“ห่วยมาก”
หลังจากเป็ศิษย์อาจารย์กันมาหนึ่งปีในที่สุดคาลิสก็ขว้างคทาลงพื้นจริงจัง
“ห่วยเกินไปแล้ว!ทำไมคุณถึงสมาธิสั้นแบบนี้กัน?!” เขาเริ่มเอามือกุมหัวก่อนจะทึ้งหัวตัวเอง“สมัยก่อนตอนเรียนที่โลกเดิมคุณไม่เคยนั่งสมาธิเลยหรือไง? ไอ้แบบ ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน นั่นน่ะ!”
“กะ กะ ก็เคยนะ!”แต่หลับ...
“แล้วทำไมสมาธิคุณถึงสั้นแบบนี้กันครับ!”คาลิสเริ่มกุมขมับ “อย่าว่าแต่คาถาระดับสูงเลยแค่ระดับกลางผมว่ามันยังยากเกินไปด้วยซ้ำ... กิลเบิร์ต เบดิเวียร์ 'ตัวจริง' ไม่ควรจะห่วยแบบนี้สิ!”
ขออภัยที่ไส้ในเป็ผมแล้วกันนะ
“นี่ยังไม่รวมเื่การเรียนอาวุธอีก...”คาลิสนวดหว่างคิ้วตัวเองในขณะที่ผมยิ้มเจื่อน... อาวุธก็เป็ปัญหาด้วยเช่นกัน
ทุกครั้งที่จับดาบผมจะรู้สึกว่า 'นี่มันไม่ถูกต้องเลยนะ!''เฮ้! นี่มันสิ่งผิดกฎหมาย!' 'ของมีคมอันตราย!'ดังอยู่ในหัวเสมอ ผมคิดว่ามันเหมือนสิ่งที่ฝังอยู่ในตัวไปแล้วโลกเดิมสำหรับผมพวกนี้คือของอันตราย!ยังไม่รวมที่ว่าโลกนี้เราต้องใช้มันเพื่อนำมาประลองอีกต่างหาก!
และยอมรับเลยว่าผมรับไม่ได้สุด ๆ
ผมไม่รู้สึกอะไรถ้าถือดาบไปตบตีกับไม้เพื่อฝึกตัวเองแต่ผมรู้สึกพะอืดพะอมและรับไม่ได้เมื่อต้องลงสนามหรือประลองทั้งสั่นหวาดกลัวจะพลาดไปทำร้ายใครเข้า ไนเจลที่มักจะมาฝึกกับผมบ่อย ๆมักจะบอกด้วยรอยยิ้มว่าเพราะผมเป็คนใจดีและใจอ่อน
แต่ฮาเรฟที่เป็คนตรงกว่าจะบอกว่า 'นายไม่ได้ความ'
ผมไม่โทษฮาเรฟตรรกะโลกนี้มันต่างกับตรรกะโลกของผมมากผู้ชายที่จับดาบไม่ได้มันก็ไม่ต่างจากไอ้ขี้แพ้หรือแย่กว่านั้นโลกนี้ไม่เหมือนโลกเดิมของผมที่สู้ด้วยสมอง แต่มันมีทั้งเวทมนตร์ ดาบหรืออะไรที่ทำร้ายกัน... ซึ่งผมรับไม่ไหว...
เวทมนตร์ไม่รุ่งดาบก็ไม่กล้าพอที่จะเหวี่ยง... บางทีคำว่า 'ไม่ได้ความ' ของฮาเรฟอาจจะเบาไปด้วยซ้ำ
คาลิสทำสีหน้าอ่อนใจ “ผม...ฉันคิดว่าบางทีคุณควรจะทิ้งสามัญสำนึกเดิมไปนะคะ บางที... ที่คุณไม่เก่งเลยสักอย่างอาจจะเพราะในหัวของคุณมีข้อมูลมากเกินไปทั้งโลกเดิมและโลกนี้ส่วนเื่ดาบ... อาจจะเพราะกฎหมายของโลกนั้นทำให้มันฉุดรั้งตัวคุณในตอนนี้...”
