จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 58 เมืองที่สตรีเป็นใหญ่

    ตอนที่ 58 เมืองที่สตรีเป็นใหญ่
    เมื่อนางทั้งสองได้เดินจากไป รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งสามหนุ่ม แม้อาฉีจะเจ็บปวดก็ยังคงมีรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ราวกับว่าพวกมันได้ผ่านพ้นมรสุมร้ายที่รุนแรง แตกต่างจากอาวิ๋นที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก พวกมันทั้งสามเดินไปดูอาการของอาฉี ซึ่งไปตามที่อาวิ๋นกล่าวไว้ เขาไม่ได้บาดเจ็บรุนแรงแต่อย่างใด แต่ต้องเสแสร้งแกล้งทำ มิเช่นนั้นคงไม่จบลงในหมัดเดียว“อาวิ๋น! เจ้าไม่ต้องห่วงข้า เจ้ารีบไปชำระร่างกายให้สะอาด แล้วรีบไปหานางซะ หากนางโกรธขึ้นมาแล้วละก็ พวกเราทั้งหมดต้องซวยแน่ๆ จงเอาความโกรธของพวกเราไปลงกับนางให้สาสม นี่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะระบายความโกรธแค้นของพวกเราสี่พี่น้องได้ พี่ใหญ่ทั้งสามขอให้เจ้าโชคดี” อาฉีกล่าวขึ้นมาพร้อมกับตบไหล่อาวิ๋นเบาๆ พวกที่เหลือก็จ้องมองอาวิ๋นด้วยสายตาที่มุ่งมั่น ราวกับฝากความหวังในการแก้แค้น เมื่อเห็นสายตาที่มุ่งมั่นของพี่ๆ ทั้งสาม อาวิ๋นก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา คาดหวังว่าจะระบายโทสะกับนางให้สาสม ก่อนจะเดินจากไป เพื่อไปชำระร่างกายของตน เมื่อยามที่อาวิ๋นจากไป รอยยิ้มของพี่ๆ ทั้งสามก็หุบลงทันที“เฮ้อ~!! น่าสงสารอาวิ๋นยิ่งนัก ในตอนแรกข้าก็คิดว่าเป็นการระบายโทสะของพวกเรา แต่ใครจะคาดคิดว่านางจะชื่นชอบ จนอาวิ๋นต้องทนทรมานถึงห้าคืนติด พอรุ่งเช้าก็แทบหมดสิ้นเรี่ยวแรงจะทำสิ่งใด พวกพี่ๆ ต้องขอโทษเจ้าจริงๆ เอาเถอะ พวกเราไปพักผ่อนกันดีกว่า พรุ่งนี้ยังคงมีงานให้สะสางอีกมาก ส่วนเจ้าหน้าใหม่ เจ้าชื่ออะไร?” “ข้าชื่อเนี่ยฟง ที่นี่คือที่ใดกันแน่? ข้าสับสนไปหมดแล้ว” “ที่นี่ไม่สะดวกที่จะคุย ไปที่เรือนนอนกันเถอะ ข้าจะเล่าให้ฟังเอง” ทั้งสี่เดินออกมาจากเรือนอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าไม่อยากรั้งอยู่ในบ้านอีกต่อไป เดินมาไม่นานก็มาถึงเรือนหลังเก่าๆ หลังหนึ่ง สภาพผุพังไม่ต่างไปจากบ้านร้าง อีกทั้งยังมีทั้งเล้าหมูเล้าไก่ไม่ห่างจากตัวเรือน นี้คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เสื้อของพวกมันล้วนมีแต่กลิ่นสาบ เมื่อได้เข้าไปในเรือนดวงตาทั้งสองข้างของเนี่ยฟงก็เบิกตากว้าง เมื่อได้เห็นกองฟางกองหญ้าขนาดใหญ่ ที่ถูกวางเรียงรายบนพื้นแทนที่นอน “ให้ตายเถอะ!! อย่าบอกนะว่าต้องนอนที่นี่!!” “เนี่ยฟง! วันนี้เจ้าก็นอนที่อาวิ๋นไปก่อนแล้วกัน อย่าคิดมากเลย อย่างน้อยก็มีหลังคาคุ้มหัว เข้ามาซิ!” อาฉีกล่าวพร้อมกับตบฝ่ามือลงที่พื้น ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตน เมื่อไม่มีทางเดินให้เลือกมากนัก เนี่ยฟงจำเป็นต้องเข้าไปด้านใน พร้อมกับนั่งลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทันทีที่เนี่ยฟงลงนั่งอาฉีก็เอ่ยกล่าวขึ้นมา“อย่างที่เจ้ารู้ข้าชื่อว่าอาฉี เป็นพี่ใหญ่สุด ส่วนนั่นคืออาหาวพี่คนรอง และนั่นอาเฉินเป็นน้องสาม ส่วนอีกคนน้องสี่ก็คืออาวิ๋น พวกเราทั้งสี่พี่น้องเป็นช่างตีเหล็กหลอมอาวุธที่มีชื่อเสียง ออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วยุทธภพ เพื่อตามหาแร่ชนิดพิเศษต่างๆ เพื่อมาตีหรือหลอมอาวุธวิญญาณ และที่สำคัญที่สุด...พวกเราเป็นผู้ที่มาจากด้านนอกของเกาะแห่งนี้ เฉกเช่นเดียวกับเจ้า!!” “!!! ตระกูลหลอมเหล็กที่มีชื่อเสียง เหมือนข้าจะคุ้นหูยิ่งนัก แต่ตระกูลหลอมที่มีชื่อ...ข้ารู้สึกว่าจะไม่ใช่ตระกูลอา แต่เป็นกูลจิ้งมิใช่รึ?? และที่สำคัญตระกูลจิ้งก็หายสาบสูญไปแล้วเกือบสิบเดือน จึงไม่น่าจะมีตระกูลหลอมอาวุธใดมีชื่อเสียงอีก?” เนี่ยฟงครุ่นคิดในจิตใจ เนื่องจากเขานั้นก็มีความทรงจำในอดีตชาติของเนี่ยฟง แม้เนี่ยฟงตัวจริงนั้นจะตกตายไปแล้วก็ตาม ด้วยความที่เนี่ยฟงเก็บตัวเป็นหนอนหนังสือ เช่นนั้นถึงตัวจะอยู่แต่ในตระกูล แต่ก็ยังมีความรู้ที่กว้างขวาง เมื่อเห็นสีหน้าที่ชวนสงสัยของเนี่ยฟง อาฉีก็กล่าวขึ้นมาทันที“เจ้าคงสงสัยว่าทำไมตระกูลหลอมอาวุธที่มีชื่อเสียง ถึงมิใช่ตระกูลจิ้งแต่กลับกลายเป็นตระกูลอาซินะ...นั่นคือชื่อตระกูลเดิมของพวกเราทั้งสี่คนเอง!” “พวกท่านเป็นคนของตระกูลจิ้ง!!” “ถูกต้อง!! เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อราวๆ หลายเดือนก่อน พวกเราสี่พี่น้องออกเดินเรือจากจักรวรรดิหนานเปีย มุ่งหน้าสู่มหาสมุทรที่อยู่ระหว่างจักรวรรดิทั้งสี่ และทวีปปีศาจ เพื่อออกตามหาแร่ชนิดหนึ่ง ซึ่งก็คือแร่หัวใจมหาสมุทร แต่แล้วเรือก็ไปชนเข้ากับข่ายอาคมบางอย่าง ที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก จนทำให้เรือที่พวกเราจ้างมาอับปาง ในตอนนั้นพวกเราสี่พี่น้องต่างคิดว่าต้องตายกันแล้วแน่ๆ แต่อยู่ดีๆ ก็ถูกข่ายอาคมนั้นดูดกลืนเข้ามา ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เจอกับสองแม่ลูกนี้แล้ว ในตอนแรกพวกข้าทั้งสี่ก็ดีใจที่มีชีวิตรอด แต่ที่ไหนได้กลับถูกพวกนางทารุณกรรมสารพัด อีกทั้งแม่ของนางก็ใช้เรือนร่างของพวกเราทั้งสี่สนองตัณหาของตนเอง ส่วนคำว่า "อา" นำชื่อก็หมายถึงพวกข้าที่ตกเป็นทาสของนาง นี่ถ้าหากมิใช่ว่ามีกฎของเกาะ ว่าหญิงผู้หนึ่งจะมีทาสได้ไม่เกินสี่คนแล้วละก็ เนี่ยฟงเอ๊ย! คืนนี้คงเป็นเจ้าที่ต้องเข้าห้องไปปรนนิบัตินาง” อาฉีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองและเคียดแค้น ดวงตาปรากฏแววความโกรธจนเห็นได้ชัด “แล้วเหตุใดท่านทั้งสี่จึงไม่หนีออกไปจากที่นี่?” เนี่ยฟงเอ่ยถามขึ้น ท่ามกลางการส่ายหน้าของบุรุษทั้งสาม“ไม่ใช่ไม่เคยหลบหนี พวกข้าทั้งสี่เคยแล้วแต่มันไม่สำเร็จ อีกทั้งเมื่อถูกจับได้ก็ถูกทรมานแทบตาย จนพวกข้าไม่เคยคิดที่จะหนีกันอีก เห็นพวกข้าอย่างนี้ก็เถอะ แต่ข้าทั้งสามคนก็ล้วนมีพลังลมปราณฟ้าดินขั้นกลาง แต่ก็ยังไม่สามารถหนีรอดจากนางไปได้ ส่วนเจ้าที่มีแค่ลมปราณพิภพขั้นกลาง เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีพ้นหรือไง” “เพราะอะไรกัน? ในตอนที่ข้าตรวจดูพลังลมปราณของนาง ก็ไม่เห็นพวกนางจะมีพลังลมปราณใดๆ แม้แต่นิดเดียว แต่พวกนางกลับว่องไวกว่า อีกทั้งการโจมตีของพวกนางก็รุนแรงเป็นอย่างมาก มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?” เนี่ยฟงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย แม้แต่เขาเองที่มีเคล็ดวิชาฝ่าเท้าวายุ ก็ไม่สามารถหลบหลีกการโจมตีของนางได้ ทำให้เนี่ยฟงรู้สึกหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก“เป็นเพราะเกาะขวานผานกู่แห่งนี้ไงล่ะ!! มิเช่นนั้นด้วยลมปราณฟ้าดินของพวกข้า ก็คงหนีรอดจากพวกนางไปนานแล้ว แต่เป็นเพราะบนเกาะบัดซบนี้ตั้งหาก! ที่มันทำให้พลังลมปราณของพวกบุรุษเยี่ยงพวกเราไม่สามารถใช้พลังลมปราณได้ ต่อให้เจ้าไม่กดจุดหลบซ่อนมัน ก็ใช้พลังลมปราณไม่ได้อยู่ดี ส่วนพลังที่พวกนางใช้ จากที่ข้าได้ศึกษามานานก็ได้รู้ว่า มันคือพลังลมปราณแขนงหนึ่ง มันจะสะสมพลังงานไว้ที่จุดตันเถียน เมื่อยามที่จะใช้มัน มันจะทะลวงไปที่จุดชีพจรจุดนั้นทันที ซึ่งข้าคิดว่ามันร้ายกาจเป็นอย่างมาก อ้อ! ข้าลืมไปว่าเจ้าพึ่งจะมาบนเกาะนี้ เจ้าคงไม่ได้ทันสังเกต ทางที่ดีเจ้าควรเก็บพลังลมปราณของเจ้าไว้ อย่าชักนำมันออกมาเด็ดขาด มิเช่นนั้นเจ้าจะถูกเกาะแห่งนี้ดูดไปจนหมดสิ้น และที่สำคัญมันไม่สามารถฟื้นฟูได้ด้วย” “พวกท่านก็อยู่กันมาตั้งหลายเดือน ทำไมไม่ลองฝึกพลังอย่างพวกนางดู บางทีอาจจะหนีรอดก็เป็นได้” เนี่ยฟงเอ่ยถามขึ้น ทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของเนี่ยฟง พวกมันทั้งสามก็สั่นหน้าทันที“ข้าลองแล้ว...ข้าถึงมีสภาพเฉกเช่นนี้ไงละ” อาหาวกล่าวขึ้น พร้อมกับถลกขากางเกงขึ้นโชว์ท่อนขา มันปรากฏเพียงแท่นไม้แท่งหนึ่งที่ถูกจับยึดไว้กับหัวเข่า แทนท่อนขาช่วงล่างที่ขาดหาย “เรื่องพลังลมปราณในบรรดาพี่ร้องทั้งสี่ ข้าล้วนแต่เป็นผู้ที่ชำนาญที่สุด ข้าลองฝึกโดยนำพลังลมปราณชีพจรทุกจุดไปรวมกันไว้ที่จุดตันเถียน แล้วโคจรพลังลมปราณไปไว้ที่ท่อนขาข้างหนึ่ง ผลมันจึงออกมาอย่างที่เจ้าเห็น คือขาข้างนี้ของข้ามันระเบิดออกในทันที การจะนำพลังลมปราณไปที่จุดใดจุดหนึ่งจุดเดียวเป็นเรื่องที่ยากมาก