทำให้ปลามังกรเจ็ดสีสงบลงได้ 

    ในการพบเจอครั้งนี้ของหลิงเฉินและมันถือว่าเป็นเรื่องที่ดี หลิงเฉินได้ตกลงซื้อที่ดินผืนนี้โดยเขาใช้เงินไปอีกจำนวนหนึ่งเพื่อสร้างคฤหาสน์ขนาดใหญ่ใจกลางสระน้ำที่อยู่ใจกลางของที่ดิน 

    การที่ตัดสินใจสร้างบ้านให้อยู่กลางสระน้ำมีเหตุผลอยู่หลายอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือบ้านของเขาจะมีสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีดำปกป้องอยู่ตลอดเวลา 

    รอบๆเมืองชิงลู่แห่งนี้อาจจะมีสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีทองอยู่แต่พวกมันก็ล้วนอยู่ห่างไกลจากตสถานที่ตรงนี้มาก ปลามังกร 7 สีตัวนี้จะช่วยคุ้มครองบ้านของเขาจากพวกสัตว์วิญญาณระดับต่ำกลายเป็นกำแพงชั้นที่สองถัดจากเขตแดนม่านพลังที่เขาคิดจะวางมาหลังจากสร้างบ้านเสร็จ 

    หลังจากพูดคุยเรื่องการซื้อขายที่ดินและการก่อสร้างบ้านจนเสร็จเรียบร้อยหลิงเฉินก็กลับมาที่ห้องพักของตนเองที่โรงเตี๊ยม เด็กน้อยลู่หมิงและลู่หนิงก็ยังอยู่แต่ภายในห้องตามคำสั่งของเขา 

    ยามที่กลับมาถึงก็เป็นเวลาอาหารเย็นพอดีคนของโรงเตี๊ยมก็มาเสิร์ฟอาหาร 3 ชุดตามจำนวนที่สั่งทุกวัน

    หลิงเฉินและเด็กน้อยทั้งสองนั่งล้อมวงอยู่บนโต๊ะกลมๆภายในห้องพัก เมื่อหลิงเฉินได้เห็นว่าเด็กน้อยทั้งสองกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยเขาก็ให้เอ็นดูนัก ที่ผ่านมาเด็กน้อยทั้งสองคนนี่คงจะลำบากมามาก 

    แม้ว่าเขาจะได้ชื่อว่าจักรพรรดิแห่งอักขระแต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนที่เลือดเย็นขณะที่ไม่มีความรู้สึกใดๆ

    เมื่อตกดึกเด็กน้อยทั้งสองก็เข้านอนตามปกติเหลือแต่เพียงหลิงเฉินเท่านั้นที่นั่งอยู่ใจกลางห้องที่เงียบงัน เขาได้ล้วงเข้าไปภายในอาภรณ์สีดำทมิฬของตนเองแล้วนำมุกสีขาวที่กำลังเปล่งออร่าสีน้ำเงินเข้มออกมา 

    มันคือมุกเม็ดที่ดูดซับพลังวิญญาณจากแหล่งพลังวิญญาณของอสรพิษสามหางเข้าไป ตอนนี้มุกเม็ดนี้มีพลังวิญญาณอัดแน่นอยู่มากพอสมควร 

    ตอนนี้เป้าหมายของเขาคือการสร้างไข่มุกแห่งวิญญาณขึ้นมา 

    ครั้งหนึ่งในอดีตหลิงเฉินใช้อักขระกลืนวิญญาณดูดซับพลังวิญญาณจากแก่นของสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีดำจำนวนร้อยตัวเข้ามารวมภายในไข่มุกหนึ่งเม็ด จนไข่มุกเม็ดนั้นกลายเป็นไข่มุกที่มีพลังวิญญาณมหาศาลแฝงอยู่ด้านใน จนมันกลายเป็นไข่มุกแห่งวิญญาณในที่สุด

    ไข่มุกแห่งวิญญาณมันมีคุณสมบัติในการช่วยเร่งในสามารถขัดเกลาพลังวิญญาณภายในร่างกายได้มากขึ้น 

    ตอนนี้เองหลิงเฉินก็ตั้งใจจะทำเหมือนกันแต่ว่าครั้งนี้เขาจะทำสิ่งที่มันคล้ายๆกันคือการที่จะดูดซับพลังวิญญาณของสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีฟ้าเข้ามาภายในมุกสีขาวนี้จำนวน 100 ตัว แล้วสร้างเป็นมุกแห่งวิญญาณระดับต่ำขึ้นมา 