ทุกครั้งที่เกี่ยวกับโลกเดิมสรรพนามของคาลิสจะเปลี่ยนไป
“...อันที่จริงอาจจะเพราะนิสัยของผมด้วยก็ได้มั้ง...”ผมหัวเราะแกน ๆ
“ฉันคิดว่าถ้าหากฉันเกิดใหม่แล้วมีความทรงจำแบบคุณเลยฉันเองก็อาจจะเป็แบบคุณก็ได้ค่ะ” สาววายในร่างผู้ชายยกยิ้ม“แต่เพราะตัวฉัน... ความทรงจำของชาติที่แล้วเข้ามาในร่างนี้ฉันเลยมีสามัญสำนึกของโลกนี้มากกว่าโลกที่แล้ว เลยไม่เป็ปัญหาอะไร”
ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก่อนจะล้มตัวลงนอนในพื้นหญ้า
“ถ้ากิลเบิร์ตเบดิเวียร์ 'ตัวจริง' ดูอยู่จริงหมอนั่นคงร้องไห้แหง...”
“ผมคิดว่าเขาคงอยากแหวกอกคุณ”คาลิสหัวเราะก่อนที่มือจะคลำไปทั่วเมื่อไม่มีหินหรืออะไรจึงล้มตัวนั่งลงอย่างช้า ๆ “กิลเบิร์ต เบดิ-เวียร์ในเกมที่ฉันเคยเล่นเขาเป็คนเอาจริงเอาจังอยู่เสมอพยายาม ทุกอย่างเพื่อให้เป็ไปตามเป้าหมายทุกคนบอกว่าเขาเป็พวกหัวแข็ง”
“ฟังดูตรงกันข้ามกับผมเลยนะครับ”
“ใช่เลยครับตรงกันข้ามจนน่าขำจริง ๆ” คาลิสยิ้ม “คุณดูเลื่อนลอยขณะที่เขาดูจริงจัง คุณพูดตรงไปตรงมาขณะที่เขาเก็บงำทุกอย่าง... ทั้ง ๆที่จุดเริ่มต้นกับองค์ประกอบของโลกนี้เหมือนกันแท้ ๆจะผิดก็มีอยู่แค่อย่างเดียวคือ
คุณมีความทรงจำในชาติที่แล้ว...”
ผมหลับตาลงขณะที่ฟังเสียงของคาลิสลอยเอื่อยๆ ผ่านหู “ปกติแล้วคนที่มีความทรงจำในชาติที่แล้วควรจะมีภาษีดีกว่าคนอื่นต่อให้ชาติที่แล้วคุณไม่เก่งอะไรสักอย่างแต่กาลเวลาของชาติที่แล้วได้ขัดเกลาความทรงจำของคุณ ทำให้คุณโตก่อนวัยทำให้คุณสามารถคิดได้เป็ระบบ ทำให้คุณสามารถเรียนรู้อะไรได้เร็วและบางทีประสบการณ์ของชาติที่แล้วจะทำให้คุณยิ่งใหญ่กว่าใคร...
กลายเป็ 'ตัวเอก' ของเื่ราวในทุกเทพนิยาย...”
“...”
“ชาติที่แล้วคุณได้ตายไปแล้วถ้าหากว่าความทรงจำมันถ่วงตัวคุณในชาตินี้ เหตุใดคุณถึงไม่ทิ้งมันไปแล้วกลายมาเป็'กิลเบิร์ต เบดิเวียร์' จริง ๆ ล่ะครับแบบนั้น มันไม่มีค่ามากกว่าเหรอ?”
ผมยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร
เพราะรู้ดีไม่ว่าใครก็ไม่มีวันเข้าใจ
ไม่ว่าใคร... ก็ตาม...
“มานอนอะไรตรงนี้กันครับกิล?”
ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปจริง ๆ ตอนไหน
“ฮาเรฟ? ไนเจล?”
ผมครางงึมงำก่อนจะผุดลุกจากพื้นหญ้า เห็นใบหน้าของเพื่อนสนิทที่คุ้นหน้ากันไนเจลยกยิ้มบางขณะที่ฮาเรฟเลิกคิ้วเล็กน้อยถ้าพวกเขาปรากฏตัวแสดงว่ารอบข้างคงไม่มีคาลิส
ต้องเข้าใจว่าเพื่อนทั้งสองของผมขยาดคาลิสมากหลัง ๆ ที่เริ่มเห็นหน้าเห็นตากันอาจจะเพราะว่าคาลิสติดพันซาลซาอัลอย่างบ้าคลั่งเห็นว่า่นี้พวกเขาเองก็กำลังวางแผนหนีตามกันไ... หมายถึงเอาตัวซาลซาอัลออกมาจากบ้าน รายละเอียดของแผนการผมเองก็ไม่รู้เท่าไหร่นักแต่น่าจะดีแหละมั้ง ดูจากการที่เ้าชายไม่หาอะไรมาฟาดลงพื้นระบายอารมณ์นั่นน่ะ
“เหฮาเรฟตัดผมแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
ผมร้องมองดูท่านผู้ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งที่ผมสั้นลงหากตอนผมยาวฮาเรฟเหมือนสาวน้อยแสนสวยผมสั้นก็ทำให้เขากลายเป็หนุ่มน้อยที่หล่อมาก! ยิ่งเขาเสยผมขึ้นไปยิ่ง... อะหื้อ
ปลดกระดุมอีกนิดรับรองหญิงสาวหลายคนพร้อมขายิญญาให้นายเลย!
ส่วนไนเจล... ผม...ผมจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น!
การบรรยายเกี่ยวกับไนเจลเป็อะไรที่ทำร้ายมากเกินไป!เชื่อผมเถอะต่อให้เป็ฮาเรฟก็ไม่กล้าที่จะบรรยายอะไรเกี่ยวกับไนเจลเหมือนกัน!
“เคยคิดว่าจะตัดนานแล้วพออีกปีเดียวก็จะเข้าโรงเรียนเลยตัดทิ้งดีกว่า” ฮาเรฟแตะผมตัวเอง“สีมันโดดเด่นมากไปหน่อย”
แน่จริงโกนผมสิ... รับรองไม่เด่นแน่
“ฮาเรฟพอตัดผมแล้วดูสมชายขึ้น...”ไนเจลพยักหน้า “แบบนี้ดีกว่า”
แน่แหละน้องชายนายกลัวผู้หญิงขนาดนั้น ผมยาว ๆ กับหน้า สวยๆ ของฮาเรฟทำนายหลอนมาตลอดเลยสินะ
“ว่าแต่ทำไมนายถึงมานอนอยู่ตรงนี้?”ตาสีรุ้งของฮาเรฟมองดาบที่เอวผม “โดดซ้อม?”
“ไม่เชิง เรียก... หลับเพลินน่าจะดีกว่ามั้ง?”
“แล้วมันต่างกันตรงไหน”ฮาเรฟส่ายหัว “ลุกขึ้นมาแล้ววันนี้ลองประลองเบาๆ กับไนเจลแล้วกัน”
ผมพยักหน้าอย่างขอไปทีกับความหวังดีของเพื่อนก่อนหน้านี้เคยลองประลองกับฮาเรฟแล้วครั้งหนึ่งน่ากลัวอย่างคือแลนสลอตคนนี้ไม่มีการออมมือเท่าไหร่ ขนาดผมทั้งวิ่ง ทั้งคลานหนีอีกฝ่ายยังไม่หยุดมือเลยด้วยซ้ำ!
กว่าจะได้สตินี่คือตอนที่แขนผมเือาบร้องไห้งอแงนู่นเลย...
แถมพอถามนะ...
'โทษที...เวลาเห็นเหยื่... หมายถึงคนอ่อนแออยู่ตรงหน้าแล้ว มันอดทำให้ร้องไห้ไม่ได้เลย...เฮ้อ...’
มีการถอนหายใจอย่างหนักใจอีกแน่ะ...
แต่เอาเป็ว่าตอนนี้ผมติดตัวแดงให้ฮาเรฟเรียบร้อยเพราะอย่างนั้นคนที่รับหน้าที่รับดาบง่อย ๆ ของผมเลยเป็ไนเจล...แม้บางครั้งดาบผมจะเผลอแฉลบผ่านหน้าตาของไนเจลบ่อย ๆ ไปบ้างแต่เ้าตัวก็ป้องกันได้ทุกครั้ง... สาบานว่าผมไม่ได้เสียใจเลยแม้แต่น้อย!
หลังจากปัดดาบผมเป็รอบที่สิบกว่าจนดาบปลิวไปปักบนพื้นหญ้านั้นไนเจลก็เก็บดาบของตน “กิล... ทำไมถึงชอบโจมตีบริเวณหน้าแหละครับ? ผมคิดว่าจุดโจมตีที่ดีควรจะเป็จุดตายมากกว่า...”
ผมสาบาน... ผมไม่ได้ตั้งใจ!ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ!!
ผมกระแอมไอเล็กน้อยเดินไปเก็บดาบที่เหมือนมีประดับเอว “พลาดนิดหน่อย...”
“อันที่จริงฉันคิดว่าโจมตีที่หน้าก็ไม่เลว...”อัจฉริยะแห่งยุคกล่าวเอื่อย ๆ ทำให้ไนเจลหันไปมอง “...จากนั้นโจมตีรอบนอกแล้วเขยิบเข้ามาเรื่อยๆ ให้อีกฝ่ายไม่ค่อยรู้ตัว ให้ความหวังว่าจะมีชีวิตรอดได้ถ้าดิ้นรนมากกว่านี้อีกนิดแล้วค่อยกระชากความหวังด้วยการตัดการเคลื่อนไหว... หึ”
ผมสั่น... เด็กน้อยในวันวานซาดิสม์ขึ้นทุกวัน...
“ผมคิดว่าวิถีทางนั้นคงเหมาะกับแลนสลอตเท่านั้นแหละครับกับกิลแล้วเขาไม่น่ามีแรงพอ...” ไนเจลหันมามองผม “กิลต้องพยายามมากกว่านี้นะครับ...”
ผมเกาแก้มตลอดทั้งวันมีแต่คนบอกให้พยายาม ผมรู้ว่าพวกเขาต่างหวังดีกับผม... เพียงแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผม้าเท่านั้นเอง
“ไนเจล...มาดูนี่หน่อย”
เสียงของฮาเรฟเรียกให้ผมกับไนเจลหันไปมอง
ไม่รู้ว่าท่านผู้มีความนิยมอันดับหนึ่งไปยืนอยู่แถวอ่างน้ำพุเก่าของบ้านผมเมื่อไหร่ใบหน้าของฮาเรฟนิ่งพร้อมกับคิ้วที่ขมวด ดูไม่ใช่เื่ดีเท่าไหร่นัก
อ่างน้ำพุเก่านี้มีมานานั้แ่ผมเกิดมันถูกทิ้งร้างเอาไว้ที่หลังบ้าน อาจจะเพราะลวดลายของมันทำให้บ้านผมไม่ได้ตัดใจทิ้งไป
“มีอะไรหรือเปล่าครับฮาเรฟ”
“ตรงจุดนี้...”นิ้วของฮาเรฟชี้ไปที่ฐานของน้ำพุเก่า “ฉันััได้ถึงเวทมืด...”
...จู่ ๆหน้าชั่วของซาลซาอัลก็เข้ามาในหัวของผม... หวังว่ามันคงไม่ก่อเื่อะไรในบ้านผมนะ
ไนเจลนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะมองผมแล้วเอ่ยอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก “ของแคส เบดิเวียร์หรือเปล่าครับ?”
“ไม่น่าใช่ แคสเบดิเวียร์ถูกผนึกพลังไปแล้ว อีกอย่างพลังความมืดตรงนี้ค่อนข้างเข้มข้นกว่านั้น”หัวคิ้วของฮาเรฟขมวดแน่น “แต่ตอนนี้ััไม่ได้แล้ว...ทำไมกันนะ? มันเหมือน... ติด ๆ ดับ ๆ”
...ดูอ่อย ๆอย่างไรไม่รู้แฮะ
“แจ้งดยุกเบดิเวียร์ไหมครับ?”ไนเจลหน้าเริ่มนิ่ง “ยังไงพื้นที่นี้...”
“ไม่ได้... เพราะตรงนี้เป็เขตของดยุกเบดิเวียร์”ท้ายเสียงของฮาเรฟแ่ แต่ผมก็ได้ยินราง ๆจนพอจะคาดเดาได้บางส่วน
เพราะไม่ชอบมาพากลสินะ
ในอาณาจักรแห่งนี้ไม่ยอมรับพวกเวทมืดการที่ััถึงเวทมืดได้ในเขตของเบดิเวียร์ไม่รวมที่ว่าลูกชายคนเล็กมีพลังเวทมืดด้วยอีก มันก็น่าสงสัยจริง ๆ ว่า 'ดยุกเบดิเวียร์ไม่รู้เื่จริงเหรอ?'
พวกเขากำลังสงสัยพ่อผม...ส่วนผมสงสัยนู่น! เ้าชายซาลซาอัลที่อยู่ ๆ ก็ลอยเข้ามาในเฟรมพร้อมกับจุ๊ปากนั่นน่ะ!
“หุบปากไว้นะเบดิเวียร์...จุ๊! จุ๊! จุ๊! ...”
แกจะทำชั่วอะไร...สารภาพมาเลยซาลซาอัล!
ขณะที่ตรงนั้นกำลังเคร่งเครียดกับการสงสัยฐานน้ำพุที่มีเวทมืดติด ๆ ดับ ๆ ตัวการก็ลอยไปลอยมา สายตาของผมก็เริ่มเหลือบไปเห็นโม่ง... คาลิส? ที่ค่อย ๆ ย่อง ๆเดินมาอย่างแ่เบายิ่งคาลิสเข้าใกล้มากเท่าไหร่เวทมืดตรงฐานก็เพิ่มมากขึ้นจนคิ้วผมเริ่มกระตุก!
เพราะไม่ไว้ใจผมเลยจะหันไปสะกิดบอกไนเจลกับฮาเรฟแต่เหมือนจะช้าไปเมื่อเวทมืดตรงฐานกลับมากขึ้นพอ ๆกับคาลิสที่เงื้อมือขึ้นสูงและฟาดบางอย่างลงมาเต็มแรง!
ผลั่ก!!
ไนเจลล้มลง...
เืสีแดงไหลเต็มพื้นขณะที่ฮาเรฟสัญชาตญาณดีกว่านั้นผุดลุกออกมาได้ทันพร้อมกับชักดาบออกมาหูผมแว่วได้ยินเสียง 'จิ๊' ของเ้าชายก่อนที่ซาลซาอัลจะเปลี่ยนเป็แสยะยิ้มเมื่อจู่ ๆ ร่างของฮาเรฟที่ตั้งท่ายืนได้เริ่มโงนเงนไปมา...
ก่อนที่ฮาเรฟจะล้มลงั์ตาสีรุ้งนั้นเหลือบมองผม...
ผมคาดเดาว่าเขาคงมองผมอย่างโกรธเคืองและเตรียมฆ่าผมทิ้งเมื่อฟื้นอย่างแน่นอน แหงแหละ ทุกอย่างเหมือนแผนที่วางเอาไว้เกิดขึ้นที่เขตเบดิเวียร์ เขาสงสัยพ่อผม ไนเจลาเ็ ตัวเขาเองอยู่ ๆ ก็ล้มลงขณะที่ผมไม่เป็อะไรเลยแม้แต่น้อย
...จะแก้ตัวอย่างไรเมื่อทุกอย่างมันดูเป๊ะขนาดนั้น
“เดี๋ยวหมอนี่ก็สลบฉันร่ายเวทลวงเอาไว้เยอะขนาดนั้นไม่มีทางพลาดอยู่แล้ว หึ...”
ผมหลับตาลงอย่างใเมื่อจู่ ๆฮาเรฟก็พุ่งเข้ามาใกล้ ผมคิดว่าเขาจะเอาดาบในมือแทงผมสักสองสามแผลเพื่อเป็ที่ระลึก
“...หนีไป...กิล...”
ร่างนั้นล้มลงแทบเท้า
ััหนัก ๆของดาบที่ถูกยัดเยียดเข้ามาในมือทำให้ผมลืมตา...
“หึบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวมันก็สลบ!”
เสียงหัวเราะของซาลซาอัลดังขึ้นแต่ไม่ค่อยเข้าหัวของผมเท่าไหร่นักน้ำหนักของดาบเหมือนตอกย้ำความจริงบางอย่าง
'...หนีไป...’
น้องสาวคลั่งวาย พระเอกของเธอน่ะ...
“เบดิเวียร์นายมาช่วยฉันแบก...นายหน้าแดงหาอะไรฮะ!!”
...อันตรายเป็บ้า
[โต๊ะน้ำชาหลังม่าน-โชคดีของฉันคือระลึกชาติได้ค่ะ-]
กิลเบิร์ต “บางทีฉันก็สงสัยนายไม่สับสนเพศของตัวเองบ้างหรือไงกันคาลิส?”
คาลิส “เอ... ก็ไม่นะ?”
กิลเบิร์ต “เคยมีความคิดอยากจะใส่กระโปรงบ้างไหม?”
คาลิส “จะเหลือหรือ ฮะ ๆ ฮะๆ ตอนระลึกชาติ่แรกก็ขโมยชุดแม่มาใส่เหมือนกัน”
คาลิส “ดูเหมือนจะสวยจริง ๆนะ ขนาดท่านพ่อยังอึ้งเลย”
กิลเบิร์ต “...”
คาลิส “จากนั้นก็โดนท่านพ่อสั่งวิ่งซิตอัป วิดพื้นอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมดแต่คิดไปคิดมามันคงคล้ายคอร์สทำหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม เพื่อรัก ฉันทนได้ค่ะ!!!”