อีกทั้งต้องรวบรวมไปที่จุดนั้นในทันทีเมื่อเรียกใช้ ข้าคิดว่าจุดชีพจรของพวกนางต้องแข็งแรงเป็นยากมาก จึงสามารถทานทนต่อแรงกระแทกแบบเฉียบพลันเยี่ยงนั้นได้ อีกอย่างบนเกาะแห่งนี้คงมีความลับบางอย่าง ที่ทำให้สตรีบนเกาะแข็งแกร่งกว่าบุรุษ” “ขอบคุณพี่ๆ ทั้งสี่มากที่ช่วยเล่าให้ข้าฟัง ข้าได้ยินว่าพวกท่านทั้งสามมีพลังลมปราณฟ้าดิน แล้วจิ้งวิ๋น...อ้อ! ไม่ใช่ซิ? แล้วอาวิ๋นละ เขามีพลังลมปราณระดับใดกัน? ไม่เห็นพวกท่านจะบอกเลย” ทันทีที่เนี่ยฟงกล่าวจบ ความเศร้าก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งสามคน ก่อนจะเหลือบมองกันไปมา แล้วจึงพยักหน้าเบาๆ “เรื่องนี้ล้วนแต่เป็นความลับของตระกูลจิ้ง แต่ในเมื่อพวกเราต่างร่วมชะตากรรมเดียวกันจึงไม่จำเป็นต้องปกปิด อีกอย่างพวกข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะออกไปจากเกาะนี้ได้อย่างไร ที่จริงแล้วเมื่อตอนที่น้องวิ๋นกำลังคลอดนั้น ถูกคนชั่วแอบลอบสังหาร เขาถูกซัดหนึ่งฝ่ามือที่ด้านหลัง ทำให้จุดชีพจรลมปราณถูกทำลายจนสิ้น แม้ท่านแม่จะช่วยเหลืออาวิ๋นไว้ได้ แต่ก็ต้องใช้ชีวิตของนางแลกมา ส่วนท่านพ่อเองก็พยายามอย่างหนัก เพื่อจะให้อาวิ๋นมีชีวิตรอด แม้จะรอดพ้นความตายมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็ไม่สามารถฝึกพลังลมปราณไปได้ชั่วชีวิต หรือบางทีการที่น้องสี่ได้อยู่บนเกาะที่ไร้ซึ่งพลังลมปราณเยี่ยงนี้ อาจจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขาก็เป็นไปได้” “โหดร้ายยิ่งนัก!! พวกท่านไม่ต้องกังวล ด้วยวิชาการแพทย์ของข้า บางทีอาจจะพอช่วยรักษาน้องท่านได้ เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าพวกนางจะพาข้าไปหอแดงในยามเช้าเพื่อทำอะไรบางอย่าง ข้าจะใช้โอกาสนั้นเพื่อไปหาซื้อตัวยา เมื่อข้ากลับมาแล้วละก็ ข้าจะทำการตรวจรักษาให้จิ้งวิ๋นในทันที” เนี่ยฟงกล่าวขึ้นมาในทันที ภายในใจของเขารู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากชีวิตจิ้งวิ๋นนั้น มีชะตากรรมที่ไม่ได้แตกต่างไปจากเขาแม้แต่น้อย แต่จิ้งวิ๋นก็ยังน่าสงสารเสียมากกว่า ที่โดนลอบทำร้ายตั้งแต่เกิด ยิ่งการโดนดูถูกเหยียดหยาม เป็นอะไรที่เนี่ยฟงรังเกียจเป็นอย่างมาก ทำให้เนี่ยฟงหมายมั่นในใจว่าจะทำการรักษาจิ้งวิ๋นให้จงได้ แต่แล้วทันใดนั้น! บนหน้าของทั้งสามก็ตกตะลึงนิ่งค้าง เมื่อได้ยินคำกล่าวของเนี่ยฟง ก่อนที่อาฉีจะทอดถอนลมหายใจออกมา แล้วเอ่ยกล่าวออกไป“น้องฟง...ข้ารู้สึกขอบคุณน้ำใจของเจ้าเป็นอย่างมาก แต่เจ้าคงไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกแล้ว เจ้ารู้หรือไม่? หอแดงที่พวกนางจะพาเจ้าไปนั้น มันคือหอค้าบุรุษ!!!”

    คล้ายกับเรื่องจอมหมัดราชันย์ ที่คุณอ่าน