    สิ่งนั้นมันจะทำให้เขาฝึกฝนได้รวดเร็วขึ้นหลายเท่า บริเวณป่ารอบๆเมืองชิงลู่แห่งนี้น่าจะมีสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีฟ้าอยู่มากกว่า 100 ตัวอย่างแน่นอน 

    นั้นแปลว่าการสร้างมุกแห่งวิญญาณระดับต่ำขึ้นมามันไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเย็นสักเท่าไหร่ 

    ในเวลานี้เป็นช่วงต้นเดือน 7 การก่อสร้างบ้านของเขาน่าจะเสร็จในช่วงประมาณต้นเดือน 10 เพราะว่าหลิงเฉินจ่ายค่าแรงเป็นจำนวนมากเพื่อให้การสร้างบ้านของเขารวดเร็วกว่าปกติ ในเวลา 3 เดือนเขาจำเป็นต้องสร้าง มุกแห่งวิญญาณให้เสร็จ 

    และช่วงเวลานี้เขาก็ต้องพยายามขัดเกลาพลังวิญญาณภายในร่างกายให้ขึ้นสูงไปในความเร็วที่เท่าเดิมด้วย ฟังดูแล้วมันอาจจะยากไปสักหน่อย แต่เขาก็วางแผนเอาไว้หมดแล้ว 

    ในตอนเช้าเขาจะเดินทางออกไปนอกเมืองเพื่อล่าอสูรวิญญาณระดับสีฟ้าและพอกลับมาตอนเย็นเขาก็เริ่มขัดเกลาพลังวิญญาณและทักษะของตนเองต่อเนื่อง 

    เวลาสามปีเขาจะต้องมีพลังวิญญาณได้ถึงครึ่งนึงของระดับพลังวิญญาณของชีวิตที่แล้วของเขา เมื่อครบเวลา 3 ปีแล้วเขาจะเดินทางไปที่ยอดเขาชิงลู่ที่อยู่ใกล้ๆแห่งนี้เพื่อไปพบกับหนึ่งใน5 สัตว์อสูรวิญญาณระดับสีทองที่เคยทำพันธะสัญญากับเขาในร่างก่อน

    นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกจะมาอยู่ที่เมืองชิงลู่แห่งนี้ 

    ย่างเข้าเดือน 8 การก่อสร้างบ้านบนที่ดินของหลิงเฉินก็ยังคงเป็นไปได้อย่างรวดเร็วโดยหวังเซียนนั้นรับอาสาดูแลการก่อสร้างด้วยตัวเองเพื่อตอบแทนบุญคุณที่หลิงเฉินช่วยมารดาของตนเอง 

    ตอนนี้ในการขัดเกลาพลังวิญญาณตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาหลิงเฉินก็มีระดับพลังวิญญาณอยู่ในระดับ รากฐาน ขั้นที่ 5 แล้ว  การขัดเกลาพลังวิญญาณในระดับต่ำเช่นนี้ ไม่ค่อยจะเป็นปัญหาสักเท่าไหร่เพราะว่ามันไม่ได้ละเอียดละออเหมือนกับเวลาที่ขัดเกลาพลังวิญญาณระดับสูง 

    และตอนนี้หลิงเฉินก็สามารถล่าสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีฟ้าพร้อมกับดูดซับพลังวิญญาณของพวกมันเข้าไปภายในมุกถึง 30 ตัวแล้ว มุกสีขาวนวลเริ่มเป็นประกายพลังวิญญาณสีฟ้ารุนแรงขึ้น

    ในตอนเย็นหลิงเฉินที่กลับมาจากการไปล่าสัตว์อสูรวิญญาณเมื่อกลับมาถึงโรงเตี๊ยมของตนเองก็พบเข้ากับหวังเซียนที่กำลังยืนรอเขาอยู่หน้าโรงเตี๊ยมด้วยท่าทางร้อนรน 

    เมื่อเห็นหลิงเฉินเดินมาแต่ไกลชายวัยกลางคนก็รีบวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็วพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงดังลั่น “ นายน้อยหลิงขอรับเกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!!! ”

    หลิงเฉินที่เห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วพลางสงสัย

    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน